- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 73 บะ...บนโต๊ะเลยรึ?
ตอนที่ 73 บะ...บนโต๊ะเลยรึ?
ตอนที่ 73 บะ...บนโต๊ะเลยรึ?
ตอนที่ 73 บะ...บนโต๊ะเลยรึ?
สองสาวยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
อาศัยจังหวะที่อี้เฟิงเดินออกไป เย่าอวิ๋นเอ๋อร์สะบัดมือเบา ๆ พลังกระแสหนึ่งก็แล่นวูบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ขณะเดียวกัน เหมาอวิ๋นเอ๋อร์ก็อาศัยโอกาสนี้เดินจากไปอย่างเงียบ ๆ และแอบวางกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งไว้หลังแจกันดอกไม้ ไม่นาน ชายคนหนึ่งเดินผ่านมาแล้วแสร้งเก็บมันขึ้น ก่อนจะหายตัวไปอย่างเงียบงัน
...
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“เจ้าหัวขโมยเฒ่าชิงซานเอ๋ย ข้าไม่สนว่าเจ้าจะใช้อุบายเล่ห์เหลี่ยมอะไรก็ช่าง ถึงแม้เจ้าจะคว้าความไว้วางใจจากท่านผู้นั้นมาได้ก่อน แต่หลังจากคืนนี้ไป สำนักเสวียนอู่ของเราก็จะไม่มีอะไรต้องเกรงกลัวอีกแล้ว!”
ในโถงใหญ่ของสำนักเสวียนอู่ หนิงเสวียนอู่หัวเราะลั่นอย่างลิงโลดขณะถือกระบอกหยกในมือ
“เจ้าสำนัก มีเรื่องอะไรดีหรือ ถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้?”
ผู้อาวุโสทั้งหลายที่นั่งอยู่เบื้องล่างถามขึ้น
“หลิงเอ๋อร์ไม่ทำให้เสียชื่อจริง ๆ นางสามารถควบคุมท่านผู้นั้นได้แล้ว!” หนิงเสวียนอู่กำหมัดแน่น ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี
“หลังจากคืนนี้ไป หลิงเอ๋อร์ก็จะกลายเป็นผู้หญิงของเขา ด้วยสถานะเช่นนั้นกับความสามารถของนาง ต่อให้ความบาดหมางในอดีตจะลึกแค่ไหนก็ลบล้างได้และอาจยังนำผลประโยชน์มหาศาลมาสู่สำนักเราอีกด้วย!”
“จริงหรือ?”
“ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”
ชั่วพริบตา พวกผู้อาวุโสในสำนักต่างก็แสดงสีหน้าเบิกบานอย่างไม่ปิดบัง
การผงาดขึ้นของสำนักเสวียนอู่
อยู่แค่เอื้อมแล้ว
...
ด้านห้องประชุมของสมาคมพ่อค้าผิงเจียง เดิมทีเหมาหลินสีหน้าเคร่งเครียด
แต่หลังจากได้รับข้อความจากลูกน้อง เขาก็ลุกพรวดขึ้น ตบเข่าฉาดใหญ่
“ท่านประธาน มีเรื่องอะไรหรือถึงได้ดีใจขนาดนี้?”
“ใช่ ถ้ามีเรื่องดีจริงก็จัดการงานสมาคมให้เรียบร้อยก่อนเถอะ!”
“จริงอย่างว่า หนังสือเล่มนั้นทำให้สมาคมเป่าฟงได้ชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าท่านคิดอะไรไม่ออก เราคงต้องหารือกันเรื่องตำแหน่งประธานใหม่เสียแล้ว!”
เสียงกดดันจากผู้บริหารคนอื่น ๆ ดังขึ้นเป็นแถว
พวกเขายึดผลประโยชน์เป็นหลักและตอนนี้ก็เริ่มไม่พอใจเหมาหลินอย่างเห็นได้ชัด
“หึ!”
“จะปลดข้า? พวกเจ้าคนไหนกล้าก็ลองดู!” เหมาหลินปัดมือสะบัดกระดาษโน้ตในมือ พูดอย่างมั่นใจว่า
“ถึงขั้นนี้แล้ว ข้าจะไม่ปิดบังพวกเจ้าอีก ลูกสาวข้ากำลังจะหมั้นกับอี้เฟิง อีกไม่นานเขาจะต้องเรียกข้าว่าพ่อตาด้วยความเคารพ!”
“ว่าไงนะ?”
“จริงรึ?”
ทันทีที่ได้ยิน ผู้บริหารทั้งหลายก็ตาโตด้วยความตกตะลึง
“หึ ข้าจะเอาเรื่องอนาคตของลูกสาวมาล้อเล่นได้ยังไง?” เหมาหลินกระแทกเสียงออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิ
“แบบนี้นี่เอง ดีจริง ๆ!”
“ใช่ ๆ ท่านประธาน เราพูดไม่เข้าท่ากันไปเอง หากเขากลายเป็นเขยของท่านละก็ ต่อไปคงช่วยสมาคมของเราได้มากแน่ ๆ!”
“ว่าแล้ว ท่านประธานนี่รอบคอบยิ่งนัก เรื่องดีขนาดนี้ไม่น่าปิดพวกเรานานเลย ทำให้เราต้องวิตกเกินเหตุ!”
เสียงยกย่องสรรเสริญดังก้องไปทั่ว
เหมาหลินยืดอกเชิดหน้ารับคำชมอย่างภาคภูมิ
...
หลังงานเลี้ยงจบ อี้เฟิงก็พาสองสาวขึ้นไปยังห้องหรูระดับสูงสุดของร้านอาหาร
“ซี้ด...สุดยอดจริง ๆ”
ด้านนอก หวังเสวียนที่แอบดูอยู่ถึงกับสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง
แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาสุดขีด
...
เมื่อเข้ามาในห้อง ทั้งสองสาวก็หน้าแดงจัดทันที
ในหัวก็มีแต่ความคิดว่า อีกไม่นานจะต้องเล่นตี้ตู้โจวสามคนแล้ว
ทั้งตื่นเต้น ทั้งเขิน...
“มาเถอะ!”
อี้เฟิงนั่งลงบนโต๊ะ แล้วยิ้มพร้อมเชิญชวน
“ท่าน...บะ บนโต๊ะเลยหรือเจ้าคะ?”
เหมาอวิ๋นเอ๋อร์อ้าปากถามเบา ๆ สีหน้าแดงระเรื่อ ก่อนจะหันไปมองเย่าอวิ๋นเอ๋อร์ ซึ่งก็มีสีหน้าเขินอายไม่แพ้กัน
บนโต๊ะ...
แต่ในเมื่ออี้เฟิงพูดแบบนั้น พวกนางก็ไม่มีทางปฏิเสธได้
จึงค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้นเรื่อย ๆ แก้มแดงจัดจนลามไปถึงคอ
ถึงอย่างไรทั้งเย่าอวิ๋นเอ๋อร์และเหมาอวิ๋นเอ๋อร์ ต่างก็เพิ่งจะเล่นตี้ตู้โจวเป็นครั้งแรก
แถมยังเล่นกันสามคนบนโต๊ะอีกต่างหาก
แค่คิดก็อายจนอยากมุดดินแล้ว
“เริ่มเลยละกัน!”
สุดท้ายอี้เฟิงก็หยิบสำรับไพ่ออกจากอกเสื้อ แล้ววางแผละลงบนโต๊ะตรงหน้า...