เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50 คนในโรงฝึกนั่น มันหยามกันเกินไปแล้ว

ตอนที่ 50 คนในโรงฝึกนั่น มันหยามกันเกินไปแล้ว

ตอนที่ 50 คนในโรงฝึกนั่น มันหยามกันเกินไปแล้ว


ตอนที่ 50 คนในโรงฝึกนั่น มันหยามกันเกินไปแล้ว

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เย่าอวิ๋นเอ๋อร์มองเห็นหมดด้วยตาตัวเอง นางถึงกับเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง

ดวงตาแดงก่ำ

ขาก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างหนักหน่วง

นางมั่นใจแล้วศิษย์พี่ทั้งสอง อู๋เฉินกับอู๋เฟิงได้ตายไปแล้วแถมยังไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้เก็บกลับ

และโรงฝึกธรรมดาที่ดูไม่มีพิษภัยแห่งนี้ซ่อนเร้นไว้ด้วยภัยอันตรายอันมหาศาล เป็นสถานที่ที่กินคนโดยไม่คายกระดูกเลยด้วยซ้ำ

“แค่ก!”

สุดท้ายนางก็ทนไม่ไหว พ่นเลือดออกมาเต็มปาก มือเรียวยาวยันผนังไว้ ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด

“หืม?”

อี้เฟิงที่กำลังสั่งจงชิงทำความสะอาดอยู่ เหลือบมาเห็นฉากนี้พอดี จึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหา

“คุณหนู เป็นอะไรหรือเปล่า?”

เขาถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่น น้ำเสียงอ่อนโยน เขาคิดว่าน่าจะเป็นสาวบ้านใกล้เรือนเคียงที่เป็นลมหรือไม่สบายอะไร ในเมื่อเป็นเพื่อนบ้านก็ช่วยเหลือกันได้

เย่าอวิ๋นเอ๋อร์เช็ดเลือดที่มุมปากขึ้นมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเห็นใบหน้าอี้เฟิงเข้าเต็มๆ

สีหน้าของนางพลันซีดขาวทันทีอย่างถึงที่สุด ถอยหลังออกไปสองก้าวด้วยความตกใจสุดขีด

หน้าของเขาดูเรียบง่ายธรรมดา ยังแถมมีรอยยิ้มอีกต่างหาก

แต่ในสายตาของนาง ภายใต้รอยยิ้มนั้นคือใบหน้าของปีศาจ

เพราะนางจำได้ดีว่า คนคนนี้นั่นแหละที่สั่งให้เด็กหนุ่มใช้ผ้าคลุมวายุพิโรธไปเช็ดฝุ่น

คนคนนี้เองที่ให้กระดูกของศิษย์พี่อู๋เฟิงไปเป็นอาหารหมา

และก้อนหินที่ใช้ถมบันไดนั่นอาจเป็นแขนของศิษย์พี่อู๋เฉินก็เป็นได้

ปีศาจ

นี่คือคำนิยามของอี้เฟิงในใจของเย่าอวิ๋นเอ๋อร์

“ไม่เป็นอะไรก็ดี จะเข้าไปพักในบ้านข้าหน่อยไหม?”

อี้เฟิงถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่! ไม่ ไม่ต้องเจ้าค่ะ!”

ทันทีที่ได้ยินคำว่าเข้าไปในบ้าน เย่าอวิ๋นเอ๋อร์ก็หน้าซีดเผือด รีบส่ายหัว ร่างกายสั่นเครือ ไม่สนแม้กระทั่งอาการภายในที่กำเริบจากความเครียด รีบพาตัวเองหนีออกจากที่นั่นแทบไม่ทัน

ตอนนี้สิ่งเดียวที่นางต้องการ คือหนีไปให้ไกลจากสถานที่แห่งนี้ หนีจากสายตาของบุรุษผู้นี้และรีบกลับไปยังสำนักเสวียนอู่ เพื่อรายงานทุกอย่างต่อหนิงเสวียนอู่ให้เร็วที่สุด!

“ข้าน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง?”

อี้เฟิงเกาศีรษะ มองตามเงาหลังที่รีบหนีไปของนางอย่างมึนงง

หลังจากออกมาจากที่นั่น เย่าอวิ๋นเอ๋อร์ก็เร่งเดินทางกลับสำนักทันที ไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว

แม้แต่นางที่มีพลังฝึกตนแข็งแกร่งยังถึงกับเหนื่อยแทบหมดแรงเมื่อถึงหน้าสำนัก

ศิษย์มากมายต่างตกตะลึงที่เห็นเย่าอวิ๋นเอ๋อร์ในสภาพร้อนรนปั่นป่วนเช่นนี้

ใครเลยจะเชื่อ ศิษย์สายตรงของหนิงเสวียนอู่ สตรีผู้สูงศักดิ์ งดงามและฉลาดล้ำจะเคยแสดงอาการแตกตื่นขนาดนี้?

ข่าวการกลับมาของเย่าอวิ๋นเอ๋อร์ถูกรายงานถึงผู้อาวุโสชั้นสูงในทันที ดังนั้นเมื่อนางก้าวเข้าสู่หอประชุม ทุกคนรวมถึงหนิงเสวียนอู่ก็นั่งรออยู่เรียบร้อย

“เกิดอะไรขึ้น?”

หนิงเสวียนอู่ขมวดคิ้ว ใบหน้าดุดันจ้องมองเย่าอวิ๋นเอ๋อร์ ในใจเริ่มหวั่นไหวไม่สงบ

“ท่านอาจารย์...”

“ศิษย์พี่อู๋เฉิน...กับศิษย์พี่อู๋เฟิง...พวกเขา...”

น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาเย่าอวิ๋นเอ๋อร์ ร่างงดงามเริ่มสั่น ดวงตายังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?”

หนิงเสวียนอู่หรี่ตา ร่างกายเยือกเย็น น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ข้าต้องการรู้ทุกอย่าง!”

“ข้าไม่รู้แน่ชัด” เย่าอวิ๋นเอ๋อร์ส่ายหน้าอย่างเจ็บปวด “แต่ข้ารู้ว่า...ศิษย์พี่อู๋เฉินไม่มีแม้แต่ร่องรอยให้ตามหา ส่วนศิษย์พี่อู๋เฟิงยังพอเหลือกระดูกท่อนหนึ่งเพราะฝึกวิชาพิเศษของสำนัก...เท่านั้น”

เมื่อสิ้นคำพูดของนาง

หอประชุมทั้งหลังเงียบสงัดดั่งสุสาน

สำหรับสำนักเสวียนอู่แล้ว อู๋เฉินและอู๋เฟิงคืออนาคตของสำนักแท้ๆ

ตอนนี้รวมกันยังเหลือแค่กระดูกเพียงชิ้นเดียว?

เรื่องนี้ เป็นดั่งหายนะระดับสั่นคลอนเสาเข็มของสำนัก

“และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ...” เย่าอวิ๋นเอ๋อร์กัดริมฝีปากแน่น น้ำเสียงแฝงความแค้น “กระดูกของศิษย์พี่อู๋เฟิง...ถูกใช้เป็นอาหารหมา!”

เมื่อคิดถึงภาพเจ้าหมาตัวนั้นคาบกระดูกไปนั่งแทะเล่น นางก็แทบจะหายใจไม่ออก

ก็เขาคนนั้นคือพี่ชายที่เติบโตมาด้วยกันกับนาง

“ปัง!”

ฝ่ามือของหนิงเสวียนอู่ฟาดลงบนโต๊ะหินข้างกาย โต๊ะระเบิดเป็นผุยผงทันที

แรงโทสะมหาศาลแผ่พุ่งราวพายุ

นี่มันหยามกันเกินไปแล้ว

ศิษย์สืบทอดสองคนถูกฆ่าทารุณย่อยยับ หลังตายยังไม่ปล่อยให้ได้พักผ่อน กลับต้องกลายเป็นของเล่นสัตว์เลี้ยง นี่มันศักดิ์ศรีตรงไหน?

สำหรับเขาหนิงเสวียนอู่ นี่คือความอัปยศอย่างแท้จริง!

แรงอาฆาตในหอประชุมพุ่งสูง ทุกคนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

“แล้วสมบัติของข้าสองชิ้นล่ะ?”

ในที่สุด เสียงของหนิงเสวียนอู่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เย็นยะเยือกยิ่งกว่าสายลมเหมันต์...

จบบทที่ ตอนที่ 50 คนในโรงฝึกนั่น มันหยามกันเกินไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว