- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 18 บทลงโทษเล็ก ๆ จากท่านอาวุโส
ตอนที่ 18 บทลงโทษเล็ก ๆ จากท่านอาวุโส
ตอนที่ 18 บทลงโทษเล็ก ๆ จากท่านอาวุโส
ตอนที่ 18 บทลงโทษเล็ก ๆ จากท่านอาวุโส
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
บรรพชนฉิงซานเห็นดังนั้น ก็พุ่งตัวเข้าไปจับข้อมือของจูหยุนไว้ทันที
หนังสือยุทธ์พวกนี้ คนอื่นอาจไม่รู้ว่าคืออะไร แต่เขาน่ะหรือจะไม่รู้? นั่นมันของวิเศษที่อัดแน่นไปด้วยเจตจำนงแห่งยุทธอันยิ่งใหญ่
แม้อี้เฟิงจะวางทิ้งไว้เหมือนของไม่มีค่า แต่นั่นไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะสามารถแตะต้องได้ตามอำเภอใจ แม้ของวิเศษนั้นจะอยู่ตรงหน้า แต่เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิดอยากได้ แล้วเจ้าจูหยุนคนนี้กลับไม่รู้ดีร้าย กล้าแตะต้องของเข้าแบบไม่เกรงกลัวตายเลยหรือ?
หากไปยั่วโทสะของท่านอาวุโสเข้า ผลที่ตามมาเกรงว่าจะเกินรับไหว
“ใครบอกให้เจ้ามาแตะของของผู้อื่น?” บรรพชนฉิงซานตะคอกใส่
สีหน้าของจูหยุนเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาเป็นถึงประมุขสำนักฉิงซาน ของของคนธรรมดา แค่พลิกดูก็แค่นั้น มันจะเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหนกัน เขาว่าท่านลุงของเขานี่ทำเกินไปจริง ๆ
อี้เฟิงเห็นแล้วก็อดถอนใจไม่ได้
นิสัยของตาเฒ่าฉิงซานนี่ถือว่าใช้ได้ทีเดียว จึงรีบเอ่ยคลี่คลายสถานการณ์ว่า “ก็แค่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น อยากดูก็เชิญดูเถอะ ไม่เป็นไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรพชนฉิงซานจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วค่อย ๆ คลายมือจากจูหยุน
จูหยุนจึงพลิกหนังสือยุทธ์ออกมาเล่มหนึ่ง
พอเปิดหนังสือออกก็พบกับตัวอักษรใหญ่สามคำ หมัดคงกระพันที่จู่ ๆ ก็ขยายขึ้นในดวงตา พร้อมกับเจตจำนงแห่งยุทธที่รุนแรงพุ่งเข้าใส่เขาราวกับสัตว์ร้ายกระโจนใส่
“อะไรเนี่ย?”
จูหยุนตกใจสุดขีด ดวงตาแทบจะระเบิดออก รีบระดมพลังฝึกฝนขึ้นมาป้องกัน แต่ก็ยังไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย หมัดลึกลับนั้นซัดเข้าใส่เขาอย่างไม่ปรานีราวกับจะบดขยี้เขาทั้งเป็น
“ปั่ก!”
จูหยุนครางต่ำออกมา เลือดแทบพุ่งออกจากปาก ใบหน้าอิดโรยแทบหมดแรง
“ฮ่าก ฮ่าก ฮ่าก…”
เขายืนหอบหายใจถี่อยู่กับที่ เหงื่อเย็นเกาะเต็มหน้าผาก ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ขณะเดียวกันก็มองไปยังบรรพชนฉิงซาน
บรรพชนฉิงซานในตอนนี้ก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน ดูก็รู้ว่าเขาเองก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก
เมื่อครู่ ตอนจูหยุนเปิดหนังสือ เขาเองก็เหลือบตามองไปเล็กน้อย ทว่าไม่เหมือนคราวก่อน เจตจำนงของหมัดคงกระพันครั้งนี้รุนแรงราวกับคลื่นมหึมาถาโถมเข้าใส่เขา โชคดีที่เขามีระดับพลังสูงพอ จึงไม่ถึงกับเละเทะเหมือนจูหยุน
สาเหตุนั้น เขาคิดว่าเป็นเพราะวิชาฝึกของพวกเขา
สำนักฉิงซานใช้สายพลังแบบนุ่มนวล พวกเขาจึงเข้ากับหมัดไทเก๊กได้ดีและได้ประโยชน์มาก
แต่หมัดคงกระพันเป็นวิชาสายแข็งอย่างที่สุด เป็นพลังขั้วตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ย่อมเป็นตัวขัดขวางอย่างชัดเจน
และแน่นอนในสายตาของบรรพชนฉิงซาน สาเหตุที่จูหยุนเปิดเจอวิชาสายแข็งแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะอี้เฟิงจงใจ
นั่นคงเป็นบทลงโทษเล็ก ๆ ของท่านอาวุโสที่มีต่อความไร้มารยาทของจูหยุน
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนลุงหลานที่กำลังรู้สึกไม่ปกติอยู่นั้น อี้เฟิงกลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เมื่อรู้สึกถึงสายลมเย็นวูบหนึ่ง เขาจึงลุกขึ้นพูดว่า “เริ่มเย็นแล้ว พวกท่านเข้ามานั่งข้างในกับข้าดีกว่า!”
พูดจบ อี้เฟิงก็เดินเข้าบ้านไปก่อน
“ท่านลุง เรื่องเมื่อกี้มัน…” จูหยุนมองบรรพชนฉิงซานด้วยสีหน้าที่ยากจะเชื่อ
“เจ้านี่นะเจ้า…” บรรพชนฉิงซานชี้หน้าเขาดุว่า “ปกติก็จัดว่าหัวไวอยู่หรอก ทำไมครั้งนี้ถึงได้โง่นัก เจ้าไม่รู้ตัวเลยหรือ ว่าเมื่อกี้เจ้าก้าวเท้าเข้าใกล้ยมบาลไปแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น แถมเกือบลากข้าไปตายด้วยอีก!”
“ท่านลุง นี่มัน…นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” จูหยุนถาม
“ยังมีหน้ามาถามข้าอีก เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ?” บรรพชนฉิงซานดุด่า “เจ้าคิดจริง ๆ หรือ ว่าข้าจะไปนอบน้อมกับคนธรรมดา? เจ้าคิดจริง ๆ หรือ ว่าไอ้หนุ่มคนนั้นเป็นแค่คนธรรมดา?”
“อะไรนะ?”
จูหยุนตกใจสุดขีด “แต่ว่า…แต่เขาไม่มีพลังเลยสักนิดนี่นา!”
“ฮึ!” บรรพชนฉิงซานส่งเสียงขึ้นจมูก ก่อนกล่าว “ที่เจ้าดูไม่ออกว่าเขามีพลังหรือไม่ ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีพลัง แต่เพราะระดับสายตาของเจ้าไม่ถึง แม้แต่ข้าเองยังมองไม่ออกเลย เจ้าจงรู้ไว้ เขาคือยอดฝีมือระดับคืนสู่ธรรมชาติที่บรรลุถึงระดับฟ้าดิน แค่หนังสือยุทธ์ที่เขาวางไว้ก็เป็นเครื่องยืนยันได้แล้ว!”
“และเมื่อกี้ที่เจ้าล่วงเกินเขา ไปแตะของโดยไม่ได้รับอนุญาต อาการบาดเจ็บของเจ้าก็คือบทเรียนที่ท่านอาวุโสมอบให้เจ้า!”
“เจ้าควรจำใส่ใจไว้ให้ดี!”
บรรพชนฉิงซานพูดช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ
เมื่อนึกถึงความน่ากลัวของหนังสือยุทธ์เมื่อครู่ จูหยุนถึงกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
เขาไม่กล้าตั้งคำถามใด ๆ กับคำพูดของบรรพชนฉิงซานอีกต่อไป มีแต่ความรู้สึกกลัวและสำนึกเต็มหัวใจ เมื่อนึกย้อนดู เขาก็รู้ได้เลยว่าเมื่อครู่ตนเองนั่นแหละที่เฉียดความตายไปจริง ๆ
ไม่น่าแปลกใจ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมท่านลุงถึงได้สุภาพกับอีกฝ่ายขนาดนั้น
จะโทษใครได้ นอกจากโทษตัวเองที่โง่เง่ายิ่งกว่าหมู ไม่ดูให้ออกตั้งแต่แรก
“แต่ท่านลุง…คนที่มีพลังระดับนั้น ทำไมถึงมาอยู่ในเมืองเล็ก ๆ อย่างผิงเจียงล่ะ?” จูหยุนยังสงสัยอยู่ดี
เมื่อได้ยินคำถามนี้ บรรพชนฉิงซานก็หันไปมองไกล ๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง พูดเสียงเบา ๆ ว่า “ข้าคาดว่า…ท่านอาวุโสอาจเพียงแต่ต้องการใช้ชีวิตธรรมดา ๆ เท่านั้นและบังเอิญเราโชคดีมาเจอเข้า…แต่ก็อาจจะเป็นเพราะ…”
บรรพชนฉิงซานพูดถึงตรงนี้ก็หยุดลงอย่างมีนัย
“เป็นเพราะอะไร?”
จูหยุนกลั้นหายใจ สีหน้าตึงเครียดอย่างยิ่ง รอฟังคำต่อไป...