เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2138 นครสี่สมุทร

บทที่ 2138 นครสี่สมุทร

บทที่ 2138 นครสี่สมุทร


หลิงฮันยิ้มบาง ๆ ก่อนส่ายศีรษะ “ท่านป้าเว่ย ข้ามีสตรีงดงามเช่นหรูอวี๋อยู่ข้างกายแล้ว ย่อมพอใจในสิ่งที่มี ไม่ต้องการถ่วงรั้งผู้อื่นให้เสียเวลา”

“ไม่ได้!” ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยส่ายหน้าด้วยท่าทีเด็ดขาด นางผิดหวังในความรักจนมีนิสัยสุดโต่ง อีกทั้งหลิงฮันยังเป็นผู้สืบทอดของมหาปราชญ์สวรรค์หยวนเซิ่ง ส่วนอันหรานก็เป็นศิษย์ของนาง ในสายตาของนาง นี่คือการสืบทอดความสัมพันธ์จากรุ่นก่อน เพื่อเติมเต็มความเสียดายในอดีต

คนหนึ่งขัดขืนทุกวิถีทาง อีกคนบังคับดื้อดึง ทั้งยังต่อรองไม่เลิกรา

ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก นี่หรือราชานิรันดร์ระดับเก้า? เหตุใดจึงดูคล้ายแม่สื่อแม่ชักนัก? หากธิดาศักดิ์สิทธิ์อันหรานรู้เรื่องนี้ นางคงเดือดดาลเป็นแน่

ข้ายังไม่ทันได้รังเกียจเจ้า เจ้ากล้าปฏิเสธข้าได้อย่างไรกัน?

“เจ้านี่ดื้อดึงจริง ๆ!” ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยส่ายหน้า แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู ราวกับมองหลิงฮันเป็นบุตรแท้ ๆ และใช้วิธีนี้สร้างภาพว่าตนได้แต่งงานกับมหาปราชญ์สวรรค์หยวนเซิ่งไปแล้ว

นางไม่เสียเวลาพูดจาอีกต่อไป ยื่นมือออกไปคว้าหลิงฮันทันที ด้วยพลังเหนือธรรมชาติ หลิงฮันถูกจับตัวไว้โดยไร้ทางต่อต้าน ร่างเล็กลงกลายเป็นเมล็ดพืชในพริบตา

“กลับตำหนัก!” นางเอ่ยเสียงเบา

ทันใดนั้น ผู้คนรอบข้างต่างถอยห่างราวคลื่นพัด ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยฉีกเปิดห้วงมิติพุ่งตรงไปยังตำหนักสี่สมุทร

แม้นางจะไม่ได้บรรลุกฎเกณฑ์แห่งมิติ แต่ด้วยการอยู่ในระดับราชานิรันดร์ระดับเก้ามาเป็นเวลานาน ทำให้นางมีเวลาศึกษากฎเกณฑ์อื่น ๆ อย่างลึกซึ้ง จนสามารถเคลื่อนย้ายผ่านมิติได้อย่างอิสระ

แทบจะกล่าวได้ว่า ราชานิรันดร์ระดับเก้าแทบทุกคนล้วนเชี่ยวชาญทุกแขนง จึงทำให้การเอาชนะผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันเพื่อก้าวขึ้นเป็นจอมราชันแห่งเก้าชั้นฟ้าเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง

ราชานิรันดร์หลิงเยว่ฉีกห้วงมิติตามราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยไปเช่นกัน

แม้เขาจะยังไม่ได้บรรลุเก้าชั้นฟ้า แต่ด้วยพรสวรรค์อันสูงส่ง ก็ยังต้องใช้เวลานับไม่ถ้วนในการทะลวงระดับชั้นแรก และติดอยู่กับกำแพงขอบเขตนานนับหลายร้อยล้านปี ดังนั้นเขาจึงมีเวลาศึกษากฎเกณฑ์อื่น ๆ อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกฎเกณฑ์แห่งมิติและกาลเวลา ซึ่งนับว่าเป็นสองตัวเลือกที่ดีที่สุด

ทว่าการทำความเข้าใจกฎเกณฑ์สองแขนงนี้ แม้แต่ราชานิรันดร์เองก็จำเป็นต้องอาศัยสมุนไพรนิรันดร์หรือแก่นกำเนิดแห่งสวรรค์และปฐพี มิฉะนั้น หากใช้เพียงการขบคิดด้วยตน ความก้าวหน้าย่อมเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น

ผลลัพธ์คือ เขาถูกราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยทิ้งห่างไปไกลในพริบตา

ราชานิรันดร์หลิงเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางครุ่นคิด

เดิมทีเขาตั้งใจจะสารภาพรักกับราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยหลังตำหนักมัจฉาวายุภักษ์ถูกทำลาย เพราะตอนนั้นราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยได้ตัดขาดความผูกพันในอดีตไปแล้ว

ทว่าไม่คาดคิดว่า หลิงฮันจะปรากฏตัวขึ้นมากะทันหัน ปลุกสัญชาตญาณความรักของมารดาในตัวของราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยขึ้นมา แผนการของเขาจึงพังทลาย

เขาหลงรักราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ย จึงไม่อาจทนได้ที่จะเห็นนางมีผู้ชายคนอื่นอยู่ในใจ แม้ว่าจะเป็นเพียงการมองหลิงฮันเป็นหลานชายก็ตาม

ดังนั้น หลิงฮันจึงกลายเป็นหนามตำใจเขา

อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ ศิษย์ของเขา หลินเสวียน ก็ตกหลุมรักธิดาศักดิ์สิทธิ์อันหรานอย่างลึกซึ้งเช่นกัน บัดนี้ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยตั้งใจจะหมั้นอันหรานให้กับหลิงฮัน ความปรารถนาของหลินเสวียนย่อมพังทลาย เขาย่อมไม่อาจยอมรับได้

สองเหตุผลนี้ทำให้จิตสังหารในใจของราชานิรันดร์หลิงเยว่พวยพุ่ง

แน่นอน เขาไม่มีทางลงมือกับหลิงฮันด้วยตนเอง

หากเขาลงมือ ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยย่อมมองออก แม้นางจะไม่สังหารเขาเพราะเยื่อใยในอดีต แต่นางก็จะขับไล่เขาอย่างไร้เยื่อใย และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนางจะสิ้นสุดลงอย่างไม่มีวันกู้คืน

แต่การสังหารคนในระดับแบ่งแยกวิญญาณ เขาจำเป็นต้องลงมือด้วยตนเองหรือ?

ยังมีคนมากพอที่จะปราบหลิงฮันได้

ตัวอย่างเช่น ศิษย์ของเขา หลินเสวียน ที่ตอนนี้บรรลุขั้นหนึ่งลี้ลับของระดับตำหนักอมตะแล้ว และกระทั่งเป็นถึงจักรพรรดิ จะปราบหลิงฮันก็เป็นเรื่องง่ายดาย

ในการประลองย่อมไม่มีการยั้งมือ การพลั้งสังหารก็เกิดขึ้นได้เสมอ ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยไม่มีทางตำหนิได้ ใช่หรือไม่?

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความหยิ่งผยองของธิดาศักดิ์สิทธิ์อันหราน เมื่อทราบว่าราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยหมั้นหมายตนให้หลิงฮัน นางคงโกรธจนเป็นฝ่ายลงมือกับหลิงฮันเสียเอง

ธิดาศักดิ์สิทธิ์อันหรานเองก็บรรลุขั้นหนึ่งลี้ลับ และพลังต่อสู้ของนางยังเหนือกว่าหลินเสวียนเสียอีก

โอกาสสังหาร...มีอยู่เหลือเฟือ

ตำหนักสี่สมุทรและตำหนักมัจฉาวายุภักษ์อยู่ห่างกันมาก แม้แต่ราชานิรันดร์ระดับเก้าก็ต้องใช้เวลาถึงเจ็ดวันกว่าจะเดินทางถึง

ในชั่วพริบตา ร่างของราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยก็ปรากฏเบื้องหน้านครอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง

ตำหนักสี่สมุทรหาใช่เพียงตำหนักธรรมดา หากแต่เป็นนครใหญ่ที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทร ขนาดใหญ่เทียบได้กับดวงดาว

นครลอยอยู่บนมหาสมุทรได้อย่างไร?

ไม่ใช่เพราะมีค่ายกลวิเศษค้ำจุน แต่เป็นเพราะเบื้องล่างมีเต่ายักษ์ตัวหนึ่งแบกรับอยู่ เต่ายักษ์ตัวนี้ล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรอย่างไม่หยุดหย่อนมาหลายต่อหลายยุค นครนี้จึงลอยอยู่ตลอดเช่นนี้

ตำหนักสี่สมุทรปกครองนครแห่งนี้ ส่วนสถานที่สั่งสอนจริง ๆ ตั้งอยู่ตรงกลางนคร มีพระราชวังเรียงรายเป็นแนวยาว ทุกหลังล้วนมีสีน้ำเงินส่องประกายแวววาวประหนึ่งเกลียวคลื่นต้องแสงตะวัน

“คารวะท่านประมุขตำหนัก!” ตลอดทางที่ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยเดินผ่าน ผู้คนต่างโค้งคำนับด้วยความเคารพ

แม้ว่าขุมอำนาจหลักของตำหนักจะถูกระดมไปโจมตีตำหนักมัจฉาวายุภักษ์เกือบหมด แต่ก็ยังคงมีเหล่าผู้รับใช้และกองกำลังคุ้มกันไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าศึกตีโต้กลับยึดฐานทัพได้

เมื่อมาถึงโถงใหญ่ ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยสะบัดมือ ร่างของหลิงฮันขยายกลับคืนสู่สภาพเดิม

“ร่างเกิดใหม่ของเทียนอวิ๋น” นางกล่าวอีกครั้ง แต่คราวนี้น้ำเสียงไม่ได้เคร่งขรึมเท่าไร

หลิงฮันทำได้เพียงเล่นตามบท ส่ายหัวแล้วกล่าว “ฮูหนิวก็คือฮูหนิว หาเกี่ยวข้องกับอาวุโสเทียนอวิ๋นไม่”

เขามีสองสิ่งที่ค้ำจุนตนเองอยู่ หนึ่งคือความรักของราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ย อีกหนึ่งคือพลังของหอคอยทมิฬ หอคอยน้อยมั่นใจว่าสามารถพาเขาบินหนีไปได้ แม้แต่มหาปราชญ์สวรรค์ก็จับตัวเขาไม่ได้

แน่นอน หากสามารถเจรจาสันติได้ก็ย่อมดีที่สุด

ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยจ้องหลิงฮันเขม็ง ใบหน้างดงามเปี่ยมด้วยแรงกดดันราวกับต้องการข่มขู่ให้เขายอมจำนน

น่าเสียดาย หลิงฮันไม่ได้หวั่นเกรงต่อแรงกดดันเช่นนี้แม้แต่น้อย

หลังผ่านไปครู่หนึ่ง ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยพลันเผยรอยยิ้ม “อันหรานใกล้จะออกจากการปิดด่านแล้ว ให้พวกเจ้าได้ทำความรู้จักกันก่อน”

การทำให้หลิงฮันยอมจำนนไม่ใช่เรื่องยาก ทว่าสิ่งสำคัญคือการเปิดหอคอยสามภพ และนางเองก็มองหลิงฮันเป็นบุตรชายอย่างแท้จริง ไม่ต้องการบังคับให้เขาทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ

ด้วยเหตุนี้ นางจึงคิดแผนการใหม่ขึ้นมา ปล่อยให้หลิงฮันตกหลุมรักอันหรานเอง เมื่อนั้นเขาก็จะยอมมอบร่างเกิดใหม่ของเทียนอวิ๋นอย่างเต็มใจ

แม้หลิงฮันจะไม่สนใจอยากรู้จักอันหราน แต่เมื่อราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยไม่กล่าวถึงฮูหนิว เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องกล่าวเช่นกัน เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องของสองฝ่าย หากเขาไม่กระตือรือร้น อันหรานจะมาหลงรักเขาได้อย่างไร?

เช่นนั้นก็ดีแล้ว

เขาพยักหน้า “ข้าขอรับฟังการจัดการของท่านป้าเว่ย”

ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ความรักที่ไม่สมหวังในรุ่นก่อน ต้องเบ่งบานในรุ่นถัดไปให้ได้

“ไปเถอะ เจ้าเดินชมตำหนักและนครได้ตามสบาย”

แม้อนุญาตให้เดินเล่นได้ แต่ความหมายแฝงก็คือ ไม่อนุญาตให้ออกจากนคร เพราะร่างเกิดใหม่ของเทียนอวิ๋นยังอยู่กับเขา ราชานิรันดร์ซ่างจื้อเว่ยย่อมไม่มีทางปล่อยตัวเขาไปก่อนที่จะได้รับมันมา

หลิงฮันล่าถอยออกจากโถงใหญ่ ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ก็มีชายชราในชุดดำปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบงัน โค้งคำนับแล้วเอ่ยว่า

“คุณชายหลิง บ่าวเฒ่าผู้นี้จะนำท่านไปชมรอบ ๆ และจัดหาที่พักให้ท่าน”

จบบทที่ บทที่ 2138 นครสี่สมุทร

คัดลอกลิงก์แล้ว