- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 2 ยอดคนลึกลับที่แสร้งเป็นมนุษย์ธรรมดา
ตอนที่ 2 ยอดคนลึกลับที่แสร้งเป็นมนุษย์ธรรมดา
ตอนที่ 2 ยอดคนลึกลับที่แสร้งเป็นมนุษย์ธรรมดา
ตอนที่ 2 ยอดคนลึกลับที่แสร้งเป็นมนุษย์ธรรมดา
“นี่มัน...”
ลั่วหลานเสวี่ยถอยหลังหลายก้าวกว่าจะประคองตัวเองได้มั่น แม้จะยังไม่หายเจ็บก็ไม่อาจสนใจ ตอนนี้นางมองหนังสือในมือของอิ่นลั่วหลีด้วยแววตาตื่นตะลึง
“นี่มัน...เจตจำนงแห่งยุทธ์!”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จิตใจของลั่วหลานเสวี่ยก็ปั่นป่วนราวกับคลื่นโหมกระหน่ำ
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
นางกลับเห็นเจตจำนงแห่งยุทธ์ในหนังสือภาพที่ขายโดยมนุษย์ธรรมดา หากไม่ใช่เพราะบาดแผลในกายยังเตือนสติอยู่ นางคงนึกว่าตัวเองฝันไปแล้ว
เจตจำนงแห่งยุทธ์ของที่มีอยู่ในตำนาน
ไม่ต้องพูดถึงตัวนาง แม้แต่อาจารย์ของนางที่เป็นผู้ฝึกตนระดับวิญญาณก็ยังไม่สามารถเข้าใจถึงเจตจำนงนี้ได้
ว่ากันว่ามีเพียงผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิเท่านั้นจึงจะเริ่มจับสัมผัสได้
ที่นางรู้จักเจตจำนงแห่งยุทธ์นี้ ก็เพราะครั้งหนึ่งอาจารย์ชิงซานพานางเข้าสู่มรดกแห่งสำนัก เคยให้นางสัมผัสเพียงเล็กน้อย แต่เทียบกับในหนังสือเล่มนี้ มันช่างเลือนรางราวแสงหิ่งห้อยเทียบกับดวงจันทร์
“พี่จ๋า เป็นอะไรไปหรือ?” อิ่นลั่วหลีรีบถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นลั่วหลานเสวี่ยกระอักเลือด
“ข้าไม่เป็นไร ขอข้าดูหนังสือเล่มนั้นของเจ้าได้ไหม?” ลั่วหลานเสวี่ยถามเร่งร้อน ดวงตาทั้งคู่มองแต่หนังสือเท่านั้น
“ได้สิ~ หนังสือนี้สนุกจริง ๆ นะ~” อิ่นลั่วหลียื่นแขนส่งให้อย่างเต็มใจ
ลั่วหลานเสวี่ยรับหนังสือไว้ด้วยความระมัดระวัง แต่ทันใดนั้นก็หันมามองอิ่นลั่วหลีด้วยสายตาตกตะลึง
“ลั่วหลี เจ้า...เจ้า เจ้า...”
ดวงตาลั่วหลานเสวี่ยเบิกกว้าง หัวใจเต้นถี่ ตัวสั่นไหวเหมือนเห็นอะไรที่เหลือเชื่อ
“อะไรหรือพี่จ๋า?” อิ่นลั่วหลีถามตาใส
“ระดับพลังของเจ้า...ทำไมมันเพิ่มขึ้นขนาดนี้?” ลั่วหลานเสวี่ยตกตะลึง
ตอนนางลงจากเขา ตรวจสอบระดับพลังของลั่วหลีเองกับมือ ยังเป็นแค่นักสู้ระดับหนึ่ง
แต่ตอนนี้...
ระดับห้าแล้ว
“ห๊ะ?”
อิ่นลั่วหลีรีบตรวจสอบพลังของตัวเองตามคำพูด
“จริงด้วย~ ข้านี่มันอัจฉริยะชัด ๆ ฮ่าๆๆ~” นางหัวเราะภูมิใจในตัวเอง
แต่ลั่วหลานเสวี่ยกลับสูดลมหายใจลึก
แม้ลั่วหลีจะมีพรสวรรค์ดี แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทะลวงได้ถึงห้าระดับในเวลาอันสั้น
เหตุผลเดียวที่เป็นไปได้...
นางหันไปมองหนังสือในมือ
ในตอนนี้ จิตใจของนางไม่อาจสงบได้อีก
นางประคองหนังสือด้วยมือที่ยังสั่นเล็กน้อย แล้วเปิดอย่างระมัดระวัง
“หมัดไทเก๊ก”
แค่เห็นสามคำนี้ที่เขียนหวัด ๆ คดเคี้ยว แต่ลึก ๆ แล้วมีพลังแฝงมหาศาล ลั่วหลานเสวี่ยก็ถูกดูดเข้าไปในนั้นโดยไม่รู้ตัว
ในสายตานาง เหมือนโลกอีกใบปรากฏขึ้น
แผนผังแปดทิศที่แปลกประหลาด ตัวนางเองยืนอยู่ตรงกลาง เมื่อแหงนหน้าขึ้นเห็นท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาว ดวงดาวเหล่านั้นเรียงตัวเป็นลวดลายลี้ลับ
นางเผลอเปิดหน้าถัดไปอย่างไม่รู้ตัว
ในภาพ เด็กน้อยผู้หนึ่งเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวาและทันใดนั้นก็มีฝ่ามืออันยิ่งใหญ่โถมเข้าใส่เบา ๆ
ลมหายใจของนางกระชั้นถี่ เหงื่อเย็นซึมหน้าผาก
ในตอนนั้น นางรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงเรือเล็กในพายุที่โหมกระหน่ำ พร้อมจะอับปางทุกเมื่อ นางจึงรีบปิดหนังสือพลางหอบหายใจอย่างหนัก
“พี่จ๋า เป็นอะไรอีกล่ะ?” อิ่นลั่วหลีคว้ามือพี่สาวอย่างตกใจ
ลั่วหลานเสวี่ยยังไม่อาจตั้งสติได้ ต้องใช้เวลานานกว่าจะค่อย ๆ ผ่อนคลายและเมื่อจะพูดอะไรออกมาก็ต้องตกใจอีกครั้ง
นางเพิ่งรู้ว่าระดับพลังของตัวเองได้ทะลวงจากนักสู้ระดับเก้าเป็นปรมาจารย์ยุทธ์แล้ว
ลั่วหลานเสวี่ยช็อกนิ่ง
นักสู้ระดับเก้ากับปรมาจารย์ยุทธ์มีเส้นแบ่งขวางกั้นที่ยิ่งใหญ่ มีคนมากมายที่ติดอยู่ระดับเก้าทั้งชีวิตไม่อาจข้ามไปได้
แม้นางมั่นใจในพรสวรรค์ก็ยังคาดว่าคงต้องใช้อีกปีหนึ่งถึงจะทะลวงได้
แต่ตอนนี้แค่ไม่ถึงเวลาชงน้ำชา?
หากเรื่องที่พวกนางทั้งคู่ทะลวงระดับได้ในวันนี้แพร่ออกไป คงสะเทือนทั้งหนานซาแน่นอน
นางเช็ดเหงื่อจากหน้าผาก กำหนังสือไว้แน่นราวกับสมบัติล้ำค่า
“พี่จ๋า เป็นอะไรไปหรือ?” อิ่นลั่วหลีมองพี่สาวที่มีท่าทางแปลกประหลาดด้วยความกังวล
พี่สาวของนางเคร่งครัดกับตัวเองเสมอ อยู่แต่ในสภาวะฝึกฝนตลอดเวลาหรือว่านางจะเครียดจนจิตแตกไปแล้ว?
“ลั่วหลี!” ลั่วหลานเสวี่ยฟื้นคืนสติ จับแขนน้องสาวแน่น พูดอย่างเคร่งขรึม “สัญญากับข้า เรื่องของหนังสือเล่มนี้...ห้ามบอกใครเด็ดขาด แม้แต่ครึ่งคำ!”
“ทำไมหรือ?”
อิ่นลั่วหลีถามด้วยความสงสัย ดวงตาโตใสปิ๊ง
“เจ้าไม่ต้องรู้อะไรมาก รู้แค่ว่า...หนังสือเล่มนี้...” ลั่วหลานเสวี่ยสูดลมหายใจลึก กล่าวจริงจัง “อาจเป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเจ้า และยังอาจเกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของสำนักชิงซานของเรา”
“หา?”
อิ่นลั่วหลีถึงกับอึ้ง รับข้อมูลนี้ไม่ทัน
“และข้าต้องรีบนำมันกลับไปให้อาจารย์ดูทันที” ลั่วหลานเสวี่ยเสริม
“ก็ได้...”
อิ่นลั่วหลีเกาศีรษะ ยังอ่านไม่จบเลย แม้จะเสียดาย แต่เห็นพี่สาวดูจริงจังมากก็คงต้องยอม
นางยังไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงเป็นโอกาสยิ่งใหญ่ในชีวิตนางได้หรือจะมีผลถึงความเป็นความตายของสำนักด้วย?
ลั่วหลานเสวี่ยจึงรีบลากอิ่นลั่วหลีกลับสำนักทันที
เมื่อคิดย้อนไป...
ชายหนุ่มคนนั้นที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นอน ท่าทางสง่างามแบบนั้นจะเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาได้ยังไงกัน?
เขาจะต้องเป็นยอดฝีมือลึกลับที่แกร่งจนยากจะคาดเดาและบรรลุขั้นคืนสู่สามัญมาเยือนเมืองเล็กแห่งนี้เพียงเพื่อเล่นสนุกเท่านั้น
...