- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 74 ความในใจที่แตกต่าง
ตอนที่ 74 ความในใจที่แตกต่าง
ตอนที่ 74 ความในใจที่แตกต่าง
ตอนที่ 74 ความในใจที่แตกต่าง
“ท่านอี้ นี่คืออะไรหรือเจ้าคะ?”
สองสาวมองมาด้วยสายตาสงสัย
“เล่นตี้ตู้โจวไง!”
“นี่...นี่คือเกมตี้ตู้โจวรึ?”
“ไม่งั้นจะให้เป็นอะไรล่ะ?”
สองสาวถึงกับสะดุ้ง
ยืนอึ้งอยู่กับที่ ใบหน้าเต็มไปด้วยอาการสับสนรุนแรงราวกับกำลังตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง
พอเริ่มเข้าใจก็รู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี มุมปากกระตุกไม่หยุด
ในที่สุดก็รู้ตัวเสียทีว่าที่ผ่านมาทั้งหมด พวกนางเข้าใจความหมายของตี้ตู้โจวผิดไปหมด
“ทำไงดีล่ะทีนี้?”
เหมาอวิ๋นเอ๋อร์กระพริบตาใส่เย่าอวิ๋นเอ๋อร์เบา ๆ เพราะตอนนี้พวกนางถือว่าอยู่ในเรือลำเดียวกันแล้ว รอดก็รอดด้วยกัน พังพินาศก็พินาศไปด้วยกัน
“ก่อนอื่น...ก็ต้องเล่นตี้ตู้โจวก่อน!”
เย่าอวิ๋นเอ๋อร์กัดฟันแน่น เอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวาย ภารกิจอื่น ๆ ค่อยหาโอกาสใหม่
ยังไงตอนนี้ก็อยู่ในห้องเดียวกันกับเขาแล้ว โอกาสคงยังมีอยู่
อี้เฟิงใช้เวลาไม่นานในการสอนกติกาเกมให้กับสองสาว
“เข้าใจกันหมดแล้วใช่ไหม?” อี้เฟิงถาม
“ขะ...เข้าใจเจ้าค่ะ”
ทั้งสองคนตอบพลางพยักหน้าช้า ๆ ในใจยังเต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาดปะปนกันไปหมด
“แต่จะเล่นเฉย ๆ มันก็ไม่สนุกนะ ต้องมีเดิมพันหน่อยถึงจะเร้าใจ!”
อี้เฟิงพูดพร้อมเกาคางเบา ๆ “เอางี้ พวกเราทุกคนเอาของสักชิ้นมาเป็นเดิมพัน แล้วดูคะแนนรวม ใครคะแนนเยอะสุดก็ชนะ”
“แน่นอนว่าพนันนิด ๆ หน่อย ๆ พอให้สนุก อย่าให้มันเกินตัว”
พูดจบ อี้เฟิงก็หยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะ
“ข้าขอใช้มีดเล่มนี้เป็นเดิมพัน นี่คือของที่ข้าชอบที่สุดเลยนะ!”
ทันใดนั้น ดวงตาของเย่าอวิ๋นเอ๋อร์ก็เบิกโพลง
นี่มัน...
นี่คือของที่บอกว่าพอมีค่าแต่ไม่แพงเกินไปอย่างนั้นรึ?
นางสูดหายใจลึกด้วยความตกใจ
แม้จะดูไม่ออกว่าเป็นระดับไหน แต่แค่สัมผัสพลังจากมัน นางก็รู้ว่าอย่างน้อยมันต้องเป็นอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์แน่นอน
น้ำลายแทบไหล...
แต่พอนึกได้ว่าของที่อยู่กับตัวไม่มีอะไรใกล้เคียงกับมันเลย นางก็เริ่มกลุ้มใจ
ลังเลอยู่นานมาก นางจึงค่อย ๆ หยิบดาบคู่ที่หนิงเสวียนอู่มอบให้นางออกมาจากแหวนเก็บของ
อาวุธคู่นี้อยู่ในระดับเดียวกับหินสั่นสะเทือนฟ้าและนับเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในสำนักเสวียนอู่
“ท่านอี้ ข้าใช้สิ่งนี้เป็นเดิมพันได้ไหม?”
เย่าอวิ๋นเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความกังวลเต็มที่
ในใจกลัวว่าอี้เฟิงจะดูแคลนของนาง ไม่ยอมรับไว้
“ประมาณนี้แหละ ใช้ได้”
อี้เฟิงตอบยิ้ม ๆ เพราะดาบคู่นั้นก็ดูดีมากและก็ตรงตามเงื่อนไขที่ว่าไม่ดีเกิน ไม่แย่เกิน
เมื่อได้รับการตอบรับ เย่าอวิ๋นเอ๋อร์ก็โล่งใจ
แถมเมื่อคิดว่าถ้านางชนะได้ ก็จะได้มีดศักดิ์สิทธิ์ของอี้เฟิงมาอยู่ในมือ
จิตใจนางก็พลุ่งพล่านด้วยความมุ่งมั่นทันที
ด้านข้าง เหมาอวิ๋นเอ๋อร์มองดูมีดของอี้เฟิงกับดาบคู่ของเย่าอวิ๋นเอ๋อร์ด้วยความลังเล
ในฐานะไข่มุกแห่งสมาคมพ่อค้าสายตาของนางเฉียบแหลมกว่าใคร
แค่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าสองสิ่งนั้นไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน
ถ้านางเอาของที่แย่เกินไปออกมาก็มีแต่จะเสียหน้า
แต่ว่าของระดับใกล้เคียงกันกับที่สองคนนั้นเอามา นางก็มีแค่...
นางกัดฟันแน่น ก่อนจะหยิบแผ่นทองแดงที่มีลายแกะสลักสวยงามออกมาวางบนโต๊ะ
พูดเสียงเบาว่า “ข้าใช้สิ่งนี้ได้ไหม?”
อี้เฟิงมองแวบเดียวแล้วก็พยักหน้า เห็นว่าไม่มีปัญหา
แต่เย่าอวิ๋นเอ๋อร์กลับสะดุดตาทันที
นางมองเหมาอวิ๋นเอ๋อร์ด้วยความแปลกใจ แผ่นทองแดงนั่นคล้ายกับกุญแจเปิดประตูเข้าสู่แดนลับชิ้นหนึ่ง
ไม่คาดคิดเลยว่าเหมาอวิ๋นเอ๋อร์จะมีของแบบนี้ด้วย
แต่พอลองคิดอีกที ก็ไม่แปลก
ในเมื่อสมาคมพ่อค้าขนาดใหญ่อย่างพวกนางก็มีของดีซ่อนอยู่ไม่น้อยอยู่แล้ว
แถมนักฝึกยุทธ์เองก็ชอบมาหาของดีจากร้านธรรมดาเหมือนกัน
แบบนี้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
ถ้าชนะขึ้นมาได้ล่ะก็ ไม่เพียงได้มีดศักดิ์สิทธิ์ยังได้กุญแจเข้าสู่แดนลับอีกด้วย
ต่อให้ไม่สำเร็จภารกิจในคืนนี้ ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวแล้ว
เย่าอวิ๋นเอ๋อร์ลอบยิ้ม มุมปากแย้มเบา ๆ อย่างผู้ที่วางแผนไว้เรียบร้อย
แน่นอนว่า เหมาอวิ๋นเอ๋อร์เองก็มีแผนในใจเช่นกัน
แม้จะดูออกว่าอาวุธของอี้เฟิงไม่ธรรมดา แต่นางไม่รู้ว่ามันมีมูลค่าเท่าไหร่
ในขณะที่ดาบคู่ของเย่าอวิ๋นเอ๋อร์นั้น เห็นชัดว่าเป็นของดี
ส่วนแผ่นทองแดงของนาง นางรู้ว่ามันล้ำค่าแน่ แต่ก็ไม่รู้แน่ชัดว่ามันใช้ทำอะไร
ถ้าใช้เป็นเดิมพันแล้วชนะมาได้ทั้งดาบและมีด นั่นย่อมสร้างกำไรให้สมาคมได้มหาศาล
หากก่อนภารกิจของบิดาจะสำเร็จ นางสามารถคว้าผลประโยชน์ได้มากขนาดนี้
ก็นับว่าคุ้มค่ามาก