เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.64 - ขจัดเปลือกมนุษย์

DND.64 - ขจัดเปลือกมนุษย์

DND.64 - ขจัดเปลือกมนุษย์


“ศิษย์พี่ฉิว ท่านเคยเจอเขาแล้ว เขาคือผู้ชนะะของงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ ซือหยู!”

เซี่ยจิงหยูตาเป็นประกาย นางตื่นเต้น

เขางั้นเหรอ? ฉิวชางเจี้ยนเลิกคิ้วสูงขึ้น

ฉิวชางเจี้ยนทำตามกฎ แม้เขาจะไม่สืบสวนเรื่องซือหยูต่อ แต่เขาก็เป็นผู้รบกวนงานประชุมศักดิ์สิทธิ์

งานประชุมศักดิ์สิทธิ์คือตัวแทนแห่งวิหาร เกียรติของมันมิอาจดูหมิ่น เขายอมรับการตัดสินใจของผู้รับใช้เพลิงที่ตัดสิทธิ์ซือหยู นี่เป็นการบอกทุกคนว่างานประชุมศักดิ์สิทธิ์นั้นห้ามถูกรบกวน ไม่ว่าจะมีพลังแค่ไหน

“ทำไมเจ้าแนะนำเขาล่ะ?”

ฉิวชางเจี้ยนอดทนถาม เขามิอยากจะทำให้เซี่ยจิงหยูต้องอับอายต่อหน้าทุกคน

ในใจ ฉิวชาวเจี้ยนไม่คิดจะให้โอกาสซือหยู

แต่เซี่ยจิงหยูกลับพูดหนึ่งประโยคตอบกลับมา...ประโยคที่เปลี่ยนใจเขาอย่างสมบูรณ์!

“ฎีกาสวรรค์ของข้าได้มาจากซือหยู!”

เซี่ยจิงหยูหน้าแดงราวกับบุพผาหลังพิรุณ น่าเขินอายและอ่อนโยน

“พาข้าไปหาซือหยู! เดี๋ยวนี้!”

ฉิวชางเจี้ยนรีบลึกขึ้นและออกไปจากห้องลับอย่างรวดเร็ว

ฉิวชางเจี้ยนตกตะลึง

ฎีกาสวรรค์ของเซี่ยจิงหยูเป็นขั้นกลาง แล้วซือหยูที่สอนเซี่ยจิงหยูจะอยู่ระดับใดกัน?

ฉิวชางเจี้ยนเกือบจะลืมซือหยูไปแล้ว เขาแอบเสียใจเล็กๆ

ที่ลานประลอง ซือหยูทำลายแหล่งพลังของไป่ชี่เซียงด้วยฝ่ามือเดียว

ไป่ชี่เซียงสลดใจ พลังบ่มเพาะของเขาถูกทำลายไปทั้งหมด อย่างมากเขาก็เป็นได้เพียงอาจารย์สอนทฤษฎีให้กับผู้เริ่มต้นบ่มเพาะพลังเท่านั้น

แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ บางทีนี่อาจจะดีที่สุดแล้ว

ในฐานะมือขวาขององค์ชายหนึ่ง เขาคือผู้รอคอยการลงโทษจากองค์ชายสาม ซือหยูที่ทำลายพลังของเขานั้นนับว่าช่วยชีวิตเขาในทางอ้อม

แม้ความคิดและอารมณ์จะขัดแย้ง แต่ไป่ชี่เซียงก็มิกล้าดื้อดึงไปมากกว่านี้ เขาโชคดีแล้วที่รอดมาจากสงครามชิงบัลลังก์นี้

“ขอบคุณที่มิเอาชีวิตข้า นี่คือวิชาระดับสวรรค์ที่องค์ชายหนึ่งให้ข้าศึกษา ข้าอ่านมันมาทั้งปี แต่ข้าก็เสียพลังไปแล้ว จากนี้ไปมันเป็นของเจ้า”

ไป่ชี่เซียงส่งตำราให้ซือหยู

ตำราวิชาระดับสวรรค์ถือเป็นของที่ยอดเยี่ยม การเอาออกมาในที่แจ้งนับว่าอันตรายต่อชีวิต

ซือหยูขมวดคิ้ว...มันเป็นวิชาระดับสวรรค์ของจริง!

หลังจากไป่ชี่เซียงลากร่างกายอันบอบซ้ำออกไป ซือหยูก็เปิดตำรา

เขาวิเคราะห์บันทึกที่ไป่ชี่เซียงเขียนไว้ตลอดหลายปี ซือหยูเริ่มเข้าใจวิชาระดับสวรรค์นี้แล้ว

“เงาลอยล่อง วิชาระดับสวรรค์ นับว่าเป็นยอดแห่งวิชาเคลื่อนที่ มีทั้งหมดสามระดับ ที่ระดับหนึ่งขั้นสูงจะเคลื่อนไหวได้ดั่งเงาที่แยกจากขอบเขตความเป็นจริง”

“ที่ระดับสองขั้นสูง...เจ้าจะเดินบนผิวน้ำได้”

“ที่ระดับสามขั้นสูง...เจ้าจะบิน ขี่แสง และคว้าเงาได้”

ซือหยูตกตะลึง นี่เป็นวิชาระดับสวรรค์ที่ใช้เคลื่อนไหว!

เงาเมฆาของซือหยูเป็นเพียงวิชาบ่มเพาะขั้นต้น ผลของมันมีขีดจำกัด และมันใช้ไม่ได้ดีกับซือหยูอีกแล้ว

วิชาระดับสวรรค์นี้มาถึงมือซือหยูทันเวลา

หากบ่มเพาะเงาลอยล่องจนถึงระดับหนึ่งขั้นสูง เขาจะเร็วเทียบเท่าผู้มีพลังระดับหกขั้นสูง หากบ่มเพาะถึงระดับสองขั้นสูงร่างเขาจะเบาดั่งขนปักษาและเดินบนน้ำได้ เขาจะบินเป็นระยะสั้นๆได้หากมีแรงสนับสนุนรอบๆ หากบ่มเพาะถึงขั้นสามระดับสูง...เขาจะบินได้!

ตึก ตัก--

ซือหยูใจเต้นแรง โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงระดับสาม ...การบินนี้มิใช่พลังของมนุษย์ อย่างน้อยในโลกใบนี้ก็มีเพียงราชันย์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะบรรลุวิชาเช่นนี้ได้

ซือหยูพยายามเรียนรู้วิชานี้โดยไม่รู้ตัว

เขาใช้พลังเร่งเวลาทันที

หลังจากถูกชำระล้างด้วยน้ำสีแดงสองหยด พลังเร่งเวลาของซือหยูเร็วกว่าเดิมมาก

แต่ก่อนตอนต่อสู้เขาจะเร่งเวลาได้ห้าเท่า แต่ตอนนี้มันเพิ่มเป็นสิบเท่า ในตอนที่เขาหยุดนิ่งเช่นอ่านตำรา จากที่เร่งเวลาได้สามสิบเท่า ในตอนนี้เขาเร่งความเร็วจนถึงห้าสิบเท่า

ทุกนาทีที่ซือหยูอ่านตำรานั้นเทียบเท่าห้าสิบนาทีของคนอื่น...นับเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วยาม

เมื่อเขาอ่านตำรา ฉิวชางเจี้ยนและเซี่ยจิงหยูก็มาถึง

องค์ชายสามพยายามจะเรียกซือหยู

ฉิวชางเจี้ยนพยายามทลายภวังค์ของซือหยูด้วยใบหน้ายอมรับ ซือหยูเรียนวิชาทันทีหลังการต่อสู้อันดุเดือด บุรุษผู้นี้มิเสียเวลาเลยหากเป็นเรื่องบ่มเพาะพลัง

ซือหยูสงบนิ่งไปชั่วครู่ ฉิวชางเจี้ยนนั่งลงถามเรื่องอดีตของซือหยูจากองค์ชายสามและเซี่ยจิงหยู

เมื่อได้ยินหนทางในการมาเมืองหลวงของซือหยูเพื่อดยุคเซี่ยนหยู ฉิวชางเจี้ยนก็สงบนิ่ง

“สละชีวิตเพื่อผู้มีพระคุณ...ยอดเยี่ยม!”

หลังจากเข้าใจเรื่องทั้งหมด เขาก็มองซือหยูเปลี่ยนไป เขาเริ่มมองซือหยูในด้านดีอย่างมาก

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ซือหยูลุกขึ้นด้วยใบหน้าสับสน เขาขมวดคิ้ว มีคำถามในใจเต็มไปหมด

เขาถือตำราในมือแน่น มิใช่เพราะสงสัยในตัววิชา มิใช่เพราะมันยากเกินกว่าจะเข้าใจ...แต่เพราะมันธรรมดาเกินไป!

เขาใช้เวลาเรียนรู้ครึ่งชั่วโมง ซึ่งเท่ากับยี่สิบห้าชั่วโมงในนอกภายนอก นับเป็นเวลาเพียงหนึ่งวัน...แต่ซือหยูบรรลุวิชาระดับสองขั้นต้นแล้ว!

แม้จะด้วยบันทึกที่ไป่ชี่เซียงเขียนไว้หรือการรวมกันของวิญญาณ...แต่มันมิควรง่ายดายเช่นนี้

เขาเพียงบรรลุสายฟ้าดาราม่วงถึงระดับหนึ่งขั้นต้นหลังจากบ่มเพาะพลังหลายวัน...และมันก็เป็นวิชาระดับสวรรค์เหมือนกัน

แต่เพียงวันเดียวเขากลับบรรลุวิชาเงาลอยล่องถึงระดับสองขั้นต้น!

เหตุใดความยากของวิชาระดับสวรรค์สองวิชาจึงต่างกันเช่นนี้?

ฟึ่บ--

ลมกรรโชกแรงพัดตีหน้าซือหยูขณะที่กำลังคิดหนัก

ซือหยูละทิ้งความสบัสนทันที เขาซัดฝ่ามือออกไปทันทีโดยไม่ได้คิด

ในตอนนี้เขาไม่ต้องตั้งท่าฎีกาสวรรค์แบบในภาพเขียนอีกแล้ว

คนอื่นจะเห็นว่าซือหยูคือบุรุษในภาพเขียนที่แยกตัวจากโลกความจริง...ฝ่ามือของเขายื่นออกไปและลากผู้คนมาในขอบเขตเดียวกับเขา...และจะถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง

ครืน--

ซือหยูตกใจมากที่ฝ่ามือของเขาหายไปทันทีหลังจากใส่ฎีกาสวรรค์ลงไป

เขาเงยหน้าขึ้นไปและเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความชื่นชม

“ศิษย์สวรรค์ฉิว?”

ซือหยูดึงมือกลับ เขาไม่เข้าใจสถานการณ์ ฉิวชางเจี้ยนมิได้มีจิตสังหาร เหตุใดเขาจึงโจมตีออกไปกัน?

ข้างศิษย์สวรรค์คือเซี่ยจิงหยูที่กำลังตื่นเต้น นางตื่นเต้นเมื่อเห็นฝ่ามือที่ซือหยูใช้

ดูเหมือนฎีกาสวรรค์ของซือหยูจะพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว มันซับซ้อนและไหลลื่นกว่าเดิม เป็นธรรมชาติและเป็นจังหวะกว่าเดิม เมื่อก่อนฎีกาสวรรค์นี้ดูงุ่มง่ามในสายตาผู้อื่น

ในวันนี้เขาได้ละทิ้งทุกสิ่งรอบฎีกาสวรรค์และเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติมากที่สุด เขาได้บรรลุการเข้ากับธรรมชาติแล้ว

“ฎีกาสวรรค์ระดับสูง! ยอดเยี่ยม!”

ฉิวชางเจี้ยนตกตะลึง!

ซือหยูยังคงสับสน...เขาไม่เข้าใจฉิวชางเจี้ยน

“ศิษย์น้องซือ! เจ้ามีเวลาเตรียมตัวหนึ่งวัน พรุ่งนี้เจ้ากับศิษย์น้องเซี่ยจะได้เข้าวิหารสวรรค์กับข้า!”

ฉิวชางเจี้ยนโล่งใจและเดินออกไปอย่างยินดี

เซี่ยจิงหยูยิ้มอย่างไร้เดียงสาราวกับบัวกระจ่าง นางอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนมาเจอซือหยู

“หา? มีแค่เจ้ากับข้าที่ได้เข้าวิหารสวรรค์งั้นรึ?”

ซือหยูตกใจ เขาคิดว่าเขาคงมิได้มีชะตากับวิหารศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่คิดว่าเซี่ยจิงหยูจะแนะนำเขาให้เข้าวิหารสวรรค์ที่ระดับสูงกว่าวิหารธรรมดา

“ขอบคุณนะ...จิงหยู”

ซือหยูรู้สึกขอบคุณ ชะตาของเขาพลิกผันเพราะน้ำแรงของเซี่ยจิงหยู

เซี่ยจิงหยูยิ้มร่า ดวงตานางสะท้อนไปกับแสง

“เจ้ามอบฎีกาสวรรค์ของเจ้าให้ข้า ตอนนี้ข้าต้องเป็นฝ่ายตอบแทน พวกเราจะเกื้อหนุนไปด้วยกัน”

ซือหยูยิ้ม เขามองเซี่ยจิงหยูด้วยใจขอบคุณ

หากเซี่ยนเอ๋อคือคนรัก เซี่ยจิงหยูก็คือดาราแห่งโชค สำหรับเซี่ยนเอ๋อ ซือหยูเพียงรักนาง แต่กับจิงหยูมันโอบล้อมไปด้วยสำนึกในบุญคุณ

เซี่ยจิงหยูหน้าแดงราวกับตะวันตกดินยามเริ่มเหมันต์...ช่างงดงามยิ่ง

เซี่ยหลินฉวนสับสน เขาเดินไปข้างดยุคเซี่ยนหยูและถอนหายใจ

“ท่านดยุค ขอบุตรเขยท่านให้ข้าเถอะ...อย่างน้อยท่านจะได้มิต้องกังวลในอนาคต”

ใบหน้าโล่งใจของดยุคเซี่ยนหยูแข็งทื่อทันที เขามองแผ่นหลังซือหยูอย่างรู้สึกผิดและกังวล แต่ก็ส่ายหัวพร้อมดวงตาเป็นประกาย

“ในชั่วชีวิตข้า...ข้าขอมีบุตรเขยเพียงผู้เดียวคือซือหยู! หามีใครแทรกกลางระหว่างเขาและเซี่ยนเอ๋อไม่!”

“...ท่านเคยคิดถึงความแข็งแกร่งของหุบเขาเฟิงหวงบ้างหรือไม่? หากพวกเขารู้ว่าเซี่ยนเอ๋อมีคู่หมั้น...ท่านจะรับประกันความปลอดภัยของซือหยูได้อย่างไร?”

เซี่ยหลินฉวนถอนหายใจและมองแผ่นหลังซือหยูอย่างเสียดาย

หากเซี่ยนเอ๋ออยู่ข้างดยุคเซี่ยนหยู นางจะมีความสุขอยู่กับซือหยู เป็นสามีภรรยาคู่กันตลอดไป

แต่เซี่ยนเอ๋อที่อยู่ในหุบเขาเฟิงหวงนั้นได้เปลี่ยนทุกอย่าง

ด้วยสถานะของเซี่ยนเอ๋อในหุบเขาเฟิงหวง ซือหยูอาจจะไม่ได้อยู่กับนางอีก คนในเฟิงหวงจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อทำลายการหมั้น

มีหลายวิธีที่จะทำลายการหมั้น แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือการสังหารซือหยู

ด้วยพลังของเฟิงหวงและความป่าเถื่อน ซือหยูเป็นเพียงมดปลวกในสายตาพวกเขา การตายของซือหยูจะมิเป็นที่จดจำต่อใคร

เหตุใดไม่ปล่อยให้ซือหยูเข้าวิหารสวรรค์และถอนหมั้นก่อนที่จะมีคนมาเอาชีวิตเขา? นี่จะแก้วิกฤติของซือหยูและเป็นประโยชน์กับเซี่ยจิงหยู และยังคลายกังวลของดยุคเซี่ยนหยูไปได้ ยิงปืนนัดเดียวได้วิหคสามตัว

“เดี๋ยว...รอก่อนเถอะ ข้าไม่คิดว่าซือหยูจะยอมแพ้ ให้เวลาเขาหน่อย ซือหยูจะพิสูจน์ตัวเองต่อเฟิงหวงว่าเขาคู่ควรกับเซี่ยนเอ๋อ”

ดยุคเซี่ยนหยูมิอาจทนต่อการถอนหมั้นได้

สำหรับเขา...ซือหยูเดินทางมาไกล ยอมแม้สละชีวิต เขาจะถอนหมั้นกับเซี่ยนเอ๋อได้อย่างไร?

แม้แม่เซี่ยนเอ๋อจะจากไปแล้ว นางก็มีอำนาจมากในเฟิงหลวงในยามมีชีวิต ต้องขอบคุณแม่ของนางที่ทำให้เซี่ยนเอ๋อถูกปกป้องราวกับสมบัติในเฟิงหวง ไม่มีใครกล้าคิดว่าเฟิงหวงจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากรู้เรื่องคู่หมั้นของนาง

ทีแรกดยุคเซี่ยนหยูวางแผนให้ผู้อาวุโสฉินส่งทั้งซือหยูและเซี่ยนเอ๋อไปยังเฟิงหวง ผู้อาวุโสฉินถือจดหมายจากดยุคไปให้บางคนในเฟิงหวง

จดหมายระบุไว้ว่าการหมั้นจะยกเลิกได้หากชีวิตของซือหยูปลอดภัย นั่นหมายความว่าซือหยูจะได้รอดอยู่ในเฟิงหวง

แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก ดยุคเซี่ยนหยูมิอาจยกเลิกการหมั้นได้

เขาจะทิ้งบุตรเขยอันยอดเยี่ยมเช่นซือหยูไปได้อย่างไร?

เขาต้องเปลี่ยนใจ เขายินดีรับซือหยูเป็นบุตรเขยเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แม้เฟิงหวงจะแทรกแซง...เขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนใจ!

แต่เขายังไม่มีความเชื่อมั่นพอว่าจะรักษาการหมั้นไว้ได้ ซือหยูต้องแข็งแกร่งขึ้น แกร่งพอที่เฟิงหวงจะมิกล้าดูแคลน พวกเขาต้องยอมรับซือหยู เป็นหนทางเดียวที่เขากับเซี่ยนเอ๋อจะได้อยู่ร่วมกัน มิเช่นกันเพียงแค่การหมั้นคงมิอาจผูกทั้งสองเอาไว้ได้

เซี่ยนหลินฉวนส่ายหัวและถอนหายใจยาว

“ท่านคิดว่าคนในเฟิงหวงจะให้เวลาซือหยูงั้นรึ? พวกเขาจะรอให้ซือหยูเติบโตงั้นรึ?”

ดยุคเซี่ยนหยูใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อคิดตาม…

….

หลินเสี่ยวเดินเข้ามากระซิบรายงานองค์ชายสาม

“ฮื่ม! เจ้าจิ้งจอกเฒ่านั่นหูไวเหลือเกิน!”

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหาซือหยู

“น้องซือ ดยุคฉินรู้ข่าวองค์ชายหนึ่งแล้ว และเขากำลังจะหนีออกจากเมืองหลวงกับตระกูล ข้าจะพาองครักษ์ไปไล่ตาม เจ้าจะมาด้วยไหม?”

ดยุคฉินแอบสั่งให้องครักษ์เฉินลอบสังหารผู้มีบัญชาศักดิ์สิทธิ์...นี่คือความผิดที่ให้อภัยมิได้

องค์ชายสามได้มีโอกาสจัดการคนขององค์ชายหนึ่งอย่างชอบธรรม ความตายขององค์ชายหนึ่งถือเป็นคำเตือนแก่ทุกคน ในตอนนี้องค์ชายหนึ่งและสองสิ้นไปแล้ว ผู้ติดตามขาดหัวหน้า องค์ชายสามต้องออกไปสังหารผู้ติดตามของพี่น้องเพื่อส่งคำเตือนให้กับทั้งโลก

ใครที่เล่นนอกกฎจะต้องจบชีวิตเช่นดยุคฉิน!

“ดยุคฉินงั้นรึ?”

เมื่อก่อน ดยุคฉินบังคับให้เขาทิ้งเจียงซื่อฉิง ฉินเฟิงลอบกัดเขาหลายต่อหลายครั้ง ดยุคฉินส่งองครักษ์เฉินมาไล่ล่าเขา หากซือหยูไม่ได้แข็งแกร่งขึ้น เขาคงจบชีวิตด้วยน้ำมือของดยุคฉินไปนานแล้ว

เมื่อก่อน...ซือหยูหลักแหลมและระวังตัว เขารู้ดีว่าหากไม่ตีอสรพิษให้ตาย...มันจะกลับมาแว้งกัด

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.64 - ขจัดเปลือกมนุษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว