เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.301 - บลัดฮันเตอร์หายไป

Ep.301 - บลัดฮันเตอร์หายไป

Ep.301 - บลัดฮันเตอร์หายไป


3/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.301 - บลัดฮันเตอร์หายไป

ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้!

ฝูงชนที่เสนอหน้ามา ล้วนถูกสยบโดยฉินเฟิง ทั้งหมดหมอบกับพื้น ไม่มีใครเลยที่สามารถลุกขึ้นมาได้

เวลานี้ พวกเขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าทำอะไรผิดไป!

เดิมคิดว่าคนหมู่มากจะสามารถบีบบังคับให้ฉินเฟิงยอมแพ้ได้ แต่ตอนนี้ทุกอย่าง … ทุกสิ่งที่พวกเขาคิดและทำมันช่างโง่เง่าสิ้นดี

เพียงใช้ออกด้วยกระบวนท่าวรยุทธเทคนิคเหิงหลงขั้นที่สามของฉินเฟิง ก็พอแล้วที่จะกวาดล้างทั้งสมรภูมิ!

กระบวนท่าวรยุทธนี้ ในชีวิตก่อนเขาเองก็เคยได้ศึกษามันมาบ้าง เมื่อประสบการณ์แต่เก่าก่อนผสานกับกำลังภายในในปัจจุบัน สองชาติภพจึงก่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่

คนเหล่านี้ เดิมคิดว่าแม้ฉินเฟิงจะได้รับกระบวนท่าวรยุทธเลเวล A มาครอบครอง แต่ย่อมไม่มีเวลามากพอจะฝึกฝน ดังนั้นไม่น่าแข็งแกร่งกว่าเดิมมากมายนัก แต่ตอนนี้พวกเขาตระหนักได้แล้วว่า ตนคิดผิดมหันต์

“เหอะ!”

ฉินเฟิงส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความดูถูก

ในตอนนั้นเอง บนพื้นดินที่ห่างไกลออกไป โหวหยางเจียวซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บจากมังกรทอร์นาโดก็ผุดลุกขึ้นเป็นคนแรก ทว่ายามนี้ ทั่วทั้งใบหน้าของเธอ มันบวมแดงเป็นลูกตำลึง

โหวหยางเจียวแสดงออกถึงความเป็นปรปักษ์อย่างรุนแรงในสายตาของเธอ แม้จะเห็นว่ายังสาว แต่เธอก็อยู่มายาวนานกว่า 40 ปี ครั้งล่าสุดที่ถูกทุบตีจนมีสภาพแบบนี้ มันนานมาก นานจนจำไม่ได้แล้ว ทันใดนั้นความโศกสลดและโกรธเกรี้ยวก็พรั่งพรูจนยากจะสงบลงได้

ฉินเฟิงกวาดตามอง ก้าวเข้าหาเธอ

หัวใจของโหวหยางเจียวกระตุกวูบ ชักฝีเท้าถอยหลังอย่างรวดเร็ว

ต่อมา โหวหยางเจียวถึงค่อยตระหนักถึงการกระทำของตัวเอง นี่ยิ่งทำให้ใบหน้าของเธอที่บวมแดงอยู่แล้ว แดงยิ่งกว่าเดิม

แรงกดดันที่เคยทรนงเริ่มอ่อนโทรมลง … เธอหวาดกลัวฉินเฟิง

โหวหยางเจียวไม่ต้องการยอมรับความจริงข้อนี้

ฉินเฟิงเอ่ยปากอีกครั้ง “ถ้ามีเวลามาผายลมที่นี่ ทำไมคุณไม่กลับตระกูลไป แล้วฝึกฝนอย่างหนักเสียเล่า? ลองให้ฉันรู้ว่าคุณไล่ตามมาอีกครั้งดูสิ คราวนี้อย่าหวังว่าชีวิตสุนัขของคุณจะรอดไปได้”

ศักดิ์ศรีถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ฉินเฟิงไม่สนถึงชื่อเสียงของพวกเธอเลย

แต่ก็แล้วยังไง? เพราะเวลานี้ตัวตนของฉินเฟิงถูกซ่อนอยู่ในสถานะของบลัดฮันเตอร์

ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ ใครเล่าจะสืบมาถึงเขา

ฉินเฟิงเดินหายไปจากแนวสายตาของผู้คน แม้ทั้งการกระทำและคำพูดของเขาจะทำให้ฝูงชนขุ่นเคือง แต่ฉินเฟิงไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

โหวหยางเจียวแน่นอนไม่กล้าไล่ตามเขาไป

ฉินเฟิงจากไปอย่างหยิ่งผยอง ทุกสายตาของตัวตนเลเวล D เฝ้ามองแผ่นหลังของเขาจนลาลับ

“สักวันหนึ่ง ไอ้หนูนี่คงกลายเป็นเลเวล C ถึงเวลานั้นตระกูลซงคงจบสิ้นแล้ว” ตี๋เล่ยคิดจะเอ่ยออกมามากกว่านี้ แต่ก็ต้องหุบปากลง แค่เปล่งเสียงออกมาก็รู้สึกเจ็บปวดอวัยวะภายในจนเกินจะรับไหว กระอักเลือดคำโตออกมา

พรวดดด!

ทุกคนในที่แห่งนี้ ล้วนได้รับบาดเจ็บภายใน

ในขณะที่คนจากตระกูลหลี่ ต่างอยู่ในสภาพหมอบกรานกับพื้น เป็นหรือตายก็มิอาจล่วงรู้!

หนึ่งวันให้หลัง ฉินเฟิงเดินทางออกจากเมืองนุ่ยเหมิง ขี่รถสายฟ้าสีเงินมุ่งหน้าไปยังทิศทางเมืองเฉิงหยาง

เขาจงใจทิ้งร่องรอยเล็กน้อยเอาไว้ แต่ไม่มีใครกล้าไล่ตามมาอีกต่อไป

หากไม่มีการสนับสนุนจากเลเวล C มีหรือที่พวกเขาจะกล้าไล่ตามฉินเฟิง?

ฉินเฟิงขับรถมุ่งหน้าสู่เมืองเฉิงหยาง แน่นอน ที่ทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะเขาคิดจะเปิดเผยตัวตน

แต่เขาคิดจะจัดการกับสินสงครามที่ได้มาอย่างต่อเนื่องต่างหาก ---ฉินเฟิงเจตนาจะซ่อนจุดกระจายสินค้า

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างที่ได้มาจากนี้ ไม่ถูกนำไปประมูลก็นำไปซื้อขายออกสู่ภายนอก

ตราบใดที่ฉินเฟิงในฐานะบลัดฮันเตอร์ออกจากสี่เมืองทะเลเหนือ และเข้าสู่เขตสามเฉิง ถึงเวลานั้นหากคิดจะกระจายสินสงครามในตลาดมืดของสถานชุมชนก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร

หลังจากนี้อีกครึ่งเดือน หากพวกมันถูกนำออกมาขายในตลาดมืด นี่ก็ถือว่าสมเหตุสมผล

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงไม่มีความตั้งใจจะใช้เวลาขับรถถึงครึ่งเดือน

กลางดึกในคืนเดียวกัน อาศัยประโยชน์จากเมฆที่บดบังแสงจันทร์ ท่ามกลางทุ่งล่าที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ไป๋หลีเทเลพอร์ตเขาจากสี่เมืองทะเลเหนือ หายวับไปอย่างสิ้นเชิง

ตั้งแต่นั้นมา ร่องรอยของบลัดฮันเตอร์ก็หายไป และเกรงว่าในอนาคต มันจะกลายเป็นตำนาน!

ณ สถานชุมชนเฟิงหลี บนภูเขาแม่ ภายในคฤหาสน์สุดหรู พลันบังเกิดแสงสีเงินสว่างวาบ ช่องว่างมิติปรากฏขึ้น

ร่างเงาของบุคคลผุดออกมาจากหลุมดำ ตามต่อด้วยร่างของจิ้งจอกสามหาง

---เป็นฉินเฟิงและไป๋หลี

กระแสวังวนสีเงินค่อยๆปิดลง ฉินเฟิงถอดหน้ากากและเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นถึงร่างกายที่บึกบึนแข็งแรงของเขา

การต่อสู้ในครั้งนี้ ร่างกายได้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับ ประจวบกับผลลัพธ์ของเมล็ดบัวพิสุทธิ์ ความแข็งแกร่งที่แต่เดิมหลบซ่อนอยู่ตลอดทั้งกาย เลยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกน่าทึ่งและประทับใจเป็นอย่างมาก

กลิ่นอายของฉินเฟิง ราวกับสัตว์ร้ายจากบรรพกาล

“ฟู่ว! ความรู้สึกดีพอได้กลับมาบ้าน มันเป็นแบบนี้เองสินะ”

ดิ้นรนต่อสู้มานานหลายวัน ในที่สุดได้กลับบ้านในสถานชุมชน ความตึงเครียดก็คลายลง รู้สึกโล่งใจกว่าเดิมมาก

ฉินเฟิงถอดกางเกงออก ตรงเข้าไปอาบน้ำ ยามใช้ฝ่ามือขัดๆถูๆไปตามร่างกายตน ช่างให้ความรู้สึกที่เรียบลื่น

“อาา! ดีใจจังที่จะได้กลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง ไม่ได้คุยกับคนอื่นๆมาหลายวันแล้ว กระโปรงก็ยังใส่ไม่ได้อีก”

ไป๋หลีถอนหายใจ ระหว่างอยู่ในร่างสัตว์ เธอไม่สามารถเล่นหรือสื่อสารกับคนอื่นผ่านอุปกรณ์สื่อสารได้ เนื่องจากตนติดพฤติกรรมของมนุษย์มามากเกินไป เมื่อไม่มีอินเตอร์เน็ตก็ทำเอาเธอเบื่อแทบตาย!

โชคยังดี ที่ประสบการณ์อันขื่นขมนี้ ใช้เวลาไม่นานก็จบลง!

ฉินเฟิงหยิบอุปกรณ์สื่อสารของเขาออกมา โทรหาโจวฮ่าว

สายสื่อสารเชื่อมต่อเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ภาพของโจวฮ่าวที่กำลังนั่งอยู่บนรถศึกล่องเวหาโผล่ขึ้นมา อีกฝ่ายมองสภาพแวดล้อมเบื้องหลังฉินเฟิงก็ถอนหายใจ “นั่นนายกลับถึงบ้านแล้วหรอ? นายกลับโดยใช้ตัวเชื่อมมิติใช่ไหม? ไอ้ศิษย์พี่จใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว!”

หากต้องการกลับมายังสถานชุมชนเฟิงหลีอย่างเร่งด่วน นี่คือวิธีที่เร็วที่สุด!

เป็นธรรมดาที่โจวฮ่าวจะไม่สงสัยว่านี่เป็นอบิลิตี้ของไป๋หลี

“อืม แล้วสถานการณ์ฝั่งนายเป็นยังไงบ้าง? มีอันตรายรึเปล่า? ถ้าคิดว่ารับมือไม่ไหวจริงๆก็ใช้ตัวเชื่อมมิติกลับมาก็ได้นา” ฉินเฟิงเอ่ยถาม

“ทางฉันยังสบายดี ตอนนี้ไม่มีใครไล่ตามมา แต่ฉันว่าจะใช้เวลาฝึกฝนในทุ่งล่าอีกสักนิดๆหน่อยๆ มาดูกันว่าจะสามารถตัดผ่านเลเวล E ได้รึเปล่า”

มีเฉพาะแค่ในทุ่งล่าเท่านั้น ที่จะมอบประสบการณ์มากพอให้สามารถพัฒนาการขึ้นอย่างรวดเร็วได้

ฉินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย

อย่างไรก็ตาม จู่ๆโจวฮ่าวจากปลายสายก็เปลี่ยนเรื่องอย่างกระทันหัน “แต่ตอนนี้มีคนติดต่อหาฉันมาเยอะมาก นอกจากนี้บางส่วนยังเป็นถึงเลเวล E พวกเขาต้องการจะขอซื้อเทคนิคลับเหิงหลงขั้น 2 จากมือฉัน”

เทคนิคลับเหิงหลงขั้น 2 อยู่ในส่วนของเลเวล E ทั้งยังเป็นเทคนิคลับคู่ขนาน เป็นธรรมดาที่จะดึงดูดใจผู้คน

“ไม่มีใครคุกคามนายใช่ไหม?” ฉินเฟิงเริ่มวิตก

“ไม่หรอก มีเสี่ยวหวงอยู่ด้วย ถ้าพวกเขาคุกคามฉัน อย่าหวังจะได้กลับไป!”

สัตว์ร้ายระดับราชันย์ มิใช่สิ่งที่ง่ายจะต่อกร มันสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก!

“อืม ฉันแนะนำให้บอกทุกคนไปเลยว่าจะขาย ‘พรสวรรค์มักจะทำให้ผู้คนรู้สึกอิจฉา การเก็บสมบัติล้ำค่าไว้แต่เพียงผู้เดียวถือเป็นอาชญากรรม’ ฉะนั้นจะเป็นการดีที่สุดถ้านายขายให้หลายๆคนพร้อมกันในคราวเดียว เพราะต่อมา แม้พวกเขาจะปล่อยเทคนิคนี้ออกไปในอนาคต มันก็ไม่เสียหายอะไร ยังไงนายก็ได้เงินมาแล้ว เจ้าสิ่งนี้ไม่สามารถใช้หากินได้ตลอดชีวิต”

“ตกลง ฉันจะขายมัน” โจวฮ่าวหัวเราะ “ฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวร่ำรวยซะแล้วสิ งั้นเทคนิคฝึกยุทธเลเวล E ขอขายมันในราคาสัก 100 ล้านก็แล้วกัน!”

หากมีคนขอซื้อเขาสัก7 - 8 คน นี่ถือว่าทำกำไรได้มหาศาลชนิดขัดต่อเจตจำนงสวรรค์แล้ว!

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นเกาหลิงฮานแห่งสถานชุมชนเฉิงเป่ยเองก็เป็นเลเวล F เหมือนกัน แต่แค่ได้รับภารกิจรางวัล 7 หลัก เขาก็รู้สึกภาคภูมิใจโคตรๆแล้ว

แต่ตอนนี้โจวฮ่าวถือได้ว่าบดขยี้เขาอย่างสมบูรณ์ เป็นธรรมดาที่เจ้าตัวจะรู้สึกมีความสุข!

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับฉินเฟิง มันก็ยังห่างชั้นกันเกินไปอยู่ดี

เพราะสำหรับการเก็บเกี่ยวของฉินเฟิงในครั้งนี้ จำนวนเงินมันอยู่ที่หลักแสนล้าน!

นี่ยังไม่นับรวมศิลาควบคุมเขตแดน และแหล่งรายได้อีกหนึ่งรายการของฉินเฟิงที่เพิ่มเข้ามา นั่นคือการเพาะเมล็ดบัวพิสุทธิ์ ซึ่งจะออกผลใน 1 ปี จำนวนเงินจากมันน่าจะหลักหลายพันถึงหมื่นล้าน

หลังจากสนทนากับโจวฮ่าว ฉินเฟิงก็วางสาย และติดต่อหาซูซิงฝู

ซูซิงฝูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้รับโทรศัพท์จากฉินเฟิง “ผู้ว่าการ ไม่ใช่ว่าคุณกำลังเดินทางไปฝึกฝนอยู่หรอกหรอ?”

“ใช่แล้ว” ฉินเฟิงพยักหน้าตอบรับ และกล่าวต่อ “และตอนนี้ผมได้มาถึงเลเวล D เป็นที่เรียบร้อย!”

ซูซิงฝูตะลึงงัน จากนั้นดวงตาของเขาสั่นไหวราวกับระฆังทอง แผดร้องเสียงหลง

“ว่าไงนะ!!!”

ไม่อยากจะเชื่อเลย!

คือฉินเฟิงเพิ่งอายุเท่าไหร่กัน? พิจารณาตามทุกอย่าง เขาอายุแค่ 17 ปีไม่ใช่หรอ

ไม่อาจจินตนาการได้เลย ว่าสามารถไปถึงเลเวล D ได้แล้ว!

นั่นมันระดับเดียวกันกับเทศมนตรีเฉิงหยาง , ฟูเฉิง และเมืองไห่เลยนะ!!

“ผู้ว่าการ คุณ … คุณคงไม่ได้โกหกฉันหรอกนะใช่ไหม? แน่ใจหรือว่าไปถึงเลเวล D แล้ว … คุณรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะตามไปพิสูจน์เดี๋ยวนี้ล่ะ” ซูซิงฝูต้องการยืนยันด้วยตนเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว นี่ถือเป็นข่าวที่สั่นสะเทือนจิตใจ!

จบบทที่ Ep.301 - บลัดฮันเตอร์หายไป

คัดลอกลิงก์แล้ว