เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 113 เงาหลังที่คุ้นตา

ตอนที่ 113 เงาหลังที่คุ้นตา

ตอนที่ 113 เงาหลังที่คุ้นตา


ตอนที่ 113 เงาหลังที่คุ้นตา

“ตอนนี้จะให้ลงเขาก็คงไม่ได้ล่ะนะ ข้ายังต้องเก็บสมุนไพรอยู่” อี้เฟิงส่ายหัวพลางยิ้ม “ว่าแต่...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้าชักอยากรู้แล้วสิ”

“เก็บสมุนไพร?”

หญิงสาวมองอี้เฟิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ กล่าวอย่างเย็นชา “เจ้ากลัวตายบ้างไหม?”

“ช่างมันเถอะ...”

พูดจบ สีหน้าของนางก็เคร่งขรึมลง มองอี้เฟิงพลางกล่าว “ให้เจ้ารู้เสียบ้างว่าโลกนี้กว้างใหญ่แค่ไหน จะได้ไม่ดื้อด้านจนต้องสังเวยชีวิตโดยเปล่าประโยชน์”

“เจ้ารู้ใช่ไหมว่าในโลกนี้มีอสูรอยู่?”

“เคยได้ยินมาบ้าง”

อี้เฟิงพยักหน้าเบาๆ

“ในภูเขามู่ฟู่แห่งนี้ มีอสูรมากมายอาศัยอยู่ ซึ่งบางตนแข็งแกร่งถึงขั้นจ้าวอสูร”

หญิงสาวกล่าวต่อด้วยเสียงราบเรียบ “ระดับจ้าวอสูร ถือเป็นผู้ครองอาณาเขตในดินแดนของพวกอสูรและเรื่องที่เกิดขึ้นก็เกี่ยวข้องกับจ้าวอสูรโบ๋กู่ผู้ปกครองอาณาเขตกว่าหลายพันลี้นี้”

“ถึงแม้จ้าวอสูรโบ๋กู่จะเป็นเต่าที่บำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นอสูร แต่เพราะอายุขัยยืนยาว ทำให้พลังบ่มเพาะลึกซึ้งมาก”

“อืม...”

อี้เฟิงตั้งใจฟัง แม้จะไม่เข้าใจว่าจ้าวอสูรคืออะไร แต่ฟังดูแล้วก็คงเป็นตัวเป้งแน่ๆ

“แต่จ้าวอสูรที่ครองอสูรนับหมื่นเช่นนี้ กลับถูกจับได้!”

หญิงสาวกล่าวต่อ

“ถูกจับ?”

อี้เฟิงถามด้วยความตกใจ

“ใช่!”

หญิงสาวพยักหน้า สีหน้าจริงจังมากขึ้น “เป็นฝีมือของมนุษย์คนหนึ่ง...มนุษย์ที่แข็งแกร่งมาก...มากเสียจนเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้...”

กล่าวถึงตรงนี้ ใบหน้านางฉายแววเคารพ ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม

“คนผู้นั้นพลังกล้าแกร่งเพียงลำพังบุกเข้าไปในถ้ำของจ้าวอสูรโบ๋กู่ ไม่เพียงชิงสมบัติของมันมาได้ ยังจับมันกลับไปทั้งเป็นอีกด้วย...บอกว่าจะ...”

“จะอะไร?”

อี้เฟิงชักอยากรู้ขึ้นมาแล้ว

หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน “บอกว่าจะจับจ้าวอสูรกลับไป...ต้มซุปกิน!”

“ต้มซุปกิน?”

อี้เฟิงอ้าปากค้าง รีบเหลือบมองเจ้าเต่าตัวโตที่แขวนอยู่บนต้นไม้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจอมยุทธ์ขั้นนั้นจะจับจ้าวอสูรเต่ากลับไปเพื่อต้มซุปกิน ไลฟ์สไตล์เข้ากับเขาเป๊ะ

“เพราะเหตุนี้ จึงทำให้อสูรทั้งภูเขามู่ฟู่เดือดดาล”

หญิงสาวกล่าวอย่างย้ำคิดย้ำทำ “เมื่อจ้าวอสูรตนอื่นๆ ร่วมมือกัน จึงออกคำสั่งเด็ดหัวต่อมนุษย์ผู้นั้น แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังตามหาตัวไม่เจอ...กลับเป็นพวกศิษย์สำนักกระบี่ของข้าที่พลอยซวยไปด้วย!”

“แต่ก็เถอะ...จ้าวอสูรโบ๋กู่ก็ทำชั่วไว้มาก การที่เราสูญเสียศิษย์ไปบ้างเพื่อกำจัดมันได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า”

“ถ้าเป็นเวลาปกติ เจ้าอาจจะมีโอกาสรอดชีวิตอยู่บ้าง...แต่ตอนนี้...”

นางเว้นช่วง ส่ายหน้า ก่อนหันไปพูดกับอี้เฟิงด้วยความจริงจังว่า

“ถ้าอสูรพบเจ้าเข้า เจ้าตายแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อเจ้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา...”

“เพราะงั้นรีบลงเขาไปซะจะดีกว่า!”

“เอ่อ…”

อี้เฟิงถึงกับลำบากใจ

“เราคงต้องแยกกันตรงนี้”

หญิงสาวพูดพลางลุกขึ้นยืน “มีราชาอสูรหลายตนกำลังตามล่าข้า ถ้าเจ้าอยู่กับข้า ข้าเองก็ไม่อาจปกป้องเจ้าได้”

พูดจบนางคว้ากระบี่ยาวแล้วเตรียมจะจากไป

“เดี๋ยวสิ” อี้เฟิงร้องเรียก

“หืม?”

หญิงสาวหันกลับมามอง

“เจ้ายังมีบาดแผลอยู่นี่ ลองทายาสมุนไพรสักหน่อยไหม?”

อี้เฟิงว่า “ข้ายังมีสมุนไพรอยู่นะ”

“ขอบใจในความหวังดี แต่...”

หญิงสาวกล่าวด้วยแววตาซาบซึ้งเล็กน้อย แต่ก็ปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา “ของพวกเจ้ามนุษย์ธรรมดา...ไม่มีผลกับข้าหรอก”

พูดจบ ร่างของนางก็พลันวูบหายไปในพงไม้

หลังหญิงสาวจากไป อี้เฟิงก็นั่งถอนหายใจครุ่นคิด แต่เมื่อคิดดูให้ดีแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าในป่ามันน่ากลัวอะไรขนาดนั้น อย่างน้อยตลอดสองสามวันที่ผ่านมา เขาก็ไม่เจออันตรายอะไรเลย

ถ้าจะมี ก็มีแค่หมาป่าตัวหนึ่งเคยเข้ามาทำร้ายเขา แต่ดีที่อี้เฟิงเคยฝึกวิชาเล็กน้อย เลยคว้าจอบตบมันตายไปได้ง่ายๆ

ที่สำคัญ เขายังต้องหาสมุนไพรให้จงชิงอยู่

ถ้าหาไม่ได้ ถึงแม้จงชิงจะไม่ถึงตายจากอาการบาดเจ็บก่อนหน้า แต่ก็คงทิ้งโรคเรื้อรังไว้แน่ เด็กแค่นี้ เขาไม่อยากให้มีปัญหาสุขภาพติดตัวไป

พลันเวลาผ่านไปอีกสามวัน

ในมุมหนึ่งของป่าภูเขา หญิงสาวถือกระบี่ไว้ในมือ สีหน้าเคร่งเครียด มุมปากก็มีเลือดซึม

ก่อนหน้านี้ไม่นาน นางเพิ่งสู้กับราชาอสูรสองตน จนทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บพอกัน

แต่สิ่งที่ทำให้นางวิตกยิ่งกว่าก็คือทั้งภูเขาแห่งนี้ถูกฝูงอสูรปิดตายแล้ว จะหนีก็หนีไม่ออก

ขณะที่ลากสังขารอ่อนล้าและคิดหาทางรอด ใบหน้าของชายหนุ่มเมื่อสามวันก่อนก็พลันผุดขึ้นมาในความคิด

ทำให้นางได้แต่ยิ้มขื่นขม

ตนเองเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชายุทธ์ยังหาทางหนีไม่รอด แล้วชายผู้นั้นจะรอดได้อย่างไร?

ในภูเขาซึ่งอสูรชุกชุมไปทั่วเพียงนี้ มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งคงเอาชีวิตรอดได้ไม่ข้ามคืนแน่ แค่เจออสูรตัวเล็กๆ ก็คงต้านไม่ไหวแล้ว

ทั้งภูเขานี้ เวลานี้นอกจากยอดฝีมือผู้ลึกลับที่หายตัวไป ก็เห็นจะเหลือแต่นางที่ยังมีชีวิตอยู่

ถึงจะรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง แต่ตนกับชายผู้นั้นก็แค่พบกันโดยบังเอิญเท่านั้น

เรื่องแบบนี้นางก็ช่วยอะไรไม่ได้

ได้แต่ทอดถอนใจ

“หืม?”

ทันใดนั้น นางได้ยินเสียงบางอย่างดังอยู่ข้างหน้า

ร่างพลันวูบไหวเหมือนภูตผี ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ

ชุดเขียวชุดนั้น...

เต่าตัวโตในมือ หลังแบกกระบุงไม้ไผ่ เงาหลังที่คุ้นตา

ถ้าไม่ใช่เขาจะเป็นใครอีก?

ดูเหมือน...

เขายังฮัมเพลงอยู่ด้วยซ้ำ?

จบบทที่ ตอนที่ 113 เงาหลังที่คุ้นตา

คัดลอกลิงก์แล้ว