เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.155 - ชนะติดต่อกันอีกครั้ง

Ep.155 - ชนะติดต่อกันอีกครั้ง

Ep.155 - ชนะติดต่อกันอีกครั้ง


1/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.155 - ชนะติดต่อกันอีกครั้ง

เต๋าชิชางน่ะเป็นคนที่มักจะซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเสมอ เขาฉกาจในการลอบสังหาร ดังนั้นการต่อสู้บนสังเวียน จึงนับว่าเป็นข้อเสียเปรียบสำหรับเขา

“เดิมทีฉันไม่ต้องการใช้เจ้าสิ่งนี้ แต่ว่านะเจ้าหนู …. แกไม่ตายไม่ได้จริงๆ!”

เต๋าชิชางปลุกเร้ากำลังภายใน ถ่ายเทลงไปในจักรกลอย่างดุเดือด สะบัดฝ่ามือเล็งไปทางฉินเฟิงและ --ลั่นไกออกไป!

พริบตาที่ฉินเฟิงเห็นสิ่งที่พุ่งออกมา ทั้งคนทั้งร่างของเขาก็เริ่มตื่นตัวขึ้นทันที

“นั่นมันเข็มบิน!”

อีกฝ่ายงัดเอาอาวุธลับขึ้นมาใช้!

--ในบรรดาผู้ใช้วรยุทธโบราณ แม้เท่าที่เห็นมักจะใช้หมัดลุ่นๆ แต่พวกเขาเองก็ไม่มีปัญหาขาดแคลนในด้านอุปกรณ์ต่อสู้ เช่นเดียวกับผู้ใช้อบิลิตี้ อาวุธที่พวกเขาสามารถใช้งานได้ก็ร้ายกาจเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาวุธที่ถ่ายเทกำลังภายในลงไป ผลลัพธ์ที่เกิดจากมันจะน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น ที่กล่าวมาน่ะมันคืออาวุธรูน ซึ่งมิใช่สิ่งที่อาวุธปืนธรรมดาจะสามารถเทียบเปรียบได้

ก่อนจะเกิดใหม่ ฉินเฟิงใช้เวลาตระเวนเรียนรู้อยู่นาน แต่เขาก็ยังไม่ค่อยกระจ่างชัดเกี่ยวกับอำนาจของวัตถุเหล่านี้

ทันทีที่ไกถูกลั่น พลังสมาธิของฉินเฟิงก็ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด

วินาทีต่อมา เกือบจะในทันที ละอองสีดำนับสิบนับร้อย ที่แต่ละเข็มบางเบาเพียงขนวัวก็พุ่งเข้าใส่ฉินเฟิง

“ทักษะลับกลืนดารา!”

ไม่เพียงปลุกเร้าพลังสมาธิ ฉินเฟิงยังกระตุ้นกำลังภายในทั้งหมดของเขา ผสานไปกับกำลังภายในที่ขโมยมาก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ในตันเถียน มีอย่างน้อยมากกว่าร้อยกลุ่มหมอก สูงกว่ากำลังภายในของอีกฝ่ายถึง 9 เท่า!!

“ปลดปล่อยแรงผลัก!”

อำนาจผลักดันมหาศาลพลันระเบิดออก ม้วนเข้าใส่เข็มบินอย่างโกรธเกรี้ยว

เดิมเข็มบิน แม้มีขนาดเล็ก แต่ทั้งหมดก็ปกคลุมไปด้วยอำนาจป้องกันที่ใช้ยับยั้งกำลังภายใน ทว่าเมื่อเจอกับการดำรงอยู่อย่างทักษะลับกลืนดาราที่สามารถดูดกลืนกำลังภายในของฉินเฟิง กำลังภายในบนเข็มบินพลันถูกสลาย หมดสิ้นซึ่งอำนาจทำลาย แรงยิงแผ่วตกลง และถูกเข้าควบคุมโดยพลังสมาธิต่อทันที พริบตานั้นเข็มบินม้วนตลบ และพุ่งสวนคืนกลับไป!

ปุ ปุ ปุ ปุ ปุ!

ทั่วทั้งใบหน้าของเต๋าชิชางพลันปรากฏรอยจ้ำสีแดงเล็กๆ หากเพ่งมองอย่างใกล้ชิด จะพบว่า มันเป็นรูขนาดเท่าขนวัว!

กลิ่นอายของเขาเริ่มสูญสิ้น พลังพิเศษดูดกลืนของฉินเฟิงเริ่มทำงาน กลืนกินพลังงานและกำลังภายในของฝ่ายตรงข้ามทันที

บัดนี้ … เต๋าชิชาง --- ได้จบชีวิตลงอย่างไม่ยุติธรรม!

จนกระทั่งเต๋าชิชางเสียชีวิต ฝูงชนโดยรอบถึงกล้าหายใจ รู้สึกราวกับในที่สุด มือของใครบางคนที่คอยบีบคอของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา ยอมคลายมันลง

ฉินเฟิงทิ้งตัว นั่งขวาทับซ้ายอย่างไม่ลังเล ควบคุมลมหายใจต่อหน้าผู้คนมากมาย

กำลังภายในมหาศาลถูกกระตุ้นใช้งานกระทันหัน ส่งผลให้สีหน้าของเขากลายเป็นซีดเซียว คล้ายตรากตรำทำงานมาอย่างหนัก บนหน้าผากหลั่งไหลไปด้วยเม็ดเหงื่อ

ฉากตรงหน้าทำให้ผู้คนคิดว่าฉินเฟิงคงฝืนกำลังตนเองมากเกินไป

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฉินเฟิงก็ฝืนกำลังไปมากนั่นแหละ ทว่าการเก็บเกี่ยวที่เพิ่งได้รับมามันกำไรยิ่งกว่า

ในตอนแรก เส้นลมปราณของฉินเฟิงถูกบังคับให้ขยายออกจากการปลดปล่อยกำลังภายในแปลกปลอมของผู้อื่นที่เพิ่งถูกฉกชิงมา นี่ถือว่าเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม แต่ร่างกายของเขาก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจากพลังงานของเต๋าชิชาง

กำลังภายในของเต๋าชิชางก็ถูกสูบเข้ามาเช่นกัน ฉะนั้นมันจึงมีส่วนช่วยเติมเต็มกำลังภายในเก่าที่หายไปในตันเถียน

อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงมีรากฐานที่ดีมาก่อนแล้วในตอนอยู่เลเวล G ผสานไปกับกลุ่มหมอกกำลังภายในเดิมกว่า 40 กลุ่ม ทำให้แม้จะฝืนไปบ้าง แต่ตันเถียนของฉินเฟิงยังมั่นคง มีเสถียรภาพ!

เดิมทีในตันเถียนท่วมไปด้วยกลุ่มหมอก ทว่าถูกกวาดออกไปอย่างรีบร้อนในการปะทะก่อนหน้านี้ พอลองเพ่งมองดูใหม่อีกที ฉินเฟิงพบว่าปัจจุบันเหลืออยู่ทั้งสิ้น 74 กลุ่มหมอก

“พลังพิเศษดูดกลืน!”

อบิลิตี้ติดตัวของฉินเฟิงถูกเปิดใช้งาน มันเริ่มกลืนกินกำลังภายในอย่างบ้าคลั่ง

แทบจะไม่ต้องรอ กำลังภายในส่วนหนึ่งก็ถ่ายเทกลับมาผ่านเส้นลมปราณที่ขยายใหญ่อีกครั้ง หวนคืนสู่ตันเถียน

หลังจากที่ทำเช่นนี้ซ้ำๆอยู่หลายครั้ง ในที่สุดฉินเฟิงเลยรู้ว่าหลังจากการกลืนกินกำลังภายในแล้วส่งคืนกลับมาในแต่ละครั้งปริมาณที่จะถูกส่งกลับมาจะอยู่ในรูปแบบ1/4 ไม่ก็ 1/3

แต่เพราะในครั้งนี้ เนื่องจากกระทั่งคนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเป็นนักสู้เลเวล F ระดับชั้นยอด ดังนั้นกำลังภายในที่ชิงมาจึงมีสภาพดีตั้งแต่ต้น หลังจากหลอมโดยพลังกลืนกิน ฉินเฟิงเลยได้รับกลับมามากถึง 30 กลุ่มหมอก

ปัจจุบัน หากเทียบตัวฉินเฟิงกับเลเวล F ธรรมดาๆที่มีกลุ่มหมอกกำลังภายในเพียง 10 ฉินเฟิงจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาถึง 7 เท่า!

ยังไม่พอ เขาสังหารผู้คนไปมากมายในการประลองวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนสุดท้ายเต๋าชิชาง ผลลัพธ์ของมันส่งผลให้ร่างกายของฉินเฟิงเริ่มเกิดการพัฒนาไปอีกขั้น

“เขาก้าวขึ้นสู่เลเวล F7 แล้ว!”

เสียงรอบข้างยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง

สามารถตัดผ่านอุปสรรคได้ในสถานที่แบบนี้

ฝูงชนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉา!

แม้จะดูเหมือนง่ายที่ฉินเฟิงสามารถอัพเลเวลได้ที่นี่ แต่ในมุมมองของคนอื่นๆ การจะทำเช่นนี้ได้เป็นเรื่องยากเย็นนัก

เพราะการคืบคลานไปในแต่ละขั้น อย่างไรก็ต้องการเวลา ไม่เหมือนกับฉินเฟิง ที่หลังต่อสู้ไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง เขาก็สามารถตัดผ่านอุปสรรคได้แล้ว!

นอกจากนี้การไต่ลำดับการต่อสู้ก็เป็นสิ่งที่ยากเย็นเช่นกัน แต่ฉินเฟิงกลับชนะการต่อสู้ติดๆกันในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ตามกฏของศูนย์ประลอง ฉินเฟิงสามารถท้าทายได้ห้านักสู้ในแต่ละครั้ง จากนั้นก็จำเป็นต้องหยุดพัก 1 วัน แล้วถึงสามารถท้าประลองต่อเนื่องอีกห้ารอบในครั้งต่อไปได้ หรืออีกความหมายนึงก็คือ การท้าประลองที่ตัวเขาทำอยู่ในขณะนี้ แท้จริงแล้วจำต้องใช้เวลามากถึง 1 สัปดาห์ ถึงจะเรียกว่าปกติ --- การท้าทายกว่า 15 คนในคราวเดียว มันทั้งเหนื่อยล้าและกินพลังงานมากเกินไป ไม่มีใครเขาทำกันหรอก!!

ฉินเฟิงผ่อนลมหายใจออกเฮือกหนึ่ง

เขาค่อยๆลืมตาขึ้น และพบว่าผู้คนรอบข้างกำลังจ้องมองเขาอย่างเหม่อลอย คล้ายกับต้องการให้เขาเอ่ยเลือกท้าประลองคนต่อไป

โดยที่พวกเขาไม่ทราบด้วยซ้ำ ว่าช่วงเวลาเมื่อครู่ที่ผ่านมา มีแสงสีเงินลอยล่อง กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณโดยรอบอย่างลับๆ ---มันคือฝีมือของไป๋หลีที่แยกตัวฉินเฟิงออกจากผู้คน ระหว่างนั้น หากมีใครกล้าทำตัวผลีผลาม เกรงว่าร่างกายของเขาคงถูกจับแยกออกส่วนซะก่อนจะถึงตัวฉินเฟิง

แต่โชคยังดี ที่ระหว่างนั้นไม่มีใครกล้าเสนอหน้าเข้ามา

‘เขาจะยังเลือกขอท้าทายต่อไหมนะ?’ นี่คือสิ่งที่ในใจของทุกคนกำลังคิด

เพราะปัจจุบันชนะมาถึง 19 ครั้งติดต่อกันแล้ว ฉะนั้นอย่างน้อยก็ต้องชนะอีกสักครั้งถึงจะถูกต้อง

ฉินเฟิงเองก็คิดเหมือนกัน ดังนั้นเขาต้องการจะท้าทายต่อ

ทว่าในเวลานั้นเอง อุปกรณ์สื่อสารของเขาก็ส่งเสียง ติ๊ดๆ ขึ้น

【หมายเลขนักสู้ XXXX ขอท้าประลองกับคุณ! อีกฝ่ายมีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล F9 ฉะนั้นคุณสามารถนับรวมเป็นชัยชนะในครั้งต่อไปได้】

เวลานี้ ปรากฏร่างๆหนึ่งยืนอยู่ใต้เวที

“สวัสดีฉินเฟิง ฉันเรียกว่า ‘เฉิงโจว’ เป็น ‘ผู้ใช้อบิลิตี้’ ฉันอยากจะถามว่าพวกเราพอจะประลองแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ไหม? แน่นอน ฉันเองก็จะทุ่มสุดฝีมือ และถ้าหากว่ามันเป็นการขัดผลชนะต่อเนื่อง ก็หวังว่านายจะไม่ใส่ใจ!”

เสียงของคนใต้เวที เป็นธรรมดาที่จะผ่านเข้ามาถึงหูของฉินเฟิง เขาชะโงกหน้าออกไปมองฝ่ายตรงข้าม และพบว่าอีกฝ่ายกำลังแผ่กลิ่นอายชืดชาเล็กน้อยออกมา น้ำเสียงเองก็เย็นชา แข็งกร้าวไม่แพ้กัน คู่ดวงตาเป็นสีดำเหล็ก

ไม่รอให้ฉินเฟิงเอ่ยตอบ ฝูงชนโดยรอบก็พากันกรีดร้องขึ้นทันที

“นั่นเฉิงโจว!”

“อัจฉริยะหนุ่มแห่งตระกูลเฉิง!”

“ตอนนี้เขาอยู่ในเลเวล F9 แล้ว ทั้งๆที่ยังมีอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น!”

อีกแค่ก้าวเดียวก็จะทะยานขึ้นสู่ผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล E --ต้องรู้นะว่า ในศูนย์ประลองส่วนใหญ่มักจะเป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้วรยุทธโบราณด้วยกัน เนื่องจากจำนวนของผู้ใช้อบิลิตี้มีน้อยมาก กล่าวได้ว่าหาได้ยากยิ่ง และพวกเขาไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด ดังนั้นจึงแทบไม่ปรากฏตัวขึ้นในศูนย์ประลอง

ทางฝั่งมือปืนก็เช่นกัน ต่อสู้แต่ละครั้งต้องสูญเสียกระสุนไปเป็นจำนวนมาก และการต่อสู้ของพวกเขามันมีอานุภาพทำลายล้างสูงเกินไป ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ นอกจากนี้พวกคนรวยยังชอบยิงกระหน่ำแบบไม่เกรงใจ แต่ทั้งหมดนั่นคือความบันเทิง สำหรับคนจนมันเปรียบดั่งการใช้เงินจุดพลุอย่างสนุกสนาน

ดั่งที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นมือปืนจึงไม่ได้รับสิทธิ์ให้ต่อสู้บนสังเวียน ขณะเดียวกันผู้ใช้อบิลิตี้ก็จะไม่มาเข้าร่วม

แต่ปัจจุบันฉินเฟิงสามารถชนะต่อเนื่องได้ถึง 18 ครั้ง แค่นั้นก็ก่อให้เกิดความฮือฮาไปทั้งเมืองเฉิงหยางแล้ว และแน่นอน หลังจากสังหารเต๋าชิชาง ก็เท่ากับว่าเขาชนะต่อเนื่อง 19 ครั้งติด!

แต่หลังจากที่เห็นฉินเฟิงปลดปล่อยอบิลิตี้ออกมา เฉิงโจวก็เกิดคันไม้คันมือ อยากจะประลองกับฉินเฟิงดู

ฉินเฟิงเองก็เข้าใจถึงประกายเจิดจ้าที่ฉายอยู่ในแววตาของเฉิงโจว ว่ามันหมายถึงอะไร

ชายคนนี้ มองยังไงก็ไม่ใช่คนที่ซินเจี่ยเซิงส่งมาสร้างปัญหาแก่ตน แล้วอีกอย่าง เฉิงโจวก็ขอท้าสู้โดยตรง มิใช่การสุ่มจับคู่

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ฉินเฟิงก็พยักหน้ารับอย่างเรียบง่าย

“ก็เอาสิ ฉันตกลง!”

ฉินเฟิงคลิ๊กปุ่ม OK บนอุปกรณ์สื่อสาร เฉิงโจวที่ยืนอยู่นอกเวที ในที่สุดก็มีสิทธิ์ก้าวขึ้นมา!

“ปรับเปลี่ยนพื้นที่ประลองกันสักหน่อยดีกว่า สำหรับพวกเรา เวทีนี้มันเล็กเกินไป” เฉิงโจวกล่าว

ฉินเฟิงมิได้คัดค้าน

ต้องไม่ลืมนะว่าฉินเฟิงสามารถรับรู้ทุกสิ่งอย่างรอบตัวได้ในระยะ 300 เมตร ซึ่งความสามารถดังกล่าวยังเป็นตัวแทนที่บ่งบอกว่า ฉินเฟิงสามารถระเบิดอบิลิตี้ของเขาได้ในระยะ 300 เมตรเช่นกัน!

เอ่ยได้ว่าหากเขาปลดปล่อยพรมโลกันต์เพียงครั้งเดียว มันจะทอดยาวไกลออกไปถึง 300 เมตร! เทียบเท่าได้กับ 3 เท่าของลู่วิ่งในสถาบัน!

การระเบิดโจมตีของสองผู้ใช้อบิลิตี้ การกินขอบเขตจนเกินเลยมักเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะสามารถใช้พลังสมาธิควบคุมได้ก็ตาม แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่พิสัยที่เวทีในปัจจุบันจะสามารถรองรับได้อย่างแน่นอน!

จบบทที่ Ep.155 - ชนะติดต่อกันอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว