- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 10 ท่านอาวุโสถึงกับใส่ใจขนาดนี้ แค่มีดทำครัวยังต้องระดับนั้น?
ตอนที่ 10 ท่านอาวุโสถึงกับใส่ใจขนาดนี้ แค่มีดทำครัวยังต้องระดับนั้น?
ตอนที่ 10 ท่านอาวุโสถึงกับใส่ใจขนาดนี้ แค่มีดทำครัวยังต้องระดับนั้น?
ตอนที่ 10 ท่านอาวุโสถึงกับใส่ใจขนาดนี้ แค่มีดทำครัวยังต้องระดับนั้น?
บรรพชนชิงซานหยิบถั่วฝักยาวที่อี้เฟิงล้างไว้แล้วขึ้นมา มือสั่น ๆ เตรียมหั่น แต่ก็ยังคุมมือที่จับมีดไม่ค่อยอยู่
ก็แหงล่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้จับของระดับนี้ มือไม้เลยสั่นจนผ่านไปครึ่งธูปก็ยังหั่นถั่วไม่เสร็จ
“มีดนี่ใช้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แฮะ ดูท่าคงต้องเปลี่ยนแล้วล่ะ”
อี้เฟิงเอ่ยด้วยสีหน้าเกรงใจจริงจัง เขาเองก็คิดอยู่นานแล้ว มีดเล่มนี้เขาตีขึ้นเมื่อตอนเพิ่งฝึกตีเหล็กใหม่ ๆ ถึงจะแหลมคมพอสมควร แต่กลับรู้สึกว่าใช้ไม่ถนัดเอาเสียเลย
ได้ยินแบบนั้น บรรพชนชิงซานถึงกับตัวสะดุ้ง
ท่านอาวุโสสมกับเป็นท่านอาวุโสจริง ๆ
ถึงกับมีมาตรฐานขนาดนี้แม้แต่กับมีดหั่นผัก
ต้องรู้ไว้นะมีดที่ท่านว่าใช้ไม่ค่อยดีนี่น่ะ สำหรับเขาแล้วคือของล้ำค่าในฝันที่อยากได้สุดชีวิตเลย แต่ในสายตาท่านอาวุโสกลับไม่คู่ควรแม้แต่จะหั่นถั่ว?
“ท่านอาวุโสช่างถ่อมตัวเกินไปแล้ว ของระดับนี้จะไม่ดีได้อย่างไร” บรรพชนชิงซานถอนใจเงียบ ๆ “ถ้าข้ามีมีดแบบนี้ใช้บ้างก็คงดีสิ…”
อี้เฟิงได้ยินก็ได้แต่ถอนใจเงียบ ๆ ดูท่าชายชราคนนี้จะจนจริง ๆ ถึงขั้นไม่มีแม้แต่มีดทำกับข้าวดี ๆ ใช้
ผ่านไปไม่นาน อาหารสามอย่างซุปหนึ่งก็วางลงบนโต๊ะด้วยฝีมืออี้เฟิง
เมื่อคีบคำแรกเข้าปาก บรรพชนชิงซานกับหลัวหลานเสวี่ยก็เบิกตาโพลง
พวกเขาสาบานว่าทั้งชีวิตนี้ไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย
อี้เฟิงเห็นสายตาของทั้งสองก็ยิ้มพอใจ เรื่องอาหารเขามั่นใจอยู่บ้าง
ถึงเขาจะเป็นคนขี้เกียจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกเพราะอาหารในโลกนี้รสชาติห่วยมาก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าประจำฝั่งตรงข้ามที่จริงก็ฝึกทำมาจากเขานั่นแหละ ดังนั้นเขาจึงต้องลงมือทำเองเพื่อความอยู่รอด
...
ระหว่างที่พวกเขานั่งกินดื่มกัน
ที่หลังเรือน
เจ้าหมาจรซึ่งโดนอี้เฟิงเตะสลบก็ค่อย ๆ ฟื้นสติ
“อ๊าโฮ่ย เจ็บชะมัด!”
“เจ้ามนุษย์สารเลว กล้าดียังไงมาทำข้าแบบนี้ เดี๋ยวข้าฟื้นตัวเมื่อไร ข้าจะฉีกเจ้าทิ้งแน่!”
ในใจหมาน้อยคำรามเต็มไปด้วยความแค้น อย่าลืมสิ เขาน่ะไม่ใช่หมาจรทั่วไป เขาคืออ๋าวชิ่งลูกชายของจักรพรรดิหมาป่าอสูรกลืนฟ้า แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับมนุษย์ธรรมดาแบบนี้ มันช่างเป็นความอัปยศที่สุดในชีวิต
น่าชัง! ข้าน่าชังยิ่งนัก!
“หากไม่ใช่เพราะข้าหนีออกจากเผ่า ถูกคนร้ายเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส พลังไม่ถึงเสี้ยว ข้าจะมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้รึ?”
“อย่าให้ข้าหาเจอ ข้าจะฉีกเจ้าห้าร่างแปดท่อนเลย!”
ระหว่างที่บ่นในใจ อ๋าวชิ่งก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
แต่ทันใดนั้น...
แสงสะท้อนนับไม่ถ้วนสาดใส่เข้าเต็มตา แสบจนต้องหรี่ตาแน่น ราวกับตกอยู่ในทะเลแสงของมีดดาบ
พอฝืนลืมตามองก็เห็นว่ารอบตัวเขามีอาวุธกระจัดกระจายเต็มไปหมด
“พวกอาวุธนี่มัน…”
อ๋าวชิ่งอ้าปากค้างอย่างตกใจ อาวุธทั้งหมดที่เห็นอย่างต่ำสุดก็ระดับวิญญาณ?
ตายล่ะ
เขาเริ่มไม่แน่ใจในชีวิตตัวเองอีกแล้ว
ต่อให้เขาเป็นลูกจักรพรรดิหมาป่าอสูรกลืนฟ้า ก็ยังไม่เคยเห็นของระดับวิญญาณเยอะขนาดนี้มาก่อน
แม้แต่พ่อเขาเองก็ยังไม่แน่ว่าจะเคยเห็นของพวกนี้มากเท่าไหร่
ที่แย่ยิ่งกว่านั้น ของพวกนี้ยังถูกโยนเหมือนขยะ นี่มันใครกันแน่ถึงได้ใจถึงเบอร์นี้?
“เดี๋ยวนะ...”
อ๋าวชิ่งเริ่มรู้สึกแปลก ๆ อีกรอบ เขาเพ่งมองใหม่อีกครั้งและพบว่าอาวุธทั้งหมดที่กระจัดกระจายอยู่นั้นเป็นของมีตำหนิหรือของที่ไม่สมบูรณ์
“โอ๊ย...บัดซบ!”
ยิ่งคิดก็ยิ่งขนลุก ของที่บกพร่องยังเป็นระดับวิญญาณ ถ้าเป็นของสมบูรณ์ล่ะจะระดับไหน?
ต้องรู้ไว้ว่าใครที่ตีของสมบูรณ์ถึงระดับวิญญาณได้น่ะถือว่าเทพแล้ว
แต่นี่แค่ของเสียก็ยังระดับวิญญาณ แบบนี้มันมันคือปีศาจชัด ๆ
“นี่มันเป็นที่ไหนกันแน่ฟะเนี่ย? ใครเป็นเจ้าของของพวกนี้กัน?”
เขาเริ่มใช้แรงเฮือกสุดท้ายยันตัวขึ้น เดินกะเผลก ๆ สำรวจรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
แต่พอเผลอเดินเข้าไปในโถงหน้า...
ทันใดนั้น
รู้สึกเหมือนฟ้าถล่ม แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาแถมภาพวาดบนผนังทั้งสองข้างยังส่องประกาย
อาวุธในภาพทั้งสิบแปดเล่มเหมือนจะหลุดออกมาไล่ฟาดเขา
“อ๊าววววววววววว!!!”
อ๋าวชิ่งกรีดร้อง วิ่งหนีแทบหางจุกตูด
ขาเขาแทบอ่อนหมดแรง ไม่กล้ามองอะไรอีกแล้ว
เขาวิ่งหนีอุตลุดไปอีกทิศ
เข้าเขตใหม่แบบระวังตัว
“ฮู่ว...โล่งอกไปที”
ดูเหมือนไม่มีอะไรน่ากลัว
แต่มีคนอยู่...
และในนั้นก็มีมนุษย์สารเลวคนนั้นอยู่ด้วย...
สายตาอ๋าวชิ่งลุกวาวด้วยความแค้น กำลังจะพุ่งตัวเข้าใส่เพื่อฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ
แต่...
วินาทีเฉียดตาย อ๋าวชิ่งชะงักกึก
เพราะคนที่กำลังกินข้าวร่วมโต๊ะกับไอ้มนุษย์คนนั้นคือ...