- หน้าแรก
- ราชาฮวงจุ้ย
- ตอนที่ 17 จิตแค้น
ตอนที่ 17 จิตแค้น
ตอนที่ 17 จิตแค้น
ตอนที่ 17 จิตแค้น
หลังจากที่แทงเข็มเงินสองสามเล่มนี้ลงไป อาการกระตุกของพี่รองของบ้านจางก็หยุดลงทันที เลือดที่ไหลออกจากจมูกก็หยุด ทั้งยังไม่มีฟองขาวออกมาจากปากเช่นกัน จากนั้นการหายใจก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
ท่านปู่คิดว่าหลิวปัวจื่อได้ขับไล่เพียงพอนเหลืองที่เข้าสิงพี่รองของบ้านจางออกไปแล้ว ทว่าเมื่อมองดูสีหน้าของหลิวปัวจื่อ เธอยังคงเคร่งเครียดอยู่เช่นเดิม เห็นเพียงแต่มือของหลิวปัวจื่อที่วางอยู่บนท้องน้อยของพี่รองของบ้านจาง แล้วกดเบา ๆ สองสามครั้ง
ท่านปู่ตกใจเมื่อพบว่าบนท้องของพี่รองของบ้านจางมีก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นเด็กปรากฏ ก้อนเนื้อนี้ช่างแปลกประหลาด ราวกับมีชีวิตอยู่ มันเคลื่อนไหวไปมาบนท้องของพี่รองของบ้านจาง เดี๋ยวก็ไปทางนั้นที ทางนี้ที
หลิวปัวจื่อถือเข็มเงินเล่มหนึ่งในมือ ดวงตาทั้งสองข้างจ้องเขม็งไปที่ก้อนเนื้อนั้น พยายามจับทิศทางการเคลื่อนไหวของมัน แต่ลองอยู่หลายครั้งก็ไม่สามารถแทงถูกก้อนเนื้อนั้นได้เสียที
ท่านปู่เห็นแล้วประหลาดใจจึงถามว่า “น้องหญิง นี่มันก้อนอะไรกัน?”
“เป็นจิตแค้นที่เกิดจากความอาฆาตของเพียงพอนเหลือง หากไม่ปล่อยจิตแค้นนี้ออกไป พี่รองของบ้านจางจะต้องตายอย่างแน่นอน”
ขณะที่หลิวปัวจื่อพูด เหงื่อกาฬก็เริ่มไหลซึมบนหน้าผาก แม้ลองอีกสองสามครั้งก็ยังแทงไม่ถูก
ในที่สุด หลิวปัวจื่อก็มองไปที่ท่านปู่ พลางพูดอย่างร้อนรนว่า “พี่อู๋ รีบไปตักน้ำจากบ่อมาถังหนึ่ง ต้องเป็นน้ำเย็นที่เพิ่งตักขึ้นมาจากบ่อเท่านั้นนะ”
ท่านปู่รับคำรีบวิ่งไปที่บ่อตักน้ำมาถังหนึ่ง
น้ำในบ่อเป็นน้ำใต้ดิน ถึงแม้จะเป็นฤดูที่ร้อนอบอ้าว น้ำที่ตักขึ้นมาก็เย็นยะเยียบเหมือนกับน้ำแข็ง
ท่านปู่ถือถังน้ำมาเดินมาข้าง ๆ หลิวปัวจื่อ พลางถามอย่างร้อนรนว่า “น้องหญิง ต้องทำอย่างไรต่อ?”
“ราดลงบนตัวเขาทั้งหมด” หลิวปัวจื่อสั่ง
เช่นนั้นท่านปู่ก็ไม่เกรงใจ สาดน้ำทั้งถังลงบนร่างของพี่รองของบ้านจางโดยตรง
น้ำเย็นยะเยียบขนาดนี้ หากสาดลงบนร่าง แม้คนตายก็อาจมีสะดุ้งลุกขึ้นได้
แต่พี่รองของบ้านจางเพียงแค่ตัวสั่นเล็กน้อย แล้วก็ไม่ขยับเขยื้อนอีก
ในช่วงเวลาที่น้ำเย็นสาดลงบนร่างของพี่รองของบ้านจาง ก้อนเนื้อที่เคลื่อนที่ไปมาบนท้องของเขาก็พลันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เพียงพริบตาเดียว มือของหลิวปัวจื่อก็แทงเข็มเงินเล่มนั้นลงบนก้อนเนื้อนั้นอย่างรวดเร็ว
ฝีมือของหลิวปัวจื่อมั่นคงมาก หลังจากแทงถูกก้อนเนื้อนั้นแล้ว มือของหลิวปัวจื่อก็งัดเข็มเงินขึ้นอย่างแรง ก้อนเนื้อนั้นก็แตกออก ทันใดนั้นก็มีน้ำสีดำพุ่งออกมาพร้อมกลิ่นเหม็นเน่าโชย ท่านปู่ถูกกลิ่นเหม็นจู่โจมจนเวียนหัวมึนงง เอามือป้องปิดจมูกถอยหลังไกล
กลิ่นมันเหมือนกับไข่เน่าที่ถูกโยนใส่หน้าโดยตรง คงไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามันเหม็นแค่ไหน
แต่หลิวปัวจื่อดูเหมือนจะไม่เป็นอะไร ยังคงนั่งอยู่ข้าง ๆ พี่รองของบ้านจางไม่ไปไหน
เมื่อน้ำสีดำไหลออกมาจากก้อนเนื้อนั้นเรื่อย ๆ ก้อนเนื้อนั้นก็เริ่มหดเล็กลง และในที่สุดก็หายไป
พี่รองของบ้านจางกลับมามีสติหายใจอีกครั้ง สีหน้าก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
หลิวปัวจื่อถอนหายใจเฮือกใหญ่
ในตอนที่หลิวปัวจื่อเพิ่งจะหายใจได้เต็มปอด เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง พี่รองของบ้านจางที่นอนอยู่บนพื้นพลันลุกขึ้นนั่งหลังตรงแหน่ว ดวงตาทั้งสองข้างเหลือกขึ้นไม่หยุด สักพักดวงตาทั้งสองข้างก็กลายเป็นสีขาวทั้งหมด เต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดง เหมือนกับคนเป็นต้อ
เมื่อเห็นสภาพเช่นนี้ หลิวปัวจื่อก็ตื่นตระหนกตามเช่นกัน สายตาของเธอสอดส่ายไปทั่ว เหมือนกับกำลังหาอะไรบางอย่าง
ในตอนนี้เอง ฉากที่แปลกประหลาดกว่าเดิมครั้งใหม่ก็ปรากฏ พี่รองของบ้านจางใช้พลังทั้งมือและเท้า หลังโก่งขึ้น ลิ้นยื่นยาวออกมา คลานไปรอบหนึ่งบนพื้นอย่างคล่องแคล่ว ในตอนนี้พี่รองของบ้านจางก็คือเพียงพอนเหลืองขนาดใหญ่ในร่างคน ในลำคอมีเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นไม่หยุด สีหน้ากลับมาบิดเบี้ยวอีกครั้ง
ท่านปู่เห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็ตกใจ รีบวิ่งไปยังที่ไกล ๆ ถอนดาบใหญ่เล่มนั้นออกจากพื้น
“น้องหญิง พี่รองคนนี้เป็นอะไรไปอีกแล้ว?” ท่านปู่ถามอย่างหวาดผวา
“ในลานบ้านนี้ไม่ได้มีเพียงพอนเหลืองเพียงตัวเดียว ยังมีอีกตัวที่ตบะแก่กล้ากว่า รีบหาให้ทั่ว หากพบเพียงพอนเหลืองตัวนั้นก็ฆ่ามันซะ เช่นนั้นพี่รองของบ้านจางก็จะรอด” หลิวปัวจื่อพูดไปพลางหยิบก้านยาสูบขึ้นมาสูบสองสามครั้งก็จนควันในก้านยาสูบแดงก่ำ
เมื่อท่านปู่ได้ยินก็ตกตะลึง “ต้องฆ่าเลยเหรอ? เพียงพอนเหลืองตัวนี้ก็ทำเพื่อเสี่ยวเจี๋ย...”
“จับเป็นก็ได้ ไล่มันไปให้ได้ก็พอ แล้วแต่พี่เลย” หลิวปัวจื่อกล่าว
ท่านปู่จึงถือดาบเดินหาไปทั่วลานบ้าน
แต่เดินรอบลานบ้านเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเงาของเพียงพอนเหลืองตัวนั้นเสียเลย
ส่วนพี่รองของบ้านจางที่กลายเป็นเพียงพอนเหลืองก็พุ่งเข้าใส่หลิวปัวจื่อ ทั้งสองต่อสู้กันเป็นพัลวัน
พี่รองของบ้านจางที่ถูกเพียงพอนเหลืองควบคุมมีกำลังมหาศาล เหมือนกับไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ ก้านยาสูบที่ถูกเผาจนแดงในมือของหลิวปัวจื่อก็ตบลงบนร่างของเขาไม่หยุด เขาก็ไม่หลบหลีก เอาแต่โจมตีไม่หยุดตอบ
ท่านปู่เห็นสภาพเช่นนี้ก็ยิ่งร้อนใจ ทว่าเดินหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เช่นนั้นแล้วจะทำอย่างไรดี
ดูท่าแล้ว แม้แต่หลิวปัวจื่อก็คงจะยืนหยัดอยู่ได้ไม่นาน
ในตอนนั้นเอง ท่านปู่ก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่าในเมื่อในลานบ้านไม่มี หรือว่าจะอยู่ในห้อง?
เมื่อคิดได้ดังนี้ ท่านปู่ก็ถือดาบใหญ่เดินเข้าไปในห้องของพี่รองของบ้านจางทันที
บ้านหลังนี้มีห้องอยู่ทั้งหมดสามห้อง ท่านปู่เดินวนไปรอบ ๆ แต่ละห้อง แม้แต่ใต้เตียงก็พลิกดูแต่แล้วก็ยังไม่เจอ เหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าผากอย่างร้อนรน
เพียงพอนเหลืองตัวนี้ฆ่าน้องเล็กของบ้านจางไปแล้ว หากพี่รองของบ้านจางเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก คงยุ่งยากกว่าเดิมเป็นแน่
ท่านปู่ถือดาบเดินมาถึงห้องโถง หรี่ตามองไปรอบ ๆ และในตอนนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งบนขื่อ เมื่อมองไปแวบหนึ่งก็พบความแปลกประหลาด
เห็นเพียงแต่บนขื่อมีสีขาวแต้มอยู่ ช่างดูแปลกตา
เมื่อมองดูอย่างละเอียด ก็เหมือนกับหางของสัตว์อะไรบางอย่าง
ท่านปู่ยิ่งมองยิ่งเหมือนหางของเพียงพอนเหลืองตัวนั้น เพียงแต่รู้สึกแปลกใจว่าทำไมหางนี้ถึงเป็นสีขาว?
ในตอนนั้นเอง ท่านปู่ที่ก็ยังไม่แน่ใจนัก มองไปรอบ ๆ ห้อง พบว่าบนโต๊ะมีถ้วยชาวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมาหนึ่งใบ แล้วโยนไปยังหางสีขาวนั้น
ครั้งนี้โยนโดนถูกเป้า หางสีขาวสั่นไหวเล็กน้อย
มันเป็นสิ่งมีชีวิต... คราวนี้ท่านปู่ก็แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่อยู่บนขื่อนั้นก็คือเพียงพอนเหลืองนั่นเอง
“ท่านเทพเพียงพอนเหลือง คนบ้านจางรู้ตัวว่าผิดแล้ว โปรดยกโทษให้พวกเขาครั้งนี้ด้วยเถอะ!” ท่านปู่ตะโกนไปยังเพียงพอนเหลืองที่อยู่บนขื่อ เมื่อเห็นว่าเพียงพอนเหลืองไม่ตอบ ก็โยนถ้วยชาไปอีกสองสามใบ หวังจะไล่มันไปให้ได้
เพียงพอนเหลืองตัวนั้นถูกโยนข้าวของใส่จนร้อง “จี๊ด ๆ” ทันใดนั้นก็โผล่หัวแหลม ๆ ออกมา จ้องมองท่านปู่อย่างดุร้าย
ท่านปู่เห็นได้ชัดเจนว่าบนขื่อนั้นก็คือเพียงพอนเหลืองที่มีหางสีขาว
เล่ากันว่ายิ่งตบะของเพียงพอนเหลืองสูงเท่าไหร่ ขนสีขาวบนตัวก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เพียงพอนเหลืองตัวนี้ ตลอดทั้งหางกลายเป็นสีขาว ดูท่าว่าตบะของมันจะไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
[จบแล้ว