เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.16 - ชำระแค้น

DND.16 - ชำระแค้น

DND.16 - ชำระแค้น


“น่าสนใจ!... น่าสนใจเกินไปแล้ว!  สามัญชนที่ถูกเจียงซื่อฉิงทิ้งได้มาประลองกับนางแล้ว!”

“วะฮ่าๆๆ ข้าอยากจะรู้จริงๆว่านางคิดอะไรอยู่ตอนนี้”

ดวงตาขาวราวหิมะของเจียงซื่อฉิงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นางมองซือหยูราวกับคนแปลกหน้าด้วยความเยือกเย็นในดวงตาคู่นั้น ถึงซือหยูจะไต่เต้าจนเป็นศิษย์เงินระดับสูงแล้วนางก็ไม่รู้สึกสำนึกผิด

“ซือหยู ยอมแพ้ซะ เจ้าไม่คู่ควรกับข้าทั้งเมื่อก่อน ตอนนี้ และไม่มีวันคู่ควร”

ซือหยูยังคงเย็นชา เขามองนางเหมือนคนแปลกหน้าเช่นกัน เขาไม่พูดอะไรออกมา สตรีที่ไร้หัวใจและเห็นแก่ตัวเช่นนางไม่ควรค่าแก่การพูดให้เปลืองน้ำลาย เขารอผู้ตัดสินประกาศเริ่มประลองอย่างเงียบๆ เขาไม่อยากจะพูดอะไรกับนางอีกแล้ว

เมื่อได้รับความเงียบแทนคำตอบ เจียงซือฉิ่งมองเขาเป็นคนดื้อด้านที่ไม่รู้จักยอมแพ้ นางส่ายหัวและมองด้วยแววตาขยะแขยง

“ไม่รู้สำเหนียกตัวเอง! มาจากบ้านจนๆ เจ้าควรระวังความคิดเจ้าไว้นะ ความดื้อด้านของเจ้าที่ไม่ยอมแพ้จะทำให้เจ้าทรมาน!”

“รู้ไหมทำไมข้าถึงทิ้งเจ้า? เพราะเจ้ามันไร้ความสามารถ ยากจน แล้วตอนนี้เจ้ายังถือตัวจนน่าสมเพช ทำให้คนอื่นมองข้าแย่!”

เจียงซื่อฉิงก่นด่าราวกับจะปลดปล่อยความไม่พอใจออกมาทั้งหมด

“ข้าทิ้งเจ้า! เลือกเส้นทางของข้าเอง! ข้าตอนนั้นแย่กว่าเจ้าซะอีก แต่ดูตอนนี้สิ! ข้าจะไปไกลขึ้นและไกลจากเจ้า!”

เจียงซื่อฉิงไหล่สั่น นางโล่งใจที่ได้พูดออกมาและรู้สึกว่านางได้เลือกถูกแล้ว

เมื่อมองซือหยูอีกครั้งนางก็กลับมาเย็นชา

“เจ้า ซือหยู เจ้าไม่ดีพอสำหรับข้า เมื่อก่อนเจ้าก็ไม่ดี ต่อไปเจ้าก็จะไม่มีวันดีพอ! จำคำข้าไว้ เจ้าไม่มีวันดีพอ!”

เจ้าไม่มีวันดีพอ! คำนี้ถูกตะโกนต่อหน้าคนนับพันทั้งสำนัก คนดูมองหน้ากันไปมา บางคนเห็นใจ บางคนย่ามใจ และบางก็รู้สึกขยะแขยง

ในพื้นที่ลับ ตัวตนอันงดงามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจเจียงซื่อฉิง นางมองซือหยูด้วยความเห็นใจและให้แววตาอบอุ่น เขาคือซือหยูผู้เป็นอัจฉริยะ แล้วยังทำกับเขาแบบนี้อีก เจียงซื่อฉิงจะต้องเสียใจแน่ เจียงซื่อฉีเย้ยหยัน สู้กับสตรีของดยุคน้อยจะต้องจบไม่สวยแน่

แต่แรกซือหยูอยากที่จะไม่สนใจนาง แต่เมื่อนางพูดมากเท่าไหร่นางก็ดูน่าตลกมากขึ้น ราวกับว่าการที่นางทิ้งซือหยูไปเป็นความผิดของเขาคนเดียว! ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี

เขายืดหลังอย่างขี้เกียจ ซือหยูส่ายหัว

“เจ้ามันแค่โสเพณี เอาล่ะ! เลือกไร้สาระโดยการไปหาชายอื่นแล้วโยนความผิดให้ข้าซักที อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ข้าไม่ได้สนใจผู้หญิงอวดเก่งเช่นเจ้า”

ซือหยูพูดอย่างเยือกเย็นและมองเจียงซื่อฉิงราวกับคนแปลกหน้า

ฝูงชนฮือฮา!

ซือหยูที่เคยคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนเจียงซื่อฉิงให้นางเปลี่ยนใจ ซือหยูที่เคยคิดจบชีวิตตัวเองในทะเลสาบจากความเศร้าโศก ในตอนนี้เขาเรียกเจียงซื่อฉิงว่าโสเพณีต่อหน้าคนนับพัน!

ไม่เพียงแค่คนดูที่ตกใจ เจียงซื่อฉิงเองก็ตัวแข็งทื่อ

ในความทรงจำของนาง ซือหยูดูแลนางราวกับทารกราวกับกลัวว่านางจะแตกสลายในอุ้งมือของเขา ไม่เคยขึ้นเสียง เมื่อเขาเห็นนางไม่พอใจ เขาก็กลัวจนไม่กล้าหายใจแรง เมื่อนางด่าเขา เขาไม่กล้าแม้จะโกรธและยิ้มรับมาโดยตลอด!

นางไม่เคยคิดว่าซือหยูจะเรียกนางว่าโสเพณีต่อหน้าผู้คนมากขนาดนี้! นางแทบไม่เชื่อว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือซือหยูตัวจริง! มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

เจียงซื่อฉิงหน้าแดงด้วยความโกรธ ศักดิ์ศรีของนางถูกสะบั้นต่อหน้าคนทั้งสำนัก

นางรู้สึกถึงสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องมาที่นางจนอยากจะขุดหลุมฝังตัวเองเสียตรงนั้น ในชีวิตของนางไม่เคยได้รับความอับอายถึงเพียงนี้มาก่อน ความเกลียด ความชิงชังอันรุงแรงปะทุขึ้นในตัวนาง!

“ซือหยู! ข้าเกลียดเจ้า”

ความโกรธเกลียดแต้มดวงตาของเจียงซื่อฉิง

“เชิญเจ้าเกลียดไปเถอะ”

ซือหยูยักไหล่เบาๆ ความเกลียดชังของนางทำอะไรเขาไม่ได้

เมื่อพูดจบซือหยูก็หันไปหาผู้ตัดสิน

“ท่านเจียงซื่อฉี...ท่านยังดูการแสดงไม่อิ่มหรืออย่างไร?”

การประลองควรจะเริ่มไปนานแล้ว แต่เจ้าคนตระกูลเจียงพอใจที่ซือหยูถูกท่าทอ เขาจึงแสร้งเรียงเอกสารช้าๆเพื่อประวิงเวลา

เจียงซื่อฉีไม่พอใจและเกือบจะด่าซือหยู แต่เมื่อเห็นความไม่พอใจของอาจารย์ใหญ่เย่เขาก็รู้ว่าไม่ควรยืดเวลาไปนานกว่านี้!

เขาเก็บซ่อนความโกรธและประกาศ

“เริ่มประลองได้!”

“ซือหยู! ข้าไม่ปล่อยเจ้าแน่!”

เจียงซื่อฉิงพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งด้วยความเกลียดชัง

“อาภรณ์โบยบิน!”

นางโจมตีด้วยความโกรธ อาภรณ์โบนบินเป็นวิชาระดับกลาง

ผ้าสามสีพุ่งออกมาจากแขนเสื้อนางและขยับไปมาบนฝ่ามือ ผ้าผืนหนึ่งขูดกับพื้นและพื้นก็เป็นรอยเหมือนโดนมีดเฉือน! หากมันเฉือนร่างคนล่ะก็แย่แน่!

“เจียงซื่อฉิงเอาจริงแล้ว!”

“ดูไปเถอะ ถ้าซือหยูสู้นางไม่ได้เขาคงจะยอมแพ้ไปแล้ว เขาไม่ใช่คนโง่”

เจียงซื่อฉิงโกรธจนถึงขีดสุด นางคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องทรมานซือหยูอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส!

“อย่าคิดว่าเจ้าจะออกจากลานประลองโดยไม่เจ็บตัว!”

เมื่อได้ยินคำขู่ซือหยูก็ยังคงใจเย็น ผ้าสามสีพุ่งเข้ามาแล้วแต่ทั้งหมัดและขาของเขาก็พร้อมแล้ว

“ทลายจักรวาล!”

ผ้าสามสีของนางดูเหมือนจะพุ่งเข้ามาพร้อมกัน แต่ซือหยูเห็นว่ามันบิดเข้ามาเป็นจังหวะ เขาเพียงต้องทำลายมันทีละผืนเท่านั้น

ทันใดนั้นเขาก็ปล่อยหมัดใส่ผ้าผืนแรกอย่างรวดเร็วและแม่นยำไปที่ด้านข้าง หลังจากนั้นก็เตะผ้าอีกผืนที่กำลังจะโจมตี แล้วเขาก็ปล่อยหมัดใส่ผ้าผืนสุดท้าย และสุดท้ายเขาก็ฟาดขาราวกับแส้ไปที่จุดสำคัญบริเวณหน้าอกของเจียงซื่อฉิง!

นางหน้าซีดและใช้แขนทั้งสองข้างมาป้องกันทันทีเมื่อรู้สึกถึงแรงมหาศาล! ที่น่ากลัวกว่าคือซือหยูปล่อยหมัดและเตะอย่างต่อเนื่องไม่หยุดใส่เธอราวกับพายุฝนกระหน่ำโดยไม่ให้โอกาสพักหายใจ

สี่ครั้งต่อเนื่อง! แปดครั้งต่อเนื่อง! สิบหกครั้งต่อเนื่อง!

ในที่สุดนางก็ทนพลังมหาศาลไม่ไหว นางร้องออกมาและถูกเตะกระเด็นออกจากลานประลอง! นี่เป็นครั้งแรกที่ซือหยูใช้ทลายจักรวาลได้เต็มวิชา และใช้มันกับอดีตคนรัก! เขาไม่ปรานีเลยแม้แต่น้อย!

ซือหยูที่อยู่บนลานประลองมองลงไปยังเจียงซื่อฉิงที่บาดเจ็บอยู่กับพื้น นางไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอกับเรื่องแบบนี้

“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ได้เก่งอย่างที่คิดนี่ เมื่อก่อนเจ้าก็ไม่ได้เก่งกว่าข้า และตอนนี้เจ้าก็เป็นเหมือนเดิม!”

เมื่อได้ยินซือหยูนางก็ไม่หันกลับไปมองและกลับไปพัก นางพ่ายแพ้จริง! ระดับสามแพ้ระดับสอง! และแพ้ให้กับชายที่นางทิ้งไป! นางคิดว่าการฝึกของนางได้ทิ้งห่างซือหยูมากแล้ว แต่ในความจริงแล้วซือหยูต่างหากที่ทิ้งนางไป!

เจียงซื่อฉิงมิอาจรับความจริงอันโหดร้ายนี้ได้ ในสายตาของนางเห็นซือหยูเป็นเพียงคนธรรมดาๆ ที่จะต้องใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ แต่ตอนนี้หลังจากที่นางเพิ่งพลังอย่างก้าวกระโดดเพื่อหวังจะขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นดวงดาวเจิดจรัส แต่ตอนนี้ซือหยูได้ตบนางร่วงหล่นจากฟากฟ้า ความจริงอันโหดร้ายนี้ราวกับน้ำเย็นจัดไหลผ่านร่างกายจนแข็งทื่อ

ฉินเฟิงรีบพุ่งมาหานางและจ้องซือหยูด้วยความโกรธ! จากนั้นจึงช่วยพยุงเจียงซื่อฉิงให้ยืนขึ้นแต่ก็ถูกนางปัดมือออก

นางยืนขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาเต็มไปด้วยความชิงชัง นางพูดอย่างเยือกเย็น

“พี่เฟิง! ชนะมันให้ข้าที!”

“ถ้าพี่ชนะมันได้ ข้า..ข้าจะเป็นของท่าน!”

เจียงซือฉิงมองอย่างแน่วแน่ นางรู้ว่าฉินเฟิงไล่ตามความงามของนางและรู้ด้วยว่าที่ต้องทำก็แค่ทำให้ฉินเฟิงหลงใหลในตัวนาง นางไม่ปล่อยให้ฉินเฟิงแตะต้องตัวง่ายๆเพราะมันเป็นสินทรัพย์อย่างเดียวของนาง

ฉินเฟิงมีความสุขมาก หัวใจเขาเต้นแรง เพื่อทุกอย่างแล้ว..เขาแค่ต้องชนะซือหยูงั้นหรือ?

ตามกฎสำนัก ศิษย์ทองคำจะประลองกับศิษย์ระดับเงินไม่ได้เพื่อปกป้องศิษย์ระดับเงินจากการถูกรังแก

แต่นี่เป็นข้อยกเว้น! ในการประเมินศิษย์ทองคำอีกหนึ่งเดือน ศิษย์ทองคำสามคนจะเชิญศิษย์ระดับเงินมาประลองได้ เพื่อแสดงความแตกต่างของทองคำและเงินและให้กำลังใจศิษย์ระดับเงินให้พัฒนาตนเอง ศิษย์ระดับเงินที่ถูกเลือกมิอาจปฏิเสธการประลองได้

“ได้เลย! อีกหนึ่งเดือนข้าจะชนะมันอย่างง่ายดายและได้เป็นราชาทองคำด้วย!”

ฉินเฟิงร่าเริง ตามข้อตกลง หากเขาได้เป็นราชาทองคำ เจียงซื่อฉิงจะยอมหมั้นกับเขา

หลังจากเป็นราชาทองคำเขาจะได้ทุกอย่าง ฉินเฟิงตื่นเต้นและรอหนึ่งเดือนข้างหน้าแทบจะไม่ไหว!

“ไม่นะ! หนึ่งเดือนมันนานเกินไป ข้ารอไม่ได้!”

ทุกวันที่ซือหยูยังอยู่รอบๆ จะเป็นอีกวันที่นางหลับไม่สนิท

ฉินเฟิงเงยหน้าเล็กน้อยและคิดอยู่ชั่วครู่

“ให้ข้าหาทางไล่มันออกจากสำนักไหม?”

“ดี! ทำลายอนาคตมันซะ!”

นางหวาดกลัวมากว่าซือหยูจะเก่งขึ้นไปเรื่อยๆ กลัวว่านางจะต้องเสียใจเมื่อถึงวันนั้น

อาจารย์ใหญ่เย่ชมเชยอยู่ด้านบนที่นั่งพิเศษ

“ช่างเป็นเด็กที่น่าทึ่ง! ฝึกทลายจักรวาลที่ยากจนถึงระดับสามขั้นสูงแล้วหรือนี่ อีกก้าวเดียวเขาก็บรรลุขั้นสูงสุดที่โจมตีได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งแล้ว!”

ซือหยูที่ชนะเจียงซื่อฉิงได้เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งสำนัก เสียงร้องเรียกชื่อซือหยูทั้งไปทั่วทั้งลานประลอง

“ซือหยูสวนกลับเจียงซื่อฉิงที่ทิ้งเขาไปได้แล้ว!”

Banshee

จบบทที่ DND.16 - ชำระแค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว