- หน้าแรก
- มหาสงครามจักรกล หมัดผ่าสวรรค์
- บทที่ 12 [ทำสมาธิ]
บทที่ 12 [ทำสมาธิ]
บทที่ 12 [ทำสมาธิ]
บทที่ 12 [ทำสมาธิ]
เฉินหยวนยางเห็นสีหน้าของเหมียวหว่านหว่าน ก็รีบถามทันที
“พี่หว่านหว่าน พี่รู้จักยอดฝีมือคนนี้เหรอคะ? เป็นยังไงบ้าง เป็นชนชั้นสูงจากที่ไหน? นามสกุลหลี่ นามสกุลนี้ในแถบเราหายากมากเลยนะ”
เหมียวหว่านหว่านส่ายหน้า “เขาอยู่หน่วยเดียวกับฉัน ก็ถือว่ารู้จักกันล่ะมั้ง”
เธอไม่ได้บอกตรงๆ ว่าเป็นชนชั้นทมิฬ
เพราะเธอไม่รู้ว่า ถ้าพูดความจริงนี้ออกไป เฉินหยวนยางจะตอบสนองอย่างไร
เธอรู้ดีว่า ทำไมเฉินหยวนยางที่เป็นหลานสาวสายตรงของชนชั้นสูงระดับกลาง ถึงยอมคบหากับเธออย่างเท่าเทียม
ไม่ใช่เพราะเธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของติงซวี่ แต่เพราะเธอเป็นคู่หมั้นของติงซวี่ผู้เป็นอัจฉริยะ
สำหรับคนอื่น เฉินหยวนยางอาจจะไม่ชายตาแลเลยก็ได้
“หน่วยเดียวกัน งั้นก็มาจากฐานที่ 31 หรือไม่ก็ฐานที่ 21 สินะ?”
เฉินหยวนยางเอียงคอเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่ดูไร้เดียงสา “ถ้างั้นพี่หว่านหว่านมีโอกาสต้องแนะนำราชันย์น้องใหม่คนนี้ให้ฉันรู้จักบ้างนะคะ”
…
เวลาล่วงเลยมาถึงชั่วโมงที่ 16
หลายคนกำลังมองหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อน
ส่วนหลี่อี้ก็ไปยังเขตบ้านต้นไม้รอบนอกของฐานที่ 11
เขาใช้ชีวิตอยู่ที่ฐานที่ 31 มานานถึง 6 ปี ไม่มีใครรู้จักเขตบ้านต้นไม้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว
แม้ว่าจะเป็นโลกเสมือนจริง แต่บ้านต้นไม้โดยเนื้อแท้แล้วก็คือพืชที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อปรับปรุงระบบนิเวศของดาวอังคาร เป็นแนวป้องกันรอบนอกให้กับฐาน และเป็นที่อยู่อาศัยให้กับประชากรชนชั้นทมิฬ สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นจึงไม่แตกต่างกันมากนัก
ดังนั้น ขณะที่คนอื่นๆ ยังคงหวาดระแวงการโจมตีจากทีมอื่น
หลี่อี้ก็ได้นอนหลับอย่างสบายใจแล้ว
และตอนที่เอไอนางเซียนผลไม้เขียวถ่ายทอดสด พอเจอคนกำลังทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะให้คนนอกดู ก็จะปิดกล้องอย่างเหมาะสม
ด้วยเหตุนี้ คนที่จับตาดูหลี่อี้บนอัฒจันทร์ก็จำต้องเปลี่ยนจุดสนใจไป
อันที่จริง ตั้งแต่ที่หลี่อี้เอาชนะทีมของหลินฉินได้
หลังจากนั้นก็ไม่เคยเจอทีมใหญ่ๆ แบบนั้นอีกเลย
แม้ว่าคะแนนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เท่ากับตอนที่จัดการทีมของหลินฉินได้
“ตอนนี้อยู่ในโลกเสมือนจริง การเข้าฝันมีความเสี่ยง งั้นก็ใช้การทำสมาธิแทนการพักผ่อนแล้วกัน”
การทำสมาธิขั้นต้นที่หลี่อี้เชี่ยวชาญ ก็ผ่านการสั่งสมความทรงจำมาหลายครั้ง ค่อยๆ เรียนรู้มา
หน้าที่หลักในตอนนี้คือทำให้จิตใจสงบและพักผ่อนได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนด้านอื่นๆ ยังไม่ได้พัฒนาการใช้งานอื่นใด
แต่การนำมาใช้ในตอนนี้ กลับเหมาะสมอย่างยิ่ง
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ หลับตาลงเล็กน้อย นั่งอยู่ในบ้านต้นไม้ที่ซ่อนตัวอยู่แห่งหนึ่ง ลมหายใจค่อยๆ แผ่วเบาลง
…
โลกเสมือนจริง ก็จมดิ่งสู่ความมืดมิดโดยสมบูรณ์
ทุกอย่างเงียบสงัด
ฐานที่ 11 หน้าป้ายแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์ มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ สังเกตการณ์อันดับบนกระดานคะแนน
“ถานเจี้ยนถง คนจากชนชั้นทมิฬที่ปฏิเสธนายคราวก่อนในหน่วยของเรา ชื่อหลี่อี้ใช่ไหม?”
“ใช่ครับพี่ใหญ่เหลียง”
“ตามข่าวกรอง ตอนนี้คนที่ติดท็อปเท็น มีแค่หลี่อี้คนเดียวที่เป็นคนเดียวดาย ดูเหมือนว่าตอนนั้นเขามีความกล้าและคุณสมบัติที่จะปฏิเสธฉันจริงๆ”
เหลียงสิงมองถานเจี้ยนถง เผยรอยยิ้มที่น่าค้นหา
“ถานเจี้ยนถง ขอโทษด้วยนะ เกือบทำให้นายเป็นตัวตลกไปแล้ว”
ถานเจี้ยนถงในใจไม่พอใจ แต่ใบหน้ากลับไม่แสดงออก
“เป็นความผิดของผมเองครับพี่ใหญ่เหลียง ถ้าผมสามารถดึงเขาเข้ามาในทีมของพี่ได้ คงจะเหมือนเสือติดปีก ท็อปเท็นก็อยู่แค่เอื้อม”
เหลียงสิงภายนอกดูเป็นชายหนุ่มหน้าตาอ่อนโยน พูดจาอ่อนหวาน
แต่ถานเจี้ยนถงเคยติดต่อกับเหลียงสิงมาหลายครั้ง ในใจรู้ดีว่านี่เป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง และอัตราการปลุกวิชาสืบทอดก็ไม่ด้อยไปกว่าพี่ชายของเขาเลย
อนึ่ง ลูกพี่ลูกน้องของเหลียงสิง ก็คือเหลียงเส้าชงที่อยู่อันดับสองในปัจจุบัน
ทีมของเหลียงสิง นอกจากตอนแรกที่เสียคนไปสองสามคนเพื่อเก็บคะแนนบ้างแล้ว หลังจากวางแผนเสร็จ ก็ไปพักผ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง รอคอยอย่างสบายๆ
และตอนนี้ ก็คือเวลาล่าของพวกเขา
“เริ่มจากซ้อมมือกับคนที่อยู่อันดับสิบก่อน พอถึงก่อนจะหมดคืนนี้ ก็ไปจัดการหลี่อี้ แล้วขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเลย”
“ครับพี่ใหญ่เหลียง”
…
โซนถ่ายทอดสดมีคนออฟไลน์ไปไม่น้อยแล้ว
แต่ก็ยังมีกลุ่มหนึ่งที่ยังคงดูถ่ายทอดสดอย่างต่อเนื่อง
สำหรับบางคนแล้ว นี่ก็ถือเป็นเทศกาลในสภาพแวดล้อมของห้วงอวกาศลึก
“โอ้พระเจ้า ทีมที่มีผู้แข็งแกร่งอันดับสิบและแปดอยู่ด้วยกันถูกกวาดล้างในพริบตาเลย แถมคะแนนส่วนใหญ่ยังตกเป็นของคนคนเดียวอีก”
“เขาหาเป้าหมายเจออย่างแม่นยำได้ยังไง? ก่อนหน้านี้เขาทำอะไรไปบ้าง มีใครรู้ไหม?”
“เหลียงสิง คนคนนี้น่ากลัวเหมือนกันนะ วิชาสืบทอดของเขาดูเหมือนจะพัฒนาไปแข็งแกร่งขึ้น”
“นี่เป็นคนจากตระกูลสาขาของเหลียง แต่ดูจากฝีมือและวิชาสืบทอดที่แสดงออกมา ดูเหมือนจะเหนือกว่าเหลียงเส้าชงเสียอีก”
“สุดยอด การโต้กลับของลูกหลานตระกูลสาขางั้นเหรอ การแข่งขันของน้องใหม่ปีนี้มันส์จริงๆ มีหลี่อี้ก่อน แล้วก็มีเหลียงสิงตามมา”
“เหลียงเส้าชงอาจจะไม่ด้อยกว่าเหลียงสิงก็ได้ อย่าลืมว่าเหลียงเส้าชงยังไม่เคยออกแรงเต็มที่เลยตั้งแต่ต้นจนจบ”
“ครึ่งชั่วโมง อันดับสี่เปลี่ยนมือแล้ว”
“เหลียงสิงขึ้นอันดับสามแล้ว!”
คืนหนึ่งกำลังจะผ่านไป เหลียงสิงก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงสามารถหาเป้าหมายเจออย่างแม่นยำและลอบโจมตีสำเร็จได้ตลอด
ไม่นาน ก็ไต่อันดับขึ้นไปถึงอันดับสามได้อย่างราบรื่น คะแนนห่างจากเหลียงเส้าชงเพียง 3 คะแนน
จากนั้น เมื่อมองดูทีมของเหลียงสิงมุ่งหน้าไปยังเขตบ้านต้นไม้ที่หลี่อี้ซ่อนตัวอยู่
หัวใจของผู้ชมก็เต้นระรัว
ผู้แข็งแกร่งสามอันดับแรกจะมาปะทะกันอีกครั้งแล้วเหรอ?
…
หลี่อี้ยังคงทำสมาธิอยู่
นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เขาปลุกความสามารถพิเศษเมื่อหกปีก่อน ที่เขาไม่ได้นอนหลับเพื่อจับเศษเสี้ยวความทรงจำ
และนี่ ก็เป็นครั้งแรกที่หลี่อี้ทำสมาธิเกินสี่ชั่วโมง
ไม่สิ หรืออาจจะเป็นครั้งแรกที่เกิน 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำ
ในช่วงเวลาอื่นๆ ที่ผ่านมา เขาไม่ว่าจะย่อยความทรงจำในความฝัน หรือลุกขึ้นมาฝึกฝน นำทักษะในความทรงจำมาแสดงออกทางร่างกาย ทำให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวและพัฒนาขึ้น
ในตอนนี้
เขาค้นพบโดยไม่คาดคิดว่า ตัวเองสามารถทำสมาธิได้ดีทีเดียว
อีกอย่าง เมื่อเวลาทำสมาธิเกิน 4 ชั่วโมง เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ‘วิญญาณ’ เบาลงไปหนึ่งรอบ
เหมือนกับหลังจากอิ่มแล้วย่อยอาหารสำเร็จ หรือท้องผูกมาหลายปีแล้วได้ระบายออกมา
สรุปคือมันโปร่งโล่ง
‘วิญญาณ’ เห็นได้ชัดว่าคล่องแคล่วขึ้น
แม้ว่า ‘วิญญาณ’ นี้จะเป็นเพียงความรู้สึก ไม่ได้มีอยู่จริง
แต่เขาที่ดูดซับเศษเสี้ยวความทรงจำจากโลกคู่ขนานมาเป็นเวลานาน การรับรู้ถึง ‘วิญญาณ’ กลับเป็นของจริง
เนิ่นนาน หลี่อี้ก็ลืมตาขึ้น สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่ของร่างกายและจิตใจ
“ดูเหมือนว่าฉันจะใช้วิธีผิดไป การทำสมาธิและดูดซับความทรงจำสลับกันไป ถึงจะเป็นวิธีการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพที่สุด”
แม้ว่าจะไม่มีอุปกรณ์ทดสอบที่ชัดเจน
แต่หลี่อี้รู้สึกได้ว่า ความเร็วในการคิดของเขานั้นเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าเป็นวิธีการดูดซับเศษเสี้ยวความทรงจำแบบง่ายๆ หยาบๆ แบบเดิมๆ บางทีถ้าทำต่อเนื่องไปนานๆ ‘วิญญาณ’ ของฉันอาจจะรับภาระหนักเกินไปจนพังทลายลงก็ได้”
คิดถึงตรงนี้ หลี่อี้ก็รู้สึกโชคดีที่ได้เข้ามาในโลกเสมือนจริงครั้งนี้
ไม่อย่างนั้น ถ้าไม่มีโอกาสนี้ เขาไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะค้นพบว่าการทำสมาธิเป็นเวลานานมีผลช่วยลดภาระให้กับ ‘วิญญาณ’
ตอนนั้นเอง กระดิ่งเตือนภัยทำมือที่เขาวางไว้ข้างๆ ก็ดังขึ้น
“มีคนบุกรุก?”
หลี่อี้กระโดดขึ้น ราวกับลิงที่ปีนขึ้นไปบนยอดไม้ได้อย่างง่ายดาย อาศัยแสงดาวเพียงเล็กน้อยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวภายนอก
[จบแล้ว]