เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.90 - อัจฉริยะในตำนาน

DND.90 - อัจฉริยะในตำนาน

DND.90 - อัจฉริยะในตำนาน


จ้าวกวง เฉินเหลียง และหวางจิง สามศิษย์สวรรค์ที่แกร่งที่สุดตัวสั่นเทิ้มด้วยใจสู้

“การต่อสู้นี้จะเป็นของข้า จ้าวกวงผู้นี้จะเป็นราชาแห่งศตวรรษ!”

จ้าวกวงที่มักจะเงียบขรึมและอดทนมักจะไม่พูดเช่นนี้!

ตลอดระยะเวลาร้อยปี การต่อสู้สูงสุดแห่งทวีปจะตัดสินชะตาของพวกเขา ว่าจะอยู่อย่างมดปลวก หรือมังกรที่ทะยานเก้านภา

เฉินเหลียงกับหวางจิงไม่คิดจะยอมแพ้เช่นกัน ทั้งคู่ตาเป็นประกาย

ซือหยูกับเซี่ยจิงหยูตื่นเต้นมิต่างกัน

มดปลวกหรือมังกร...นี่เป็นโอกาสหายากที่จะเปลี่ยนพวกเขาไปทั้งชีวิต...มันคือการต่อสู้แห่งศตวรรษครั้งนี้!

“ข้าก็อยากจะชิงชัยกับฟ้าดินเช่นกัน!”

ดวงตาพริ้มแน่นของซือหยูลืมออก แสงเปล่งประกายอ่อนๆปรากฏออกมา!

ในดินแดนแห่งนี้ หากมิได้ควบคุมสิ่งใด...ก็จะมิได้อะไรเลย

ซือหยูมาจากพื้นหลังที่แร้นแค้นและได้พบความเจ็บปวดจากการถูกพรากคนรัก เขายังได้พบกับความโชคร้ายที่ครอบครัวถูกสังหารและยังต้องแยกจากกับเซี่ยนเอ๋อ

ทุกสิ่งเกิดขึ้นก็เพราะว่าเขาไร้ซึ่งพลัง...คนอ่อนแอที่ไร้พลังนั้นมิอาจอยู่เหนือชะตาตน ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะได้ยักย้ายชะตาได้ตามใจ!

จ้าวกวงส่ายหัว

“หากยังมีจ้าวกวงผู้นี้ เจ้าก็ทำได้แค่เงยหน้ามองเท่านั้น!”

“เรื่องนี้ค่อยไปตัดสินกันตอนการต่อสู้จะดีกว่า!”

ซือหยูตอกกลับ!

จ้าวกวงส่ายหัวอย่างเย็นชา

“รู้จักที่ต่ำที่สูงซะบ้าง!”

การต่อสู้แห่งศตวรรษได้ปลุกเร้าจิตวิญญาณและความเป็นศัตรูกับทุกคน!

ใครกันที่จะได้รับเกียรติเป็นราชาแห่งทวีป...ราชาแห่งศตวรรษ…

...

หนึ่งเดือนต่อมา ในที่ที่ไม่ค่อยมีผู้คนในแคว้นเฟิงหวง...มีหุบเขาที่ล้อมด้วยเมฆา...เต็มไปด้วยรังสีแห่งความสูงส่ง ร่างบอบบางกำลังฝึกหนักอยู่ที่ลานฝึก ร่างของนางเต็มไปด้วยเหงื่อ

นางเผชิญหน้ากับคนอ่อนเยาว์น่าหลงใหลอายุประมาณยี่สิบปี ที่มีรอยยิ้มยินดีบนใบหน้า

“ศิษย์น้องเซี่ยนเอ๋อ พลังบ่มเพาะเจ้าเพิ่มขึ้นเร็วจนวิชาบ่มเพาะของเจ้าตามไม่ทัน พลังเจ้าจึงยังน้อย...เทียบได้กับระดับแปดขั้นต้นเท่านั้น”

ชายหนุ่มดึงหมัดกลับและหัวเราะเมื่อชี้จุดบกพร่องของเซี่ยนเอ๋อ

เซี่ยนเอ๋อปาดเหงื่อที่หน้าผากพร้อมขมวดคิ้ว

“อีกไม่ช้า ข้าจะตามจนทัน ศิษย์พี่หลิวกวง!”

หลิวกวงนั้นอ่อนโยนและสง่างามอย่างมาก เขายิ้มและมองมาทางฉินเซี่ยนเอ๋อด้วยความรัก

เหล่าผู้อาวุโสที่มองดูการต่อสู้ยิ้มด้วยความโล่งใจ

“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ เซี่ยนเอ๋อที่มีสายเลือดวิหคเพลิงเก้าหางกับโอสถวิญญาณคุณภาพสูงนั้นทำให้นางบ่มเพาะพลังเร็วกว่าที่คิดเสียอีก ตอนนี้นางสำเร็จพลังระดับแปดขั้นสูง แม้พื้นฐานวิชาจะไม่กล้าแกร่งนัก แต่หากฝึกซักเล็กน้อย...มันก็ไร้ซึ่งปัญหา”

“หลิวกวงนั่นมหัศจรรย์เสียยิ่งกว่า พรสวรรค์เช่นนั้นหาคู่เปรียบยากกเหลือเกิน! ด้วยพลัง เขาก้าวข้ามเหล่าผู้อาวุโสไปมาก เขาเป็นรองราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น!”

“มีคนบอกว่าหลิวกวงเคยประลองกับราชันย์มาแล้ว!”

หลิวกวงคืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ร้อยปีของหุบเขาเฟิงหวง พลังของเขาเหลือล้ำยิ่งกว่าระดับเก้าขั้นสูง เขาได้เป็นราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วเสียครึ่งส่วน ทั้งทวีปเฉินยี่แห่งนี้ นอกจากราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง...ไม่มีใครสู้เขาได้เลย!

“หึหึ...พวกเจ้ามิคิดว่าหลิวกวงกับเซี่ยนเอ๋อเข้ากันดีงั้นรึ?”

ผู้อาวุโสหลายคนมองพวกเขา หลิวกวงและเซี่ยนเอ๋อยืนข้างกัน หนึ่งคนหล่อเหลาและสง่างาม ส่วนอีกคนคือสตรีที่งดงามปราณีต พวกเขาเหมาะสมกันแน่นอน

“พวกเจ้าทุกคนไม่รู้หรอกรึ...เซียนหุบเขาตัดสินใจไว้แล้ว หลังการต่อสู้แห่งศตวรรษ นางจะหมั้นเซี่ยนเอ๋อกับหลิวกวงแล้วจัดงานวิวาห์ทันที”

“ฮ่าๆ...คู่ครองที่สวรรค์สรรสร้างเช่นนี้...พวกเขายิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกเสียอีก!”

“แต่ก็เถอะ...มีข่าวลือว่าเซี่ยนเอ๋อมีคู่หมั้นอยู่แล้ว”

“คู่หมั้นงั้นรึ? เขาจะต้องได้รับการยอมรับจากหุบเขาเฟิงหวงเสียก่อน หากมิเป็นเช่นนั้น...ใครกันจะสนว่ามันเป็นใคร?”

เหล่าผู้อาวุโสส่ายหัวอย่างเย็นชาและยิ้มให้กับทั้งสองที่กำลังจะเป็นคู่ครองกันในอีกไม่นาน

เสียงระฆังดังขึ้นสามครั้งและทำให้ทุกคนสนใจ

“เซียนหุบเขาเรียกตัวเร่งด่วน! อย่าบอกนะว่าราชันย์ศักดิ์สิทธิ์จากเก้าแคว้นมาถึงที่นี่แล้ว?”

ใบหน้าหล่อเหลาและสง่างามของหลิวกวงเผยความเย็นชาออกมา

“ได้ยินจากเฟยหยุนว่าคู่หมั้นของเซี่ยนเอ๋อมากับพวกนั้นด้วย ฮื่ม! มาได้ถูกเวลาเสียจริง!”

ซือหยูและกลุ่มเดินทางไกลโพ้นกว่าจะถึงหุบเขาเฟิงหวง และในตอนนี้พวกเขาก็นั่งอย่างเงียบเชียบอยู่ในโถงประชุมใหญ่

สมาชิกหลักจากหุบเขามาถึงแล้ว

เซียนหุบเขานั้นเป็นสตรีที่อายุมากกว่าร้อยปี ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองมิได้พบกันมาร้อยปีแล้ว...และครั้งนี้พวกเขาก็จ้องมองกันและกัน

“ลี่กวง ผ่านมาร้อยปีแล้วเจ้าดูแก่ลงนะ”

เซียนหุบเขาถอนหายใจ นามที่แท้จริงของราชันย์คือลี่กวง

“หึหึ...ซือร่ง เจ้าก็ไม่เหมือนเดิมมิต่างจากข้า”

ลี่กวงหัวเราะ

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองถอนหายใจ...เวลามิรีรอผู้ใด

ซือร่งปรายตามองไปยังบุรุษผมเงินสวมชุดสีม่วง...ที่กำลังนั่งหลับตาแน่น

“เจ้าคือซือหยูงั้นรึ?”

ซือร่งถามตรงๆ

เหล่าศิษย์สวรรค์ตกตะลึง เซียนหุบเขารู้สึกซือหยูได้ยังไงกัน?

ซือหยูค่อยๆเงยหน้าและตอบทั้งๆที่ยังหลับตา

“เป็นเช่นนั้น”

ใบหน้าซือร่งยังคงสงบนิ่งและเงียบกริบไปชั่วครู่ก่อนจะพูด

“การหมั้นของเจ้ากับเซี่ยนเอ๋อตั้งแต่วันนี้...ถือว่าเป็นโมฆะ”

แม้เสียงนางจะเยือกเย็น แต่มันก็เต็มไปด้วยอำนาจ นางราวกับเทพที่ทำหน้าที่บัญชาฟ้าดิน

โถงประชุมอันสงบสุขตกอยู่ในความตึงเครียดทันที!

ในการพบปะของเหล่าผู้มาเยือนจากวิหาร...สิ่งแรกที่เซียนหุบเขาเฟิงหวงทำก็คือขอถอนหมั้นซือหยูกับฉินเซี่ยนเอ๋อ

ใบหน้าซือหยูยังคงใจเย็น เขาคิดเรื่องนี้มาก่อนแล้ว...แต่มิได้คิดว่านางจะโหดร้ายเยือกเย็นถึงเพียงนี้

“ทำไมกัน?”

ซือหยูถามด้วยความใจเย็น

ซือร่งหันกลับไปโดยไม่มองซือหยูและตอบอย่างแข็งทื่อ

“เจ้ามิคู่ควรกับนาง”

มิคู่ควร...ซือหยูมิคู่ควรกับเซี่ยนเอ๋อ

“หึ...การหมั้นของข้ากับเซี่ยนเอ๋อมีพ่อตาดูแล ตะวันจันทราและฟ้าดินต่างเป็นพยานให้แก่พวกข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น”

ซือหยูโต้กลับ

ซือร่งมองซือหยูด้วยแววตาคมกริบ

“เจ้าหนู...ข้านับถือความกล้าต่อต้านข้า แต่ข้าจะให้เจ้าโอกาสเดียว จงสาบานว่าการหมั้นของเจ้ากับเซี่ยนเอ๋อเป็นโมฆะ...มิเช่นนั้นก็ตายไปซะ!”

ซือหยูค่อยๆยืนขึ้น

“ข้าจะพูดซ้ำครั้งเดียวเท่านั้น...เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสอดแทรก!”

“ตาย!”

ดวงตาซือหยูเต็มไปด้วยจิตสังหาร เพียงพลิกดัชนี คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งเข้าใส่ซือหยู!

“หึหึ”

เสียงหัวเราะของชายแก่ดังขึ้น

ลี่กวงนั่งอย่างเงียบเชียบ เขารินน้ำชาและจิบชาอย่างสบายใจ

เขาพลิกนิ้วก้อยและโต้กลับพลังศักดิ์สิทธิ์ของซือร่งออกไป

“ซือร่ง เจ้าจะรังแกศิษย์ของข้าต่อหน้าข้างั้นรึ ตั้งใจจะทำให้ข้าดูไม่ดีรึไงกัน?”

ราชันย์ถามอย่างไม่ใส่ใจ

แม้เสียงของเขาจะสุขุม...แต่ยากที่จะปกปิดโทสะ

ไม่ว่าจะด้วยชื่อเสียงของเขาหรือการปกป้องซือหยู เขาต้องปกป้องมันทั้งสองอย่าง

ซือร่งใจเย็นลงและกล่าวขออภัย

“ขอโทษด้วย ข้าทำไปเพราะโทสะ ฟูมฟักศิษย์อวดดีเช่นนี้ได้ก็นับว่าวิหารของเจ้านั้นยอดเยี่ยม”

เมื่อได้ยินถ้อยคำเสียดสีของนางลี่กวงก็หัวเราะ แต่มิได้พูดต่อ เขาได้พบกับความกล้าของซือหยูมาก่อนอยู่แล้ว

“ไม่ว่าศิษย์ข้าจะมีเรื่องอะไรกับเจ้า แต่ตราบใจที่เขาเป็นศิษย์ข้า ข้าก็มิอาจปล่อยให้เจ้ารังแกเขา ข้าจะพูดครั้งเดียว”

ลี่กวงมองซือร่งอย่างเย็นชา

ซือร่งอึดอัดใจ นางรู้นิสัยใจคอของลี่กวงดี และเขาเป็นคนรักษาคำพูด

“ก็ได้! หลักจากการต่อสู้แห่งศตวรรษ เจ้าหนูนั่นจะมิใช่ศิษย์เจ้าอีกต่อไป ถึงเวลานั้นหากเจ้ามายุ่งย่ามอีกครั้ง อย่าโทษที่ข้าลบหลู่ความปรารถนาของเจ้า”

ซือร่งมองซือหยูเป็นดั่งเสี้ยนหนาม หากซือหยูยังมีชีวิตอยู่ นางก็รู้สึกไม่สบายใจ

ลี่กวงถอนหายใจเบาๆและมิได้ขัดนาง

ซือหยูรู้สึกหนาวสั่น เขาจะต้องได้สถานะที่จริงจังในการต่อสู้แห่งศตวรรษนี้หากเขาไม่ต้องการให้ใครมายุ่งเรื่องของเขากับเซี่ยนเอ๋อ

เขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเขาเหมาะสมกับเซี่ยนเอ๋อด้วยพลังความสามารถที่มี!

ฟึ่บ ฟึ่บ--

เหล่าผู้ติดตามเข้ามายังโถงประชุม

“ใครคือซือหยู!”

บุรุษรูปลักษณ์งดงามก้าวเข้ามา น้ำเสียงเย็นชา

ฝั่งหุบเขาเฟิงหวง ทั้งผู้อาวุโสและเหล่าศิษย์ต่างยืนขึ้นต้อนรับเขาด้วยความเคารพ เกือบจะเทียบเท่าที่พวกเขาทำกับราชันย์ศักดิ์สิทธิ์!

“เจ้ามีอะไรกับข้างั้นรึ?”

ฟึ่บ--

ราวกับการจ้องมองของเขามีพลังออกมา เส้นผมของซือหยูปลิวไสวไปด้านข้าง

เพียงแค่มองก็เกิดพลังถึงเพียงนี้...ซือหยูตระหนักว่าบุรุษผู้นี้จะต้องมีพลังอันยิ่งใหญ่และซับซ้อน

หลิวกวงมองซอืหยูอย่างเย็นชาและประเมินซือหยู

ผมสีเงิน...ชุดสีม่วง...ดวงตาปิดแน่น เขามีรังสีอันสูงส่งพร้อมกับความลึกลับ

แต่พลังนั้น…

“ยกเลิกการหมั้นของเจ้าซะ เจ้าไม่เหมาะสมกับเซี่ยนเอ๋อ”

หลิวกวงยืนมือไพล่หลังและสั่งซือหยูอย่างเย็นชา

ซือหยูยิ้มถาม

“แล้วยังไง?”

“แล้วข้าจะแต่งงานกับนาง!”

หลิวกวงตอบอย่างสุขุม เขามั่นใจ

“ข้าสมกับนาง และเจ้านั้นไม่เหมาะสม ธรรมดาเพียงเท่านี้”

“ไม่ว่าข้าจะคู่ควรกับนางหรือไม่ประกายใด ก็มิใช่เรื่องที่คนนอกจะต้องเข้ามาสอด หากเจ้าตั้งใจแต่งงานกับงาน...เจ้าเป็นใครถึงจะทำเช่นนั้น?”

ซือหยูถามอย่างไม่ใส่ใจ

หลิวกวงมองซือหยูด้วยแววตาคมกริบ

“จดจำนามข้าไว้ หลิวกวง...คือคนที่จะแต่งงานกับเซี่ยนเอ๋อ! และเจ้า...เจ้ามันก็แค่หนอนโสโครกที่ต้องเจอกับความจริงอันเจ็บปวด!”

เขาตอบอย่างโอหัง

“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้สนใจว่าเจ้าจะชื่ออะไร ข้าแค่ถามว่า...เจ้าเป็นใครถึงจะแต่งงานกับเซี่ยนเอ๋อ?”

ซือหยูส่ายหัวเบาๆ

เมื่อได้ยินคำดูหมิ่นของซือหยู หลิวกวงก็มีสีหน้าเยือกเย็นขึ้นมาทันที

“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”

ซือหยูยิ้มเบาๆ

“คนที่อยากให้ข้าตายในอดีตนั้นต่างจากไปแล้ว มีแค่ข้าที่ยังมีชีวิต”

“หึหึหึหึ...”

หลิวกวงหัวเราะอย่างเยือกเย็น ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความเวทนา

“ก่อนที่เจ้าจะพูดมากไปกว่านี้ เจ้าควรจะถามคนอื่นมาก่อนว่าข้าเป็นใคร ความโง่เขลาเบาปัญญาของเจ้านั้นจะทำให้เจ้าเจ็บปวดแน่!”

หลิวกวงคือใครกัน?

นอกจากราชันย์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว...เขาคือคนที่แกร่งที่สุด!

เขาคืออัจฉริยะในตำนานแห่งทวีปในนับร้อยปี อีกเพียงก้าวเดียวเขาจะได้เป็นราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ การทำให้เขาโกรธนั้นมิต่างจากทำให้ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์โกรธเลย ความต่างเดียวคือไม่มีใครจะช่วยซือหยูได้หากเขาทำให้ราชันย์ตัวจริงโกรธ

แต่ในตอนนี้...มีเพียงราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะช่วยเขาจากหลิวกวงได้

หลังพูดจบ หลิวกวงก็ก้าวเข้ามา

“หากข้าประสงค์ให้เจ้าตาย...แม้สวรรค์ก็ช่วยเจ้าไม่ได้!”

ตู้ม--

หลิวกวงอยู่ห่างสามสิบศอก คลื่นผลึกพลังปราณพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วแสง ไม่มีใครตอบสนองได้ทัน

คนจากวิหารตกตะลึง แต่...มันก็สายไปแล้ว

ซือหยูมิอาจขยับไปไหนได้...อกของเขาถูกเจาะทะลุในจุดที่เขายื่นอยู่

ทุกคนทั้งจากวิหารและหุบเขาเฟิงหวงทึ่งในพลัง

การโจมตีของหลิวกวงนั้นได้ก้าวข้ามผ่านความเป็นผู้ฝึกตนไปแล้ว...มันมีพลังของราชันย์ปะปนอยู่!

อัจฉริยะแห่งทวีป...บุรุษผู้เป็นรองเพียงราชันย์...เขาน่ากลัวมากอย่างที่คิดไว้!

พุฟ--

ทั้งร่างของซือหยูถูกเจาะทะลุ มันกลายเป็นแก้วกระจ่างกระจัดกระจายไปทั่วพร้อมการระเบิดเล็กน้อย

ทุกคนตกใจ...มันไม่มีร่องรอยโลหิตแม้แต่น้อย

กลายเป็นว่านั่นคือภาพติดตาของซือหยู แต่ด้วยความเหมือนจริงนั้น...ทำให้ไม่มีใครสงสัย

ไม่นานพวกเขาก็ได้รับรู้ตัวตนที่ยืนอยู่ตรงประตูโถง เขาคือบุรุษอายุน้อยผมสีเงิน เขายืนมือไพล่หลังและหันหลังให้กับเหล่าผู้คน เขามองไปยังท้องนภา

“เจ้ามิได้พูดว่าอยากจะสู้กับข้าขั้นรึ? เจ้าจะไปโจมตีภาพติดตาอันว่างเปล่านั้นเพื่อสิ่งใด?”

ทุกคนอ้าปากค้าง!

ที่นั่งของเขาห่างจากประตูโถงถึงสามร้อยศอก ซือหยูก้าวไปยังที่นั่นได้เพียงพริบตา!

เขาทำเช่นนั้นได้ยังไง? เขาเป็นคนหรือผีกัน?

หลิวกวงหันไปหาอย่างเยือกเย็น

“ฮื่ม! ความเร็วของเจ้านับว่าผ่าน”

มันเลยคำว่านับว่าผ่านไปไกลแล้ว!

ความเร็วเท่าซือหยูนั้นยากมากที่คนระดับต่ำกว่าราชันย์ศักดิ์สิทธิ์จะตามได้ทัน

ซือหยูทำเป็นไม่สนใจคำกล่าวเหล่านั้นและเดินออกจากโถงประชุม

“ฮื่ม! เจ้าคิดจะหนีงั้นเรอะ?”

หลิวกวงเยาะเย้ยถากถาง

ซือหยูส่ายหัว

“มิใช่ ไม่ว่าใครจะมาสอด เจ้าก็ตายอยู่ดี...แต่การตายของเจ้าผู้เดียวก็พอแล้ว...ข้ามิอยากทำอันตรายกับผู้บริสุทธิ์ด้านในนั้น”

คนข้างในโถงประชุมอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง!

พวกเขาคาดไม่ถึงว่าซือหยูจะหยาบคายถึงเพียงนี้!

ซือหยูไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน?

เพียงประโยคเดียวของซือหยู...ที่บอกว่าใจเย็นว่าเขามิต้องการทำร้ายคนบริสุทธิ์...ทำให้ทุกคนตัวสั่น

นัยยะซ่อนเร้นในคำพูดของซือหยูก็คือ...ทั้งโถงประชุมที่เต็มไปด้วยอัจฉริยะตลอดร้อยปี...ก็เป็นอันตรายได้หากซือหยูต่อสู้!

คำพูดเหล่านั้นจะน่าเชื่อถือหากออกมาจากปากของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์

ซือหยูหยาบคายเกินไปแล้ว!

แต่มีเพียงบางคนจากวิหารเท่านั้นที่ขมวดคิ้ว

ในตอนที่เหล่าศิษย์สวรรค์ในวิหารต่างคิดว่าซือหยูนั้นเป็นคนหยาบคายยิ่ง...ซือหยูก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาคิดผิดผ่านการต่อสู้ชั้นยอด...ราวกับว่ากำลังพิสูจน์ว่าคำพูดของเขามิใช่ความหยาบคาย...แต่เป็นเรื่องจริง

หรือซือหยูจะพูดจริงในครั้งนี้อีก?

หากเป็นเช่นนั้น...แล้วซือหยูแกร่งเพียงใดกัน?

หลิวกวงหัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยว

“อวดดีนัก! ข้าจะขอสัมผัสด้วยตนเอง….ว่าเจ้าไปเอาความหยาบคายเช่นนั้นมาจากไหน!”

เขาตะโกน

ฟึ่บ--

หลิวกวงพุ่งออกไป

ซือหยูยืนอยู่ด้านนอกโถงและค่อยๆหันไป

เปลือกตาของเขาสั่นและค่อยๆลืมช้าๆ

เป็นครั้งแรก...ที่ดวงตาลึกลับคู่นั้นลืมขึ้น!

จบบทที่ DND.90 - อัจฉริยะในตำนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว