- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 43 ช่างน่าผิดหวังเสียจริง
ตอนที่ 43 ช่างน่าผิดหวังเสียจริง
ตอนที่ 43 ช่างน่าผิดหวังเสียจริง
ตอนที่ 43 ช่างน่าผิดหวังเสียจริง
“เจ้ากลับไปที่สำนักฉิงซาน หากมีข่าวใดให้รีบกลับมารายงานทันที”
บรรพชนเสวียนอู่ตบอกอู๋เจี่ยไปหนึ่งฉาด อู๋เจี่ยร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วทันใดนั้นก็มีแมลงน้ำแข็งตัวหนึ่งบินเข้าปากเขาไป จากนั้นเขาก็ถูกโยนออกไปนอกห้องทันที
“ท่านอาจารย์ ปล่อยให้พี่อู๋เฉินไปเพียงคนเดียวแบบนี้ จะไม่เป็นอะไรมากไปหรือเจ้าคะ?” เย่าอวิ๋นเอ๋อร์มองใบหน้าขรึมของบรรพชนเสวียนอู่แล้วถามด้วยความกังวล
“ไม่เป็นไร”
บรรพชนเสวียนอู่โบกมือเบาๆ
“แต่ท่านไม่กลัวว่าจะเกิดอันตรายกับพี่อู๋เฉินหรือ?” เย่าอวิ๋นเอ๋อร์ยังคงขมวดคิ้วถาม
“ศิษย์น้อง เจ้าอย่าเป็นห่วงไปเลย” ในตอนนั้น ชายหนุ่มในชุดคลุมยาวคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดว่า “ข้าว่าที่ว่ายอดฝีมือในเมืองผิงเจียงนั้น ก็แค่กลอุบายที่สำนักฉิงซานปล่อยออกมา ให้พี่อู๋เฉินไปสะสางเรื่องนี้ถือว่าดีที่สุดแล้ว”
“แต่...”
เย่าอวิ๋นเอ๋อร์ยังมีท่าทีกังวล สายตาเหลือบไปมองบรรพชนเสวียนอู่อีกครั้ง
“ไม่ต้องกังวลไปมากนัก” บรรพชนเสวียนอู่กล่าวเสียงหนักแน่น “อู๋เฉินมีหินสั่นสะเทือนฟ้าอยู่ในมือ แม้เกิดเหตุไม่คาดฝัน หินนั้นก็จะปกป้องเขาได้ เราเพียงรอข่าวของเขาในสำนักก็พอแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่าอวิ๋นเอ๋อร์ก็โล่งอกไปไม่น้อย
มีหินสั่นสะเทือนฟ้าอยู่ ก็ไม่ต้องห่วงอีกต่อไปเพราะนั่นเป็นหนึ่งในของล้ำค่าที่สุดของบรรพชนเสวียนอู่เลยทีเดียว
...
ไม่ถึงครึ่งวันจิ่งอู๋เฉินก็มาถึงเมืองผิงเจียง
แม้เมืองผิงเจียงจะอยู่ใกล้เขตของสำนักบำเพ็ญเพียร แต่ผู้คนในเมืองส่วนใหญ่ยังเป็นชาวบ้านธรรมดา จึงทำให้มีโรงฝึกยุทธขนาดใหญ่เล็กอยู่มากมาย
แต่สำหรับจิ่งอู๋เฉินแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย วิธีจัดการของเขาก็เรียบง่ายและโหดเหี้ยม บุกฆ่าถึงประตู
เขาเดินออกมาจากโรงฝึกแห่งหนึ่ง ใบหน้าเจือความอ่อนแอเหมือนผู้ป่วย แต่กลับมีแววอำมหิตกับสายตาเย็นชาอยู่เต็มเปี่ยม ส่วนโรงฝึกแห่งนั้นก็ไม่มีใครรอดชีวิตเลย
จากนั้นเขาก็เดินทางไปยังโรงฝึกถัดไป
เมื่อฆ่าคนในโรงฝึกไปอีกหลายสิบชีวิต เขาก็เหยียบร่างเจ้าสำนักไว้ใต้เท้า แล้วพูดอย่างเย็นชา “บอกมา เจ้ามีความเกี่ยวข้องกับสำนักฉิงซานอย่างไร?”
“ข้า ข้า...ข้ากับสำนักฉิงซานไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเลย ท่านโปรดเมตตา...” แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ แสงเย็นวาบหนึ่งก็พุ่งเฉือนผ่านลำคอของเขา
“น่าเบื่อจริงๆ!”
ใบหน้าแฝงอำนาจที่ชั่วร้ายของเขาเผยความหงุดหงิด ลิ้นเลียเลือดที่ติดอยู่บนปลายมีด จากนั้นก็เหยียบศีรษะเจ้าสำนักจนแตกละเอียด แล้วมุ่งหน้าสู่โรงฝึกแห่งถัดไป
เช่นนี้เอง จิ่งอู๋เฉินกวาดล้างโรงฝึกในเมืองผิงเจียงไปทีละแห่งๆ ไม่สนหญิงชายเฒ่าเด็ก ฆ่าไม่เว้นแม้แต่คนเดียว…
...
“ศิษย์ ข้าซื้อลูกกวาดมาให้เจ้ากินกับยาแล้วนะ”
อี้เฟิงเดินกลับมาด้วยใบหน้าระรื่น หอบของพะรุงพะรัง เต็มไปด้วยความใส่ใจที่มีต่อศิษย์ของเขา
“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เป็นห่วงขอรับ”
จงชิงตื้นตันใจ ในน้ำตาแฝงความอบอุ่น ตั้งแต่จำความได้ นอกจากบิดามารดาแล้วก็มีแค่อี้เฟิงเท่านั้นที่ดูแลเขาอย่างจริงใจและเขาก็จดจำบุญคุณนี้ไว้ในใจเสมอ
“โอ้ย!”
แต่พอเข้าประตู อี้เฟิงก็สะดุดบันไดจนเกือบล้ม
“ท่านอาจารย์เป็นอะไรมากหรือไม่ขอรับ!”
จงชิงรีบเข้ามาพยุง
“บันไดเฮงซวยนี่อีกแล้ว” อี้เฟิงถลึงตาใส่บันไดตัวปัญหา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันทำให้เขาสะดุด เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่ทำร้ายคนชัดๆ
ก้าวละขั้นก็เตี้ยเกินไป ต้องเดินยิกๆ เหมือนหญิงสาวเดินด้วยส้นสูง
จะก้าวข้ามสองขั้นก็ยืดขาเกินไป เจ็บซะอีก!
“ท่านอาจารย์ ข้าจะจัดการบันไดนี้ให้เรียบร้อยพรุ่งนี้เลยขอรับ” จงชิงพูดอย่างจริงใจ เขาเต็มใจทำทุกอย่างเพื่ออี้เฟิงจากใจจริง
“เด็กดี”
อี้เฟิงลูบหัวเขาเบาๆ “เจ้าเพิ่งหายป่วย ไว้หายดีค่อยทำก็แล้วกัน ไป ข้าจะไปดูเจ้าให้กินยาให้หมดก่อน”
ทั้งสองคนเดินเข้าด้านใน อี้เฟิงเห็นจงชิงกินยาจนหมดก็รู้สึกวางใจ นั่งเอนตัวบนเก้าอี้ไม้ตากแดดอุ่นๆ อย่างสบายใจ
ช่วงนี้ เขารู้สึกอารมณ์ดีมาก
จงชิงหายป่วย
เขาเองก็มีเงินใช้
แต่อาจจะว่างเกินไปหน่อย...ดูเหมือนชีวิตจะกลายเป็นปลานิ่งๆ ไม่ดิ้นรนอะไรแล้วสิ!
“เจ้าหมาน้อย มานี่”
อี้เฟิงเรียกเจ้าอ๋าวชิ่ง หมาน้อยของเขาวิ่งมาแต่โดยดี แล้วก็นอนซุกอยู่ตรงเท้า ให้อี้เฟิงลูบไปเรื่อยๆ
...
ริมถนน
สายลมอ่อนๆ พัดผ่าน ใบไม้ปลิวว่อน
เงาร่างหนึ่งปรากฏหน้าประตูโรงฝึก เขายกมือผอมแห้งขึ้นดูแผนที่ แล้วพูดเบาๆ ว่า “เหลืออีกไม่กี่แห่งแล้ว แถมยิ่งเล็กลงเรื่อยๆ ช่างน่าผิดหวังเสียจริง”
พูดจบ เขาก็เลียริมฝีปาก แล้วก้าวเดินตรงไปยังโรงฝึกเบื้องหน้า...