- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 78 ม่านอาถรรพ์แห่งเงามืด
ตอนที่ 78 ม่านอาถรรพ์แห่งเงามืด
ตอนที่ 78 ม่านอาถรรพ์แห่งเงามืด
ตอนที่ 78 ม่านอาถรรพ์แห่งเงามืด
“หลี่ม่อเช่อ เจ้าคิดจะทำอะไร ปล่อยพวกเราซะเดี๋ยวนี้!”
ในหุบเขาแห่งหนึ่งด้านหลังเขามู่ฟู่ แม้นกจะขับขาน ดอกไม้จะบานสะพรั่งราวกับเป็นดินแดนสวรรค์...
แต่แท้จริงแล้วที่นี่คือแดนมฤตยู อันตรายซ่อนอยู่ทุกย่างก้าว
อู๋หย่งหงและพวกไม่เคยนึกเลยว่า หลังจากออกจากโรงฝึก หลี่ม่อเช่อจะล่อลวงพวกเขามาที่นี่โดยอ้างว่าสำรวจสมบัติ
จากนั้นก็ขังพวกเขาไว้ในกับดักอย่างเลือดเย็น
“หลี่ม่อเช่อ ข้าขอเตือนเจ้า หากไม่ปล่อยข้า ข้าฉู่กวงซือจะเป็นศัตรูกับเจ้าตลอดชีวิต!”
ฉู่กวงซือคำรามด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด
สายตาของซุนจูเก๋อกับอู๋หย่งหงเองก็เต็มไปด้วยความชิงชัง
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาจะถูกหักหลังโดยคนของตัวเอง
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“ตะโกนไปเถอะ ถึงตะโกนจนคอแตกก็ไม่มีใครได้ยินหรอก!”
หลี่ม่อเช่อหัวเราะเย้ยหยัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“พวกเจ้าคิดจะออกไปงั้นรึ? ขอบอกว่า...แม้แต่จะขยับสักก้าวยังเป็นไปได้ยาก!”
“ที่นี่แม้จะดูสงบ แต่มันคือแดนอันตรายระดับสูง นอกจากจะมีค่ายกลธรรมชาติปกคลุมอยู่แล้ว ยังเป็นสนามรบโบราณจากสามหมื่นปีก่อน”
“ตอนนั้น บรรพชนระดับมหาจักรพรรดิหลายท่านได้เพิ่มค่ายกลระดับสูงเข้าไปอีกหลายชั้น...”
“และข้า...”
เขาเชิดหน้าขึ้น หัวเราะเย็นชา
“ข้ายังเสริมด้วยค่ายกลส่วนตัวอีกสองชั้น ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ไม่มีทางช่วยพวกเจ้าได้!”
“อะไรนะ?”
อู๋หย่งหงทั้งสามหน้าซีดเผือด
ถ้าเป็นจริงตามที่พูด พวกเขาก็ไม่มีทางออกจากที่นี่ได้เลย ต้องรอความตายอย่างเดียว
“เจ้าทำแบบนี้ทำไม?” อู๋หย่งหงถามอย่างสิ้นหวัง
“เพราะเจ้า...มีคราดศักดิ์สิทธิ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ในมือไงล่ะ!” หลี่ม่อเช่อแค่นเสียงเย้ย
“เจ้าทั้งอ่อนแอกว่าข้า ฉลาดน้อยกว่าข้า แล้วทำไมของดีขนาดนั้นต้องตกเป็นของเจ้า?”
“เจ้า...”
อู๋หย่งหงโกรธจนกระอักเลือด
“ส่งมาซะ!”
หลี่ม่อเช่อเพียงสะบัดมือเบา ๆ ก็ยึดคราดศักดิ์สิทธิ์จากอู๋หย่งหงมาไว้ในมือโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย
อู๋หย่งหงตัวสั่นด้วยความโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ด้วยแรงกดดันจากค่ายกลหลายชั้น ทำให้ทั้งร่างและพลังของพวกเขาถูกจำกัดจึงไม่ต่างจากปลาในเขียงให้เชือด
แม้จะไร้ทางสู้ แต่อู๋หย่งหงก็ยังกัดฟันกล่าว
“คราดศักดิ์สิทธิ์นี้ ท่านอี้เฟิงเป็นผู้มอบให้ข้า ข้าเคยทำสัตย์สาบานว่าจะภักดีต่อเขา เจ้ากล้าขโมยของจากเขา ไม่กลัวโดนลงโทษหรือไง?”
“ใช่แล้ว!”
“ถ้าท่านอี้รู้เรื่องนี้ เจ้าจะไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี!”
ทันทีที่กล่าวถึงท่านอี้ทั้งซุนจูเก๋อและฉู่กวงซือก็มีประกายความหวัง
พยายามพูดย้ำเตือนให้หลี่ม่อเช่อหวาดหวั่น
แต่...
“ฮ่าฮ่า!”
หลี่ม่อเช่อกลับหัวเราะเสียงดัง
“หัวเราะอะไรของเจ้า?”
ทั้งสามคนกล่าวอย่างเย็นชา
“หัวเราะพวกเจ้าสิ โง่เสียจริง”
หลี่ม่อเช่อยิ้มเหี้ยม
“พูดกันตามตรง ข้าไม่กลัวเขาหรอก...ตรงกันข้าม สมบัติในโรงฝึกของเขาน่ะ ทำเอาข้าอยากได้จนใจจะขาด!”
“เจ้า...กล้าเหยียดหยามท่านอี้เฟิงแถมยังหมายตาสมบัติของเขาอีก เจ้ารู้หรือเปล่าว่าจะตายยังไงก็ไม่รู้?”
อู๋หย่งหงด่ากลับทันควัน
“หึ” หลี่ม่อเช่อยิ้มเย็น
“พวกเจ้าพูดถูก ที่เขาน่ะน่ากลัวจริง ข้ายังไม่เคยกล้าคิดจะสู้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ…”
“แต่ครั้งนี้ มันต่างออกไป!”
“ข้ากำลังได้รับโอกาสจากสวรรค์อย่างแท้จริง!”
“โอกาสจากสวรรค์?”
สามคนต่างสงสัย
“พรุ่งนี้พอดีกับ ปีเงา เดือนเงา วันเงา ซึ่งเกิดขึ้นหนึ่งครั้งในหมื่นปีบนทวีปเซียนเจียง”
คำพูดนี้ทำเอาทั้งสามตาค้าง
“มะ...ไม่จริง...เจ้าจะใช้...ม่านอาถรรพ์แห่งเงามืดรึ?”
“ค่ายกลอาถรรพ์ต้องห้ามที่สาบสูญไปนานแล้วน่ะเรอะ?”
ทั้งสามถึงกับหน้าซีดเผือด
“ใช่แล้ว!”
หลี่ม่อเช่อหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ข้าศึกษาม่านเงามืดจนสำเร็จ หากข้าสำเร็จการวางค่ายกลนี้ล้อมรอบโรงฝึกของเขา..ไม่ว่าใครในเหล่าผู้ฝึกตนระดับเซียนจะสูญเสียพลังโดยไม่รู้ตัว”
“ถึงตอนนั้น...ท่านอี้เฟิงของพวกเจ้าก็จะตกอยู่ในกำมือของข้า เป็นเพียงของเล่นของข้าเท่านั้น!”