เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.302 - จักรพรรดิสัตว์ร้ายแห่งถังซาน

Ep.302 - จักรพรรดิสัตว์ร้ายแห่งถังซาน

Ep.302 - จักรพรรดิสัตว์ร้ายแห่งถังซาน


1/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.302 - จักรพรรดิสัตว์ร้ายแห่งถังซาน

สิบนาทีต่อมา ซูซิงฝูก็เดินทางมาถึงคฤหาสน์ของฉินเฟิง

เมื่อเห็นฉินเฟิงปลดปล่อยกำลังภายในรูปบบของเหลวด้วยตาตัวเอง ซูซิงฝูถึงค่อยยอมรับความจริงในที่สุด

“แต่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของผมยังอยู่แค่เลเวล E9 , พลังสมาธิก็เหมือนกัน ดังนั้นคงต้องตั้งใจฝึกฝนต่อไป” ฉินเฟิงสารภาพ

มีพลังพิเศษดูดกลืนที่ทรงพลังอยู่ในครอบครอง ฉินเฟิงมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

หากคนอื่นๆอยากมีความแข็งแกร่งทางกายภาพเหมือนฉินเฟิง เกรงว่าพวกเขาจำต้องทุ่มเทพยายามอย่างหนัก ถึงจะเป็นไปได้

“ผู้ว่าการ อย่าเหน็บแนมฉันเลย ฉันก็กำลังตั้งใจฝึกอยู่นี่ไง โถ่!” เมื่อนำตนเองมาเทียบเปรียบกับฉินเฟิง ซูซิงฝูอดรู้สึกละอายไม่ได้จริงๆ

ฉินเฟิงยิ้ม ปฏิเสธคำครหานี้ “ที่ผมโทรหาคุณและแสดงพลังเลเวล D ให้ดู เหตุผลส่วนใหญ่ก็เพราะต้องการบอกว่า ผมจะออกไปหาประสบการณ์ข้างนอกอีกครั้ง … ตัดสินใจแล้วว่าจะไปแนวหน้า จะกลับมาอีกทีอาจใช้เวลาถึง 3 เดือน อยากให้คุณเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ด้วย”

สีหน้าของซูซิงฝูกลายเป็นหนักอึ้งทันใด

แนวหน้า! นั่นคือสถานที่ๆมนุษย์กับสัตว์ร้ายห้ำหั่นกันอย่างแท้จริง

เนื่องจากรอยแยกมิติไม่สามารถปิดผนึกได้ จึงมีสัตว์ร้ายปรากฏขึ้นมาใหม่ในทุกๆวัน มนุษย์เลยจำเป็นต้องออกสังหารอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดของตนเอง

ผู้ใช้พลังเลเวล D จะต้องไปต่อสู้ที่แนวหน้า หากชนะจะได้รางวัลมหาศาล แต่มันเต็มไปด้วยอันตราย

ดังนั้น การที่คนๆหนึ่งสามารถก้าวขึ้นสู่เลเวล D ได้ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องที่ดีเลย เพราะผู้ที่เสียชีวิตในแนวหน้า มีนับไม่ถ้วน!

สมมติว่าฉินเฟิงเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่แนวหน้า สถานชุมชนเฟิงหลีที่ขาดเสาหลักก็จะพังทลายลงในคราวเดียว!

“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะรีบทุ่มเทใช้เวลาที่มีเร่งฝึกฝนตัวเอง”

ดังนั้น สถานชุมชนเฟิงหลีจึงต้องการใครบางคนที่แกร่งพอไว้คอยดูแล

“อ่า นั่นแหละคืออีกส่วนหนึ่งที่เรียกคุณมา เพราะผมตั้งใจจะมอบสิ่งนี้ให้แก่คุณ” ว่าจบฉินเฟิงก็หยิบบัตรหยกออกมา

ซูซิงฝูตกใจเล็กน้อย “นี่มันตั๋วเข้าสุสานเทพสงครามไม่ใช่หรอ? ฉันอายุเกินแล้ว ไม่มีประโยชน์หรอก อีกอย่างได้ข่าวว่าสุสานเทพสงครามหายไปแล้วนี่”

ฉินเฟิงเผยรอยยิ้มจาง “หายไปแล้วก็จริง แต่หลังจากนี้ไป สุสานเทพสงครามจะกลายเป็นของพวกเราเฟิงหลี!”

ซูซิงฝูต้องตกใจอีกครั้ง

“สิ่งที่ผู้ว่าการอยากจะบอกก็คือ … คงไม่ใช่อย่างที่ฉันเข้าใจหรอกนะใช่ไหม!!”

ฉินเฟิงยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

แต่ท่าทีเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องตอบก็สื่อความหมายได้ชัดเจน

ซูซิงฝูค้นพบใจความสำคัญได้อย่างรวดเร็ว

แม้สุสานเทพสงครามจะหายไปในเวลาเพียงแค่หนึ่งวัน แต่ช่วงเวลานั้นโจวฮ่าวได้เดินทางไปเข้าร่วมมัน อีกทั้งเขายังเป็นสหายสนิทกับฉินเฟิง ซูซิงฝูเลยให้ความสนใจเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังทราบถึงเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในสี่เมืองทะเลเหนือ

เมื่อจับสิ่งต่างๆเหล่านี้มัดรวมเข้าด้วยกันแววตาของซูซิงฝูก็คล้ายล่องลอยออกไปไกลแสนไกล --ไม่ว่าจะเป็นปัจจุบัน หรือก่อนยุคโลกาวินาศ สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเลือนหายไปเลยก็คือ ‘เรื่องราวเล่าขาน’ ที่ผู้คนมักจะพูดถึง เดิมซูซิงฝูแค่ฟังแต่ก็ไม่ค่อยสนใจ

อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่คาดคิดเลย ว่าเรื่องราวซึ่งโจษจันกล่าวขวัญ ดันเกิดจากน้ำมือของคนใกล้ตัวของตนเอง!

สังหารอัจฉริยะรุ่นเยาว์ซงหยวน ต่อด้วยผู้ดูแลที่คอยพิทักษ์เขา

จากนั้นก็ตั้งสมญาว่าบลัดฮันเตอร์

อาวุโสเจ็ดซึ่งเป็นเลเวล D ตกตายด้วยเงื้อมมือเขา

จากนั้นก็พลิกจากฝ่ายถูกลอบฆ่ามาเป็นฆ่าซะเอง สังหารแม่มดปีศาจพันหน้า และเลเวล E ที่ลอบติดตามไปมากมาย กระทั่งเลเวล D อีกคนก็ไม่ละเว้น

หลังจากเข้าไปยังสุสานเทพสงคราม เขาก็กลับออกมาพร้อมอำนาจทรงพลังยิ่งกว่าเดิม สามารถสังหารรักษาการผู้นำตระกูลซงลงได้ สยบผู้ใช้วรยุทธโบราณของตระกูลชั้นสูงจนเรียบ สุดท้ายเดินจากไปอย่างองอาจ

กลายเป็นตำนาน!

แต่คนในตำนานที่ว่า บัดนี้กำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าตนเอง!

สมองของซูซิงฝูแทบไม่สั่งการ เขาไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกไปดี

“ผู้ว่าการ ว่าแต่ตั๋วสุสานเทพสงครามนี่ให้มาทำไมกัน?”

“เพื่อให้คุณเข้าไปฝึกยุทธ สามารถเข้าสู่ศาลาวรยุทธได้ตลอดเวลา เลือกเรียนรู้เทคนิคที่เหมาะกับตัวคุณ แต่สำหรับเรื่องนี้ ฉันยังไม่สะดวกที่จะบอกทุกคน เอาไว้คุณสามารถไปถึงเลเวล E ให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน” ฉินเฟิงกล่าว

“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว” ซูซิงฝูพยักหน้ารับ

บัตรหยกสุสานเทพสงคราม โจวฮ่าวก็มีอีกหนึ่งในมือ

โจวฮ่าวเป็นคนที่ฉินเฟิงไว้วางใจมากที่สุด

ในขณะที่ซูซิงฝูคือบุคคลสำคัญที่ฉิงเฟิงต้องพึ่งพาความคิดเห็นมากที่สุด

หากถามว่าในบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชา ฉินเฟิงอยากให้ใครแข็งแกร่งขึ้นมากที่สุด ย่อมไม่พ้นสองคนนี้ เพราะอย่างน้อยถ้าเป็นทั้งสอง ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น สถานชุมชนก็ยังมีพวกเขาคอยดูแล

“รับทราบท่านผู้ว่าการ แต่คุณบอกว่าคิดจะออกไปฝึกฝนอีกครั้ง คราวนี้ยังมีที่ไหนน่าไปอีกหรือ?” ซูซิงฝูเอ่ยถาม เพราะเวลานี้ไม่มีสถานที่ใดมีข่าวคราวเป็นพิเศษเลย

“อ้อ ผมจะไปสันเขาถังซาน!” ฉินเฟิงตอบ

สันเขาถังซาน ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของฟูเฉิง ห่างไกลจากเมืองเฉิงหยางและเมืองไห่ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ตัดผ่านระหว่างสามเฉิงกับสี่เมืองทะเลเหนือ

สถานที่แห่งนี้มีสัตว์ร้ายกระจุกตัวกันหนาแน่น พืชพันธุ์นานาชนิดเกิดการกลายพันธุ์

เป็นพื้นที่ที่มนุษย์ต่ำกว่าเลเวล D ไม่สมควรเหยียบย่างเข้าไป

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกๆปีอาจจะมีสัตว์ร้ายโผล่ออกมาจากสันเขาถังซานโจมตีเมืองฟูเฉิง แต่กองทัพสัตว์ร้ายนี้จะไม่มากมายเทียบเท่ากับกองทัพสัตว์ทะเลที่บุกชายหาดเมืองไห่ มันยังพอสามารถหยุดได้

อย่างไรก็ตาม ภายในสันเขาถังซาน มีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวอาศัยอยู่

คำๆนี้ทำเอาซูซิงฝูเผยสีหน้าตะลึงงัน! เขาทำธุรกิจมานาน เป็นธรรมดาที่จะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับมัน

“ผู้ว่าการ อย่าบอกนะว่าที่คุณต้องการมีส่วนร่วมกับภารกิจนั้น เป็นเพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิสัตว์ร้าย!”

“ถูกต้อง”

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้” ซูซิงฝูรับคำ ย้อนนึกไปถึงข่าวสารล่าสุด

สองเดือนก่อน เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งในสันเขาถังซาน มีผู้คนมากมายเข้าไปตรวจสอบ จนในที่สุดก็พบต้นเหตุ

สันเขาถังซานมีพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ ณ ตำแหน่งใจกลางมัน ปรากฏถึงการดำรงอยู่ในระดับจักรพรรดิสัตว์ร้ายเลเวล D

มีเฉพาะสัตว์ร้ายเลเวล D หรือสูงกว่าเท่านั้น ที่จะสามารถวิวัฒนาการเป็นจักรพรรดิสัตว์ร้ายได้

จักพรรดิสัตว์ร้าย ครอบครองความแข็งแกร่งชนิดสั่นสะเทือนปฐพี!

ยังไงก็ตาม ในสันเขาถังซานยังมีราชันย์สัตว์ร้ายตนอื่นๆอาศัยอยูู่เช่นกัน และพวกมันต่างก็มีอาณาเขตเป็นของตัวเอง และในตอนนี้ จักรพรรดิสัตว์ร้ายที่กล่าวมาข้างต้นกำลังจะตาย!

อายุขัยของมันมากแล้ว แก่เกินไป

จักรพรรดิสัตว์ร้ายตัวนี้มาจากมิติอื่น ไม่รู้ว่ามันมีชีวิตอยู่มานานเท่าไหร่ แต่ที่รู้คืออายุมากแล้ว ด้วยเหตุนี้เอง ราชันย์สัตว์ร้ายตนอื่นๆจึงต้องการที่จะสังหารจักรพรรดิสัตว์ร้ายลง และกลืนกินแก่นพลังงานของอีกฝ่าย หมายจะยกระดับตนขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน

ผู้นำฟูเฉิงพอได้รับข้อมูล ก็เร่งถ่ายทอดมันออกไปทันที เหตุผลหลักเพราะหวาดเกรงว่าจะเกิดจักรพรรดิตนใหม่

จักรพรรดิสัตว์ร้ายตัวเดิมอายุมากแล้ว ดังนั้นมันไม่มีความคิดท่องไปไหนมาไหน ตรงกันข้าม หากถือกำเนิดจักรพรรดิตนใหม่ขึ้นมา แล้วในกรณีที่มันเกิดมีภูมิปัญญาสูงส่ง มันคงมิแคล้วคิดออกจากสันเขาถังซาน และก้าวเข้าสู่อาณาเขตมนุษย์

หากเกิดกรณีที่ว่าขึ้นมา เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหยุดยั้ง

แน่นอน ว่าข้อมูลในเชิงขอความช่วยเหลือนี้ มีหลายฝ่ายตอบรับ แต่ทั้งหมดล้วนมีความคิดเห็นเหมือนๆกัน นั่นคือต้องการคว้าผลกำไร เพราะท้ายที่สุดแล้ววัตถุดิบระดับจักรพรรดิเป็นอะไรที่หายากอย่างแท้จริง!

ผู้นำเมืองไห่คนใหม่ --เล่ยเฉินเองก็เข้าร่วมภารกิจนี้เช่นกัน นี่คือสาเหตุที่เขาไม่ได้ไปเข้าร่วมปราบปรามกองทัพสัตว์ทะเล

ส่วนเทศมนตรีเมืองเฉิงหยาง ไป่เทียนหยางเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ขนาดสามเฉิงยังส่งคนออกไป สี่เมืองทะเลเหนือที่กำลังมีปัญหาด้านทรัพยากรและเศรษฐกิจคงไม่ต้องกล่าวถึง เกรงว่าพวกเขาจะส่งคนไปมากยิ่งกว่าซะอีก

และภารกิจที่สามารถได้รับผลกำไรมหาศาลเช่นนี้ ฉินเฟิงจะไม่เข้าร่วมได้อย่างไร?

ซูซิงฝูไม่คาดคิดถึงกรณีนี้มาก่อน ทั้งหมดก็เพราะฉินเฟิงเพิ่งเข้าร่วมสำรวจสุสานเทพสงครามกับกลุ่มรุ่นเยาว์ไปหมาดๆ แต่ภารกิจล่าสุดนี้คือการเข้าร่วมกับกลุ่มเทศมนตรีเมืองใหญ่ นี่มันกระโดดข้ามอันดับมากเกินไป ซูซิงฝูนึกตามไม่ทัน

ปัจจุบัน เพียงลมหายใจเดียว ฉินเฟิงก็ติดปีกทะยานไปอีกขั้นเสียแล้ว

“ในเมื่อตัดสินใจแบบนี้ งั้นฉันคงไม่รบกวนแล้ว เชิญผู้ว่าการไปพักผ่อนเถอะ” ซูซิงฝูขอตัว ฉินเฟิงเดินไปส่งอีกฝ่าย

หลายวันมานี้เขาไม่ได้นอนแบบดีๆเลย ฉินเฟิงทิ้งตัวลงบนเตียงอ่อนนุ่ม กอดไป๋หลีแล้วผล็อยหลับไป

วันถัดมา

ฉินเฟิงเตรียมออกเดินทาง ไป๋หลีถูกบังคับให้สวมใส่เกราะรบเป็นพิเศษ

ฉินเฟิงมองตัวเองในกระจก ทั้งคนทั้งร่างบรรยากาศดูเปี่ยมไปด้วยพลัง แม้การแต่งกายจะไม่ดูหรูหรา แต่ก็คล้ายกับให้ความรู้สึกอะไรบางอย่าง ดูดีกว่าที่แล้วๆมา

บังเกิดความคิดขึ้นในจิตใจของฉินเฟิง ว่าในเมื่อตนเองหล่อเหลาถึงเพียงนี้ หากมีภรรยาสาวสวยมาอยู่ร่วมกันในคฤหาสน์ด้วยคงจะดีไม่น้อย ...

จบบทที่ Ep.302 - จักรพรรดิสัตว์ร้ายแห่งถังซาน

คัดลอกลิงก์แล้ว