เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.71 - วิชาบ่มเพาะระดับเทพ

DND.71 - วิชาบ่มเพาะระดับเทพ

DND.71 - วิชาบ่มเพาะระดับเทพ


ซือหยูกับเซี่ยจิงหยูรู้สึกมีหวังขึ้นมาอีกครั้ง!

ฉิวชางเจี้ยนหัวเราะ

“ดูเหมือนพวกเจ้าจะทำใจได้แล้วนะ ก็ดี...ไปเตรียมตัวซะ พรุ่งนี้ป่าอสูรจะเปิดให้พวกเจ้า”

“และพวกเจ้ามีสิทธิ์เข้าห้องวิหารเทพในฐานะของว่าที่ศิษย์สวรรค์ เจ้าจะเลือกวิชาบ่มเพาะและอาวุธได้”

ฉิวชางเจี้ยนบอกก่อนจะจากไป

วิหารกำลังจะปิดตัวลง เขาต้องไปหารือกับศิษย์สวรรค์คนอื่น พวกเขาจะได้รู้ว่าเหตุการณ์นี้มีเบื้องหลังอย่างไรกันแน่ ซือหยูโค้งคำนับ ฉิวชางเจี้ยนช่วยเหลือเขามากมายนัก

เมื่อฉิวชางเจี้ยนจากไปซือหยูกับจิงหยูก็เข้าสู่ห้องวิหารเทพ ด้านในมีตำราและอาวุธมากมาย

ซือหยูมองรอบๆอย่างรวดเร็ว เขาตื่นตาตื่นใจมาก แม้จะเป็นวิชาระดับต่ำที่สุดก็เป็นวิชาระดับสูง พวกมันเพียงถูกวางกระจายไปทั่วพื้น ราวกับไม่มีใครสนใจมันเลย!

ที่โต๊ะมีตำรานับร้อยเล่มที่จัดเรียงอย่างเรียบร้อย ซือหยูไปมองใกล้ๆและพบว่ามันคือตำราวิชาระดับสวรรค์!!

ในเพียงหลินมีแต่ตระกูลราชวงศ์เท่านั้นที่มีวิชาระดับสวรรค์ และยังมีเพียงตำราเดียว แต่ที่นี่ตำราระดับสวรรค์นับร้อยถูกวางอยู่บนโต๊ะ!

เซี่ยจิงหยูดีใจทันทีและเลือกวิชาระดับสวรรค์ที่เข้ากับนาง

ซือหยูมองวิชาระดับสวรรค์เหล่านั้นอย่างสนใจ ความหลากหลายของมันผ่านตาซือหยูไป เขาอยากจะลองหลายวิชาอย่างมาก แต่ก็บังคับตัวเองให้ตั้งใจ

เขามีสายฟ้าดาราม่วงและเงาลอยล่องอยู่แล้ว เขาจะต้องบ่มเพาะวิชาที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดเท่านั้น เขามองผ่านไปและพบว่าไม่มีวิชาใดเลยที่เหมาะกับเขา

เซี่ยจิงหยูแววตาสดใส นางมิได้เลือกวิชาใดเช่นกัน นางถอนหายใจอย่าวแผ่วเบา

“ไม่มีวิชาที่เหมาะกับข้าเลย หากข้าฝืนฝึกไปมันจะเป็นผลร้ายเสียมากกว่า”

ซือหยูแอบนับถือเซี่ยจิงหยู นางควบคุมตนเองได้ดีเป็นธรรมชาติ ทัศนคติของนางถือว่ายอดเยี่ยม

ทันใดชั้นซือหยูก็เห็นชั้นตำราที่ซ่อนอยู่ด้านหลังโต๊ะ เขาเพิ่มพลังดวงตาเพื่อมองรายละเอียดทันที

เขาพบตำราสามเล่มที่สนใจ เล่มแรกคือแก่นแท้จิตน้ำแข็ง อีกเล่มคือภวังค์น้ำค้าง และอีกเล่มคือเนตรอสูรนรก

แต่เมื่อซือหยูและเซี่ยจิงหยูมองมันใกล้ๆ พวกเขาก็ตกตะลึง

“วิชาบ่มเพาะระดับเทพ!”

วิชาบ่มเพาะระดับสวรรค์อาชาหยกนพลักษณ์ของศิษย์พี่หลิวที่ใช้กับเฟิงห่าวนั้นมาจากรากวิชาระดับเทพ แก่นแท้จิตน้ำแข็ง

ซือหยูได้ตกตะลึงเมื่อได้รู้ว่ามีวิชาระดับเทพที่สูงกว่าระดับสวรรค์อยู่ก่อนแล้ว

หวา--

ซือหยูดึงตำรามาไว้บนฝ่ามือ ทันใดนั้นฝ่ามือของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง แต่ซือหยูที่มีพื้นฐานวายุกระหน่ำไม่ได้รู้สึกเย็น เขาเปิดมันต่อไปด้วยความสนใจอย่างมาก

“แก่นแท้จิตน้ำแข็ง วิชาระดับเทพ แบ่งเป็นสามระดับ ต้น กลาง และสูง”

“ขอบเขตต้น อากาศจะเยือกแข็ง แช่แข็งทุกพื้นผิวให้กลายเป็นอาวุธเทพ”

“ขอบเขตกลาง ร่างกายกลายเป็นน้ำแข็ง ทุกท่วงท่าแช่แข็งสิ่งมีชีวิตได้ทุกชนิด”

“ขอบเขตสูง หัวใจจะกลายเป็นแก่นแท้น้ำแข็งและดูดซับความเย็นเพื่อขัดเกลาความเย็นเข้มข้นผ่านสายโลหิต”

“สิ่งที่ต้องการแก่ผู้บ่มเพาะคือพื้นฐานวิชาน้ำแข็ง แก่นหลักต้องมีสติปัญญาระดับเหนือมนุษย์!”

ด้านล่างปกตำรามีข้อคิดเห็นจากราชันย์ศักดิ์สิทธิ์

“ศิษย์สวรรค์ของข้า หากไม่เข้าใจตำรานี้ในหนึ่งวัน จงล้มเลิกทันที มิเช่นนั้นเจ้าจะต้องใช้เวลา สามสิบ ห้าสิบ หรืออีกหลายปีก่อนที่พวกเจ้าจะคืบหน้า”

ซือหยูเกิดไฟสู้ วิชานี้ทำมาสำหรับเขาโดยเฉพาะไม่ผิดแน่!

เขามีพื้นฐานวายุกระหน่ำ และยังมีพลังเร่งเวลาที่จะเร็วกว่าคนอื่นห้าสิบเท่า ด้วยพลังนี้ แม้ระดับสติปัญญาจะต่ำกว่าคนอื่นก็ทำให้เขาบ่มเพาะมันได้ ซือหยูเปิดตำราและใช้พลังเร่งเวลาทันที

เซี่ยจิงหยูมองผ่านตำราทั้งสาม นางข้ามเนตรอสูรนรกเพราะมันทำให้นางไม่สบายใจ นางมิได้มีพื้นฐานวิชาน้ำแข็งจึงไม่สนใจแก่นแท้จิตน้ำแข็งเช่นกัน

นางเลือกภวังค์น้ำค้างมาเปิดผ่านและตาเป็นประกายด้วยความดีใจ วิชาระดับเทพนี้เหมาะกับนางมาก เซี่ยจิงหยูเริ่มเปิดตำราทันที

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ หลังจากครึ่งวันซือหยูก็ค่อยๆลืมตา แววตาคมกริบดั่งน้ำแข็ง

อากาศรอบตัวเขากลายเป็นหมอกขาวเมื่อพบกับความเย็น มันกลายเป็นเข็มน้ำแข็งตกสู่พื้น มันน่ายินดีอย่างยิ่ง ครึ่งวันที่เขาใช้พลังเร่งเวลานั้นเทียบเท่ากับห้าสิบวัน! ซือหยูบรรลุแก่นแท้จิตน้ำแข็งขอบเขตต้นสำเร็จ!

ต้องขอบคุณการเปลี่่ยนแปลงของวิญญาณในครั้งประชุมศักดิ์สิทธิ์ พลังปัญญาของเขาก้าวกระโดดขึ้นมามาก

แน่นอนว่าต้องขอบคุณพลังเร่งเวลาเช่นกัน หากไม่มีมันซือหยูจะต้องใช้เวลาเกือบทั้งเดือน เมื่อเห็นเซี่ยจิงหยูยังคงทำสมาธิอยู่ซือหยูก็ไม่รบกวนนางและมองวิชาระดับเทพอีกสองวิชาที่เหลือ

ภวังค์น้ำค้างไม่เหมาะกับซือหยูแน่นอน แต่เนตรอสูรนรกนั้นใช้พลังวิญญาณ...ซือหยูเปิดมันทันที!

“เนตรอสูรนรก วิชาระดับเทพ วิชาลับแห่งวิญญาณ แบ่งเป็นสองส่วน”

“ส่วนล่าวิญญาณ หากบ่มเพาะสำเร็จ ผู้ใช้จะปล่อยวิชาล่าวิญญาณเพื่อดูความทรงจำของคนที่ระดับพลังเท่ากัน หรือต่ำกว่าได้”

“ส่วนคุมวิญญาณ หากบ่มเพาะสำเร็จ ผู้ใช้จะยักย้ายวิญญาณศัตรูและควบคุมร่างกายของศัตรูได้ ศัตรูจะต้องมีพลังไม่สูงกว่าผู้ใช้หนึ่งขั้น”

นี่เป็นวิชาวิญญาณและผลของมันน่าทึ่งมาก! ซือหยูใช้พลังเร่งเวลาบ่มเพาะมันทันที

ครึ่งวันถัดมาซือหยูค่อยๆลืมตาที่เต็มไปด้วยความพอใจ หลังจากวิญญาณหลอมเป็นหนึ่งแล้ว พลังวิญญาณของเขาเพิ่มจนถึงจุดสูงสุด! นั่นทำให้เขามีเงื่อนไขที่ดีเยี่ยม และบ่มเพาะมันจนสำเร็จทั้งสองส่วน!

วิชาล่าวิญญาณและคุมวิญญาณจะควบคุมทั้งหัวใจและจิตใจในเวลาเดียวกัน! เพียงวันเดียวเขาก็บ่มเพาะวิชาระดับเทพได้สองวิชา ซือหยูเต็มไปด้วยความมั่นใจในการเข้าสู่ป่าอสูร!

เมื่อซือหยูบ่มเพาะสำเร็จ เซี่ยจิงหยูก็ลืมตาอันสดใสของนาง ใบหน้านางพอใจมาก

“พี่หยู ข้าบรรลุวิชาขั้นต้นแล้ว”

ภวังค์น้ำค้างแบ่งเป็นขอบเขตต้น กลาง และสูง เซี่ยจิงหยูบรรลุขอบเขตต้นในแค่วันเดียว!

ซือหยูอ้าปากตกตะลึง เขาต้องใช้พลังเร่งเวลาจึงจะบรรลุขอบเขตต้นได้ นั่นหมายความว่าเขาใช้เวลาไปยี่สิบห้าวัน แต่เซี่ยจิงหยูใช้เวลาจริงๆไปแค่วันเดียว?!

นี่มันวิชาระดับเทพ! หากเขาไม่รู้จักเซี่ยจิงหยูมาก่อนจะต้องสงสัยว่านางพูดพล่อยแน่ๆ!

เขานึกถึงวันที่อยู่ท่ามกลางดอกท้อและแสงจันทรา เมื่อเขาสอนเซี่ยจิงหยูให้เคลื่อนไหว นางก็เข้าใจฎีกาสวรรค์หลังการสอนเพียงสิบครั้ง

และตอนนี้นางก็ใช้เวลาเพียงวันเดียวในการบ่มเพาะวิชาระดับเทพ!

พลังปัญญาของนางแกร่งกว่าซือหยูยี่สิบห้าเท่า!

นี่นางเป็นมนุษย์จริงงั้นรึ?!

เขามองรอยยิ้มของเซี่ยจิงหยูและรู้สึกสมองตื้อ เขารู้อยู่แล้วว่านางมีปัญญาอันน่าทึ่ง! แต่เขาไม่รู้ว่านางจะมีความสามารถขนาดนี้ แต่เขามิอาจเปิดเผยเรื่องนี้ มิเช่นนั้นนางจะเป็นอันตราย

ซือหยูพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“ยินดีด้วยจิงหยู เจ้าเพิ่มพลังขึ้นมากเลย!”

พวกเขาแลกเปลี่ยนความเข้าใจในวิชาแก่กัน เซี่ยจิงหยูตาเป็นประกายที่ได้รู้ว่าซือหยูบ่มเพาะวิชาระดับเทพได้ถึงสองวิชา ระดับของซือหยูหามีผู้ใดเทียบได้

ซือหยูหน้าแดงด้วยความละอายใจ พลังเร่งเวลาของเขานั้นถือว่าโกงยิ่งนัก จะไปเทียบกับปัญญาเหนือมนุษย์ของเซี่ยจิงหยูได้อย่างไร?

เมื่อถึงตอนเลือกอาวุธ เซี่ยจิงหยูมิได้ใช้โอกาสนี้ นางต่อสู้ได้ดีกว่าหากใช้มือในระยะประชิด อาวุธอื่นใดนั้นจะกลบพลังของนาง

ซือหยูสามารถมองระยะไกลได้ นั่นเป็นข้อได้เปรียบหากเขาใช้ธนู แต่ไม่มีธนูที่เหมาะกับเขาที่นี่เลย ธนูที่นี่ทำจากวัตถุดิบอันแข็งแกร่งที่ต้องการพลังแขนมหาศาล ร่างกายของซือหยูไม่เหมาะกับธนูนั้น เขาจึงไม่คิดจะใช้ธนูอีก

ซือหยูที่ผิดหวังได้พบกับอาวุธประหลาดที่ดึงความสนใจ มันเป็นบอลกลมของเส้นด้ายเล็กๆ มันโปร่งใสและยากที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่า ซือหยูลองใช้นิ้วสัมผัส

ซึ่บ--

ราวกับโดนไฟดูด เขารีบดึงมือกลับทันทีและมองที่นิ้วของตัวเอง มันมีรอยตัดราบเรียบและโลหิตซึมออกมา ซือหยูอ้าปากค้าง หากเขาจับมันแรงกว่านี้เขาคงจะเสียนิ้วไปแล้ว!

มันเป็นเส้นด้ายที่คมอย่างมาก!

เขามองคำอธิบายใกล้ๆ

“ไหมพันมังกร เหนียวและอ่อนนุ่ม ไหมนี้ทนแรงได้ถึงหมื่นกิโล แม่นยำไร้เทียมทาน เส้นไหมนี้ตัดทองคำและเงินได้อย่างง่ายดาย! ผู้ใช้จะต้องระวังอย่างมาก!”

ซือหยูตาเป็นประกาย บางทีไหมพันมังกรนี้อาจจะเหมาะกับเขามากกว่าธนูก็ได้! หลังจากอ่านคำอธิบายจบซือหยูก็เก็บไหมพันมังกร เขาคลี่บอลไหมออกและพบว่ามันยาวถึงสามร้อยศอก!

ใกล้ๆไหมพันมังกรคือแหวนหยกทมิฬ มันทำจากวัตถุดิบที่แข็งมาก และทนแรงตัดของไหมพันมังกรได้ ในตอนนี้ไม่ได้ใช้ไหมพันมังกรเขาจะใช้ไหมพันกับแหวนนี้ได้เพื่อไม่ให้มันโดนตัวเขาจนบาดเจ็บ และเมื่อใช้มันจะเอาออกมาได้เพียงดีดนิ้ว

วิธีนี้ง่ายดายและสะดวก ควบคู่กับความโปร่งใสของไหมพันมังกรกับพลังป้องกันและโจมตีของมัน

ซือหยูและเซี่ยจิงหยูต่างได้รับสิ่งที่ดียิ่ง พวกเขารีบไปยังทางเข้าป่าอสูร

เขาพบหลายคนรอป่าอสูรเปิด ท่ามกลางคนเหล่านั้นมีเฟิงห่าว ศิษย์พี่หลิว และชางหมิงยี่ และยังมีตู้หลินที่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ!

ว่าที่สิบศิษย์สวรรค์ต่างแข่งกันเองเพื่อให้ได้เป็นศิษย์สวรรค์และร่วมมือแสวงโชคในป่าอสูร

ไม่ว่าจะการเพิ่มพลังหรือการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองที่สุดก่อนวิหารจะล่มสลาย ป่าอสูรคือทางเลือกบ่มเพาะที่เร็วที่สุด ไม่ใช่เพียงตู้หลิน แต่ศิษย์สวรรค์อีกเก้าคนก็มาที่นี่เช่นกัน!

แม้จะเป็นว่าที่ศิษย์สวรรค์ลำดับหนึ่ง หลงเสี่ยวยี่ สตรีอายุ 25 ปีก็อยู่ที่นี่ นางมีพลังแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาว่าที่ศิษย์สวรรค์ ระดับพลังแปดขั้นสูง นางเกือบจะถึงขั้นของศิษย์สวรรค์แล้ว

กลุ่มของนางมีว่าที่ศิษย์สวรรค์ลำดับสองและสาม พวกเขาแต่ละคนมีพลังระดับแปดและร่วมกันเข้าสู่ป่าอสูร!

เมื่อได้ยินเสียงวุ่นวายหลงเสี่่ยวยี่ก็มองด้านข้างมาพบซือหยู

“เจ้าได้พูดสิ่งที่ข้าสมควรจะเป็นคนพูด ในหนึ่งเดือน มันจะเป็นข้าที่ได้เป็นศิษย์สวรรค์ มิใช่เจ้า”

น่างกล่าวด้วยความหยิ่งยโส

ซือหยูแสร้งไม่ได้ยิน

ชางหมิงยี่มองอย่างขมขื่นอยู่ไกลๆ เขาพบเซี่ยจิงหยูและฝืนความรู้สึกไม่ได้

“ศิษย์น้องเซี่ย...มาอยู่กลุ่มศิษย์พี่ไหม? ศิษย์พี่ตู้ใจกว้างและไม่เห็นแก่ได้ หากเจ้าทิ้งซือหยู พวกเราจะรับเจ้าเข้ากลุ่ม”

“ศิษย์พี่ชาง กังวลเรื่องของตัวเองไปเถอะ พี่หยูกับข้าจะไปด้วยกัน”

เซี่ยจิงหยูตอบอย่างไม่แยแส

“ในป่าอสูรนั่น พวกเจ้าทั้งคู่อยู่ได้ไม่ถึงสามวันแน่หากไม่มีคนที่แข็งแกร่งคุ้มครอง”

ชางหมิงยี่มองซือหยูอย่างเยาะเย้ยและเข้าป่าอสูรไปกับตู้หลิน

ก่อนตู้หลินจะเข้าป่าอสูร เขามองซือหยูด้วยจิตสังหาร มันยากหากจะสังหารคนนอกป่า แต่ถ้าหากเป็นในป่าก็คงจะยากที่ราชันย์จะสืบสวนได้ ซือหยูจะต้องตายในนั้น!

ฆาตกรที่สังหารน้องชายเขาจะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น!

ซือหยูรู้สึกถึงจิตสังหารจากตู้หลินทันที!

ตู้หลินยังคิดว่าซือหยูยังอ่อนแออยู่งั้นรึ? หากเจอกันอีกครั้งซือหยูจะมอบบทเรียนให้กับเขาแน่!

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.71 - วิชาบ่มเพาะระดับเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว