เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.61 - มือเปล่าสังหาร

DND.61 - มือเปล่าสังหาร

DND.61 - มือเปล่าสังหาร


ร่างตู้หยุนเทียนกระเด็นลอยตกจากลานประลองอย่างแรง

ผู้รับใช้เพลิงเข้ามาดู แขนของตู้หยุนเทียนมอดไหม้ไม่มีชิ้นดี เหลือเพียงเส้นเอ็นที่ยึดผิวหนัง

บริเวณส่วนอกเต็มไปด้วยโลหิต หัวใจเต้นเบาบาง ทุกส่วนของร่างมีโลหิตเต็มไปหมด ชีวิตตู้หยุนเทียนตกอยู่ในอันตราย!

ซือหยูเกือบจะสังหารตู้หยุนเทียนด้วยหมัดเดียวงั้นรึ? พลังซือหยูน่ากลัวแค่ไหนกัน?...และตอนนี้เขายังบรรลุขอบเขตพลังใหม่แล้วด้วย

สีหน้าของเหล่าผู้ประเมินเปลี่ยนไป แววตาหวาดกลัว

“เพลิงอัศนี!”

เพลิงสีม่วงมิใช่เพลิงแต่เป็นสายฟ้าเข้มข้นที่รวมตัวกันเรียกว่าเพลิงอัศนี พลังของมันแกร่งกว่าสายฟ้ามากมายนัก วิชาระดับสวรรค์แบบไหนกันถึงสร้างเพลิงอัศนีเช่นนี้ขึ้นมาได้?

แต่นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจเพลิงอัศนี

ชีวิตตู้หยุนเทียนกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาอยู่บนเส้นกั้นความเป็นความตาย ผู้รับใช้เพลิงมิปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆแน่

อย่างที่คาดไว้ ผู้รับใช้เพลิงมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว เพลิงพิโรธปะทุอยู่ในแววตาเพื่อบดบังจิตสังหาร

แม้จะช่วยตู้หยุนเทียนไว้ได้ เขาก็จะพิการอยู่ดี แขนของเขาไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว ตู้หยุนเทียนถูกลิขิตให้เป็นคนไร้ค่าเสียแล้ว

รังสีอำมหิตจากผู้รับใช้เพลิงปกคลุมไปทั่วลานประลอง รังสีของเขาโจมตีจิตใจทุกคนราวกับค้อนยักษ์

“อวดดีนัก...เจ้าฆาตกร! เจ้าโจมตีรุนแรงขนาดนี้ในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์! ข้า ผู้รับใช้แห่งวิหาร...ขอเอาเจ้าออกจากการประชุมครั้งนี้!”

หากซือหยูถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะ เขาจะได้เป็นราชาแห่งงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่อยู่ระดับเดียวกับเขาในรุ่นนี้มิอาจต่อกรได้

แต่การตัดสิทธิ์จากผู้อาวุโสเพลิงทำให้ไม่มีผู้ได้รับมงกุฎ

เหล่าผู้ชมที่กำลังหวาดกลัวนั้นมีความโกรธอยู่ในใจมิต่างกัน...พวกเขาเข้าใจความไร้ยุติธรรมที่ซือหยูต้องพบเจอ

ตู้หยุนเทียนตั้งใจสังหารซือหยูในทุกกระบวนท่า...ตลอดจนแอบลอบโจมตีทุกครั้งที่มีโอกาส...เหตุใดผู้รับใช้เพลิงจึงไม่หยุดเขา?

แต่เมื่อตู้หยุนเทียนบาดเจ็บเพราะซือหยู...ผู้รับใช้เพลิงกลับลงโทษซือหยู

ความยุติธรรมอยู่แห่งหนใดกัน?

ภาพลักษณ์อันขาวสะอาดแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้หายไปจากหัวใจเหล่าผู้บ่มเพาะพลัง

ซือหยูมิได้มองผู้รับใช้เพลิง เขาค่อยๆเดินลงจากลานประลองโดยไม่หันหลังกลับ เสียงของเขาแหบพร่า เย็นชา และน่าสงสาร

“หากดยุคสิ้นแล้ว มงกุฎศักดิ์สิทธิ์ก็ไร้ความหมายกับข้า”

ดยุคตายแล้ว จะเอามงกุฎมาเพื่อสิ่งใดกัน?

เหลือเพียงสิ่งเดียวที่เขาต้องทำ

ซือหยูต้องฆ่าองค์ชายหนึ่ง!

“เร็วเข้า! ปกป้องข้า!”

องค์ชายหนึ่งหวาดกลัวอย่างพูดไม่ออก

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ--

องครักษ์สามคนเข้ามาขวางองค์ชายหนึ่งที่กำลังรีบออกจากโถงประลองด้วยใบหน้าหวาดกลัว

องค์ชายหนึ่งอนาถใจ หากเขารู้ว่าซือหยูจะบรรลุขอบเขตพลังใหม่เขาจะไม่พยายามประหารดยุคเซี่ยนหยู

พูดให้ถูกก็คือ...เขาผิดตั้งแต่แรกที่คิดลงมือกับดยุคเซี่ยนหยู

เขาอยู่ในฐานะที่ดีและพร้อมจะเป็นกษัตริย์อยู่ทุกเมื่อ...เขามีอำนาจควบคุมล้นฟ้า แต่เขาหลงระเริงในอำนาจและใส่ร้ายดยุค....และนั่นคือการทำลายทุกสิ่งที่เขามี

ซือหยูก้าวไปอย่างช้าๆ เขาจ้องตรงไปยังองค์ชายหนึ่งที่หลบอยู่หลังองครักษ์อย่างหวาดกลัว

“ดาบอสูร! ตาย!”

อ๊ากกกก--

องครักษ์ด้านหน้าองค์ชายหนึ่งหลับตาและตายอย่างเจ็บปวดทันที

องครักษ์มีพลังระดับหกขั้นต้นมิต่างจากศิษย์อสูรที่นี่

แต่ต่อหน้าซือหยูเขาถูกสังหารอย่างง่ายดาย

“มาช่วยข้าเร็ว!”

องค์ชายหนึ่งโวยวายด้วยความโกรธและกลัวตาย

น่ากลัว...น่ากลัวเกินไปแล้ว! ซือหยูน่ากลัวจริงๆ!

หากองค์ชายหนึ่งหนีกลับตำหนักไปได้ เขาจะรวบรวมคนที่แกร่งที่สุดที่มีเพื่อจัดการซือหยู

“หามีใครช่วยเจ้าได้...”

ซือหยูเสียงแหบพร่าและเลือดเย็น ใครได้ยินเป็นต้องเสียวสันหลัง

“ดาบอสูร! ตาย!”

องครักษ์คนที่สองล้มลงกับพื้น

“ดาบอสูร! ตาย!”

องครักษ์คนที่สามชะตากรรมมิต่างกัน

พริบตาเดียว...องครักษ์ระดับหกสามคนถูกสังหารสิ้น

เหลือเพียงองค์ชายหนึ่งที่กระเสือกกระสนหนีตายอย่างหวาดกลัว

ภาพนี้มิต่างกับเหตุการณ์ในตำหนักเซี่ยนหยูในตอนที่องครักษ์ชุดเขียวตายทีละคนจากดาบอสูร...จนถึงองค์ชายสอง

องค์ชายหนึ่งผู้มากอำนาจกำลังพบพานชะตากรรมเดียวกัน

ผู้รับใช้เพลิงหน้าซีด ซือหยูทำให้ผู้ติดตามของเขาพิการ...ไม่สนใจคำลงโทษของเขา...และยังสังหารผู้คนต่อไปเรื่อยๆ เขาไม่มีความยำเกรงต่อผู้รับใช้แห่งวิหารเลยหรือไงกัน?

“พวกเจ้าทุกคนสมควรตาย! ทำไมยังไม่โจมตีมันอีก?”

ผู้รับใช้เพลิงทุบโต๊ะอย่างโกรธเกรี้ยว

แต่ผู้ประเมินทั้งสิบสองต่างลังเล บางคนก็มองไปรอบๆ แต่หามีใครโจมตีไม่!

เห็นได้ชัดว่าผู้รับใช้เพลิงได้สร้างความไม่พอใจกับเหล่าผู้ประเมิน

ผู้รับใช้เพลิงคิดว่าเขามีสิทธิ์ที่จะมองข้ามความผิดของตู้หยุนเทียนเพียงเพราะเขาเป็นผู้ติดตามของเขางั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้นแล้วเหตุใดจึงต้องลงโทษซือหยูที่ทำแบบเดียวกัน?

ผู้รับใช้ทั้งสิบสองรู้สึกแววตาโกรธแค้นจากผู้ชมทั้งลานประลอง ชื่อเสียงแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ป่นปี้ย่อยยับไปด้วยมือผู้รับใช้เพลิง

แต่มีผู้ประเมินเพียงคนเดียว...ที่พุ่งเข้าไปหาซือหยูอย่างไม่ลังเล

ฟึ่บ--

ผู้ประเมินแต่ละคนมีพลังอย่างน้อยระดับเจ็ด...พลังของพวกเขามิใช่เรื่องล้อเล่น

ผู้ประเมินที่กำลังโจมตีนั้นเคลื่อนไหวเร็วปานสายฟ้า

เพียงพริบตาเดียวเขาก็ไปปรากฏตัวต่อหน้าองค์ชายหนึ่ง

ฟางหยุน! ฟางหยุนแห่งสำนักเซี่ยนหยู!

“เจ้าฆาตกรอวดดี เจ้าฆ่าคนหลายต่อหลายคน ณ ที่แห่งนี้ ข้าในฐานะผู้ประเมินคงต้องกำจัดเจ้า”

ฟางหยุนก่นด่า เขามีความตั้งใจจะสังหารซือหยูอยู่ก่อนแล้ว เขาจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ว่าเขาคือคนที่ไล่ซือหยูออกจากสำนัก...มิเช่นนั้นเขาจะถูกลงโทษ

และเขายังรับประกันไม่ได้ว่าซือหยูจะไม่มาล้างแค้นเขาในอนาคต เป็นการดีที่เขาจะใช้โอกาสสังหารซือหยูเสียตั้งแต่ตอนนี้…

ฟู่ว---

ฟางหยุนโจมตีอย่างเด็ดขาด คลื่นพลังปราณอันคมกริบหลอมรวมมาที่ปลายนิ้ว เขาพยายามจะเจาะทะลุร่างซือหยู

ผู้มีพลังระเจ็ดนั้นฆ่าระดับห้าได้เพียงพลิกฝ่ามือ

พลังปราณของเขาเข้มข้นมาก แม้จะเป็นผู้ที่มีพลังระดับหกขั้นสูงยังต้องยอมรับในโชคชะตา

แต่ซือหยูกลับใจเย็นอยู่ได้

เขาจดจำกระบวนท่านี้ได้ดี ภาพดยุคเซี่ยนหยูที่ช่วยเขาจากฟางหยุนที่พยายามจะฆ่าเขาด้วยพลังปราณนี้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน

ซือหยูในตอนนี้แกร่งกว่าเดิมมาก

“ใครที่มาขวางทางข้าต้องตาย!”

หามีประกายแสงในแววตาซือหยูไม่ เพลิงสีม่วงเต้นรำล้อมหมัดของซือหยู

ครืน...เปรี้ยง---

อ๊าก----

ฟางหยุนร้องครางออกมา นิ้วของเขาเจ็บปวดอย่างมาก เพลิงสีม่วงมอดไหม้ปลายนิ้วของเขา

ฟู่ว---

ฟางหยุนใช้พลังปราณลบล้างเพลิงอัศนีอย่างรวดเร็ว

ช่างเป็นเพลิงอัศนีที่แข็งแกร่ง! ผู้ประเมินทั้งสอบสองตกตะลึง

ฟางหยุนตกใจมาก ซือหยูรับพลังของเขาได้ตั้งแต่เมื่อใดกัน? เมื่อก่อนเขายังเป็นเพียงมดปลวก...เป็นแค่ศิษย์สำนักธรรมดา

“เจ้ายังกล้าต่อกรขั้นรึ! ความผิดมหันต์!”

ฟางหยุนตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวด้วยความรู้สึกโกรธและละอายใจ เขาได้พ่ายแพ้ต่อเด็กหนุ่มต่อหน้าคนนับหมื่น!

ความกลัวขององค์ชายหนึ่งบรรเทาลง หากฟางหยุนมาช่วยเขาก็โล่งใจ แววตาเขาเต็มไปด้วยความชิงชัง

เพียงคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกย่ำแย่ในตลอดชีวิตนี้ก็คือซือหยู!

“ฮ่าๆๆ! เจ้าจะทำอะไรองค์ชายอย่างข้าได้?”

องค์ชายหนึ่งยืนอยู่ที่ทางออกโถงประลอง...เขาหันมาและหัวเราะอย่างเย็นชา

“ข้าจะไม่หยุดแค่ฆ่าดยุคเซี่ยนหยู ข้าจะจัดการฉินเซี่ยนเอ๋อและคนที่เหลือในตระกูลเจ้าให้หมด!”

นัยน์ตาแดงก่ำของซือหยูเยือกเย็น เขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า

“เจ้าคิดว่าเจ้าจะมีชีวิตพ้นวันนี้รึ?”

“ข้าบอกแล้ว หามีใครช่วยเจ้าได้...แม้สวรรค์!”

คำพูดซือหูมั่นคงและเจาะทะลุวิญญาณขององค์ชายหนึ่ง

ฟางหยุนหัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยว

“ตายซะ!”

“เร่ง! เว! ลา!”

ดวงตาแดงก่ำของเขาเปล่งประกาย

เวลา...ช้าลง

ฝ่ามือของฟางหยุนที่กำลังโกรธพุ่งเข้ามาช้าๆทางซือหยู

สีหน้าคนดูค่อยๆแปรเปลี่ยน

อากาศหมุนเวียนอย่างแช่มช้าและหนักหน่วง

แต่ในความจริงหาใช่ทุกคนที่ช้าลง...แต่เป็นเพราะซือหยูเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

ด้วยหยดน้ำวิญญาณสีแดงสองหยดนั้นเอง...ซือหยูในตอนนี้เร็วกว่าเดิมสองเท่าแม้จะเป็นระหว่างการต่อสู้

ฟึ่บ--

เขาก้าวไปข้างหน้าหาองค์ชายหนึ่ง

ครืน--

ฟางหยุนโจมตีโดนเพียงความว่างเปล่า...โชคดีที่ไม่ล้ม

เกิดอะไรขึ้น? ซือหยู...หายไปไหน?

ฟางหยุนรู้สึกถึงความเหลื่อนไหวข้างหลังเขาและสีหน้าเปลี่ยนทันที

เพียงพริบตา...ซือหยู...ก็เข้าถึงตัวองค์ชายหนึ่ง!

องค์ชายหนึ่งยังคงไม่รู้ตัว...รอยยิ้มชั่วร้ายยังคงเปื้อนใบหน้า เขาเพียงเห็นภาพลางๆและก็มีคนมายืนอยู่ตรงหน้าเขา ดวงตาสีแดงก่ำอยู่ใกล้เขาเพียงไม่กี่หุน

ระยะใกล้เพียงหายใจ…

“อ๊าก!!! เจ้าเป็นผีรึไง!”

องค์ชายหนึ่งหวาดกลัว หน้าของเขาซีดราวกับกระดาษ

ฟึ่บ--

องค์ชายหนึ่งรีบคว้าสร้อยหยกบนอก หากเขาทุบมันเขาจะปล่อยพลังที่เทียบเท่าระดับเจ็ดขั้นสูงออกมาได้

แต่มือของเขาถูกคว้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว

“ไม่มีใครช่วยเจ้าได้!”

ดวงตาซือหยูเต็มไปด้วยความชิงชังไร้ขอบเขต

เป็นองค์ชายหนึ่งเองที่ทำลายครอบครัวซือหยู เขาทำให้เซี่ยนเอ๋อต้องไปยังแดนห่างไกล ดยุคถูกประหารและคนในตำหนักเซี่ยนหยูเองก็ลำบาก...ทั้งหมดเป็นเพราะองค์ชายหนึ่ง

“หยุดนะ!”

ผู้รับใช้เพลิงโกรธเกรี้ยว

ไม่เป็นไรหากเขาสังหารคนอื่น...แต่การฆ่าคนตระกูลราชวงศ์ต่อหน้าเขาจะทำให้ชื่อเสียงของเขาถูกทำลายลงแน่นอน

ซือหยูมิได้สนใจผู้รับใช้เพลิงและบีบคอองค์ชายหนึ่ง

องค์ชายเบิกตากว้าง ใบหน้าหวาดกลัว เขามิเคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อน

“ซือ...หยู...ปล่อยข้า...ข้าผิดไปแล้ว...”

องค์ชายหนึ่งขอความเมตตา

หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า การใส่ร้ายดยุคเซี่ยนหยูคือความผิดพลาดที่สุดในชีวิต

ดวงตาซือหยูหาได้แปรเปลี่ยนไม่ เขาส่ายหัวอย่างไร้ปรานีและพูดด้วยเสียงแหบพร่า

“สายไปแล้ว ดยุคสิ้นแล้ว เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต!”

“ม่าย...”

องค์ชายหนึ่งตะโกนร้อง

แผละ---

ในตอนนั้น...ซือหยูบีบคอองค์ชายหนึ่งขาด...และถือไว้ในมือ

คนรอบๆอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

ซือหยูบั่นคอองค์ชายหนึ่งต่อหน้าคนทั้งแคว้น

หลายต่อหลายคนจำภาพนี้ขึ้นใจ

ซือหยูถือหัวองค์ชายหนึ่งและเดินไปที่ศีรษะของดยุคเซี่ยนหยู เขาวางหัวองค์ชายหนึ่งต่อหน้าดยุค

พรึ่บ--

ซือหยูคุกเข่า ทุกคนต่างรู้สึกได้ถึงซือหยู

เขาวางมือทั้งสองแนบพื้นและหมอบลงต่ำที่สุด

การคุกเข่านี้ทำให้หัวใจทุกคนสั่นไหวราวกับเวลาหยุดหมุนและสวรรค์อยู่เคียงข้างซือหยู

“ท่านพ่อ...ข้ามาช้าไป!”

เสียงอันสั่นและโศกเศร้านี้ดังสะท้อนไปทั่วลานประลอง

ซือหยูเข้าสู่งานประลองศักดิ์สิทธิ์มิใช่เพราะเพื่อชื่อเสียงหรือเกียรติยศ หรือสิ่งอื่นใด...แต่เพื่อแก้แค้นให้ผู้มีพระคุณ

ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างนับถือซือหยู

แม้จะเป็นผู้ประเมินอันสูงส่งทั้งสิบสองต่างเงียบกริบให้ความเคารพซือหยู

ภาพบุรุษชุดม่วงที่คุกเข่าแนบพื้นประทับแน่นในจิตใจทุกคน

แม้วันเวลาจะผ่านพ้นไปนานแสนนานนับพันปี พวกเขาจะยังคงจดจำอัจฉริยะหนุ่มที่ปรากฏกายในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์และเอาชนะผู้แข็งแกร่งที่สุดในแคว้นเก้าครั้งติดต่อกัน...ก่อนที่จะละทิ้งเกียรติยศทั้งหมดเพื่อคุกเข่าต่อหน้าศีรษะผู้มีพระคุณ

ภาพนี้จะอยู่ในหัวใจของพวกเขาตลอดกาล

ฟางหยุนหยุดนิ่งไปชั่วครู่...แต่ดวงตาก็ประกายความเย็นชาออกมา

“เจ้าฆาตกร! สังหารราชวงศ์มีโทษถึงตาย! ย๊ากกกกกกก!”

ซือหยูเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า...เขาหัวเราะอย่างน่าเวทนา

“ท่านพ่อ! ท่านเห็นข้าเอาชนะทุกคนในสำนักมาก่อนแล้ว วันนี้ โปรดเป็นพยานแก่ข้าที่สู้จนตัวตายด้วย!”

การล้างแค้นของเขาจบลง แต่ถ้าหากคนในวิหารมิอยากให้เขารอดชีวิตกลับไป...เขาก็ต้องเข่นฆ่าทั้งวิหารศักดิ์สิทธิ์

“ตายซะ!”

ซือหยูยืนขึ้นทันที เพลิงอัศนีสีม่วงโอ้บล้อมหมัดทั้งสองข้าง

จิตสังหารไร้ขอบเขตทะลุทะลวงชั้นฟ้าถึงสรวงสวรรค์

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.61 - มือเปล่าสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว