เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DND.15 - ศึกคู่รัก

DND.15 - ศึกคู่รัก

DND.15 - ศึกคู่รัก


เจียงซื่อฉิงกำลังพักอยู่ข้างๆฉินเฟิง พลังระดับสามของนางทำให้นางเป็นม้ามืดและได้ที่ 1 ของกลุ่ม เมื่อนางจ้องไปยังกลุ่มซือหยูนางก็แอบประหลาดใจอยู่เล็กๆ

ซือหยูแข็งแกร่งกว่าที่นางคิดไว้มาก เขาชนะเจียงฝานได้เลย! นางรู้สึกจุกอก ยิ่งซือหยูแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ นางยิ่งไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น นางไม่อยากจะเห็นซือหยูแข็งแกร่งไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ตอนนี้เองนางก็ได้ยินเสียงอันอบอุ่น

“ฉิงเอ๋อ ถ้าเจ้าต้องสู้กับซือหยู อย่าลืมปรานีเขาด้วยล่ะ เจ้ามีพลังระดับสามแต่เขามีพลังระดับสอง หากเจ้ารุนแรงเกินไปเขาจะบาดเจ็บได้”

ฉินเฟิงถอนหายใจ

“เพราะยังไงเจ้าทั้งคู่ก็เคยอยู่ด้วยกัน การที่พวกเจ้าต่อสู้กันเองจะเพิ่มมลทินแก่ข้า เหมือนกับว่าข้าทำให้เกิดเรื่องวันนี้ขึ้น”

เจียงซื่อฉิงเริ่มตระหนัก ใช่แล้ว! ระดับสามที่สู้กับระดับสอง ไม่ใช่ว่ามีเหยื่อเข้ามาในกำมือนางหรือยังไงกัน? หากนางต้องสู้กับซือหยูนางจะต้องชนะอย่างไม่ต้องสงสัย

นางคลายความไม่สบายใจ

“พี่เฟิงช่างเอื้อเฟื้อยิ่งนัก พี่ไม่ได้ติดหนี้อะไรซือหยู อย่ากล่าวโทษตัวเองเลย”

นางหันไปมองทางซือหยูอีกครั้งด้วยสายตาเย็นชาไร้อารมณ์

“ความสัมพันธ์ของข้ากับเขาจบลงไปนานแล้ว นับแต่นี้ร่างกายและจิตใจข้าเป็นของพี่เฟิงคนเดียว!”

“ส่วนเรื่องซือหยู ข้าจะชนะเขาด้วยพลังสูงสุด เขาจะได้รู้เสียทีว่าเขาไม่คู่ควรกับเจียงซื่อฉิงผู้นี้”

นางมองซือหยูอย่างเยือกเย็น

ฉินเฟิงแอบยิ้ม เขาไม่ได้ห่วงชีวิตของซือหยูเลย เขาเพียงแค่ใช้โอกาสพูดให้เจียงซื่อฉิงสบายใจเท่านั้น เขากลัวว่าใจนางอาจจะเอนเอียงไปหาซือหยูที่เพิ่มพลังขึ้นมา

แต่เมื่อได้ยินนางพูดว่า ‘ร่างกายและจิตใจ’ เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นมาก

เจียงซื่อฉิงช่างงดงามเหลือล้น การได้นางมานับเป็นโชคของฉินเฟิง ดยุคน้อยเช่นเขาพบพานสตรีสวยงามมากมายแต่เจียงซื่อฉิงเป็นคนที่หายากยิ่ง น่าเสียดายที่พวกเขาคบกันเพียงในนามเท่านั้น พวกเขาไม่เคยสัมผัสตัวกันเลย ไม่เคยจับมือกันด้วยซ้ำ

“ฮ่าๆๆ ตามใจเจ้าเลย หนึ่งเดือนจากนี้หลังจากที่ข้าได้ที่ 1 ในการประเมินศิษย์ทองคำแล้วข้าจะขอท่านพ่อจัดงานหมั้นของเรา แบบนี้เป็นไง?”

ฉินเฟิงตื่นเต้น

เจียงซื่อฉิงปลื้มปิติ ร่างกายนางสั่นเล็กน้อย นางพยักหน้าเบาๆ

“ตกลง!”

คำตอบนี้จะเปลี่ยนชีวิตของนาง หนึ่งเดือนนับจากนี้นางจะได้เป็นคู่หมั้นของฉินเฟิง ลูกสะใภ้ของดยุคฉิน นางจะมั่งคั่งและใช้ชีวิตบนจุดสูงสุดเหนือคนหลายพันล้านคน

“ซือหยู! อย่าโทษข้าแล้วกัน มันเป็นเพราะเจ้าใช้ไม่ได้ ความงดงามของข้าไม่ควรจะอยู่กับเจ้า”

นางหลับตา

ฉินเฟิงดีใจมาก

“ข้าจะต้องได้อันดับ 1 ในงานจัดลำดับศิษย์ทองคำ!”

หลีหมิงไห่มองซือหยูอยู่นานอย่างสงสัย วิชาหมัดและขาของเขาทำให้หลีหมิงไห่นึกถึงคนที่ปิดหน้าที่เขาสู้ด้วยบนเขาฮวงหุน

“มีอะไร?”

หลีหมิงห่าวกำลังจะออกจากลานประลองกับหลีหมิงไห่

หลีหมิงไห่พูดอย่างลังเล

“ข้าคิดว่าคนที่ดยุคเซี่ยนหยูหาตัวอยู่มันคล้ายเขามาก วิชาของเขามันคุ้นตามากทีเดียว”

“แค่นั้นรึ?” หลีหมิงห่าวส่ายหัว

“นั่นคือวิชาทลายจักรวาล มีหลายคนฝึกวิชานั้น ตอนนี้มีคนใช้วิชานั้นอย่างน้อยๆสิบคน แต่พลังก็ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่เจ้าพูด การโจมตีต่อเนื่องแปดครั้งเป็นพลังวิชาระดับสามขั้นต้น มีแต่ศิษย์ทองคำเท่านั้นที่ทำได้”

หลีหมิงไห่เห็นด้วย ซือหยูเป็นชายน่าสงสารที่ถูกทิ้ง แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าอยู่ดีๆเขาแข็งแกร่งขึ้นมาได้ยังไง แต่การฝึกทลายจักรวาลจนถึงระดับสูงถือว่ายากเกินไป

“ข้าอยากจะเห็นฉวนหลีเฟยสั่งสอนเขากับตาจริงๆ แต่ข้าต้องรีบไปผ่อนคลายความเหนื่อยหน่ายขององค์หญิง”

หลีหมิงไห่มองซือหยูและออกไปอย่างไม่เต็มใจ

ซือหยูที่แอบมองสองพี่น้องอยู่โล่งใจ หากหลีหมิงไห่ไม่อยู่แล้วเขาจะเป็นอิสระขึ้น

หนึ่งชั่วโมงต่อมา การจัดอันดับศิษย์ระดับเงินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว!

หัวหน้าผู้ตัดสินเจียงซื่อฉียืนที่กลางลานประลอง

“การประลองสุดท้ายเพื่อหาราชาระดับเงินเริ่มขึ้นแล้ว! ผู้ชนะทั้งสิบคน ขึ้นมา!”

ซือหยูและคนอื่นขึ้นลานประลอง พวกเขาเป็นผู้ชนะจาก 20 กลุ่ม เจียงซื่อฉิงก็เป็นหนึ่งในนั้น

ราชาเฉินเทียนหนานยังคงนั่งอยู่ที่เดิม หลังจาก 10 คนในลานประลองได้สู้กันแล้ว มีเพียงผู้ที่แกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะประลองกับเขาได้

“จะมีห้าคนถูกคัดออกในรอบแรก อีกห้าคนที่เหลือจะได้เข้ารอบไปประลองกันต่อ”

เจียงซื่อฉีประกาศ

ซือหยูขึ้นไปประลองตามปกติ เขาโชคดีทีเดียวที่ได้เจออันดับ 6 เขาชนะอย่างไม่ต้องสงสัย

เจียงซื่อฉิงโชคดีเช่นกัน นางชนะศิษย์อันดับ 8 อย่างง่ายดาย

จากนั้นอันดับ 3 ซูเซิน อันดับ 2 ฉวนหลีเฟยและอันดับ 5 ฟานหลีชนะทำให้ได้เข้ารอบต่อไป

เหลืออีกห้าคนเท่านั้น!

“เริ่มจับฉลาก! จะมีหนึ่งคนที่ไม่ต้องประลองและเข้ารอบต่อไปทันที”

เจียงซื่อฉีประกาศ

ทั้งห้าคนจับฉลากเรียบร้อย ซือหยูดูฉลากของตัวเองเงียบๆและตกใจ เขาโชคดีเกินไปแล้ว! ฉลากของเขาไม่มีชื่อคู่แข่งซึ่งหมายความว่าเขาจะเข้ารอบทันทีโดยไม่ต้องประลอง

เจียงซื่อฉิงมองเขาหลานครั้งทำให้ทั้งสามคนที่เหลือต้องอิจฉา

ซือหยูยินดีมากที่จะได้ชมการต่อสู้และดูพลังของแต่ละคนไปด้วย

การประลองของเจียงซื่อฉิงกันฟานหลีไม่น่าตื่นเต้นนัก ด้วยพลังระดับสามของนางทำให้นางชนะฟานหลีได้ในสองกระบวนท่าและเข้ารอบต่อไป

ซือหยูดูฉวนหลีเฟยกับซูเซิน หนึ่งในนั้นคืออันดับ 2 ที่มีโอกาสได้สู้กับเฉินเทียนหนานมากที่สุด อีกคนคืออันดับ 3 ที่พลังไม่ด้อยไปกว่ากัน ทั้งสองสำเร็จระดับสามขั้นต้นแล้ว

ฉวนหลีเฟยบนลานประลองหัวเราะ ร่างกายอ่อนช้อยของนางทำให้ชายหลายคนหลงใหล

“ฮ่าๆๆ ซูเซิน เจ้าต้องออมมือหน่อยนะ”

ฉวนหลีเฟยยิ้มซุกซน

ซูเซินใบหน้าเศร้าหมอง หลังจากที่เขาถูกลี่เฉียนทรยศและแพ้หลีหมิงห่าว เขาก็ผิดหวังและไม่สนใจนาง

“มาเริ่มกันเถอะ!”

“มีดกรีดนภา!”

ฉวนหลีเฟยยิ้มตบเอวตัวเอง จากนั้นค้างคาวสีม่วงสองตัวก็บินออกมาจากกระเป๋าสีฉูดฉาด ค้างคาวนี้ต่างจากค้าวคาวธรรมดา มันคือสัตว์อสูรที่ดุร้าย

“สัตว์อสูรประเภทหนึ่ง ค้างคาวโลหิต?”

คนที่รู้จักมันตกใจ!

ซือหยูรู้ว่าสัตว์อสูรมันรับมือยากแค่ไหน

แต่ดูเหมือนว่าค้างคาวโลหิตจะอ่อนแอกว่ามังกรไฟมาก

“มันเป็นสัตว์อสูรที่ยังไม่โตเต็มที่! พลังของมันประมาณระดับสามขั้นต้น”

คนดูรอบๆเริ่มรู้สึกได้

หากมันเป็นสัตว์อสูรโตเต็มวัย ฉวนหลีเฟยคงจะได้เป็นราชาระดับเงินแน่นอน

“แต่ถึงมันจะยังเด็กอยู่มันก็อันตรายมาก ค้างคาวโลหิตส่งคลื่นเสียงที่คนไม่ได้ยินได้และทำให้คนหมดสติ จากนั้นมันจะเข้ามาดูดเลือด พิษในร่างมันจะเข้าสู่คนที่มันดูดเลือดจนทำให้ขยับไม่ได้จนตาย”

“ค้างคาวโลหิตในป่าจะอยู่กันเป็นฝูง หากคนที่มีพลังระดับ 4 ไปเจอมันก็สามารถถูกพิษและขยับไม่ได้ จากนั้นจะโดนฝูงค้างคาวโลหิตดูดเลือดจนตัวแห้งเหือด”

คนที่เพิ่งรู้เรื่องค้าวคาวโลหิตเป็นครั้งแรกถึงกับตัวสั่น

ในลานประลอง ซูเซินท่าทีเปลี่ยนไปและเริ่มกวัดแกว่งมีดยาวในมือโดยหวังว่าจะจัดการค้างคาวโลหิตได้

ฉวนหลีเฟยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานผิวปาก

ทันใดนั้นค้างคาวโลหิตก็อ้าปากและส่งคลื่นเสียงที่ไม่ได้ยิน

อ๊าก--

ซูเซินขมวดคิ้วกัดฟันแน่นและแสดงความเจ็บปวดผ่านใบหน้า ฉวนหลีเฟยใช้โอกาสนี้เข้าใกล้และวางมือเล็กๆของนางบนตัวซูเซิน

ซูเซินอยากจะสวนกลับแต่ค้างค้าวโลหิตทั้งสองตัวปล่อยคลื่นเสียงจากระยะใกล้ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้ ท้ายที่สุดซูเซินก็ถูกโจมตีกระเด็นจากลานประลอง

เจียงซื่อฉีพยักหน้าเบาๆ ฉวนหลีเฟยกดดันซูเซินได้และคู่ควรกับอันดับ 2 แล้ว

“ฉวนหลีเฟยชนะ!”

ในตอนนี้เหลืออีกสามคนเท่านั้น! ซือหยู เจียงซื่อฉิง และฉวนหลีเฟย! หนึ่งในสามคนนี้จะมีสิทธิ์ได้สู้กับเฉินเทียนหนาน!

เจียงซื่อฉีแอบมองซือหยู เขาเป็นศิษย์ระดับเงินที่เกือบจะถูกขับออกจากสำนัก แต่มาถึงจุดนี้จนได้!

น่าเสียดายที่เขาจะต้องจบตรงนี้ ทั้งเจียงซื่อฉิงและฉวนหลีเฟยล้วนมีพลังระดับสาม ไม่มีโอกาสที่ซือหยูจะชนะได้เลย

“รอบรองเริ่มขึ้นแล้ว! รอบแรก ซือหยู ประลองกับ เจียงซื่อฉิง!”

คนดูส่งเสียงฮือฮาและรีบเงยหน้าไปยังลานประลอง

Banshee

จบบทที่ DND.15 - ศึกคู่รัก

คัดลอกลิงก์แล้ว