เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.50 - บดขยี้อัจฉริยะ

DND.50 - บดขยี้อัจฉริยะ

DND.50 - บดขยี้อัจฉริยะ


“มาถึงทุกคนแล้ว ไปกันเถอะ”

องค์ชายสามพยักหน้า เขามองดงหลินอย่างคาดหวัง

ซือหยูเข้าใจที่องค์ชายสามไม่ได้หวังกับเขานัก แต่ซือหยูก็ไม่ได้คับแค้นใจ องค์ชายสามให้วัตถุดิบล้ำค้าและดูแลซือหยูให้ปลอดภัย แต่เขาก็หวังให้ซือหยูตอบแทน ซือหยูก็คิดจะตอบแทนองค์ชายสามเช่นกัน เหตุใดซือหยูจะต้องชิงชังองค์ชายสาม?

งานพบปะมังกรของตระกูลราชวงศ์จัดขึ้นที่ลานประลองศักดิ์สิทธิ์ซึ่งแคว้นสร้างขึ้นเพื่องานประชุมศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น การสร้างใช้เงินหลายร้อยล้านตำลึงและจุคนได้นับหมื่น

ตามปกติลานประลองศักดิ์สิทธิ์จะถูกปิดสนิทมิให้ใครเล็ดรอดเข้าไป มีทหารเฝ้าอยู่รอบนอกจำนวนมากเสมอ

มีเพียงค่ำคืนนี้ที่ลานประลองศักดิ์สิทธิ์จะเปิดเพราะงานพบปะมังกรเพื่อให้ตระกูลราชวงศ์และเหล่าตัวแทนเข้ามาประลองกระชับมิตรใต้แสงจันทร์!

ในดยุค 13 คน ดยุคจื่อฉวนลูกสังหารล้างตระกูลและดยุคเซี่ยนหยูยังอยู่ในคุกสวรรค์ ส่วนด้านองค์ชาย องค์ชายลำดับสองถูกซือหยูสังหารไปแล้ว นอกนั้นทุกคนอยู่ในลานประลองศักดิ์สิทธิ์!

“ซือหยู!”

องค์ชายหนึ่งไม่คิดว่าซือหยูจะอยู่ที่นี่!

องค์ชายหนึ่งรู้ว่าซือหยูแอบเข้ามาในเมืองหลวง แต่เขาไม่คิดว่าซือหยูจะเข้าร่วมงานประชุมศักดิ์สิทธิ์! หรือว่าเขาคิดจะใช้งานนี้เพื่อเป็นโอกาสกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมากัน?

หากซือหยูได้ขึ้นเป็น 10 อันดับแรกและกลายเป็นคนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเขากลับมา การทำลายล้างองค์ชายหนึ่งคงจะง่ายเพียงพลิกฝ่ามือ!

แต่เมื่อองค์ชายหนึ่งคิดถึงพลังของซือหยูก็ส่ายหัวและหัวเราะ ไม่มีทางเลยที่ซือหยูจะติด 10 อันดับแรก!

จำนวนศิษย์อสูรในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์มากมายดั่งหมู่เมฆา ถึงซือหยูจะแกร่งก็ยากที่จะจัดการพวกเขา นอกซะจากไปฝึกมาอีกเป็นปี! แต่องค์ชายหนึ่งมิให้เวลาซือหยูแน่นอน หากงานครั้งน้จบ เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดซือหยูไปให้จงได้!

เมื่อได้ยินเสียงองค์ชายหนึ่งซือหยูก็มองไปทางเขา ซือหยูมิได้เก็บซ่อนจิตสังหารแม้แต่น้อย

“องค์ชายหนึ่ง ข้าเคยพูดมาก่อนแล้ว หากข้าไม่ฆ่าเจ้า ถือว่าข้ามิใช่คน! สวรรค์ พิภพ ตะวัน จันทราล้วนเป็นพยานต่อคำสาบานข้า!”

องค์ชายหนึ่งตัวสั่น จิตสังหารเขาเข้มข้นขึ้น! หากซือหยูไม่ตายเขาจะต้องอยู่อย่างไม่สบายใจต่อไป!

คำของซือหยูสั่นสะเทือนหัวใจของทุกคนที่ได้ยิน ผู้ที่รู้เรื่องระหว่างซือหยูและองค์ชายหนึ่งมองด้วยความสุขุม

“เจ้าประเมินตัวเองสูงไปแล้ว!”

องค์ชายหนึ่งมองไปยังชายหนุ่มผมสั้นถือกระบี่ เขามองซือหยูอย่างเยือกเย็นด้วยสายตาคบกริบ!

รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งจนภูผาสั่นสะเทือน มหาสมุทรเกิดคลื่นยักษ์! ทั้งร่างซือหยูพบกับความกดดันรุนแรงราวกับถูกทุ่มภูผาใส่ทำให้หายใจอย่างยากลำบาก

“ฮื่ม!”

ซือหยูปล่อยพลังปราณออกมาแข่งกันชายหนุ่ม ทำให้พวกเขาเลิกใช้พลังทั้งคู่

“ระวังคำพูดเจ้าไว้!”

ชายหนุ่มผมสั้นดูถูก

องค์ชายหนึ่งปราม

“พอแล้ว หยุนเทียน เจ้ามิต้องพูดกับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรอยู่หรอก!”

ดงหลินแอบกลัว

“ระดับหกขั้นกลาง!”

องค์ชายสามสั่น องค์ชายหนึ่งหาผู้มีพลังระดับหกขั้นกลางอย่างหยุนเทียนมาได้ยังไง

“ดงหลิน หากเจ้าสู้กับเขา เจ้ามีโอกาสชนะไหม?”

องค์ชายสามใจสั่นเพราะรู้สึกถึงลางไม่ดี

หากพลาดเพียงเสี้ยวเดียวคงจะพ่ายแพ้เป็นแน่ หากหยุนเทียนชนะดงหลินและองค์ชายหนึ่งได้ครองบัลลังก์ ก็ไม่มีที่ว่างให้องค์ชายสามอีกต่อไป

และยังเป็นไปได้ว่าองค์ชายสามจะต้องพบชะตาเดียวกับดยุคเซี่ยนหยูที่ถูกจับเพราะข้อหากบฎ ใช้ชีวิตอยู่ในคุกสวรรค์!

ดงหลินเต็มไปด้วยใจสู้

“มันแกร่งมาก! แต่หากข้าใช้พลังเต็มที่ก็ยังมีโอกาส!”

นี่แสดงว่าเขายังมีหวังสินะ? องค์ชายสามผ่อนคลายขึ้น

ทั้งกลุ่มนั่งลง ในลานประลองศักดิ์สิทธิ์ที่กว้างใหญ่นี้มีเพียงพวกเขา ทำให้ทั้งลานประลองดูโล่งกว้าง ในเวลาเดียวกันก็เต็มไปด้วยบรรยากาศความเยือกเย็น

“เหล่าอัจฉริยะทั้งหลาย พรุ่งนี้พวกเจ้าจะต้องเป็นตัวแทนของตระกูลราชวงศ์และประลองกับสิบสามสำนักเพื่อชื่อเสียงแห่งตระกูลราชวงศ์ คืนนี้พวกเจ้าจะต้องประลองเพื่อเรียนรู้จากกันและกัน นี่คือการอุ่นเครื่องเพื่อการประลองพรุ่งนี้”

องค์ชายหนึ่งทำตัวเป็นผู้ชมธรรมดา เขาไม่รู้ตัวเลยว่าใต้แสงจันทร์นี้แผลเป็นน่ากลัวบนใบหน้าเขาช่างขยะแขยงกว่าเดิม!

หยุนเทียนพกกระบี่ยืนอยู่บริเวณลานประลอง เขามอง 15 อัจฉริยะด้วยสายตาคมกริบ เมื่อมองผ่านซือหยูก็หยุดลงชั่วครู่ก่อนจะมองผ่านไป

หลังจากมองทุกคนแล้วหยุนเทียนก็ส่ายหัวและออกจากลานประลอง

“ข้าจะไม่เข้าร่วม”

องค์ชายหนึ่งหัวเราะ

“หยุนเทียน ทำไมเจ้าไม่ประลองกระชับมิตรกับพวกเขาดูซักหน่อยล่ะ?”

“ไม่มีผู้ใดควรค่าแก่กระบี่ข้า ข้าหาสนใจไม่!”

คำพูดอันหยาบคายนี้ทำให้อัจฉริยะที่เหลือ 15 คนโกรธเกรี้ยว

เพียงผู้เดียวที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้คืออัจฉริยะขององค์ชายสาม ดงหลิน! แต่จากน้ำเสียงของหยุนเทียน...ดงหลินก็มิคู่ควรกับกระบี่เขาเช่นกัน!

ดงหลินเต็มไปด้วยความหยิ่งยโส เขาอยากจะประลองกับหยุนเทียน! แต่องค์ชายสามแนะนำว่าเขายังมิควรแสดงพลังในตอนนี้เพราะต้องประลองจริงในวันต่อไป

องค์ชายสามคิดว่าหากหยุนเทียนหยาบคายเช่นนี้จะทำให้ทุกคนสนใจเขา ดงหลินจะได้ไม่เปลืองแรงมากในวันนี้!

ดงหลินที่โกรธและไม่พอใจเลือกคนประลองด้วย เขาเลือกคนที่มีพลังระดับห้าขั้นสูงที่มาจากฉิงซาน!

“ข้าชางหลิง ขอทราบชื่อเจ้าได้หรือไม่?”

ชางหลิงมิเกรงกลัว เขากระโดดขึ้นลานประลองอย่างผ่าเผย

ดงหลินหยาบคายและเย็นชา

“ช่างเจ้าสิ! ข้าจะให้เจ้าเริ่มก่อน เข้ามา!”

ชางหลิงเริ่มจริงจัง

“เจ้ามิหยาบคายไปหน่อยรึ?”

เขตฉิงซานกว้างใหญ่ไพศาล ชางหลิงคือที่หนึ่งท่ามกลางอัจฉริยะนับล้าน เขาต้องแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่กลับถูกดงหลินเหยียดหยามเช่นนี้!

ดงหลินยืนนิ่งอย่างเย็นชา เขาไม่ได้สนใจชางหลิงแม้แต่น้อยราวกับชางหลิงไม่มีตัวตน!

“เจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว!”

“เพลิงธานีพินาศ!”

ชางหลิงปล่อยพลังปราณรอบตัวราวกับเป็นชั้นเพลิงพิโรธที่แผดเผาทุกสรรพสิ่ง

คลื่นเพลิงกระจ่ายไปรอบทิศทาง ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความร้อนจากที่นั่ง

“เป็นวิชาบ่มเพาะที่ทรงพลังอะไรเช่นนี้ นี่ต้องเป็นวิชาขั้นกลางระดับสูงที่ฝึกจนถึงระดับสองขั้นสูงแล้ว อีกก้าวเดียวเขาจะก้าวเข้าสู่ระดับสาม!”

เพลิงพิโรธโอบล้อมร่างกาย ความร้อนนั้นแผดเผาไปถึงสวรรค์

รู้สึกถึงพลังอันแข็งแกร่งได้จากทั่วทิศทาง เพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งมุ่งตรงไปยังดงหลิน! เพลิงของชางหลิงพร้อมจะมอดไหม้ดงหลินเป็นจุณ! แต่ดงหลินยังคงยืนนิ่งและยังคงไม่สนใจสิ่งใด

“ไม่ได้พิเศษอะไรเลย!”

ดงหลินยกมือขึ้นและแกว่งอย่างแรง!

เปลวเพลิงรอบชางหลิงหายไปจนหมดเพียงการแกว่งมือครั้งเดียว!

ชางหลิงสีหน้าเปลี่ยนทันที เหตุใดกระบวนท่าที่แกร่งที่สุดของเขาจึงสลายไปง่ายดายเช่นนี้?

ดงหลินตาเป็นประกายและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน

“ข้าให้เจ้าเริ่มก่อนแล้ว ทีนี้ตาข้าล่ะ!”

“ดัชนีทลายเหมันต์!”

ดงหลินยื่นนิ้วทำให้เกิดแสงราวกับอาทิตย์ตะวันออก ชั้นเพลิงปกคลุมนิ้วของเขาและสั่นสะเทือนอากาศ เงาเพลิงหลายชั้นซ้อนกันไปมา

ชางหลิงหน้าซีดด้วยความกลัว!

“เพลิงธานีพินาศ!”

ชางหลิงโต้กลับด้วยกระบวนท่าเดิมอีกครั้ง!

ชางหลิงร้องเสียงหลงและกระเด็นลอยไปไกลจนตกลานประลองและกระอักเลือดออกมา!

“วิชาบ่มเพาะกลางระดับสามขั้นสูง!”

ซือหยูตกตะลึง

องค์ชายหนึ่งหน้าหม่นหมอง ดงหลินฝึกวิชาระดับกลางจนถึงระดับสามขั้นสูงแล้ว!

มีเพียงหยุนเทียนที่ไม่สนใจและพูดอย่างเย็นชา

“ชางหลิงพื้นฐานดี พลังปราณสูงและวิชามีพลังมาก แต่เขาใช้วิชาได้ไม่ลื่นไหลและตอบสนองช้าทั้งยังความตั้งใจต่ำ เขามีจุดอ่อนเต็มไปหมด!”

“ดงหลินพื้นฐานดีมาก วิชาบ่มเพาะของเขาอยู่ในระดับสามขั้นสูงและใช้ได้อย่างไม่ติดขัด แต่เขาควบคุมพลังปราณได้ไม่ดีนักทำให้ใช้พลังปราณมาก หากเขาต่อสู้นานๆจะต้องเสียเปรียบ!”

หยุนเทียนกล่าวได้ตรงจุดและจี้ใจดำของชางหลิง

ดงหลินยังคงใจเย็น

“ฮื่ม! ข้าขอความเห็นเจ้ารึ?”

ดงหลินมองอัจฉริยะที่เหลืออีก 13 คนและออกจากลานประลอง

“ข้าขอตัวเช่นกัน พวกเจ้าที่เหลืออ่อนแอเกินไป ข้ามิสนใจ!”

คนที่เหลือหน้าแดงด้วยความโกรธ พวกเขาคืออัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะที่จะพบได้ใน 100 ปี แต่พวกเขากลับโดนดูถูกซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ณ ลานประลองแห่งนี้

พวกเขาผิดหวังมาก แต่เมื่อได้เห็นสภาพของชางหลิงพวกเขาก็ทำได้แต่เก็บความคับแค้นไว้ในใจ

เมื่อทั้งสองคนออกจากลานประลอง ในลานประลองก็กลับมาเงียบอย่างประหลาด องค์ชายหนึ่งมองไปรอบๆและหัวเราะ

“ชานหลี่ เจ้าไม่ได้อยากจะประลองกับลูกเขยดยุคเซี่ยนหยูหรอกรึ? ทำไมไม่ท้าเขาล่ะ?”

ทุกคนมองไปยังชานหลี่ที่มีพลังระดับห้าขั้นสูงเทียบเท่าชางหลิง ชานหลี่คืออัจฉริยะที่องค์ชายสองเลือก แต่องค์ชายสองถูกซือหยูสังหารไปแล้ว

ชานหลี่อายุ 17 ปี เขาตัวเล็กและผอมทั้งยังดูดุร้าย รู้สึกถึงบรรยากาศความป่าเถื่อนจากรอบกายเขา เขามองซือหยูด้วยสายตาราวกับสัตว์ป่า

“ซือหยู!”

ชานหลี่ขึ้นลานประลองและมองลงชี้นิ้วไปยังซือหยู

“มาประลองกับข้า!”

เขาควรจะได้ใช้ชีวิตอย่างมั่งคั่งและมีเกียรติด้วยการสนับสนุนจากองค์ชายสอง ปีกที่องค์ชายสองติดให้ทำให้เขายืนอยู่เหนือคนนับล้าน แต่เมื่อองค์ชายสองตายไปอนาคตของเขาก็ดับวูบลง

เขาคือผู้ที่ชิงชังซือหยูพอๆกับที่ซือหยูชิงชังองชายหนึ่ง

“ตามที่เจ้าต้องการ!”

ซือหยูกระโจนขึ้นลานประลองมาเผชิญหน้ากับศัตรู

ชานหลี่โจมตีอย่างรุนแรง!

“ลูกเตะอาชาเหล็ก!”

มันเป็นวิชาบ่มเพาะขั้นกลางระดับสามขั้นต้น

เขายกขาและเกิดฝุ่นฟุ้งกระจายราวกับคนหลายพันกำลังควบอาชาอย่างต่อเนื่อง

เหล่าผู้ชมต่างตื่นเต้น พวกเขาหัวใจเต้นเร็วเพราะรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากลานประลอง

เมื่อชานหลี่เข้าใกล้ขึ้นซือหยูก็ยิ่งกดดัน!

ชางหลิงที่อยู่ใต้ลานประลองประหลาดใจ

“อัจฉริยะขององค์ชายสองแข็งแกร่งอย่างที่คิดจริงๆ!”

หากเขาเป็นซือหยูจะต้องเหงื่อแตกพลั่กอย่างทำอะไรไม่ถูกแน่ หากเขาต้องสู้กับชานหลี่คงทนได้ไม่ถึง 10 กระบวนท่า!

มันยากที่จะเข้าใจวิชาบ่มเพาะระดับกลาง เพราะพลังที่เพิ่มขึ้นมาในแต่ละขั้นนั้นสูงมาก

ที่เขตฉิงซาน ชางหลิงดูถูกเหล่าอัจฉริยะคนอื่นเสมอ แต่ในงานพบปะมังกรนี้เขารู้สึกด้อยกว่าหลายคนที่นี่

ในงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ที่มีศิษย์อสูรมากมายรวมตัวกัน เขาถือว่าเป็นพวกต่ำกว่ามาตรฐานเท่านั้นเอง!

ชานหลี่โจมตีอย่างเกรี้ยวกราด วิชาขาของเขาส่งเสียงราวกับอาชานับล้านตัวกระแทกกีบเท้าทำให้ผู้ชมตัวสั่นด้วยความกลัว แสงสีชาดปกคลุมขาของเขาราวกับภูเขาไฟลูกใหญ่ที่พร้อมจะปะทุตลอดเวลา

“คุกเข่าซะ!”

ชานหลี่โจมตีอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าไปที่อกของซือหยู

แรงลมปะทะเส้นผมด้านหน้าซือหยู ฝุ่นควันปกปิดสายตาเยือกเย็นของซือหยู

ซือหยูเริ่มเคลื่อนไหว!

Banshee

ติชมให้กำลังใจ กดไลค์แฟนเพจมาคุยกันได้เลยจ้าาา

จบบทที่ DND.50 - บดขยี้อัจฉริยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว