เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.103 - องค์หญิงหยุนหยาน

DND.103 - องค์หญิงหยุนหยาน

DND.103 - องค์หญิงหยุนหยาน


นั่นหมายความว่าด้วยความยินยอมของพ่อแม่เช่นนี้...ซือหยูจะได้เป็นบุตรเขยตระกูลเฉิน! และจะได้แต่งงานกับบุพผาแห่งร้อยตระกูล!

อกลี่คงหุยแทบจะระเบิด! ตั้งแต่ซือหยูปรากฏตัวขึ้นก็ไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามที่คาดสักอย่าง

ยิ่งไปกว่านั้นซือหยูยังช่วงชิงหัวใจนางอันเป็นที่รักของเขา และยังช่วงชิงหัวใจของพ่อแม่นางไปอีก! เขาได้เยอะเกินไปแล้ว!

ตระกูลลี่ได้ต้อนรับซือหยูด้วยความเอื้อเฟื้อ...และเขาตอบแทนด้วยความเนรคุณ!

“ก็ได้! หลังจากนี้ข้าจะแนะนำให้พวกเจ้ารู้จักกัน!”

ลี่คงหุยกัดฟันแน่น แววตาชิงชัง

เฉินซื่อเอ๋อยิ้ม

“ขอบคุณนะพี่คงหุย พี่เป็นคนดีจริงๆ”

เฉินซื่อเอ๋อหน้าแดงเมื่อขมริมฝีปาก

“จริงๆแล้วพ่อแม่ข้าชอบพี่ซือหยู หากเป็นไปได้ ถ้าพวกเราหมั้นกัน….พี่ต้องไปงานแต่งงานของข้าด้วยนะ”

ผู้นำตระกูลเฉินคิดจะผูกติดซือหยูผ่านการแต่งงาน

เอื้อก---

คำพูดของนางทำให้เขารู้สึกราวกับถูกกระหน่ำแทงอย่างไร้ปรานีอีกครั้ง

“ซือหยู!”

ลี่คงหุยแอบคำรามในใจ เขาเกลียดชิงซือหยูจนถึงกระดูกดำ!

ซือหยูยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วยาม ซือหยูยังคงประลองกับคนหลายคนในคราเดียวต่อไป!

ในเวลาทีเหลืออยู่นี้ ซือหยูเลี่ยงที่จะประลองกับกึ่งราชันย์ อย่างน้อยก็เพื่อหลีกเลี่ยงจุดจบอันน่าเศร้า

ซือหยูประลองกับอีกสิบคน

ในนั้นมีสตรีที่เป็นกึ่งราชันย์อยู่ด้วย

หลังจากชนะระดับเก้าขั้นสูงทั้งเก้าคน ก็เหลือกึ่งราชันย์เพียงคนเดียว

“ถึงตาเจ้าแล้ว! เข้ามาซะ!”

ซือหยูแอบจับเวลา เวลาที่เหลืออยู่นี้มิอาจชนะนางได้

“ข้าชื่อเฉินซื่อเอ๋อ...ข้าขอยอมแพ้!”

กึ่งราชันย์วิ่งออกจากลานประลองด้วยใบหน้าแดงก่ำ

ซือหยูตกใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่ศัตรูของเขายอมแพ้ตั้งแต่ก่อนที่จะต่อสู้

แม้จะเป็นระดับเก้าขั้นสูงที่รู้ตัวว่ามิอาจสู้ได้ก็ต่อสู้จนถึงที่สุด

แต่กึ่งราชันย์นางนี้กลับยอมแพ้ตั้งแต่แรก!

ยิ่งไปกว่านั้นซือหยูยังแทบจะไม่ได้เห็นหน้านางด้วยซ้ำ

ฉีลั่วหลานตีระฆังทองแดงและประกาศอย่างเย็นชา

“ซือหยูชนะสี่สิบเก้าครั้งติดต่อกัน ได้เก้าสิบแปดคะแนน รวมกับโอสถหกขวดและบุพผาห้ากลีบ มีคะแนนทั้งหมดหนึ่งร้อยสิบห้าคะแนน”

“คนต่อไป...เจ้า!”

ฉีลั่วหลานชี้นิ้วแบบสุ่มไปยังลี่คงหุย

ลี่คงหุยส่งสายตาเชือดเฉือนไปยังซือหยู เขากระโดดขึ้นลานประลองและชี้ไปยังกลุ่มคน

“ข้าจะประลองกับพวกเจ้าทั้งยี่สิบคน!”

ทุกคนตกอยู่ในความโกลาหล!

ผู้นำตระกูลลี่ขมวดคิ้ว

“ถูกอารมณ์ครอบงำ กระทำอย่างไร้สติ!”

ความหยาบคายของซือหยูนั้นมิใช่เรื่องจริงแม้แต่น้อยด้วยพลัง แต่เป็นลี่คงหุยเองที่ตกอยู่ในอารมณ์และอยากจะประลองกับยี่สิบคนเพื่อชิงชัยกับซือหยูและอวดเก่งต่อหน้าสตรี!

บรรยากาศความเร่าร้อนของผู้ชมมิได้ปะทุอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ลี่คงหุยผิดหวังเล็กน้อย เขาหันไปมองด้วยไฟแค้น

เฉินซื่อเอ๋อไม่แม้แต่มองลานประลอง นางยืนอยู่ข้างพ่อแม่และจ้องมองซือหยูอย่างหลงใหล!

“ซือหยู!”

กระบวนท่าของลี่คงหุยนั้นป่าเถื่อนและบ้าบิ่น ทุกกระบวนท่าเต็มไปด้วยช่องโหว่ เขาโจมตีจู่โจมไปอย่างร้อนใจและไร้แผนการ

“นี่เป็นแค่การประลอง เจ้ายังป่าเถื่อนเช่นนี้อีก! พวกเรา โจมตีมันในทีเดียวเลย!”

ลี่คงหุยได้ทำให้ระดับเก้าขั้นสูงทั้งยี่สิบคนโกรธแค้นอย่างไม่ตั้งใจ

ไม่เหมือนกับซือหยู...ลี่คงหุยมิได้มีวิชาบ่มเพาะที่สามารถจัดการกับคนกลุ่มใหญ่ได้ และการต่อกรกับคนมากมายขนาดนี้นั้นยากดั่งเข็นครกขึ้นภูเขา

ด้วยความโกรธแค้นของศัตรูนั้นทำให้ยากที่เขาจะรับมือไหว เขาตกอยู่ในอันตราย!

หลังจากหนึ่งชั่วยาม ในยี่สิบคนนี้...ลี่คงหุยเอาชนะได้เพียงสิบห้าคน

แต่ยังไงเขาก็ชนะ เขาทำตามเงื่อนไงสิบคนได้สำเร็จ

เขาบาดเจ็บหลายแห่งในร่างกาย ใบหน้าของเขาดำมืด เสื้อผ้าของเขาฉีกขาด แววตานั้นเสียใจ

เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้นี้เกินมือลี่คงหุย

และยังไม่มีกึ่งราชันย์ปะปนอยู่ในกลุ่มเลยสักคน...มิเช่นนั้นโอกาสที่เขาจะแพ้คงมหาศาล

เมื่อเห็นเช่นนี้เฉินซื่อเอ๋อก็หันไปมองซือหยูอีกครั้ง ความสะบักสะบอมของลี่คงหุยได้ทำให้ความนับถือซือหยูในตัวนางล้ำลึกขึ้น

เอื้อก--

ท่าทางสนใจซือหยูของเฉินซื่อเอ๋อทำให้หัวใจลี่คงหุยกระตุกอย่างแรก

เขาได้ประลองกับยี่สิบคนเพื่อแข่งกับซือหยูและเพื่อพิสูจน์ต่อเฉินซื่อเอ๋อว่าเขาก็ประลองกับคนมากมายได้ในคราเดียวเช่นกัน เขาทำไปเพื่อหวังว่าเฉินซื่อเอ๋อจะเปลี่ยนใจ

แต่เขาไม่รู้เลยว่าเขากลับได้ช่วยทำให้ซือหยูดูดีขึ้นกว่าเดิม ทำให้ความหลงใหลในตัวซือหยูของเฉินซื่อเอ๋อนั้นมากขึ้นไปอีก!

“เมื่อกลับตระกูลแล้ว...จงหันหน้าชนกำแพงชะโงกดูเงาตัวเองไปเสียครึ่งปี!”

ผู้นำตระกูลลี่ก่นด่าด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

เหตุที่ซือหยูประลองกับคนได้มากมายในคราเดียวก็เพราะเขาชำนาญการต่อสู้ครบหลายด้าน และยังปรับให้ต่อสู้ได้จริง อีกทั้งยังมีวิชาบ่มเพาะที่รับมือได้กับคนเป็นกลุ่ม

ต่างกับลี่คงหุยที่มิได้มีทักษะเหนือกว่าผู้ใดมากนัก เขายังไม่มีวิชาไว้ใช้จัดการกับคนเป็นกลุ่มอีกด้วย

ความอยากเลียนแบบซือหยูนั้นทำให้เขาเป็นเช่นนี้! เขาได้ทำให้ชื่อเสียงตระกูลลี่หม่นหมอง...เป็นความอับอายแห่งวงศ์ตระกูล!

โชคดีที่ในสายตาคนนอก ซือหยูยังนับเป็นสมาชิกตระกูลลี่ มิเช่นนั้นตระกูลลี่คงมิได้รับสายตาเกรงใจเช่นนี้

ผู้นำตระกูลลี่ถอนหายใจ การที่ชื่อเสียงของตระกูลเขาถูกคนนอกรักษาเอาไว้นั้นช่างตลกร้ายยิ่งนัก

ฉีลั่วหลานเรียกผู้แข็งแกร่งขึ้นมายังลานประลอง

อู๋ผางหยุน หลิวกวง และเหล่าสตรีอายุสิบแปดอันงดงามที่เป็นราชันย์ระดับหนึ่ง

พวกเขาถูกยั่วยุโดยซือหยู พวกเขาทั้งสามเลือกที่จะประลองกับหลายคนในคราเดียว

การต่อสู้ของราชันย์นั้นน่าตื่นตายิ่งนัก!

สตรีอันงดงามนั้นสำเร็จขั้นราชันย์ระดับหนึ่งมาไม่นาน และนางมิได้มีวิชาต่อสู้กับคนจำนวนมาก นางจึงเอาชนะได้เพียงสิบห้าคนในหนึ่งชั่วยาม ร่วมกับโอสถที่นางได้แล้ว นางมีคะแนนหนึ่งร้อยสิบสองคะแนน

แม้หลิวกวงจะสำเร็จขั้นราชันย์ระดับหนึ่งมาไม่นาน เขาก็มาจากสภาพแวดล้อมอันยากลำบากในเฉินยี่ที่มิได้มีทรัพยากรมากนัก ดังนั้นด้วยพลังอันแข็งแกร่งของเขา...เขาชนะได้ถึงหกสิบคน รวมกับโอสถที่ได้แล้วเขามีคะแนนหนึ่งร้อยยี่สิบสองคะแนน

แต่คนที่น่าทึ่งที่สุดคึออู๋ผางหยุน เขาเป็นราชันย์ขั้นหนึ่งเช่นกัน แต่ก็เหนือกว่าสตรีงดงามและหลิวกวง เขาชนะไปเจ็ดสิบสองคน รวมกับโอสถที่ได้มาทำให้เขามีคะแนนหนึ่งร้อยสี่สิบสองคะแนน!

อู๋ผางหยุนทำให้ทุกคนนิ่งงัน!

“อย่างที่คิดเลย คนจากตระกูลลำดับสาม ตระกูลอู๋นั้นมีอัจฉริยะอย่างอู๋ผางหยุนที่ยากจะพบ”

“หลิวกวงที่มาจากเกาะแห้งแล้งนั่นก็มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่านั้น มาจากพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัดและยังมีพลังอันหาตัวจับยาก!”

“องค์หญิงหยุนหยานก็เก่งไม่แพ้กัน!”

องค์หญิงหยุนหยานมีอายุสิบแปดปีและงดงาม รูปร่างอันสง่างามมาพร้อมส่วนโค้งเว้าอย่างปราณีต ชุดสีขาวพระจันทร์ของนางไร้ที่ติ ใบหน้าของนางงดงามจนเกือบลืมหายใจ ผิวหนังขาวราวกับเคลือบด้วยหิมะ ดวงตาสดใสของนางราวกับน้ำตกใสกระจ่างในป่าลึก บริสุทธิ์ไร้สิ่งด่างพร้อย ริมฝีปากแดงมาพร้อมกับใบหน้าไร้ที่ติไร้มลทิน

นางยืนอย่างเขินอายขณะที่ห้วงเวลาหยุดนิ่งไปกับนาง

ความสง่างามของนางมิอาจเทียบเคียงได้กับผู้ใด

คนรอบข้างต่างหมองอย่างเหม่อลอย รู้สึกตัวอีกทีจึงรีบหันไปมองทางอื่น

องค์หญิงหยุนหยานคือคู่หมั้นขององึ์ชายจากแคว้นอื่น องค์ชายผู้นั้นเข้าเป็นศิษย์ในได้สำเร็จในปีที่แล้ว พลังของเขาแข็งแกร่งจนน่ากลัว หากใครประสงค์ร้ายต่อองค์หญิงหยุนหยานก็ยากที่จะคิดว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง!

เมื่อได้ยินเสียงคนพูดคุยกันซือหยูจึงหันไปมององค์หญิงหยุนหยาน

ไร้ที่ติและสง่างาม...นางงดงามหาใดเทียบ

ในตอนนั้นซือหยูเห็นภาพลวงตาของเซี่ยจิงหยู

แต่ในเสี้ยววินั้นเขาก็ส่ายหัวและมองไปทางอื่น

แม้น่าจะงดงาม แต่ก็ยากที่จะแทนที่เซี่ยจิงหยูที่อยู่ในใจเขา

จริงๆแล้ว...องค์หญิงหยุนหยานก็สำรวจซือหยูอยู่ด้วย

เป็นปกติที่นางจะต้องสนใจเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ที่มีพลังอันน่าทึ่งอยู่แล้ว

เมื่อเห็นแววตาบริสุทธิ์ของซือหยูก็ทำให้องค์หญิงหยุนหยานที่มักจะเคยชินกับการอดทนสายตาเร้นราคะจากบุรุษมากมายเริ่มชอบเขา

นางยิ้ม...รอยยิ้มนั้นเพียงพอที่จะลบล้างทั้งเมือง

“การประลองจบลงแล้ว ต่อไปเป็นการจัดร้อยลำดับแรก!”

“กฏคือคนที่มีคะแนนต่ำสุดจะต้องประลองกับคนที่มีคะแนนสูงกว่า หากชนะจะได้คะแนนหนึ่งในสามจากคนที่ประลอง หากแพ้จะต้องเสียคะแนนหนึ่งในสามให้กับคนที่ประลองด้วย”

“หากเสมอ คนที่ถูกท้าประลองจะต้องให้คะแนนที่ท้าประลองหนึ่งในสี่ส่วน”

“คะแนนจะถูกคิดหลังการประลอง ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ผู้ที่คะแนนน้อยที่สุดจะต้องประลองกับคนที่คะแนนสูงกว่า!”

หลายคนมีคะแนนเพียงหนึ่งหรือสองคะแนน หลังจากพูดคุยกันแล้วพวกเขาก็เลือกคนที่จะประลอง

จากต่ำสุดสู่สูงสุด ผู้ชนะจะได้ประลองกับคนที่คะแนนสูงกว่าไปเรื่อยๆ หากแพ้คนที่ประลองด้วยนั้นก็จะประลองต่อไปกับคนที่คะแนนสูงกว่า ขั้นตอนนี้จะเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะได้คนที่มีคะแนนสูงสุด...อู๋ผางหยุน!

ขั้นตอนนี้กินเวลาอยู่นาน

ในที่สุดก็มาถึงระดับของกึ่งราชันย์

เฉินซื่อเอ๋อประลองกับลี่คงหุยที่ระดับสูงกว่านาง

นางยิ้มเผยลักยิ้มทั้งสอง

“พี่คงหุย ให้ข้าชนะนะ ตกลงไหม?”

ลี่คงหุยหวั่นไหวกับท่าทางน่าสงสารของนาง แต่เขาก็ได้ยินเสียงนางบ่นพึมพำอย่างแผ่วเบา

“หลังจากข้ายอมแพ้พี่ซือหยูแล้ว...เขาจะยังรู้สึกชอบข้าอยู่ไหมนะ? หึหึ….”

คำพูดเหล่านั้นทำให้ลี่คงหุยระเบิดโทสะ!

“ซื่อเอ๋อ หามีอารมณ์ความรู้สึกใดในการประลองไม่ และยังมีผู้อาวุโสดูอยู่ หากข้ายอมแพ้เจ้าจะถูกตำหนิเอาได้”

เฉินซื่อเอ๋อไม่พอใจ

“หลังจากชนะข้าไปแล้วเจ้าก็แพ้พี่ซือหยูอยู่ดี!”

ได้ยินเช่นนั้นลี่คงหุยก็บินไปข้างหน้าด้วยความโกรธ...เขาไม่ออมมือแม้แต่น้อย!

ตู้ม--

เพียงสามกระบวนท่า ด้วยความประมาทของเฉินซื่อเอ๋อนั้นทำให้นางมองกระบวนท่าของศัตรูคลาดเคลื่อน ทำให้นางบาดเจ็บรุนแรงที่ไหล่ นางร้องเสียงดังและพ่ายแพ้

แววตาเฉินซื่อเอ๋อเศร้าพร้อมกับร่องรอยโลหิตบนริมฝีปาก น้ำตาเอ่อล้น ก่อนที่นาจะหันบินออกไป นางพูดเพียงสามคำด้วยความโกรธเกรี้ยว

“ข้า เกลียด เจ้า!”

ในตอนนั้นลี่คงหุยคืนสติจากความโกรธ แต่มันก็สายไปแล้ว!

เขาไม่มีหวังที่จะได้มีความรู้สึกลึกซึ้งกับเฉินซื่อเอ๋ออีกต่อไปแล้ว!

“ต่อไปเจ้าจะต้องประลองกับคนที่คะแนนมากกว่าเจ้า”

ฉีลั่วหลานประกาศอย่างเย็นชา

ลี่คงหุยมองคนที่เหลือ มีกึ่งราชันย์ที่มีคะแนนสูงกว่าเขามากมาย แต่เขาก็มองผ่านคนเหล่านั้นก่อนจะมองมายังซือหยู

“ข้าประลองกับคนที่ลำดับสูงกว่าหลายขั้นได้หรือไม่?”

ลี่คงหุยกัดฟัน

ฉีลั่วหลานมองไปยังทิศที่เขามอง...และพบซือหยู นางจึงพยักหน้าอย่างเยือกเย็น

“ย่อมได้!”

“ดีล่ะ ถ้าเช่นนั้น ข้าขอประลองกับซือหยู!”

ลี่คงหุยดีใจ!

ในด้านพลัง ลี่คงหุยมั่นใจว่าเขาไม่แพ้ซือหยู!

“ซือหยู ก้าวมาข้างหน้า!”

ฉีลั่วหลานประกาศ

ฟึ่บ--

ทั้งสองบินมาอยู่บริเวณตรงกลางและมองหน้ากัน

“ซือหยู! ยอมตายไปซะ!”

ลี่คงหุยคำรามเสียงต่ำและโจมตีซือหยูโดยไม่ทันให้ตั้งตัว!

ใบหนห้าซือหยูยังคงสับสน เพราะเขาไม่รู้ว่าลี่คงหุยไปเอาความเกลียดชังเขามาจากไหน

ซือหยูที่รู็สึกถึงสายลมพิโรธมิอาจดูแคลนการโจมตีนี้ได้เลย

“พลังสายวารีทะลวง!”

ลี่คงหุยโจมตีเข้ามา

วิชาระดับเทพขั้นสูง!

ฝ่ามือทั้งสองของเขาวาดวงกลมในอากาศ เกิดพลังรุนแรงหมุนวนด้านใน!

พลังอันเยือกเย็นดูดกลืนสิ่งรอบข้างกลายเป็นกังหันที่ลอยได้

ตู้ม---

เขาใช้ฝ่ามือผลักพลังหมุนวนออกไป มันเป็นพลังอันรุนแรงหาใดเทียบ มันกลืนกินทุดสิ่งที่ขวางทาง ราวกับแม่น้ำทอดยาวที่หลอมรวมด้วยพลัง พลังของมันยากที่จะรับไว้ได้!

เมื่อเห็นลี่คงหุยโจมตีหมายเอาชีวิต ดวงตาซือหยูเยือกเย็นลง

“ประสานอัสนีเยือกแข็ง!”

ซือหยูยกดัชนีชี้ไปยังลี่คงหุย แสงทำลายล้างพุ่งตรงไปข้างหน้า

เอื้อก--

แม้พลังกังหันนั้นจะแข็งแกร่งมาก...ก็มิอาจต้านอัสนีเยือกแข็งของซือหยูได้!

ตู้ม---

พลังสายวารีระเบิดเสียงดัง!

แรงระเบิดทำให้เศษชิ้นส่วนภายในสายวารีกระจัดกระจายไปด้วยความเร็วอันน่าตกตะลึง!

ลี่คงหุยที่อยู่ด้านหลังนั้นเป็นจุดอับสายตาและมิอาจป้องกันได้ทัน ทั้งร่างของเขาถูกสายพิรุณกรวดทรายจากพลังตัวเองพุ่งเข้าใส่ทันที!

อ๊าก----

เอื้อก---

ลี่คงหุยกระอักเลือดออกมาและลอยไปข้างหลัง!

แต่การโจมตีนั้นยังไม่จบ!

พลังที่ยังปะทุอยู่ของอัสนีเยือกแข็งได้พุ่งเข้าบดขยี้อกของลี่คงหุย

ลี่คงหุยนั้นนอนคว่ำอยู่กลางอากาศ แม้เขาจะไม่ตาย เขาก็ต้องบาดเจ็บสาหัส

ไม่ดีแน่!

ใบหน้าซือหยูเปลี่่ยนไปเล็กน้อย เขาเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อยและยกมือขึ้นเพื่อปัดเศษระเบิดไปอีกทางและคลายพลังอัสนีเยือกแข็งที่ยังหลงเหลืออยู่

ฟึ่บ--

ซือหยูพลิกมืออีกครั้งและคว้าลี่คงหุยที่กำลังจะกระแทกพื้นได้ทัน

เหล่าหนุ่มสาวตระกูลลี่นั้นมิได้เป็นมิตรกับซือหยูแม้แต่น้อย

แต่ลี่กวงคงไม่ปรารถนาให้ซือหยูสังหารลูกหลานในตระกูลเขาแน่

ใบหน้าผู้นำตระกูลลี่นั้นโล่งใจและยินดี

แต่ในตอนนั้นสิ่งที่ทุกคนมิได้คาดการณ์ก็เกิดขึ้น!

แววตาลี่คงหุยเยือกเย็น เขาใช้โอกาสที่ซือหยูคว้าตัวเขาและโจมตีศีรษะซือหยูด้วยฝ่ามือ!

ฝ่ามือนั้นรวดเร็วและรุนแรง มันเป็นการโจมตีที่ซือหยูไม่ทันได้ตั้งตัว แม้แต่เหล่าราชันย์ก็มิอาจป้องกันมันได้!

“ตายซะ!”

ลี่คงหุยไม่หลงเหลือเหตุผลอีกแล้ว เขามีแต่โทสะหลงเหลืออยู่ในกาย!

“เจ้าเดรัจฉานต่ำช้า!”

ผู้นำตระกูลลี่โกรธจัด!

ลี่คงหุยตอบแทนความเอื้อเฟื้อด้วยการเนรคุณ ใช้โอกาสลอบโจมตี!

ทุกคนอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ไม่มีใครคิดว่าลี่คงหุยจะลอบโจมตีออกมา!

แต่พวกเขาก็อยู่ห่างเกินกว่าจะช่วยซือหยูได้

ซือหยูมองฝ่ามือที่ใกล้เข้ามา แววตาเขาเยือกเย็นถึงขึดสุด

“ข้า..ซือหยูผู้นี้ทำสุดความสามารถแล้ว อย่าโทษข้าก็แล้วกัน….”

จบบทที่ DND.103 - องค์หญิงหยุนหยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว