- หน้าแรก
- พลิกชะตาเกิดใหม่เป็นซินแส
- บทที่ 1 กลับสู่วัยเด็ก
บทที่ 1 กลับสู่วัยเด็ก
บทที่ 1 กลับสู่วัยเด็ก
บทที่ 1 กลับสู่วัยเด็ก
หนาวจัง
เซี่ยเสาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความหนาวเหน็บจนแทบกัดกระดูก เสียงอึกทึกวุ่นวายดังระงมอยู่ข้างหู ทำเอาเธอสับสนไปหมดว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ฟันกระทบกันกึก ๆ มือเท้าแข็งชาไปหมด แต่ก็ยังสั่นไม่หยุด ความหนาวเย็นทำให้เธอเริ่มนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้
หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัย เธอทำงานจุกจิกสารพัดในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ต้องลงพื้นที่ไปดูงานก่อสร้างกับวิศวกรจนดึกดื่นตีสองตีสามเป็นประจำ ใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือนเข้างานเช้าเลิกงานเย็นแบบตาโหล ๆ แต่กลางคืนก็ยังต้องทำงานล่วงเวลาอีก ในเมืองใหญ่ระดับแนวหน้าแบบนี้ เธอต้องทำงานยุ่งหัวหมุนตั้งแต่เช้ายันค่ำ แม้จะได้เงินเดือนที่คนในเมืองเล็กเมืองน้อยต้องอิจฉา แต่มีเพียงตัวเธอเองเท่านั้นที่รู้ดีว่า เงินเดือนแค่นี้พอหักค่ากินค่าอยู่แล้ว เก็บเงินทั้งปีก็ยังซื้อบ้านในเมืองหลวงได้ไม่ถึงสองตารางเมตรเลยด้วยซ้ำ
หลังจากทำงานมาเจ็ดปี ไต่เต้าขึ้นมาเป็นผู้จัดการแผนก เซี่ยเสาเริ่มเข้าใจกฎเกณฑ์ของสังคมและความยากลำบากของชีวิตมากขึ้น แต่ลึก ๆ แล้วเธอเป็นผู้หญิงที่มีความทรหดอดทน ซึ่งหาได้ยากในผู้หญิงทั่วไป วิธีที่เธอใช้รับมือกับความเครียดก็คือ การออกมาวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก
เพื่อน ๆ ไม่กี่คนต่างก็ไม่เข้าใจนิสัยข้อนี้ของเธอ เพราะปกติแล้ว นอกเหนือจากเวลาทำงาน เซี่ยเสาเป็นผู้หญิงขี้เกียจ ชอบทำตัวสบาย ๆ เหมือนแมวขี้เซา เธอแทบรอไม่ไหวที่จะนอนขดตัวบนโซฟาในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ของตัวเองและหลับไป
แต่มีเพียงเซี่ยเสาเท่านั้นที่รู้ดีถึงเหตุผลที่เธอทำแบบนี้ อย่างแรกเลยคือ หลังจากออกกำลังกายตอนเช้าแล้ว เธอจะรู้สึกสดชื่นแจ่มใส ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีประสิทธิภาพ ผลงานก็จะโดดเด่น จึงมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่ง อย่างที่สอง ร่างกายคือทุนของการปฏิวัติ ถ้าไม่มีสุขภาพที่ดีแล้วจะสู้ชีวิตไหวได้อย่างไร? ส่วนเหตุผลข้อที่สาม ความจริงก็เพื่อประหยัดเงินค่าฟิตเนสนั่นเอง
ฤดูหนาวในเมืองหลวงมาเยือนเร็วกว่าที่อื่น และเมื่อคืนยังมีหิมะตกอีกด้วย ในเวลาตีห้าของทุกวัน เซี่ยเสาจะตื่นมาแต่งตัวเพื่อออกไปวิ่ง
ฟ้ายังไม่สาง แต่สวนสาธารณะใกล้ ๆ อพาร์ตเมนต์ของเธอมีคนงานมาทำความสะอาดแล้ว เซี่ยเสาวิ่งเหยาะ ๆ ไปตามทางเดินโรยกรวด แต่แล้วก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น
เสียงร้องขอความช่วยเหลือนั้นไม่ดังนัก ปกติแล้วสวนสาธารณะแห่งนี้ค่อนข้างปลอดภัย เซี่ยเสาไม่แน่ใจว่ามีใครถูกปล้นหรือเปล่า ตอนนี้ฟ้ายังไม่สว่าง ในฐานะผู้หญิงตัวคนเดียว เธอจึงรู้สึกกลัวอยู่บ้างเช่นกัน แต่พอได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือนั้นเริ่มผิดเพี้ยนไป ในที่สุดเธอก็ทำเป็นไม่สนใจไม่ได้ และเริ่มวิ่งไปหาเสียงนั้น
หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่ง ก็พบว่าเป็นชายชราคนหนึ่งที่มาออกกำลังกายตอนเช้าพลัดตกลงไปในทะเลสาบ!
สวนสาธารณะแห่งนี้ค่อนข้างกว้างขวาง พื้นที่ของทะเลสาบก็กว้างใหญ่ ปกติแล้วจะมีรั้วกั้นตลอดแนวริมทางเดินเพื่อป้องกันไม่ให้คนตกลงไปในทะเลสาบ แต่รั้วตรงจุดนี้ไม่รู้ว่าหักไปตั้งแต่เมื่อไหร่ คาดว่าชายชราคงเดินออกกำลังกายอยู่ริมทาง แล้วพลาดท่าลื่นตกลงไปในทะเลสาบ
เซี่ยเสารีบทรุดตัวลงกับพื้น เอื้อมมือออกไปหลายครั้ง แต่ก็คว้าตัวชายชราไว้ไม่ได้ เธอหันรีหันขวางมองหาคนอื่น แต่ก็ไม่เห็นใครผ่านมาออกกำลังกายเลย ตอนนี้มือของชายชราเริ่มแข็ง น้ำในทะเลสาบก็เย็นจนแทบเป็นน้ำแข็ง ชายชราดิ้นรนอยู่ในน้ำสองสามที แล้วทำท่าเหมือนจะจมลงไป
ถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะมืดมาก แต่เซี่ยเสาก็ยังมองเห็นใบหน้าของชายชราได้อย่างชัดเจนจากแสงไฟไกล ๆ เขาเป็นชายชราที่มีใบหน้าใจดี มีริ้วรอยตีนกาที่หางตา แสดงให้เห็นว่าปกติเป็นคนร่าเริงแจ่มใส ในตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จู่ ๆ เซี่ยเสาก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในใจ
ตอนที่เธอเพิ่งเริ่มทำงานได้ปีแรก คุณย่าที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กเสียชีวิตจากอาการป่วยหนัก ตอนนั้นเธอกำลังดูแลโครงการหนึ่งอยู่ ที่บ้านรู้ว่าเธอลาหยุดไม่ได้ กลัวว่าเธอจะยอมลาออกจากงานเพื่อกลับบ้าน การได้ทำงานในเมืองหลวงถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจมากสำหรับคนต่างจังหวัด แน่นอนว่าที่บ้านไม่ต้องการให้เธอลาออก พวกเขาจึงปิดบังข่าวนี้จากเธอ กระทั่งเธอทำโครงการเสร็จและได้รับโบนัสก้อนแรก จึงโทรกลับบ้านด้วยความดีใจ บอกว่าจะซื้อชุดถังจวง(1)สวย ๆ ไปฝากคุณย่าในวันปีใหม่ แต่กลับได้รู้ว่าคุณย่าเสียชีวิตไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว! ตอนนั้นเธอรับความจริงไม่ได้ รีบขึ้นเครื่องบินกลับบ้านไปร้องไห้หน้าหลุมศพคุณย่าทั้งวัน
เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่เธอเสียใจมากที่สุดในชีวิต ดังนั้นเมื่อเซี่ยเสาเห็นชายชราตกลงไปในน้ำ ในใจของเธอพลันเกิดห้วงอารมณ์ที่ซับซ้อน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ โทรเรียกรถพยาบาล แล้วก็กระโดดลงไปในน้ำเย็นเฉียบโดยไม่ลังเล
เซี่ยเสาว่ายน้ำไม่เก่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการช่วยชีวิตคนในน้ำที่เย็นยะเยือกของฤดูหนาวแบบนี้ เธอใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อผลักชายชราเข้าหาฝั่ง แต่ตัวเธอกลับหมดแรงขึ้นฝั่งไปเสียเอง
เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของตัวเองกำลังถูกน้ำเย็นกลืนกินไปทีละนิด ความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในใจของเธอคือ ชีวิตของเธอคงจบสิ้นลงแค่นี้แล้วจริง ๆ…
แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว เธอน่าจะได้รับการช่วยเหลือแล้วสินะ?
นอกจากอาการหนาวสั่นในตอนนี้ สติสัมปชัญญะของเซี่ยเสากลับมาแจ่มใสขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนเพิ่งตื่นนอน ถึงแม้เสียงรอบข้างจะยังอึกทึก แต่เธอก็เริ่มแยกแยะได้แล้ว
ขณะนั้น เธอรู้สึกว่ามีหญิงชราใจดีคนหนึ่งกำลังกอดเธออยู่ ร้องไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมกับเรียกเธอไม่หยุด “เสี่ยวเสาเอ๊ย ! หลานต้องไม่เป็นไรนะ! ถ้าหลานเป็นอะไรไป ย่าจะอธิบายให้พ่อแม่ของหลานฟังว่าอย่างไร หลานรักของย่า หนูลืมตาขึ้นมาสิ มองมาที่ย่าหน่อย!”
เซี่ยเสาถึงกับชะงักไป ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้
“มัวร้องไห้อยู่ทำไม! รีบไปตักหิมะข้างนอกมาถูตัวให้เด็กเร็ว!” เสียงดุ ๆ ของชายชราอีกคนดังขึ้น น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยเป็นมิตร แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่ยอมให้ใครขัดขืน
เซี่ยเสารู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนี้ในทันที!
คุณปู่?
“จริงด้วย จริงด้วย ป้าเจียง คุณปู่ของเสาเอ๋อร์พูดถูก รีบเอาหิมะมาถูตัวให้เด็กเร็วเข้า! ในบ้านก่อไฟสำหรับเตียงเตาแล้ว เดี๋ยวพาเด็กไปอบอุ่นร่างกายกัน” เสียงผู้หญิงวัยสามสิบกว่า ๆ พูดอย่างร้อนรน
“แม่คะ คุณย่าเจียง หนูเอามาให้แล้วค่ะ” เสียงวิ่งตึงตังดังขึ้น เด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบเอ็ดย่างเข้าสิบสองปีวิ่งเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงใสแจ๋ว
“ชุ่ยเอ๋อร์ ขอบใจมากนะลูกเอ๊ย ถ้าไม่มีหนู เสาจื่อคงแย่แน่ ๆ…”
คุณย่าร้องไห้พลางกล่าวขอบคุณ เซี่ยเสารู้สึกว่ามีคนกำลังถอดเสื้อผ้าฝ้ายที่เปียกชุ่มและเย็นเฉียบของเธอออก
“โธ่! ป้าเจียง พวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น จะมาพูดแบบนี้ทำไม ชุ่ยเอ๋อร์ของเราถูกเสาเอ๋อร์เดินตามต้อย ๆ มาตั้งแต่เด็ก ไหน ๆ ก็เป็นเหมือนพี่สาวแล้ว จะให้อยู่เฉยไม่ช่วยอะไรเลยได้ยังไงกัน?” ป้าเมิ่งพูดพลางช่วยถอดเสื้อผ้า
ทุกคนช่วยกันถอดเสื้อผ้าของเซี่ยเสาออก แล้วเอาหิมะถูตัวให้เธอ เซี่ยเสาตกใจจนพูดไม่ออก ตอนนี้เธอลืมตาขึ้นมาแล้ว หลังจากที่มองเห็นแต่สีขาวโพลนสักพัก ในที่สุดเธอก็มองเห็นมือของตัวเอง
มือคู่นั้นเป็นมือของเด็ก มือเล็ก ๆ ที่เย็นเฉียบจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำ และยังถูกหิมะกัดจนแดงก่ำ
ทั้งหมดนี้ปลุกความทรงจำในวัยเด็กของเซี่ยเสาให้กลับคืนมา
เธอจำเหตุการณ์นี้ได้ มันเป็นตอนที่เธออายุเก้าขวบ ช่วงปิดเทอมฤดูหนาว แม่ที่ทำงานในเมืองจะส่งเธอมาอยู่บ้านคุณย่า เธอตามพี่ชุ่ยเอ๋อร์ลูกสาวของป้าเมิ่งข้างบ้านออกไปเล่นหิมะที่แม่น้ำเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน แต่เธอกลับพลัดตกลงไปในรูที่น้ำแข็งแตก โชคดีที่พี่ชุ่ยเอ๋อร์ช่วยเธอไว้ได้ทัน
แต่ แต่ว่า… นั่นมันเรื่องเมื่อตอนเธออายุเก้าขวบนะ แล้วทำไมมันถึงเกิดขึ้นในตอนนี้ได้ล่ะ?!
ตามปกติแล้ว ตอนนี้เธอน่าจะนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่เมืองหลวงพร้อมรับน้ำเกลือ หรือไม่ก็อาจจะได้เจอกับครอบครัวของชายชราที่เธอช่วยไว้?
แต่ตอนนี้ ความรู้สึกหนาวเหน็บจนอยากขดตัว ร่างกายที่ค่อย ๆ อุ่นขึ้นจากการถูกหิมะถู กำแพงบ้านชนบททางเหนือที่ติดวอลล์เปเปอร์ลายดอกไม้ตรงหน้า รวมถึงปฏิทินแบบเก่าที่แขวนอยู่บนผนัง พวกมันต่างก็บอกกับเซี่ยเสาอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ภาพหลอน!
เธอย้อนเวลากลับมา กลับมาสู่วัยเด็กของตัวเองในช่วงฤดูหนาวใกล้เทศกาลวันปีใหม่ของปี 1991!
เธอได้เห็นใบหน้าที่แสนใจดีของคุณย่าอีกครั้ง ตอนนี้คุณย่าอายุยังไม่ถึงห้าสิบปี แม้ว่าจะมีผมหงอกขาวแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ป่วยหนัก
เธอได้พบคุณปู่ผู้น่าเกรงขามอีกครั้ง ตอนนี้ท่านยังไม่ได้ระบายความโกรธลงที่ลูกสะใภ้ทั้งสองคน เพราะลูกชายทั้งสองของเขาให้กำเนิดลูกสาวเท่านั้น ซึ่งทำให้คุณแม่ของเซี่ยเสาต้องแอบร้องไห้อยู่บ่อย ๆ
เธอยังได้พบกับคุณพ่อที่เร่งรีบกลับมาบ้านหลังจากได้ยินข่าว ตอนนี้พ่อยังไม่ได้ตกงาน และยังไม่ได้จากบ้านไปทำงานที่เมืองทางใต้ เพื่อหาเลี้ยงชีพและให้เธอมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งทำให้ต้องห่างกับแม่นานนับสิบปี
แน่นอนว่าเธอยังได้พบกับคุณแม่ที่รีบกลับมาด้วย ตอนนี้คุณแม่ยังสาวยังไม่ได้เลี้ยงดูเธอตามลำพัง ยังไม่ต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบในฐานะลูกสะใภ้คนโต ที่ต้องเลือกอยู่ดูแลพ่อแม่สามีแทนสามีของตัวเอง และไม่ต้องแอบร้องไห้ในตอนกลางคืนเพราะคิดถึงคุณพ่อ
เซี่ยเสาไม่รู้ว่า ทำไมโชคชะตาถึงให้โอกาสเธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอไม่รู้ว่านี่เป็นผลมาจากการทำความดีหรือเปล่า เธอได้แต่โผเข้ากอดคนในครอบครัวแล้วร้องไห้โฮ
ถ้าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝัน เธอจะต้องเปลี่ยนแปลงโชคชะตาในชีวิตนี้ ทำให้ครอบครัวของเธอมีชีวิตที่ดีขึ้นให้ได้!
……….……….……….……….
• ชุดถังจวง (唐装) ถังจวงหรือเสื้อคอจีน ดัดแปลงมาจากเสื้อนอกของชายในสมัยปลายราชวงศ์ชิง มีลักษณะเด่น 4 ประการคือ 1. คอเสื้อตั้ง โดยเปิดคอเสื้อด้านหน้าตรงกลางไว้ 2. แขนเสื้อและตัวเสื้อเป็นผ้าชิ้นเดียวกัน จึงไม่มีรอยตะเข็บต่อระหว่างแขนเสื้อและตัวเสื้อ 3. สาบเสื้อเป็นแนวตรงหรือแนวเฉียง 4. กระดุมเสื้อเป็นกระดุมแบบจีนซึ่งประกอบด้วยเม็ดกระดุมที่ใช้ผ้าถักเป็นปมและห่วงรังดุม