เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.22 - พลังพิฆาต

DND.22 - พลังพิฆาต

DND.22 - พลังพิฆาต


ศรปักถูกดวงตาของพยัคฆ์หนามพอดิบพอดี! มันเป็นจุดอ่อนเพียงไม่กี่จุดของมัน!

โฮกก---

พยัคฆ์หนามเจ็บปวดมาก มันถูกยิงตาบอดหนึ่งข้าง มันใช้ตาอีกข้างมองหาศัตรู

บนต้นไม้ที่อยู่ไกลๆ เด็กหนุ่มสวมชุดสีขาวรีบใช้ธนูสีชาดโจมตีอีกครั้ง

มันคำรามเสียงดังและเลิกสนใจชายหนุ่มตรงอุ้งเท้าและหลบอย่างรวดเร็ว มันอยากจะไล่ตามซือหนูแต่ธนูยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง มันไม่มีโอกาสที่จะหลบและวิ่งหนีเมื่อบาดเจ็บหลายแห่งจากธนู ซือหยูเก็บธนูและไล่ตามมัน

เมื่อพ้นความเป็นความตาย ศิษย์ทองคำสามคนเต็มไปด้วยเหนื่อย

“เร็วเข้า ตามมันไป!”

ทั้งสามรีบไล่ตามทันที

พยัคฆ์หนามไม่ยอมตายง่ายๆ มันวิ่งหนีได้นานถึงครึ่งวันก่อนจะหมดแรงและตายลง ซือหยูรีบถลกหนังที่มีค่ามากที่สุดออก

อ๊ะ นั่นอะไรน่ะ? ซือหยูพบว่าในปากของมันมีถั่วดำติดอยู่กับฟัน มันไม่ถูกกลืนหรือกัดให้แตก เขาเอามันออกมาอย่างยากลำบาก

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

เสียงตะโกนดังตามมาจากข้างหลัง

ศิษย์ทองคำสามคนมาถึงอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเนื้อสัตว์อสูรเพราะหนังถูกถลกออกไปแล้วพวกเขาก็มามองซือหยูที่ถือถั่วดำอยู่ท่าทีพวกเขาก็เปลี่่ยนไป

หลีหมิงห่าวคุ้นหน้าเขาและจำได้ว่าเขาคือราชาระดับเงินคนใหม่

“นี่เจ้า! ราชาระดับเงินซือหยู!”

ศิษย์ทองคำอีกสองคนโล่งใจที่ซือหยูเป็นศิษย์ร่วมสำนัก หากเป็นคนแปลกหน้าพวกเขาจะลำบาก ซือหยูเพียงมองพวกเขาและจ้องสองคนที่ไม่รู้จัก

“เจ้าคือราชาระดับเงินซือหยูสินะ ข้าลู่ฉวน นี่น้องชายข้า ลู่ฉิง”

ลู่ฉวนคือคนที่มีพลังระดับสามชั้นสูง ซือหยูเคยได้ยินชื่อลู่ฉวนมาก่อน เขาคือศิษย์ทองคำที่ติดหนึ่งในสามศิษย์ทองคำที่แกร่งที่สุด!

และลู่ฉิงก็มีชื่อเสียงพอๆกับพี่ชายของเขา เขาคือศิษย์ทองคำอันดับ 10

“แล้วอยากจะพูดอะไรกับข้างั้นหรือ?”

ซือหยูถือถั่วดำไว้ใกล้ตัว

เมื่อเห็นลู่ฉวนยักคิ้วแต่เงียบเมื่อเห็นลู่ฉิงปลอดภัย หากซือหยูไม่ยื่นมือมาช่วยน้องชายของเขาคงจะตายไปแล้ว ลู่ฉิงปากสั่น เขาไม่กล้าขอถั่วดำจากซือหยูเพราะจะเป็นการเนรคุณ

หลีหมิงห่าวไม่ได้คิดเช่นนั้น เขายิ้มอย่างเย็นชา

“เราช่วยกันกำจัดสัตว์อสูรนั่น แล้วเจ้ามาฉวยโอกาสกลางครัน แล้วเจ้าก็ไม่เกรงกลัวเลยที่จะแย่งมันไปทั้งหมด!”

“เจ้าอยากได้อะไร?”

ซือหยูยังคงใจเย็นแม้เผชิญหน้ากับหลีหมิงห่าว

“อะไรของเจ้า? เอาหนังกับถั่วดำมา! แล้วเจ้าเอาเนื้อไป!”

“แล้วถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ?”

ซือหยูชิงชังคนอย่างหลีหมิงห่าวที่ชอบใช้พลังข่มขู่ผู้คน เหมือนฉินเฟิงที่แย่งสตรีและแย่งลูกสาวจากตระกูลอื่น

หลีหมิงห่าวเย้ยหยัน

“เป็นราชาระดับเงินแล้วเจ้าคงจะมั่นใจมากสินะ? ถึงกล้าอวดดีต่อหน้าศิษย์ทองคำ!”

“ข้าจะนับถึงสาม ไม่งั้นจะถือว่ารังแกศิษย์ระดับเงินเช่นเจ้า เข้ามา!”

หลีหมิงห่าวชูสามนิ้วขึ้นมาและยิ้มอย่างเย็นชา หลีหมิงห่าวลดนิ้วลง

ฟึ่บ--

ซือหยูรีบพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว! เขาไปถึงตัวหลีหมิงห่าวในสองก้าวเท่านั้น!

ใบหน้ายิ้มของหลีหมิงห่าวเริ่มแข็งทื่อและเขาพยายามจะป้องกันการโจมตี! ทลายจักรวาล! หมัดและลูกเตะถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงโดยไม่มีหยุดพัก มันโจมตีเข้ามาอย่างไม่สิ้นสุด แต่เพราะความเร็วอย่างมากทำให้การโจมตี 64 ครั้งใช้เวลาเพียงแค่สองอีดใจ

อ๊ากก!-

หลีหมิงห่าวป้องกันไม่ได้อีก เขาถูกเตะอย่างจังที่หน้าอกและบาดเจ็บถึงภายใน เขากระอักเลือดออกมาและกระเด็นไปข้างหลัง ซือหยูมองใบหน้าตกใจของเขาอย่างไม่แยแส

“ข้าไม่คิดจะโจมตีเจ้า แต่เจ้าหลงตัวเองเกินไป”

เมื่อเขาพูด ซือหยูก็เดินไปขยับนิ้วสุดท้ายของหลีหมิงห่าวให้นับพอดีสาม

“สาม! เจ้าแพ้แล้ว”

เพียงสามอึดใจ เขาก็เอาชนะศิษย์ทองคำอันดับ 30 ได้!

พี่น้องลู่ตกใจมาก ราชาคนใหม่แกร่งกว่าเฉินเทียนหนานมาก เฉินเทียนหนานเคยแพ้หลีหมิงห่าวในกระบวนท่าเดียว แต่ซือหยูก็เพิ่งจะชนะหลีหมิงห่าว

ลู่ฉิงยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้

“ซือหยู! เจ้าจะหยาบคายเช่นนี้ไม่ได้แม้จะช่วยชีวิตข้าไว้ เจ้าปล้นของพวกข้าแล้วยังทำร้ายคนของเราอีก!”

“ถ้าเจ้ามั่นใจเช่นนี้ มาประลองกับข้าซะ”

ลู่ฉิงก้าวออกมาข้างหน้า พลังอันแข็งแกร่งของเขามากกว่าซือหยูแน่นอน

ซือหยูปัดฝุ่นออกจากชุดและยิ้มเยาะ

“หากข้ารู้ว่ามันจะเป็นเช่นนี้ข้าคงปล่อยให้มันกินเจ้าก่อนจะฆ่ามันนะ ทำคุณบูชาโทษเสียจริง!”

“กลับมาซะเจ้าโง่!”

ลู่ฉวนดึงตัวลู่ฉิงกลับมาอย่างไม่พอใจ น้องชายของเขาขัดขืน

“เขาดูถูกพวกเราเกินไปแล้วนะ!”

“หุบปากซะ!”

ลู่ฉวนปิดปากลู่ฉิงที่มองซือหยูอย่างไม่เป็นมิตร

ลู่ฉวนประสานมือขอโทษ

“ข้าหวังว่าศิษย์น้องซือจะยกโทษให้กับน้องชายของข้าที่ยังอ่อนด้อยประสบการ”

เขาเรียก ‘ศิษย์น้องซือ’ ที่แสดงความเคารพต่อพลังของซือหยู

ซือหยูพยักหน้า

“อืม ถ้าไม่มีอะไร ข้าไปล่ะ”

“เดี๋ยวก่อน! ศิษย์น้องซือจะไปหาถ้ำที่มีสัตว์อสูรป้องกันอยู่ใช่ไหม?”

ลู่ฉวนคิดว่ามันบังเอิญเกินไปที่พวกเขาจะมาพบกันได้

ซือหยูเดาว่าพวกเขาน่าจะไปถ้ำเดียวกันเพื่อหาสมบัติวิญญาณที่ฉวนหลีเฟยบอกเขา ซือหยูไม่มีเหตุผลที่ต้องปิดบัง

“ใช่แล้ว”

ลู่ฉวนยิ้ม

“ศิษย์น้องซือจะเดินทางไปกับพวกเราไหม? เราจะระวังหลังให้กันได้ ที่แห่งนั้นมันอันตรายมากนะ”

ซือหยูมองหลีหมิงห่าวและส่ายหัว เขาไม่เต็มใจจะไปกับหลีหมิงห่าวที่อาจจะแทงข้างหลังเขา

หลีหมิงห่าวกัดฟัน

“ศิษย์พี่ลู่ ข้าขออภัย หลีขอตัวก่อน!”

เห็นได้ชัดว่าลู่ฉวนอยากให้ซือหยูไปด้วยแต่เพราะหลีหมิงห่าวเขาจึงไม่ไป หลีหมิงห่าวที่ละอายใจจึงหลีกทาง

ลู่ฉวนแสร้งรั้งหลีหมิงห่าวแต่ก็ปล่อยให้เขาจากไป จากนั้นซือหยูก็ไปกับพี่น้องลู่ พวกเขาทั้งสามพักใกล้ทะเลสาบ ดูจากที่พี่น้องลู่พูดแล้วถั่วดำคือเหตุผลสำคัญที่พวกเขาฆ่าพยัคฆ์หนาม มันคือผลวิญญาณทมิฬที่มีคุณสมบัติเพิ่มพลังอย่างมากและมีประโยชน์มากมาย

คืนนั้นซือหยูทุบผลวิญญาญทมิฬ ข้างในของผลเป็นเยื่อแก้วที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว เมื่อเขากินมันก็มีความเย็นแผ่กระจายไปทั่วร่าง พลังงานที่ให้ความรู้สึกสบายตัวกระจายไปตามแขนขาและกระดูก ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การบ่มเพาะพลังถึงจุดสุดยอด เขาทะลุกำแพงไปถึงระดับสามขั้นกลางทันที!

ลู่ฉวนได้ยินมาว่าราชาระดับเงินเป็นแค่คนระดับหนึ่งธรรมดาเมื่อเดือนก่อน ตอนนี้เขามีพลังระดับสามขั้นกลางแล้ว พลังของเขาเทียบได้กับศิษย์ของคำอันดับ 20

ลู่ฉิงที่รู้สึกอิจฉาพูด

“ถึงข้าจะไม่ได้มีตัวช่วยเร่งบ่มเพาะพลังอย่างเขา ข้าก็ชนะเขาได้ในทีเดียวอยู่ดี!”

“เลิกคิดซะเถอะ เจ้าเทียบเขาไม่ติดเลย”

ลู่ฉวนส่ายหัว

“มันจะเป็นเช่นนั้นได้ยังไง? ถึงมันจะบ่มเพาะทลายจักรวาลถึงขั้นสูงสุด แต่วิชาบ่มเพาะระดับกลางของข้าสำเร็จระดับสามแล้ว เขาทนกระบวนท่าเดียวของข้าไม่ได้แน่”

ลู่ฉิงพูดอย่างมั่นใจ

ลู่ฉวนนั่งคิด

“ข้าก็ไม่รู้ แต่ข้าคิดว่าเขาต้องซ่อนพลังอันแข็งแกร่งไว้แน่”

รุ่งสาง ซือหยูลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงพลังในตัว เขาพอใจมากที่เขาทะลุขอบเขตมาได้ แต่มันยังคงไม่พอ! ฉินเฟิงยังคงเป็นศัตรูตัวฉกาจที่เป็นมีพลังระดับสี่ขั้นต้น ซือหยูยังต้องไปอีกไกล

พวกเขารีบเดินทางต่อหลังจากพักไม่นาน

ไม่กี่วันพวกเขาก็มาถึง

“มีคนบอกว่าที่ข้างเข้าถ้ำมีราชสีห์เพลิงสองตัว”

ลู่ฉวนพูดเบาๆด้วยความระมัดระวัง ราชสีห์เพลิงเป็นสัตว์อสูรขั้นหนึ่ง มันมีไฟอันรุนแรงภายในร่างกายและเจ้าเล่ห์มาก

“ตามแผนเดิมของเรา เราจะไปจัดการสัตว์อสูรด้วยกัน เพราะศิษย์น้องซืออยู่ด้วยมันคงจะง่ายขึ้นมาก”

ลู่ฉวนจ้องไปที่ความมืดของหุบเขา

ซือหยูมองเห็นข้างหน้าและเปลี่ยนท่าทีทันที

“หนีเร็ว!”

เขาถอยกลับคนแรก

ลู่ฉวนลังเลเล็กน้อยและถอยทันที เขาจ้องไปยังหุบเขาที่มืดมิด ลู่ฉิงไม่ได้เห็นอะไรเลย เขาเพียงตามพี่ชายอย่างขัดข้องใจ

“เกิดอะไรขึ้น? พูดมา!”

ลู่ฉิงที่ไม่รู้เรื่องทนไม่ได้

ซือหยูหัวใจเต้นอย่างแรงและไม่พูดอะไร เขาเห็นภาพอันโหดร้ายด้วยดวงตาของเขาที่เห็นในความมีด ที่ไกลออกไปประมาณสามลี้ในหุบเขาอันมืดมิด ชายหนุ่มสวมชุดสีเขียวได้ฆ่าคนด้วยการดีดนิ้ว!

พลังของเหยื่อเทียบเท่าระดับสามขั้นสูงเหมือนลู่ฉวน แล้วยังถูกสังหารอย่างง่ายดาย! หลังจากสังหารคนอย่างง่ายดายแล้วชายหนุ่มคนนั้นก็ยืดตัวมองบ่อโลหิต เขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างและหันมาทางซือหยูทันที!

เขายิ้มเยาะเย้ยซือหยู! พวกเขาถูกเจอตัวแล้ว!

พลังของเขาน่ากลัวเกิดกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด! เขาเคยรู้สึกแบบนี้ครั้งเดียวเท่านั้นในตอนที่เจอกับอาจารย์ใหญ่เย่ที่มีพลังระดับหก

ลู่ฉิงโกรธที่ถูกเมินเฉย เขาพุ่งมาขวางซือหยูอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย ซือ! ข้าทนเจ้าต่อไปไม่ไหวแล้ว! เจ้าคิดว่าเป็นราชาแล้วจะเมินคนอื่นได้งั้นรึ!”

ลู่ฉิงตะโกน

ซือหยูกลัวมาก ชายหนุ่มที่สวมชุดเขียวเห็นพวกเขาแล้ว แล้วลู่ฉิงที่ไม่รู้เรื่องก็เลิกที่จะหาเรื่อง

“ถ้าเจ้าอยากตายนักก็ตายไปเลย! หลีกไป!”

ซือหยูก่นด่าเพราะไม่มีเวลาอธิบาย

ลู่ฉิงหัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยว

“เจ้าจะหนีไปโดยไม่บอกไม่กล่าวอย่างงั้นหรือ? ให้หมัดข้าเปิดปากเจ้าหน่อยไหม!”

“ไม่นะ!”

ลู่ฉวนตะโกนแต่ก็สายไปแล้ว

“ดาวหางทะลวง!”

นิ้วทั้งสองของลู่ฉิงชิดกันราวกับเป็นกระบี่พุ่งตรงเข้ามาเหมือนดาวหาง

ตู้ม -

เสียงปะทะดังสนั่น

“แพ้ไปซะ!”

ซือหยูสวนกลับทันที!

วายุกระหน่ำ!

ขาขวาของซือหยูหมุนราวกับใบไม้กลางวายุ ขาอีกข้างเคลื่อนไหวตามกันมาราวกับเป็นคลื่นน้ำวนในมหาสมุทรกว้างใหญ่ สายลมเย็นรุนแรงปกคลุมขาของเขาราวกับว่าอยู่ในเหมันต์

กร๊อบ--

นิ้วลู่ฉิงบิดและกระดูกแตก เขาลอยไปไกลกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ เลือดพุ่งออกมาจากปากเขา ลู่ฉิงตกตะลึงและมองซือหยูอย่างไม่เชื่อสายตา เขาบาดเจ็บรุนแรงด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!

เขาเคยคิดว่าซือหยูเป็นเพียงศิษย์ระดับเงินที่ไม่คู่ควรกับตำแหน่งราชาที่ทนกระบวนท่าเดียวของเขาไม่ได้ แต่ความจริงกลับเป็นเขาเองที่ต้องพ่ายแพ้ในการโจมตีเดียว เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซือหยูเลย

ลู่ฉวนรีบดูอาการของลู่ฉิงทันที จากนั้นจึงประสานมือให้ซือหยู

“ศิษย์น้องซือ ขอบคุณที่ออมมือ!”

อะไรกัน? ลู่ฉิงไม่เชื่อในคำที่ได้ยิน ซือหยูนั่นออมมืองั้นเหรอ?

เขาเริ่มรู้สึกกลัวและให้ความเคารพซือหยูจากลึกๆในใจ

Banshee

ใครชื่นชอบผลงาน รบกวนกดไลค์แฟนเพจแล้วมาติชมให้กำลังใจด้วยน้าาา

จบบทที่ DND.22 - พลังพิฆาต

คัดลอกลิงก์แล้ว