เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.23 - โอกาสดี

DND.23 - โอกาสดี

DND.23 - โอกาสดี


ซือหยูมองลู่ฉิงอย่างเย็นชาและรีบหันไปมองหุบเขามืด ชายหนุ่มชุดเขียวออกมาจากความมืดแล้ว

“หนีเร็ว! เขากำลังมาแล้ว!”

ซือหยูรีบใช้เงาเมฆาและหายไปกับแมกไม้ทันที

เขาอาจจะหนีไม่รอดพลังระดับหกก็ได้ ลู่ฉวนมองข้างหลังและเจอคนสวมชุดเขียวเปื้อนเลือดตรงเข้ามา ระดับของเขาเองยังเห็นได้ไม่ชัดเจน ทำให้เขากลัวมาก!

“หนีเร็ว!”

ลู่ฉวนแบกลู่ฉิงและกระโดดหนีอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะไปไม่ไปทางเดียวกับซือหยู

ในมือทั้งสองของชายชุดเขียวเปื้อนโลหิตเหนียวๆ เขามองแผ่นหลังซือหยูและลู่ฉวนที่แยกไปคนละทาง

“ช่างเป็นคนหนุ่มที่รู้จักประมานตัว ถึงกับเห็นข้าล่วงหน้าแล้วหนีไปได้”

เขายืนนิ่งและไม่ไล่ตาม เขาหายเข้าไปในหุบเขาอย่างรวดเร็ว

“เป้าหมายสำเร็จแล้ว เจ้าสามคนนั่นโชคดีจริงๆ! ถ้าพวกมันอยู่นานกว่านี้ข้าคงต้องถอยไปรายงานองค์ชายลำดับหนึ่ง”

ซือหยูหนีอยู่นานแต่ไม่เห็นใครตามมา เขาโล่งใจเล็กน้อยและไปซ่อนตัวที่ป่ารก เมื่อรู้สึกปลอดภัยแล้วเขาจึงเริ่มคิด

ก่อนที่เขาจะมาเทือกเขารัตติกาลก็มีข้อสงสัยอยู่ก่อนแล้ว หากมีคนเห็นถ้ำที่มีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่จริงๆ ทำไมคนนั้นถึงไม่แอบไปหาสมบัติเองล่ะ? ทำไมถึงต้องกระจายข่าวไปทั่วเช่นนี้?

ขนาดคนอย่างฉวนหลีเฟยยังมีแผนที่ได้เลย ดูเหมือนข่าวจะแพร่กระจายไปเพื่อล่อคนอื่นให้เข้ามาที่หุบเขาและถูกกำจัดโดยชายชุดเดียว แต่เขาจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน?

หลังจากรออยู่เงียบๆครึ่งวันก็ไม่พบว่าถูกตามอีกแล้ว

“ดูเหมือนเขาจะออกจากหุบเขาไปแล้ว”

ชายชุดเขียวถูกเปิดโปงแล้ว หากเขาอยากจะซ่อนตัวและสังหารคนต่อไป เขาควรจะฆ่าซือหยูกับพี่น้องลู่เพื่อปิดปาก แต่เมื่อไม่ถูกตามตัวนั่นหมายความว่าชายหนุ่มคนนั้นเลิกใช้หุบเขาเป็นที่ซ่อนแล้ว ซือหยูคิดแล้วคิดอีกแล้วกลับไปยังหุบเขามืด

ครึีงวันต่อมา ด้านนอกหุบเขาส่งกลิ่นโลหิตคละคลุ้ง เขาใช้พลังมองหาชายชุดเขียวแต่ไม่พบตัว มีเพียงร่างไร้วิญญาณเย็นเฉียบที่เหลืออยู่ ซือหยูก้าวเข้าไปใกล้ศพอย่างแผ่วเบา

“ศิษย์ทองคำอันดับสี่เซิงเบ่ย!”

ซือหยูอ้าปากค้าง

เซิงเบ่ยมีสัมพันธ์อันดีกับฉินเฟิง และเป็นคนรักเก่าของเขา นางเป็นแม่สื่อระหว่างฉินเฟิงและเจียงซื่อฉิง เซิงเบ่ยที่เป็นผู้หญิงเข้าออกหอสตรีได้อิสระและเป็นที่เคารพนับถืออย่างมากเพราะพลังของนาง นางมีเครือข่ายกับศิษย์หญิงในสำนักมากมายและรู้ข้อมูลภายในอย่างมาก

ซือหยูมองว่านางมีพลังระดับสามขั้นสูงที่โดดเด่นกว่าคนอื่น แต่เมื่อเจอกับการสังหาอันป่าเถื่อนต่อหน้าต่อตาก็ทำให้ใบหน้านางยังคงหลงเหลือร่องรอยความหวาดกลัวนั้น

เมื่อซือหยูค้นตัวนางก็พบว่าชายชุดเขียวไม่ได้เอาของมีค่าไปด้วย ซือหยูค้นหาของที่อยู่ในกระเป๋านาง

“โอสถวิญญาณชั้นสูง!”

ชายชุดเขียวนั่นไม่สนใจโอสถวิญญาณ! ซือหยูรีบเก็บโอสถวิญญาณไว้กับตัว เขายังพบตั๋วเงินสามใบที่มีค่าใบละ 1,000 ตำลึงเงินซึ่งซื้อโอสถวิญญาณชั้นสูงได้อีกขวด

เมื่อค้นเสร็จ ซือหยูเตรียมตัวกลับ แต่ทันใดนั้นเขาได้กลิ่นเหม็นเน่าอ่อนๆลอยมาจากหุบเขา เขาใช้พลังดวงตาตรวจสอบและพบราชสีห์ตัวใหญ่สองตัวขาดใจตายอยู่หน้าถ้ำ

หรือแผนที่สมบัติจะเป็นของจริง? ชายชุดเขียวนั่นเลือกสถานที่ที่มีสัตว์อสูรป้องกันอยู่จริงๆ

ราชสีห์เพลิงกำลังเน่าเปื่อย แต่เขี้ยวของมันก็มีค่า ซือหยูเก็บเขี้ยวพวกมันมาได้สี่ชิ้น เขี้ยวมันมีพลังลุกไหม้สูงมาก หากขว้างใส่เป้าหมายจะทำให้เกิดระเบิดและถูกเปลวเพลิงแผดเผา

พลังของมันคล้ายกับบอลเงินที่องค์หญิงเซี่ยนหยูใช้กับมังกรไฟ เขาจะเก็บมันไว้ใช้เองหรือขายก็ย่อมได้ เขี้ยวทั้งสี่มีค่าอย่างน้อย 2,000 ตำลึงเงิน

เมื่อเก็บเขี้ยวเรียบร้อยซือหยูตรวจสอบในถ้ำแต่ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ ถ้ำลึกเพียง 100 เมตร กำแพงศิลายังคงมีความร้อนเล็กน้อยจากเพลิงของราชสีห์

ซือหยูตัดสินใจเข้าไปในถ้ำและพบกับความว่างเปล่าที่ทำให้ผิดหวัง ดูเหมือนว่ามันเป็นเพียงรังของราชสีห์เพลิงที่ไม่ได้มีสมบัติอะไรอยู่เลย แต่ถ้าหากมีสมบัติชายชุดเขียวคงจะเอามันไปแล้ว

ครืน-

ตอนนั้นเองเขารู้สึกว่าพื้นที่ยืนอยู่สั่นเล็กน้อย เมื่อมองที่พื้นเขาก็พบรอยแตกสีโลหิต หากไม่ใช่เพราะพลังดวงตาเขาคงมองไม่เห็นมันแน่

เขาค่อยๆขุดลงไปและพบกับของเหลวร้อนสีแดงพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ

“ไขหยกเพลิงงั้นเหรอ?”

ซือหยูตกใจมาก! เขาเคยได้ยินเรื่องไขหยกเพลิงหลายครั้ง ว่ากันว่ามันาจากส่วนลึกของโลกและพลังเปลี่ยนแปลงร่างกายที่มากกว่าโอสถวิญญาณชั้นสูงเสียอีก! มันยังเพิ่มพลังกายได้อีกด้วย!

ไขหยกเพลิงหยดเดียวมีค่าอย่างน้อย 100 ตำลึงเงินในตลาด แต่มันไม่มีราคาตลาดอีกแล้ว! ไม่มีใครเจอมันมาร้อยปีแล้ว ตระกูลราชวงศ์ก็ไม่มีมันเลยเช่นกัน และไขหยกเพลิงตรงหน้าเขาก็มากกว่าหนึ่งหยดเสียอีก

ซือหยูตื่นเต้นมากที่ได้พบมัน

ของเหลวล้ำค่านี้เพิ่มพลังของคนที่มีพลังระดับหกได้ ชายชุดเขียวมองข้ามของล้ำค่านี้ไปได้ยังไงกัน! แต่ซือหยูรู้สึกว่าตัวเองโง่เขลานักที่ไม่ได้นำขวดหยกมามากนัก

เขาทำได้เพียงบ่มเพาะพลังที่นี่และเอาส่วนที่เหลือกลับไป! ซือหยูทำใจขุดหลมให้ลึกขึ้นและหย่อนตัวฃ

ไป

ซ่าา--

เขารู้สึกราวกับถูกทอดด้วยน้ำมันร้อนๆ! ความเจ็บปวดทำให้ประสาทของเขาแทบรับไม่ได้จนอยากจะกระโดดออกมา แต่ความตั้งใจอันแรงกล้าฉุดรั้งให้เขาอดทนต่อไป

เชากัดฟันแน่น เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลออกมาจากหน้าผาก ทั้งตัวของเขาแดงก่ำจากความร้อน

ทนไว้! ที่ข้าเจ็บปวดก็เช่นนี้ก็เพราะว่าข้าอ่อนแอ หากข้ากัดฟันทนต่อไปร่างกายข้าจะเปลี่ยนไปได้!

หนึ่งนาทีผานไป!

สิบนาทีผ่านไป!

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป!

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป!

ความดื้อรั้นของซือหยูทำให้เขาอดทนได้ยาวนานถึงสามชั่วโมงจนร่างกายเปลี่ยนแปลงและปรับตัวจนไม่ทรมานอีกต่อไป หลังสิบชั่วโมงเขาก็ไม่มีความรู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย

ในตอนนี้ไขหยกเพลิงในหลุมเหลือเพียงหนึ่งกำปั้น

ซือหยูค่อยๆลืมตา พลังเอ่อล้นไปทั่วราง

“พลังไขหยกเพลิงเป็นเรื่องจริง!”

ซือหยูตื่นเต้น พลังของเขาถูกบ่มเพาะจนถึงระดับสามชั้นสูง อีกก้าวเดียวเขาจะมีพลังระดับสี่แล้ว!

การดื่มไขหยกเพลิงจะเพิ่มการบ่มเพาะพลังได้ แต่เพียงการลงไปสัมผัสกับมันก็ทำให้เขาบรรลุระดับสามขั้นสูงแล้ว! พลังของมันช่างเหลือเชื่อ! ไขหยกเพลิงที่เหลือเขาจะเก็บไว้ดื่ม ด้วยพลังของมันจะทำให้ซือหยูก้าวกระโดดไปอีกขั้น

ซือหยูจินตนาการพลังของตัวเองตอนนี้ไม่ออกเลย เขาเคยชนะลู่ฉิงที่มีพลังระดับสามขั้นกลางอย่างง่ายดาย ตอนนี้เขาน่าจะชนะลู่ฉวนพี่ชายของลู่ฉิงได้อย่างแน่นอน

“ฉินเฟิง! ระยะห่างของเจ้ากับข้าแคบลงแล้ว! หวังว่าเจ้าจะไม่ตกใจเมื่อถึงเวลานั้นนะ!”

ซือหยูกำหมัด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ซือหยูมองดูไขหยกเพลิงล้ำค่าที่เหลืออยู่ จากนั้นเขาจึงออกไปข้างนอกเพื่อจับอสรพิษและเผาหนังของมันให้สะอาดเพื่อใช้เป็นถุงเก็บไขหยกเพลิงที่เหลือ

เมื่อเก็บไขหยกเพลิงหยดสุดท้าย ซือหยูคำนวนเวลาและพูดกับตัวเอง

“ข้าออกมาครึ่งเดือนแล้ว จะกลับไปต้องใช้เวลาอีกประมาณสองสัปดาห์ ข้าต้องรีบกลับสำนักแล้ว กำลังจะถึงเวลาประเมินศิษย์ทองคำ!”

เอ๊ะ! ตอนที่ซือหยูเก็บไขหยกเพลิงเสร็จ ทันใดนั้นเขาพบแสงหลากสีสว่างออกมาจากด้านในรอยแยกที่ไขหยกเพลิงไหลออกมา ซือหยูจึงเริ่มสำรวจต่อไป

เขาขุดลึกลงไปครึ่งเมตร

ตู้ม-

เขาพบอุโมงค์ธรรมชาติอยู่ใต้ดิน มันมีกลิ่นอายของไขหยกเพลิงด้านในอุโมงค์ที่ทอดยาวลึกลงไป

ซือหยูที่สงสัยจึงลงไปและรู้สึกเจ็บแปลบ มันถูกคลื่นความร้อนจากไขหยกเพลิง โชคดีที่ร่างกายของเขาไม่กลัวการสัมผัสไขหยกเพลิงอีกแล้ว

หลังจากเดินเข้ามาหนึ่งชั่วโมง ซือหยูพบว่ามันหายใจยากขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าเขาได้เดินเข้ามาหลายพันลี้

แสงหลากสีสวางขึ้นมาอีกครั้งที่ด้านในสุดของอุโมงค์ ซือหยูรีบเข้าไปทันที เชาพบผนึกดินเหนียวที่มีรอยแตก แสงหลากสีสว่างมาจากตรงนั้น ซือหยูมองผ่านรอยแตกและพบห้องโถงใหญ่ทรุดโทรมที่ถูกฝังอยู่ลึกใต้ผืนโลกนี้

จบบทที่ DND.23 - โอกาสดี

คัดลอกลิงก์แล้ว