เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.156 - ประลองกับเฉิงโจว

Ep.156 - ประลองกับเฉิงโจว

Ep.156 - ประลองกับเฉิงโจว


2/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.156 - ประลองกับเฉิงโจว

ผู้ชมโดยรอบสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย พากันก้าวถอยหลังออกไป ปรากฏชั้นแผ่นเหล็กขึ้นบนพื้นดิน พวกมันวางนาบลงและซ้อนๆกัน ไม่นาน เวทีก็ขยายกว้างออกเป็น 100 เมตร

ท่ามกลางจตุรัส สังเวียนอื่นๆที่อยู่รอบๆได้หยุดต่อสู้เช่นกัน สายตาของทั้งหมด ต่างจับจ้องมายังทั้งสองคนบนเวที

พวกตนไม่คาดคิดเลย ว่าจะได้เห็นการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้อบิลิตี้ในวันนี้

ภายในห้องส่วนตัว เมื่อเห็นเฉิงโจวบนสังเวียน สีหน้าของซินเจี่ยเซิงก็กลายเป็นซับซ้อน

เต๋าชิชางตายแล้ว แน่นอนว่าเขาก็ตกใจ แต่ยังไม่เท่ากับฉากเบื้องหน้าที่เฉิงโจวยืนหยัดอยู่บนสังเวียน

เพราะนั่นหมายความว่า ความอหังการของฉินเฟิงคงสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้ อย่างน้อยนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาและฝูงชนนึกตรงกัน

เฉิงโจวจะต้องชนะอย่างแน่นอน เพราะสุดท้าย เขาครอบครองพลังสมาธิในระดับสวรรค์โปรดปราน กล่าวได้ว่าในบรรดา 4 ตระกูลใหญ่ เขาคือคนที่เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

อายุเองก็น้อยกว่าซินเจี่ยเซิง แต่กลับแกร่งยิ่งกว่า สิ่งนี้จะไม่ทำให้ซินเจี่ยเซิงรู้สึกอึดอัดได้อย่างไร

แต่ตอนนี้ พอคิดว่าตนจะได้เห็นอีกฝ่ายโค่นฉินเฟิงจนพ่ายแพ้ เขาก็บังเกิดความสุขขึ้นมา แม้นั่นจะทำให้เฉิงโจวได้รับบารมีและชื่อเสียมากขึ้นก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่กงการอันใดที่ซินเจี่ยเซิงจะไปหยุดยั้งได้

ไม่ว่าจะเป็นทางไหน  ก็ยากนักที่จะหายใจได้อย่างทั่วท้อง

….

บนเวที

ฉินเฟิงกับเฉิงโจวพูดคุยกันอย่างสนิทสนม

“นายต้องงัดความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีออกมา เพราะฉันคาดหวังไว้มากสำหรับการประลองอบิลิตี้ของพวกเรา หวังว่าอบิลิตี้ของนายจะไม่อ่อนแอ!” ขณะกล่าาว คู่ถุงมือขนาดใหญ่พลันปรากฏขึ้นข้างกายเขา

ถุงมือคู่นี้แทบจะสามารถห่อหุ้ม ปกคลุมทั้งแขน ภายใต้การควบคุมของพลังสมาธิ มันลอยอยู่กลางอากาศ เฉิงโจวยื่นมือไปสวมมัน แก่นอบิลิตี้สีบรอนซ์สาดรังสีแสงขึ้นทันใด

เป็นรูนเหล็ก!

มันคืออุปกรณ์รูนเหล็กสีเงินในเลเวล F9!

ฉินเฟิงเก็บมีดกษัตริย์ครามกลับเข้าไปในฝัก แขวนมันลงข้างเอวดังเดิม

“ที่แท้นายก็เป็นผู้ใช้อบิลิตี้เหล็ก ถ้าอย่างนั้น เวลาสู้กับฉัน น่ากลัวว่าคงต้องทนร้อนหน่อยนะ!”

ขณะกล่าว ฉินเฟิงก็ชูมือขึ้นสูง และเรียกกรงเล็บเพลิงสีชาดออกมา

แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ฉินเฟิงก็ยังระมัดระวังตัวยิ่ง

เพราะการประลองระหว่างผู้ใช้อบิลิตี้น่ะแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย เนื่องจากมันก่ออานุภาพทำลายล้างมากเกินไป ขนิดที่ว่าหากสถานการณ์เลวร้ายจริงๆ เกรงว่าต่อให้อยู่ห่างออกไปหนึ่งกิโลก็ยังได้รับผลกระทบ!

ฉินเฟิงสวมกรงเล็บเพลิงสีชาดบนแขนซ้ายของเขา ตลอดทั้งร่างลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ

เฉิงโจวเป็นผู้มีความรู้กว้างขวาง เพียงมอง เขาก็เอ่ยปากออกมาทันที

“เปลวเพลิงของนาย เหมือนว่าเกิดจากรูนกลายพันธุ์ หรือให้พูดอีกอย่างก็คือ มันจะแกร่งกว่าปกติ ยังไงก็ตาม ฉันก็แข็งแกร่งกว่านายอยู่ดี ฉะนั้นอย่าได้คิดยั้งมือ!”

ฉินเฟิงพยักหน้า ในเมื่อรู้ว่าเป็นรูนกลายพันธุ์แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ใส่ใจ ฉะนั้นการต่อสู้จึงไม่สะดุดติดขัด เริ่มขึ้นในทันที!

ทั้งสองถอยห่างออกจากกันและกัน น่าจะราวๆสัก 50 เมตร เมื่อยืนยันว่าพร้อมต่อสู้ ทั้งสองก็สะบัดมือ วาดมันออกไปพร้อมกัน

รูนไฟและรูนเหล็กระเบิดออก เริ่มถูกควบรวมลงไปยังมือของทั้งสอง

ฝั่งหนึ่ง เงาที่ดูเสมือนจริงและสูงกว่าสามเมตรปรากฏขึ้น

“ปืนใหญ่ลูกเหล็ก!”

เหล็กดำกลั่นตัวรวมกันอย่างรวดเร็ว ระเบิดยิงออกไปยังทิศทางของฉินเฟิง

“คลื่นเปลวเพลิง!”

ในมือของฉินเฟิง ปะทุออกด้วยเปลวไฟมหาศาล ก่อเกิดเป็นม้วนเปลวเพลิงโถมทับเป็นเส้นตรง

ทั้งสองปะทะกันในพริบตา

เปรี้ยง!

เกิดเสียงระเบิดหนักอึ้งอึงอล และผลปรากฏว่า … อบิลิตี้ของทั้งสองพอฟัดพอเหวี่ยงกัน!

สะเก็ดไฟร่วงหล่นลงกับพื้น เหล็กกล้าเองก็ถูกหลอมเหลว กระจัดกระจายลงเบื้องล่าง

“เหล็กเอ๋ยจงแข็งตัว --ลูกซองเหล็กกล้า!”

เฉิงโจวเร่งเร้าพลังสมาธิ แปรสภาพเหล็กที่หลอมเหลวและแตกออกจากเปลวเพลิง ระดมพวกมันสาดเข้าใส่ฉินเฟิง

ก้าวแห่งหมอกถูกใช้ออก โฉบไปอีกทางเพื่อหลบเลี่ยง ลูกซองเหล็กกล้าส่งเสียงคำรามกร้าวราวมังกรยักษ์ แตกกระจายเข้าหาฉินเฟิง กระสุนเหล็กที่ถูกหลอมเหลว ตอกเข้าใส่ในจุดเดิมที่ฉินเฟิงเคยยืนอยู่

“พรมโลกันต์!”

ไม่ตอบโต้จะหาว่าหยาบคาย ฉินเฟิงในเวลาเดียวกันระเบิดคลื่นอัคคีขนาดใหญ่โถมเข้าใส่เฉิงโจว

เพลิงโลกันต์ปูพรมเป็นวงกว้าง โถมกลืนเหล็กกล้าที่ลงเหลือละลายสิ้น และมันยังคงโถมต่อไป ภายใต้การโจมตีที่กำลังปกคลุมพื้นที่ตลอดทั้งเวที เฉิงโจวมิมอาจหลบเลี่ยง ในขณะที่ร่างกายของผู้ใช้อบิลิตี้น่ะบอบบางมาก หากโดนมัน เขาย่อมได้รับบาดเจ็บสาหัส!

อย่างไรก็ตาม เฉิงโจวน่ะคือผู้ใช้อบิลิตี้อัจฉริยะ โดยไม่คำนึงถึงอายุหรือความแข็งแกร่ง เขาไม่ขาดประสบการณ์ต่อสู้ ฉะนั้นสามารถเร่งเร้าสมองขบคิดแก้ปัญหาได้ในทันที

หนึ่งเข่าย่อลง สองมือแนบกดลงบนพื้น พริบตานั้นเอง เสาเหล็กพลันผุดขึ้นมาจากพื้นเวที งอกเป็นกำแพงเหล็กกล้า ทานรับเพลิงโลกันต์ ขวางมันไว้ก่อนจะเข้าถึงตัว!

ปฏิกริยาของฉินเฟิงก็ว่องไวไม่แพ้กัน เขากระตุ้นพลังสมาธิทันควัน ควบคุมเปลวเพลิงที่ว่ายวนโหมกระหน่ำราวกับงูไฟยักษ์ เลื้อยในอากาศ ฉวัดเฉวียนหลบเลี่ยงกำแพงเหล็กกล้า พุ่งเข้าใส่เฉิงโจว หมายที่จะกลืนอีกฝ่ายให้จมลงไปในคราวเดียว!

“จงแข็งตัว!”

เฉิงโจวระดมแผ่นเหล็กยาวหนึ่งเมตรขึ้นจากพื้นอย่างกระทันหัน ย่ำเท้าลงบนมัน เหินทะยานทั้งคนทั้งเหล็กขึ้นสู่ฟากฟ้าไปพร้อมๆกัน!

ทว่าเมื่อเห็นฉากนี้ มุมปากของฉินเฟิงกลับผุดยิ้มรอยยิ้มน่าประหลาดใจขึ้น

เพราะมันคือสุดยอดจังหวะในการใช้พลังสมาธิเข้าควบคุม!

ต้องไม่ลืมนะว่าการควบคุมสิ่งของหรือวัตถุในอากาศน่ะเป็นความสามารถของผู้ใช้อบิลิตี้และมือปืน ดังนั้น เพียงใช้พลังสมาธิก็จะสามารถควบคุมวัตถุที่บินได้  …. ไม่เว้นกระทั่งมนุษย์เป็นๆ!

อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ก็ยังมีข้อเสียร้ายแรง นั่นคือหากพลังสมาธิของอีกฝ่ายสูงกว่าคุณ ทุกอย่างจะพลิกตลบ กลับเป็นคนเสียเองที่ถูกปล้นการควบคุมจากฝ่ายตรงข้าม!

ตัวอย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงเวลาที่สี่สถาบันกำลังปล้นชิงผลไม้สมาธิกัน

แต่ว่านะ คราวนี้คู่ต่อสู้ของฉินเฟิงคือใคร? เขาคือเฉิงโจว!

ระหว่างหลบหนี เฉิงโจวตระหนักได้ทันทีถึงพลังสมาธิเข้าแทรกแซง สำหรับตน ฉินเฟิงแม้แข็งแกร่ง แต่ในเรื่องพลังสมาธิย่อมไม่อาจต่อกรกับตนเอง นี่คือเหตุผลที่เขาตัดสินใจบินขึ้นมา

ทว่า … คนอย่างฉินเฟิงจะไม่อาจต่อกรได้จริงๆน่ะหรือ?

แน่นอน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลังสมาธิของเฉิงโจวในปัจจุบัน มันน่าหวั่นเกรงเพราะอยู่ในระดับสวรรค์โปรดปราน ยังไงก็ตาม ในด้านศักยภาพความเข้มขนพลังสมาธิของฉินเฟิงน่ะมันอยู่ในระดับ SS แล้ว ฉะนั้นในด้านการควบคุม เขาเลยสามารถลงรายละเอียดได้ลึกยิ่งกว่า

“ร่วงตกลงมาซะ!”

พลังสมาธิของฉินเฟิงกระแทกเข้าใส่ แผ่นเหล็กหลุดการควบคุมออกไปทันที

เฉิงโจวตะลึงงัน! เจ้าตัวร่วงลงไปม้วนกลิ้งกับพื้น นับว่าโชคยังดีที่ตนเพิ่งบินสูงขึ้นไปเพียงสองเมตร ยามตกลงเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก

แต่ยังไงซะ เขาก็สามารถออกมานอกระยะพรมโลกันต์ของฉินเฟิงได้อยู่ดี!

“ปราการเหล็ก!”

เฉิงโจวดีดนิ้วดังเป๊าะด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อร่างกำแพงสูงสองเมตรขึ้นทันใด ขณะนี้พรมโลกันต์ของฉินเฟิงได้มาถึงแล้ว มันปะทะเข้ากับกำแพงเหล็กระลอกสอง คราวนี้เปลวไฟถูกหยุดเอาไว้ได้ ทว่ารังสีไอร้อนยังคงแผ่เข้ามา

“ช่างน่าสงสาร”

ฉินเฟิงยิ้ม แม้ดูไม่ใส่ใจ แต่พลังสมาธิของเขาตรึงอยู่ในตำแหน่งของเฉิงโจวอย่างชัดเจน เปลวเพลิงเริ่มควบรวมกันอีกครั้ง

ในเสี้ยววินาที เปลวเพลิงจากเบื้องหลังก็ทะยานสูงขึ้น ก่อนทิ้งดิ่งร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน เตรียมปิดล้อมเฉิงโจวจากทุกทิศทาง

เฉิงโจววาดมือออก ก่อกำปราการเหล็กเพิ่มเติมทั้งซ้ายขวา  รวมไปถึงเบื้องหลังและเหนือหัว เพื่อสกัดกั้นเปลวเพลิงที่โถมเข้ากลืนกิน

กล่าวได้ว่าเวลานี้ เฉิงโจวปลอดภัยโดยสมบูรณ์แล้ว หากแต่สภาพของเขา ปัจจุบันราวกับกำลังหดตัวอยู่ในกระดองเต่า

การต่อสู้ของผู้ใช้อบิลิตี้ ช่างพรั่งพราวและน่าตื่นตาตื่นใจ!

แต่การต่อสู้ระหว่างผู้ใช้อบิลิตี้ ก็ส่งพลังทำลายล้างมหาศาลเช่นกัน หากกล่าวว่าผู้ใช้อบิลิตี้เพียงลำพังแต่สามารถสังหารศัตรูนับร้อย ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย

ตั้งแต่ที่ทั้งสองเริ่มต่อสู้กัน เฉิงโจวมีเวลาโจมตีแค่เพียงระลอกเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็ถูกฉินเฟิงกดดันอย่างหนัก แม้ตนจะครอบครองรูนและปลดปล่อยรูนออกมาได้มากมาย แต่พวกมันจำเป็นต้องควบรวมถึงสามารถใช้งาน ดังนั้นไม่มีเวลามากพอที่จะโต้กลับ

ในขณะที่ฉินเฟิงเป็นฝ่ายโจมตี ดังนั้นจึงมีเวลามากกว่าในการระเบิดพลัง เขาสาดโจมตีออกไปนับสิบกระบวนท่าอย่างต่อเนื่อง

การต่อสู้ดำเนินไปเพียง 10 นาทีเท่านั้น แม้คนอื่นๆจะไม่เข้าใจ แต่ทุกคนก็ยังสามารถมองเห็นถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสอง

“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉินเฟิงจะสามารถกดดันเฉิงโจวได้!”

“รูนของฉินเฟิง อันที่จริงมากกว่าของเฉิงโจวด้วยซ้ำ!”

“นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”

ทั้งหมดไม่อยากจะเชื่อ เพราะเฉิงโจวน่ะคืออัจฉริยะ เรื่องนี้ไม่มีใครไม่รู้ ภาพตรงหน้ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น!

…. การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป สังเวียนเริ่มร้อนระอุ หน้าผากของเฉิงโจวยิ่งนานยิ่งเริ่มปรากฏชั้นเหงื่อผุดออกมา

บ่งบอกชัดเจนว่าตนกำลังสูญสิ้นพลังงาน จนเริ่มจะต้านทานไม่ไหวแล้ว!

จบบทที่ Ep.156 - ประลองกับเฉิงโจว

คัดลอกลิงก์แล้ว