- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 161 ความหมายลึกซึ้งของท่านอาจารย์
ตอนที่ 161 ความหมายลึกซึ้งของท่านอาจารย์
ตอนที่ 161 ความหมายลึกซึ้งของท่านอาจารย์
ตอนที่ 161 ความหมายลึกซึ้งของท่านอาจารย์
ด้านหลังโรงฝึกยุทธ์
อี้เฟิงนั่งอยู่บนม้านั่ง ขณะที่ดูอู๋หย่งหงทั้งสามคนทำงาน เขาก็พูดคุยเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลาไปด้วย
“อ้าว อ้าว อ้าว!”
เจ้าหมาน้อยที่นอนหมอบอยู่ข้างเท้าอี้เฟิง จามติด ๆ กันหลายที
“หมาจาม ฝนจะตกสิเนี่ย!”
อี้เฟิงถอนหายใจเบา ๆ พลางพูดสำนวนเก่าจากชาติก่อนออกมา จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในโรงฝึกยุทธ์ แล้วคุ้ยหาเอาร่มเก่า ๆ ออกมาจากกองของเก่า
“ร่มคันนี้ พวกท่านสามคนเอาไว้ใช้ก่อนละกัน เผื่อฝนตกขึ้นมาจะได้พอเอาไว้ใช้กันฉุกเฉิน!” อี้เฟิงโยนร่มคันนั้นให้กับพวกอู๋หย่งหงที่กำลังทำงานอยู่
“ท่านอาจารย์!”
พวกอู๋หย่งหงเบิกตากว้าง มองไปยังอี้เฟิงด้วยความตกตะลึง
ถ้าพวกเขาจำไม่ผิด ร่มคันนี้ก็คือสมบัติคู่สำนักของสำนักเสวียนอู่ที่หนิงเสวียนอู่ทิ้งเอาไว้ในวันนั้น เป็นของระดับระดับจักรพรรดิอย่างหนึ่งเลยเชียวนะ
แต่กลับถูกโยนให้พวกเขาเฉยเลย?
“ท่านอาจารย์ ของล้ำค่าแบบนี้จะให้พวกข้าแบบนี้ มันจะดีหรือ?” อู๋หย่งหงพูดด้วยความเกรงใจ
“ของล้ำค่า?”
อี้เฟิงยิ้มอย่างจนปัญญา “ของแบบนี้ล้ำค่าตรงไหนกัน ก็แค่ร่มเก่า ๆ คันหนึ่ง พวกท่านช่วยข้าทำงาน ฝนตกขึ้นมาจะใช้ร่มกันฝนก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร”
“แค่ร่มเก่า ๆ งั้นหรือ?”
พวกอู๋หย่งหงถึงกับอึ้งไปหมด
นั่นมันของระดับจักรพรรดิเลยนะ ถึงพวกเขาเองก็มีของระดับนี้อยู่บ้าง แต่ก็เป็นของที่เก็บงำไว้อย่างดี ไม่นึกเลยว่าท่านอาจารย์จะมองของแบบนี้เหมือนเศษขยะเสียด้วยซ้ำ
แต่ก็จริงแหละ แค่พลั่วกับจอบที่พวกเขาใช้ทุกวันก็ยังเป็นของระดับวิญญาณ แล้วของระดับจักรพรรดิในสายตาท่านอาจารย์ก็อาจจะไม่ใช่อะไรพิเศษเลยก็ได้
แต่ไม่รู้ว่าเพราะสำนวนของอี้เฟิงมันแม่นหรือเปล่า ท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดลงเหมือนจะมีฝนจริง ๆ
แม้พวกเขาจะรู้ดีว่าท่านอาจารย์มีพลังถึงขั้นพลิกฟ้าคว่ำดินได้ แต่เพราะนึกถึงความตั้งใจของท่านอาจารย์ที่ออกมาใช้ชีวิตในแบบมนุษย์ธรรมดา อู๋หย่งหงจึงอดถามไม่ได้ว่า
“แต่ท่านอาจารย์ให้พวกข้าใช้ร่ม แล้วท่านล่ะ จะใช้อะไร?”
“ข้า?”
อี้เฟิงหัวเราะเบา ๆ เจ้าแก่พวกนี้นี่มันน่ารักจริง ๆ
ร่มเก่า ๆ คันหนึ่งแท้ ๆ ยังมาทำตัวเกรงใจ ข้าอยากได้ร่มเมื่อไหร่ เดินไปซื้อเอาข้างนอกก็จบละมั้ง?
เขาจึงยิ้มให้กับพวกอู๋หย่งหง “ไม่ต้องห่วงข้าหรอก หากข้าต้องการร่ม มันก็จะมีมาเองแหละ”
“จะมีมาเอง?”
เหล่าเฒ่ามองหน้ากันอย่างงุนงง รู้สึกเหมือนคำพูดของท่านอาจารย์แฝงอะไรไว้บางอย่าง...
แต่ดูเหมือนจะลึกซึ้งเกินไป พวกเขาคิดไม่ออก เลยไม่ได้ถามอะไรอีก หลังจากลังเลเล็กน้อยก็ยอมรับร่มมาไว้ในมือ
“ขอบคุณท่านอาจารย์”
ทุกคนกล่าวขอบคุณด้วยความเคารพ
พอมองดูท้องฟ้า
แม้จะมืดครึ้มอยู่บ้าง แต่ในฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้จะฝนตกหรือไม่ก็ยากจะคาดเดา ดังนั้นอี้เฟิงจึงยังไม่ได้เข้าไปข้างใน แต่กลับหยิบกีตาร์ออกมา อยากจะเพิ่มความชำนาญในพิณของตน
อย่างน้อย ถ้าเล่นอยู่ตรงนี้ก็ยังมีคนคุยด้วย เวลาเล่นดี ๆ ยังอาจจะได้รับคำชมบ้าง ซึ่งดีกว่านอนเหงา ๆ อยู่ในโรงฝึกยุทธ์แน่นอน
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเริ่มบรรเลงบทเพลง “ส่งท้าย” จากชาติก่อนช้า ๆ
เมื่อเสียงพิณดังขึ้น ร่างของเหล่าเฒ่าที่กำลังขุดดินอยู่ถึงกับสั่นสะท้าน รีบหันสายตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้มามอง
“เสียงพิณของท่านอาจารย์…”
“ถึงกับแฝงเจตจำนงแห่งพิณไว้ได้แรงกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
แม้พวกเขาจะไม่รู้เรื่องพิณเลย แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงพลังเจตจำนงอันแรงกล้าที่แฝงอยู่ในบทเพลง
ในขณะเดียวกัน หลู่ต้าซงที่กำลังหาบถังก็ถึงกับเบรกกะทันหัน ไม่สนใจเลยว่าตัวเองเกือบจะตกลงไปในหลุมส้วมด้วยซ้ำ รีบเงยหน้ามองทันที
ทันใดนั้นเอง...
ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีใครแม้แต่จะกล้าหายใจแรง กลัวว่าจะรบกวนเสียงพิณอันไพเราะนี้
ผ่านไปเนิ่นนาน...
มือที่ดีดสายพิณของอี้เฟิงจึงค่อย ๆ หยุดลง
พวกอู๋หย่งหงยังเคลิบเคลิ้มไม่หาย ต่างจ้องมองอี้เฟิงด้วยแววตาเคารพสุดหัวใจเพราะพวกเขาได้รับความเข้าใจใหม่ ๆ จากบทเพลง ไม่ว่าจะเป็นทางจิตใจหรือทางเคล็ดวิชา...
อยู่กับท่านอาจารย์นี่มันดีจริง ๆ
แค่ของใช้ก็ระดับวิญญาณกันทุกคน ไหนจะของขวัญเพิ่มเติมจากท่านอาจารย์อีก
อย่างเช่นของระดับจักรพรรดิบ้างล่ะ เจตจำนงแห่งพิณบ้างล่ะ...
แต่เหนือกว่าความซาบซึ้งของอู๋หย่งหงพวกนั้น ก็เห็นจะเป็นหลู่ต้าซง ที่แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว
ทั้งที่ก็ทำงานให้ท่านอาจารย์เหมือนกัน แต่พวกอู๋หย่งหงได้ดีสารพัด ส่วนเขาต้องแบกของเหม็น ๆ เหนื่อยสุด ลำบากสุด แถมยังไม่ได้อะไรเลย
แต่ในที่สุด
วันนี้เขาก็ได้อะไรดี ๆ กับเขาบ้างแล้ว
รู้สึกเหมือนเห็นแสงเดือนหลังทะลุผ่านเมฆหมอก น่าตื้นตันจนอยากร้องไห้
“เสียงพิณของท่านอาจารย์ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก ทำให้พวกข้าซาบซึ้งจนไม่อาจถอนตัว!”
“ใช่แล้ว ได้ฟังบทเพลงจากท่านอาจารย์ ถือเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ของพวกข้าเลย!”
พอถึงตอนนี้ อู๋หย่งหงกับพวกก็เริ่มเอ่ยคำชื่นชมใส่อี้เฟิงกันยกใหญ่
“เห้ย ใจเย็น ๆ หน่อย”
อี้เฟิงโบกมือ แม้เขาไม่ได้ตั้งใจจะอวดอะไร แต่เมื่อได้เห็นคนอื่นชื่นชมในสิ่งที่ตนทำ มันก็ทำให้รู้สึกดีไม่น้อย
“ติ๊ง ขอแสดงความยินดี พิณเลื่อนขั้นเป็นไร้ผู้เทียบ!”
ในขณะนั้นเอง เสียงจากระบบก็ดังขึ้นในหัวอี้เฟิง ทำให้เขาแอบดีใจเล็ก ๆ
ฟ้าหลังฝนย่อมงดงาม การฝึกฝนตลอดหลายวันมานี้ก็ไม่เสียเปล่า
ในเมื่อเป็นจังหวะดี จะดีดต่ออีกสักสองสามเพลงก็ไม่เลวใช่ไหม?
อี้เฟิงคิดในใจ ขณะกำลังเลือกเพลงถัดไปในหัว...
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ท้องฟ้าก็พลันถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายปีศาจอันเข้มข้นและในขณะเดียวกัน ก็มีสองร่างอันทรงพลังเหยียบอากาศตรงเข้ามา
ในพริบตา ทั้งสองก็ปรากฏตัวเหนือโรงฝึกยุทธ์แล้ว