- หน้าแรก
- ราชาฮวงจุ้ย
- ตอนที่ 12 สุนัขบ้าน ห่านขาวใหญ่
ตอนที่ 12 สุนัขบ้าน ห่านขาวใหญ่
ตอนที่ 12 สุนัขบ้าน ห่านขาวใหญ่
ตอนที่ 12 - สุนัขบ้าน ห่านขาวใหญ่
พ่อที่พุ่งออกมาจากห้อง สองตาแดงก่ำ เลือดอาบเต็มหัว แต่ดาบเล่มใหญ่ในมือกลับส่องประกายเย็นเยียบ เต็มไปด้วยจิตสังหาร
“กล้าดีมาตีเมียกูลูกกู กูจะสับพวกมึงให้เป็นชิ้น ๆ!”
เมื่อเห็นภรรยาและลูกถูกรังแก ต่อให้เป็นคนที่ซื่อสัตย์เพียงใดก็ไม่อาจทนได้
ดังนั้นเมื่อพ่อของผมยกดาบขึ้นมา พี่น้องตระกูลจางทั้งห้าคนเมื่อเห็นสภาพเช่นนี้ต่างก็มั่นใจได้ทันทีว่าพ่อเอาจริง พวกเขาทั้งห้ากลายเป็นคนขี้ขลาดไปในทันที ก่อนจะหันหลังกลับวิ่งหนีไป พ่อของผมถือดาบไล่ตามไปจนถึงประตู แม่ของผมที่เริ่มรู้สึกตัววิ่งไปกอดพ่อจากด้านหลัง พยายามห้ามเขาไว้
อันที่จริง พ่อของผมก็แทบจะหมดแรงแล้วเช่นกัน เขาถูกพี่น้องห้าคนนั้นตีจนเลือดอาบหัว ดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งก็แทบสิ้นสติ
แม่ไม่กล้าให้พ่อไล่ตามออกไปจริง ๆ หากพ่อเลือดขึ้นหน้าเผลอฆ่าคนขึ้นมาจริง ๆ ผลที่ตามมาย่อมคาดเดาไม่ได้
จากนั้น แม่ก็พยุงพ่อกลับเข้าห้องไปทำแผลอย่างง่าย ๆ ผ่านไปไม่นาน ท่านปู่ก็พาหลิวปัวจื่อกลับบ้านมา
เมื่อเห็นสภาพความโกลาหลในบ้าน พ่อของผมที่ถูกตีจนเป็นเช่นนี้ ความโกรธของท่านปู่ก็พลันพุ่งขึ้นมา
ความโกรธของท่านปู่รุนแรงกว่าพ่อของผมเสียอีก หากท่านปู่อยู่บ้านในตอนนั้น พี่น้องห้าคนของบ้านจางย่อมไม่กล้าวิ่งมาตีคนในบ้านเราแน่นอน
คนในหมู่บ้านต่างรู้ดีว่าท่านปู่เคยเป็นทหารผ่านศึกมาก่อน นิสัยใจร้อนใจกล้า เมื่อท่านปู่ถือดาบเล่มนั้นจะไปหาคนบ้านจางเพื่อพูดคุยก็ถูกหลิวปัวจื่อเรียกไว้
เพราะหลิวปัวจื่อเห็นรอยฝ่ามือที่ชัดเจนบนใบหน้าของผม
“พี่อู๋อย่าไปเลย เพราะถึงพี่ไม่ไป คนบ้านจางก็ต้องโชคร้ายเสียแล้ว” หลิวปัวจื่อกล่าวเรียบ
เมื่อท่านปู่ได้ยินก็มีสีหน้าสงสัย ถามว่าหมายความว่าอย่างไร
“จะเป็นอะไรไปได้ซะอีก ก็มีคนทำร้ายหลานชายพี่แบบนี้ ต้องโชคร้ายแน่นอน” หลิวปัวจื่อส่ายหน้าถอนหายใจ
เมื่อท่านปู่เห็นรอยฝ่ามือบนใบหน้าผม ความโกรธก็ยิ่งทวีคูณ ตวาดด่าว่า “ไอ้พวกเด็กเวรตะไล แม้แต่เด็กหกขวบก็ยังกล้าลงมือ ยังมีความเป็นคนกันบ้างไหม! ฉันต้องไปถามให้รู้เรื่องให้ได้”
“พี่อู๋ ฟังคำเตือนของหญิงชราคนนี้เถอะ อย่าไปเลย พี่ไปก็ยิ่งพูดกันไม่รู้เรื่อง อย่างไรคนที่ตีหลานชายพี่คืนนี้คงต้องตายแน่นอน” หลิวปัวจื่อพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ท่านปู่ก็ตกตะลึง ถามถึงสาเหตุ
หลิวปัวจื่อจึงเล่าเรื่องราวของภรรยาหม่าเหล่าซานในครั้งก่อนให้ฟัง เป็นเพราะภรรยาของหม่าเหล่าซานคนนั้นเตะผมไปสองสามที วันรุ่งขึ้นจึงตายที่หลังภูเขา
ตอนนี้คนบ้านจางที่ไม่เคยมีปัญหาใด ๆ กันมาก่อน แต่กลับมาหาเรื่องในวันที่ผมต้องเผชิญเคราะห์กรรมสามปีพอดี เช่นนี้นี่ไม่ใช่การส่งมาตายหรอกหรือ?
ในร่างกายของผมมีดวงจิตอันทรงพลังของเซียนสถิตอยู่ ตลอดหกปีมานี้จึงได้รับการคุ้มครองจากพวกเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกเหล่านั้น การตีผมก็เท่ากับเป็นการไม่เคารพต่อเซียนในร่างกาย พวกเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกย่อมไม่ปล่อยคนบ้านจางไปแน่นอน
เมื่อท่านปู่ได้ยิน หัวใจก็สั่นสะท้าน คิดว่าเรื่องนี้คงจะยุ่งยากเสียแล้ว
คนบ้านจางถึงแม้จะผิด แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเสียชีวิตเพียงเพราะตีผมไปหนึ่งที ทุกคนล้วนเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ท่านปู่เองก็ไม่อยากให้คนบ้านจางต้องเสียชีวิตเพราะเรื่องนี้ จึงถามหลิวปัวจื่อว่ามีวิธีแก้ไขหรือไม่
หลิวปัวจื่อส่ายหน้าไม่หยุด “ไม่มีทางหรอก อู๋เจี๋ย เด็กคนนี้ตั้งแต่เกิดมาก็มีชะตาอาภัพ ตลอดชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์ยากลำบาก นี่คือเคราะห์กรรมสามปีที่หนีไม่พ้น ไม่ใช่เขาตายก็เป็นผู้อื่นตาย คงได้แต่ดูชะตาของบ้านจางเท่านั้น”
ถึงแม้ความจริงจะเป็นเช่นนั้น ท่านปู่ก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ จึงถามหลิวปัวจื่อว่าใครตีผมคนนั้นก็ต้องตายใช่หรือไม่
หลิวปัวจื่อพยักหน้า
ท่านปู่หันไปถามแม่ว่าใครตีผม
แม่ของผมบอกว่าเป็นคนที่ห้าของบ้านจาง
ท่านปู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามหลิวปัวจื่อว่าพอจะมีวิธีช่วยบ้านจางได้บ้างหรือไม่ อย่างน้อยก็เตือนพวกเขาสักคำก็ยังดี
หลิวปัวจื่อจนปัญญาจึงพูดกับท่านปู่ว่า “คนที่ไปแก้แค้นบ้านจางต้องเป็นพวกเทพเพียงพอนเหลืองและเทพจิ้งจอก คาดว่าคืนนี้ก็จะไปหาคนที่ห้าของบ้านจางนั่นแหละ พี่ไปบอกคนที่ห้าของบ้านจางว่าคืนนี้ให้เขาปล่อยสุนัขไว้ในลานบ้านหลาย ๆ ตัว อย่าล่ามโซ่เด็ดขาด นอกจากนี้ ในห้องนอนก็ให้เลี้ยงห่านขาวใหญ่ไว้สองสามตัว แต่ก่อนนำเข้าไป ต้องให้ห่านขาวพวกนั้นกินให้อิ่ม ให้พวกมันถ่ายทิ้งในห้องให้มาก ๆ หากทำเช่นนี้ คนที่ห้าของบ้านจางอาจจะรอดพ้นเคราะห์กรรมนี้ไปได้”
ที่ทำเช่นนี้ย่อมมีเหตุผล ประการแรก สุนัขบ้านที่เลี้ยงในชนบทมีสัญชาตญาณสูงมาก และเป็นผู้พิทักษ์บ้านชั้นยอด หากสุนัขบ้านพบว่ามีเพียงพอนเหลืองเข้ามาในบ้าน มันจะไล่ตามอย่างไม่ลดละ และเพียงพอนเหลืองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสุนัขบ้านในเรื่องของขนาดร่างกาย โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเพียงพอนเหลืองเจอกับสุนัขบ้านก็จะพ่ายแพ้ไป
ส่วนห่านขาวใหญ่ก็มีเหตุผลคล้าย ๆ กับสุนัขบ้าน เพราะห่านขาวใหญ่ก็สามารถเฝ้าบ้านได้เช่นกัน และห่านขาวใหญ่ก็มีการวางอาณาเขตที่ชัดเจน ขนาดร่างกายของมันย่อมใหญ่กว่าเพียงพอนเหลือง ปากของมันก็มีความสามารถในการฉีกกัดที่แข็งแกร่ง บางครั้งสุนัขบ้านเห็นห่านขาวใหญ่ยังกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่ต้องพูดถึงเพียงพอนเหลืองเลย สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือเพียงพอนเหลืองกลัวมูลของห่านขาวใหญ่มาก ขอเพียงเพียงพอนเหลืองสัมผัสกับมูลของห่านขาวใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฝ่าเท้า ก็จะเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว
เดิมทีเรื่องราวเหล่านี้หลิวปัวจื่อไม่เต็มใจจะพูด เพราะเธอเป็นศิษย์ร่างทรง เพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกล้วนเป็นเซียน เป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถล่วงเกินได้
แต่เมื่อทนการร้องขอของท่านปู่ไม่ไหว จึงบอกวิธีนี้ให้ท่านปู่ทราบ
ถึงอย่างนั้น หลิวปัวจื่อก็ไม่กล้ารับประกันว่าวิธีนี้จะสามารถรักษาชีวิตของคนที่ห้าของบ้านจางไว้ได้
พวกเพียงพอนเหลืองและจิ้งจอกมีบุญคุณต่อบ้านอู๋ของเรา ถือเป็นบุญคุณอันยิ่งใหญ่ หากไม่มีพวกมัน ผมก็คงไม่มีชีวิตอยู่รอด
แต่ชีวิตคนเองก็สำคัญ ท่านปู่ใจอ่อนเพราะล้วนเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน เป็นเพื่อนบ้านกัน พี่น้องห้าคนของบ้านจางล้วนเป็นคนที่ท่านปู่เฝ้ามองเติบโตมา ถึงแม้พี่น้องทั้งห้าคนจะเกเรไปบ้าง ตีคนในบ้านเราไปบ้าง เรื่องนี้ก็ว่าไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ไม่น่าถึงขั้นต้องตายแลกกัน
ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่ ท่านปู่ก็ต้องไปบอกคนที่ห้าของบ้านจางไว้ก่อน ดังนั้นก่อนฟ้ามืด ท่านปู่ก็เดินไปที่หน้าประตูบ้านของคนที่ห้าของบ้านจางเพียงลำพัง เมื่อไปถึงก็พบว่าประตูบ้านของเขาปิดสนิท ท่านปู่เคาะประตูอยู่เป็นเวลานานแต่ก็ไม่มีใครตอบกลับ
อันที่จริงแล้ว วันนั้นคนที่ห้าของบ้านจางอยู่บ้าน แต่เขารู้แน่ว่าท่านปู่ต้องมาหาจึงหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะออกไป เมื่อเจ้าบ้านไม่เปิดมาต้อนรับ ท่านปู่ก็ไม่สามารถพังประตูเข้าไปได้
พี่น้องห้าคนของบ้านจางล้วนเป็นคนที่ท่านปู่เฝ้ามองการเติบใหญ่ ท่านปู่สำหรับหมู่บ้านเราแล้ว มีความน่าเกรงขามอย่างยิ่ง พี่น้องทั้งห้าคนนี้ไม่ว่าคนไหนแค่เห็นท่านปู่ก็หวาดกลัวกันหมด
ตอนนั้นเพราะเลือดขึ้นหน้าจึงลงมือทำร้ายพ่อของผม พอกลับมาคิดตอนนี้ก็ยิ่งกลัว โดยเฉพาะดาบเล่มใหญ่ของท่านปู่
ท่านปู่ยังคงไม่วางใจ จึงไปหาพี่น้องคนอื่น ๆ ของคนที่ห้าของบ้านจางแทน แต่พี่น้องเหล่านี้บ้างก็ไม่กล้าออกไป บ้างก็กลัวจนไม่กล้าอยู่บ้าน บางคนถึงกับให้ภรรยาออกมาขอโทษท่านปู่แทน
ท่านปู่เดินไปรอบหนึ่ง แต่ก็ไร้ผล ได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจอย่างจนปัญญา
บางทีนี่อาจจะเป็นชะตาของคนที่ห้าของบ้านจาง และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
วันรุ่งขึ้นพี่ชายคนโตของบ้านจางก็พบศพของเขาที่บ้าน เขาถูกแขวนคอตายบนขื่อบ้าน
[จบแล้ว]