เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.70 - ไพรอสูร

DND.70 - ไพรอสูร

DND.70 - ไพรอสูร


ซือหยูท้อใจ เขาเคยคิดว่าวิหารจะเป็นที่ที่ยอดเยี่ยมในการฝึกฝนพลัง เมื่อเวลาผ่านไปเขาจะแกร่งพอที่จะได้อยู่กับเซี่ยนเอ๋ออีกครั้ง เขาไม่ได้คิดถึงการที่วิหารที่ล่มสลายเลย...โชคมิได้เข้าข้างเขาแม้แต่น้อย ยิ่งกว่านั้น ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์....ที่ในที่สุดก็มาปรากฏตัวตรงหน้าเขา...เต็มไปด้วยจิตสังหาร!

ฟึ่บ--

เงาอันงดงามบินมาขวางซือหยู

“ท่านราชันย์! โปรดให้โอกาสเขาด้วย!”

เซี่ยจิงหยูคุกเข่าต่อหน้าราชันย์ศักดิ์สิทธิ์

นางทนเห็นซือหยูที่ซื่อสัตว์มิได้ แม้ว่าจะเจ็บปวดที่เขาคิดจะทิ้งชีวิตเพื่อเซี่ยนเอ๋อ

จิตสังหารในแววตาราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เข้มข้นขึ้น

“กลับไปซะ มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าด้วย!”

“ได้โปรด...ท่านราชันย์ ให้ความปรารถนาเขาเป็นจริงทีเถอะ!”

เซี่ยจิงหยูขอร้องอ้อนวอน ใบหน้าอันน่าหลงใหลของนางเด็ดเดี่ยว

“ฮื่ม! อวดดีนัก!”

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์โกรธจนถึงขีดสุด!

ยังพอทนได้หากมีเพียงคนเดียวที่ลบหลู่ความยิ่งใหญ่ของเขา แต่ในตอนนี้กลับมีเพิ่มอีกหนึ่งคน...เกียรติของเขาไปอยู่ที่ใดกัน? เพียงคำเดียวของราชันย์ก็มากพอให้เขาตัดสินชีวิตและความเป็นความตายได้แล้ว!

ราชันย์สั่งฆ่าพวกเขาได้ในคำเดียวทุกเมื่อ...ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น?!

ความตายของพวกนอกรีตสองคนยังไม่เป็นไร...แต่มีอีกคนปรากฏตัวขึ้น

“ท่านอาจารย์! ให้โอกาสซือหยูด้วย!”

ฉิวชางเจี้ยนโค้งคำนับราชันย์ ใจเขาสั่นกลัว มีเพียงการเข้าใจอดีตของซือหยูเท่านั้นที่จะทำให้รู้ว่าเหตุใดซือหยูจึงหนักแน่นเช่นนี้ ซือหยูต่อสู้เพื่อความภักดี มิว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ไม่น่าเสียดายไปหน่อยหรือที่ต้องทำลายบุรุษเช่นนี้?

“นี่เจ้า….”

ราชันย์ตกตะลึงเป็นครั้งแรก

ฉิวชางเจี้ยนคือศิษย์สวรรค์ของเขาที่มักจะทำตามกฎอย่างเคร่งครัดเสมอ แต่ในตอนนี้เขากลับถูกศิษย์ผู้นี้ต่อต้าน...ทั้งหมดก็เพราะซือหยู!

“ท่านราชันย์! ได้โปรดพิจารณาใหม่เถอะ!”

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ

ศิษย์พี่ว่าที่ศิษย์สวรรค์หมอบลงกับพื้นทันที! ความตั้งใจของคนนับร้อยรวมกันเป็นหนึ่งเพื่อขอร้องคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเก้าแคว้น...มันกลายเป็นเสียงประสาน! พวกเขาจับใจในซือหยู ซือหยูกล้าลุกขึ้นขืนคำสั่งของราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ต่างกับบุรุษผู้อื่น...ทั้งหมดก็เพื่อคนคนเดียว!

“พวกเจ้า….”

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์โกรธเกรี้ยว ผู้ติดตามทั้งหมดของเขากำลังฝ่าฝืนคำสั่งเขา...ทั้งหมดก็เพราะซือหยู!

จะหนึ่งคน สองคน หรือสามคน อย่างร้อยเขาก็ได้ยินเพียงเสียงร่ำไห้ แต่ตอนนี้คนนับร้อยกำลังอยู่ฝั่งตรงข้ามราชันย์!

ราชันย์ต้องเริ่มคิดใหม่จากใบหน้าอ้อนวอนของผู้คนนับร้อย เขาคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเพ่งจิตสังหารไปยังซือหยู

“ก็ได้! ข้าจะให้โอกาสเจ้า...ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าทุกคนด้วย! พวกเจ้าจะอยู่ในวิหารได้อีกหนึ่งเดือน เมื่อถึงการประลองวายุ หากพวกเจ้าได้สิบอันดับแรก ข้าจะให้พวกเจ้าอยู่เคียงข้างข้า!”

ราชันย์ตัดสินใจให้โอกาสทุกคน แต่ราคานั้นสูงยิ่ง

เขามองซือหยู

“แต่เจ้า ซือหยู! หากเจ้าไม่มีพลังเพียงพอได้เป็นศิษย์สวรรค์ในหนึ่งเดือน...บทลงโทษเจ้าจะเป็นเช่นใด?”

ซือหยูเข้าใจดี ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์คือตัวตนที่เป็นตำนาน และซือหยูทำให้เขายอมอ่อนข้อ ตามชื่อเสียงของราชันย์แล้ว เขาแสดงความใจกว้างยิ่งนักที่ไม่สังหารซือหยูทันที หากซือหยูล้มเหลวในสิ่งที่พูดในเดือนนี้ ก็มีเพียงสิ่งเดียวที่ราชันย์จะทำ

“ข้ารู้...ความตาย!”

“ใช่แล้ว! ความตาย!”

ราชันย์ยืนยันอย่างเย็นชา

“แต่หาใช่ความตายของเจ้า!....แต่เป็นนาง!”

ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ชี้ไปที่เซี่ยจิงหยู! นางครางอย่างเจ็บปวดเบาๆเมื่อถูกพลังของราชันย์

“หากข้ามิได้เห็นตามคำของเจ้าใน อีกหนึ่งเดือนจะเป็นวันตายของนาง!”

เสียงอันเย็นชาของราชันย์เต็มไปด้วยความโกรธ

ซือหยูชักสีหน้า

“ข้าคือคนที่ฝ่าฝืนท่าน ทำไมท่านลงโทษนาง?”

ฟึ่บ--

ราชันย์จากไปทันที แม้เขาจะอยู่ต่อหน้าซือหยูอย่างชัดเจน เขาก็หายไปในพริบตาเดียว! แม้ซือหยูจะใช้พลังเร่งเวลาเขาก็ไม่มีวันตามราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ได้ทัน!

ปั้ง--

ด้านในประตูมืดลงอีกครั้งพร้อมกับประตูศิลาที่ปิดลง

ก่อนที่ประตูจะปิดสนิท เสียงอันเย็นชาของราชันย์ดังสะท้อนไปทั่ว

“กับบุรุษที่ยอมทิ้งชีวิต...ความเจ็บปวดที่แท้จริงหาใช่ความตายของตน...แต่เป็นคนที่บุรุษผู้นั้นรัก...”

ซือหยูมองเซี่ยจิงหยู เขาสำนึกผิดจากใจแต่ก็พูดอะไรไม่ออก เป็นเขาเองที่ใช้ความตายมาต่อรอง แต่กลับเป็นเซี่ยจิงหยูที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย

“จิงหยู...ข้า...”

ซือหยูรู้สึกผิดอย่างหาคำอธิบายมิได้

เซี่ยจิงหยูยังคงเงียบสงบเช่นทุกที นางยิ้ม

“ข้าไม่เป็นไร”

แม้จะข่มใจ นางก็มิอาจห้ามเสียงไม่ให้สั่น เสียงของนางบ่งบองถึงความกลัวภายใน เซี่ยจิงหยูยังคงฝืนยิ้ม

“ซือหยู...หากเจ้าเอาเซี่ยนเอ๋อกลับมาได้...ถึงข้าจะต้องตาย...ข้าก็ไม่เสียใจ”

ซือหยูใจสั่นด้วยความเจ็บปวด เขาติดหนี้จิงหยูมากมายนัก เขาไม่มีทางจ่ายคืนนางได้เลย

“จิงหยู...ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าตาย!”

ซือหยูเงียบไปนาน และทำใจได้ เขาจะเสี่ยงชีวิตเพื่อเซี่ยนเอ๋อ...และจะช่วยเซี่ยจิงหยูให้จงได้

นางมองดวงตาซือหยูและจิตใจสงบลง ความกลัวของนางถูกแทนที่ด้วยความสงบในใจ นางยิ้มอย่างสดใสราวกับบัวคิมหันต์ที่บริสุทธิ์งดงาม

“พี่หยู ไปกันเถอะ”

เซี่ยจิงหยูพูดด้วยหน้าแดงราวกับแสงสะท้อนจากตะวัน

เพียงคำพูดเดียว ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เติบโตขึ้น เซี่ยจิงหยูอายุสิบสี่ปีเช่นซือหยู เขาแก่กว่าเซี่ยจิงหยูเพียงไม่กี่เดือน และเซี่ยจิงหยูยังไม่เคยเรียกเขาว่า ‘พี่หยู’ เลยสักครั้ง ซือหยูรู้สึกอบอุ่นอย่างมาก เขาติดหนี้จิงหยูมากเกินไปแล้ว! เขาจะต้องปกป้องนาง! ซือหยูต้องรีบไปให้ถึงพลังของศิษย์สวรรค์...แม้จะเหลือเวลาเพียงหนึ่งเดือนก็ตาม!

ฟึ่บ--

ฉิวชางเจี้ยนพุ่งเข้ามา ดวงตานับถืออยู่ลึกๆ ก่อนหน้านี้เขาเพียงรู้สึกชื่นชมซือหยูเท่านั้น

“ซือหยู! เจ้าเป็นคนดีจริงๆ!”

ฉิวชางเจี้ยนชมเชย เขามองเซี่ยจิงหยูและรู้สึกอิจฉาซือหยูเล็กน้อย เขาโชคดีนักที่มีสตรีอันภักดีและรูปโฉมงดงามเข้ามาในชีวิต แล้วชีวิตนี้จะต้องการสิ่งใดอีก?

“เจ้ามั่นใจแค่ไหนว่าเจ้าจะได้เป็นศิษย์สวรรค์?”

ฉิวชางเจี้ยนถาม

“บอกตามตรง ข้าไม่รู้เลยว่าต้องมีพลังเพียงใด”

ซือหยูตอบทื่อๆ

ฉิวชางเจี้ยนค่อยๆตอบทีละคำอย่างชัดเจน

“ธรรมดานัก...ชนะข้าให้ได้!”

ในสิบศิษย์สวรรค์ ฉิวชางเจี้ยนคืออันดับสิบ เขาคือศิษย์สวรรค์ที่อ่อนแอที่สุด ตามกฎเก่าแก่ คนที่จะได้เป็นศิษย์สวรรค์จะต้องเอาชนะศิษย์สวรรค์ที่ลำดับต่ำสุดให้ได้

ซือหยูตัวสั่น!

ฉิวชางเจี้ยนมีพลังระดับเก้าขั้นต้น สังหารซือหยูได้เพียงดีดนิ้ว บุรุษเช่นนี้คือผู้ที่มีพลังต่ำที่สุดงั้นรึ? ซือหยูจะต้องมีพลังระดับเก้าถึงจะช่วยเซี่ยจิงหยูเช่นนั้นรึ?!

“ข้าขอถามเจ้าอีกครั้ง เจ้ามีแผนบ่มเพาะพลังหรือไม่?”

ดวงตาฉิวชางเจี้ยนเป็นประกาย

ซือหยูส่ายหัว

“ข้าจะไปฝึกคนเดียวและสู้จริงเพื่อบ่มเพาะพลัง”

“หากเจ้าใช้วิธีธรรมดาเช่นนี้ก็เตรียมตัวรอความตายของศิษย์น้องเซี่ยได้เลย”

ฉิวชางเจี้ยนดุ ก่อนจะพูดเพิ่ม

“ท่านอาจารย์คิดว่าเจ้าไม่ดีพอจะได้เป็นศิษย์สวรรค์...เขาไม่ได้พูดเล่น!”

ซือหยูรู้สึกกลัว

“ข้าขอร้องศิษย์พี่ฉิว...โปรดชี้แนะข้าด้วย!”

เขาขอร้อง

“ข้าชี้ทางให้เจ้าบรรลุพลังอย่างรวดเร็วได้แน่...แต่มันอันตรายและเจ้าอาจจะตายได้ทุกเมื่อ เจ้าคิดจะลองมันไหม?”

เขาถามอย่างจริงจัง

ซือหยูพยักหน้าโดยไม่ลังเล

“ข้าทิ้งชีวิตตัวเองไปแล้ว...แต่ข้าต้องปกป้องเซี่ยจิงหยู”

ให้เขาตายดีกว่าจะเป็นเซี่ยจิงหยู

“ดี! เจ้า...มากับข้า!”

“ข้าจะไปด้วย อีกหนึ่งเดือนข้าอาจจะตายอยู่ดี ข้าขอลองวิธีนั้นด้วย”

ฉิวชางเจี้ยนลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

พวกเขาเดินทางอยู่นานก่อนจะออกจากวิหารสวรรค์และถึงตะวันออกเฉียงใต้ของวิหารมนุษย์ มันเป็นป่ารกทึบที่กว้างนับหลายร้อยลี้ บรรยากาสมืดมนโอบล้อมด้านในป่า...ทำให้ผู้คนสั่นกลัวเมื่อพบเห็น

“นี่คือป่าอสูร มีมือสั่งหารชั่วร้ายซ่อนตัวอยู่ข้างใน แต่ละคนมีพลังน่ากลัวนัก พวกมันเป็นที่รู้จักกันในนามเพชรฆาตแห่งพันธมิตรเก้าแคว้น พวกมันป่าเถื่อนดุร้าย สังหารได้อย่างเลือดเย็น มันขืนใจและสังหารคนบริสุทธิ์นับไม่ถ้วน พวกมันไม่ได้แข็งแกร่งอย่างเดียว มันเจ้าเล่ห์และโหดร้ายนัก ยากจะจับตัวได้”

“เมืองพันธมิตรขอให้วิหารช่วยจัดการฆาตกรพวกนี้ พวกเขาขอให้เราศิษย์สวรรค์ทำภารกิจนำพวกมันมาขังไว้ในป่าอสูร...ที่ที่พวกมันจะสิ้นพลังและมิเป็นภัยคุกคาม”

ใครกันจะกล้าออกจากป่าที่ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เฝ้าดูอยู่?

เซี่ยจิงหยูสับสน

“หากพวกมันดุร้ายนัก เหตุใดไม่ลงโทษมันเสีย? ทำไมต้องปล่อยให้มันมีชีวิต?”

“ถามได้ดี”

ฉิวชางเจี้ยนชม

“การเอาพวกมันมาอยู่ในป่าอสูรและไม่สังหารจะทำให้ศิษย์สวรรค์มีโอกาสในการสู้จริง! นั่นทำให้พวกเราได้สัมผัสกับพวกอาชญากรตัวจริง และยังทำให้พลังบ่มเพาะเราเพิ่มขึ้นมาก”

“ในร้อยปีนี้ มีศิษย์หลายคนหายไปจากวิหาร ส่วนมากออกจากวิหารไป แต่ที่เหลือถูกพบศพในป่าอสูร”

ซือหยูตัวสั่น

“เช่นนั้นแล้ว...พวกนี้มีระดับพลังเท่าใดกัน?”

ฉิวชางเจี้ยนใบหน้ามืดหม่น เขาเตือน

“พวกนี้มีพลังต่ำสุดที่ระดับเจ็ด! แกร่งที่สุดระกับเก้า!”

อ่อนแอที่สุดก็ระดับเจ็ดแล้วรึ? ซือหยูกับจิงหยูอ้าปากค้าง! พวกมันคือเพชรฆาตที่สั่นคลอนทั้งเก้าแคว้นไม่ผิดแน่ ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าการจัดการพวกมันนั้นยากยิ่งนัก

เซี่ยจิงหยูยากจะเข้าใจ

“ศิษย์พี่ฉิว ท่านตั้งใจจะให้พวกเราเข้าไปในป่าอสูรเพื่อสู้กับคนพวกนี้ใช่หรือไม่? เราจะได้เจออันตราย...แต่โอกาสบรรลุพลังมันอยู่ที่ใดกัน?”

การต่อสู้เอาชีวิตนั้นเพิ่มพลังบ่มเพาะได้แน่นอน แต่การประลองธรรมดาก็ให้ผลไม่แพ้กัน เซี่ยจิงหยูไม่เห็นผลดีที่มากกว่าความเสี่ยงเลย

ฉิวชางเจี้ยนชื่นชมความช่างสังเกตของนาง

“ดี เจ้าถามได้ตรงประเด็นนัก การต่อสู้เอาชีวิตนั้นมิได้เพียงพลังแบบก้าวกระโดด แต่ในร่างของพวกมันแต่ละคนมีเศษโอสถวิญญาณระดับสวรรค์!”

ซือหยูคุ้นเคยกับโอสถวิญญาณอยู่แล้ว เขาดื่มมันหลายต่อหลายครั้ง แต่โอสถวิญญาณระดับสวรรค์คืออะไรกัน? เขามองเซี่ยจิงหยูแต่นางก็สับสนไม่ต่างกัน

“โอสถวิญญาณระดับสวรรค์มาจากการผันแปรของโอสถวิญญาณที่ผู้บ่มเพาะพลังดื่มเข้าไป วัตถุดิบจะได้รับการขัดเกลาที่แตกต่างจากโอสถวิญญาณธรรมดา ความต่างนั้นราวกับนรกสวรรค์”

“เทียบได้ว่าโอสถวิญญาณขั้นสูงร้อยขวดยังห่างไกลจากโอสถวิญญาณระดับสวรรค์หนึ่งขวดมากมายนัก สำหรับพวกเจ้าที่มีพลังระดับห้าขั้นสูง การดื่มโอสถวิญญาณระดับสวรรค์หนึ่งขวดจะทำให้เจ้าเลื่อนระดับถึงระดับหกขั้นกลาง...มันจะเพิ่มพลังให้พวกเจ้าสองขั้น!”

“แน่นอนว่าหากพลังพวกเจ้าเพิ่มขึ้น ผลของโอสถวิญญาณจะลดลงตามลำดับ และยากที่จะบรรลุพลังได้ แต่นี่คือวิธีที่เร็วที่สุดในการเพิ่มพลังในวิหาร”

ฉิวชางเจี้ยนอธิบาย

ซือหยูหายใจเร็ว แววตาเซี่ยจิงหยูเป็นประกาย เพียงขวดเดียวก็ไปถึงระดับหกขั้นกลางงั้นรึ? เทียบไม่ได้เลยกับโลกมนุษย์

“และยังมีโอสถวิญญาณระดับเทพสองชิ้นในร่างของพวกระดับเก้า! ผลของมันสูงกว่าระดับสวรรค์มากนัก!”

ยังมีโอสถวิญญาณระดับเทพอีกด้วยรึ? แค่ระดับสวรรค์ก็น่าทึ่งแล้ว โอสถวิญญาณระดับเทพจะเป็นยังไงกันแน่?!

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.70 - ไพรอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว