- หน้าแรก
- ท่านเต๋า อย่าแกล้งซื่อ เรารู้ว่าท่านมีเวทย์เซียน
- บทที่ 33 ตำนานมังกรดำใต้ทะเลสาบ
บทที่ 33 ตำนานมังกรดำใต้ทะเลสาบ
บทที่ 33 ตำนานมังกรดำใต้ทะเลสาบ
“ดูเหมือนทุกคนจะสนใจกระบวนท่าบริหารร่างกายชุดนี้ไม่น้อยเลยนะ”
ซูหานยิ้มบางก่อนพูดขึ้นว่า “งั้นฉันจะสอนชุดกระบวนท่านี้ให้ทุกคนเอง ขอแค่หมั่นฝึกอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าจะช่วยเสริมสุขภาพและขับไล่โรคภัยได้อย่างแน่นอน”
“เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูหนึ่งรอบ ทุกคนสามารถอัดวิดีโอไว้ได้เลย มือใหม่ก็แค่ฝึกตามในวิดีโอก็พอแล้ว”
พูดจบ ซูหานก็วางมือถือลงอีกครั้ง
เขาเดินออกมาที่ลานกลางของเรือน แล้วเริ่มขยับร่างกายไปตามท่าทาง
เมื่อเทียบกับมวยไทเก๊กแล้ว กระบวนท่านี้ดูง่ายกว่ามากจนแทบไม่น่าเชื่อ
แม้แต่คนธรรมดาทั่วไปก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจากการดูวิดีโอ
ยกสองมือเหนือศีรษะ บำรุงไต บำรุงเอวให้มั่นคง
ยกแขนซ้ายขวาสลับเหมือนแหวกอากาศ ปรับสมดุลตับ ปอด ม้าม
หันกลับไปมองส้นเท้า ขจัดความเจ็บป่วยและโรคเรื้อรังในหัวใจ
นกฟีนิกซ์กางปีก เคลื่อนไหวทั่วร่าง คลายอาการติดขัดจากการกินดื่มเกินพอดี
…
รวมทั้งหมดแปดท่า
เมื่อจบกระบวนท่าทั้งชุด ซูหานจึงเก็บพลัง หายใจยาวหนึ่งเฮือก
ในไลฟ์ หลายคนเริ่มกดบันทึกหน้าจอไว้เรียบร้อย
“มันจะเวอร์ไปมั้ยเนี่ย แค่ขยับเบาๆ แบบนี้ถึงกับรักษาโรคได้เลยเหรอ ดูแล้วแทบไม่เสียเหงื่อด้วยซ้ำ”
“นั่นสิ รู้สึกเหมือนพวกท่าฝึกสำหรับคนแก่เลยนะ ฉันยังหนุ่มแน่น ขอสายคาร์ดิโอดีกว่า”
“ท่านนักพรต ท่าง่ายขนาดนี้ มันจะได้ผลจริงเหรอครับ ฟังดูไม่น่าเชื่อเลย…”
“พวกคุณยังไม่รู้กันล่ะสิ กระบวนท่าของท่านนักพรตคล้ายกับปาฏักจิ่นและอู่ฉินซี”
"ซึ่งเป็นศิลปะการเคลื่อนไหวของจีนโบราณ เรียกว่าวิชาชักนำพลัง ถ้าฝึกบ่อยๆจะช่วยปรับสมดุลอวัยวะภายในได้นะ”
ซูหานหยิบมือถือขึ้นมาดูความคิดเห็น แล้วพยักหน้าพลางยิ้ม
“ที่เพื่อนท่านนั้นพูดมาถูกต้องเลยครับ ท่านี้เรียกว่าปาฏักจินกังกงมีความคล้ายกับปาฏักจิ่นอยู่ไม่น้อย”
“ทุกคนลองฝึกดูนะครับ ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อครั้ง อย่างน้อยร่างกายก็ได้ขยับดีกว่านั่งแช่จอทั้งวันแน่นอน”
ในสังคมยุคนี้ ผู้คนส่วนใหญ่นั่งจ้องมือถือกับหน้าคอมนานเกินไป แทบไม่ได้ออกกำลังกาย ซูหานจึงคิดว่าสอนกระบวนท่านี้ออกไปก็ถือเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลอย่างหนึ่ง
ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่...ก็แล้วแต่เวรแต่กรรม
ผู้ชมในไลฟ์ต่างพากันกดไลก์รัวๆ
“ผมเป็นหมอจีนครับ บอกเลยว่าท่านี้ถึงจะดูง่าย แต่ช่วยปรับอวัยวะภายในได้จริง ดีมากๆเลย”
“ใช่เลย พอเป็นท่าง่ายๆแบบนี้ ฉันยิ่งอยากฝึก เพราะเป็นพวกอ่อนหัดเรื่องออกกำลังกาย วิ่งทีหอบแฮ่กเลย”
“กดไลก์ให้อาจารย์ค่ะ เหมาะมากสำหรับคนที่ร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์แบบฉัน”
“อัดวิดีโอไว้แล้ว เดี๋ยวอัปลงแพลตฟอร์มให้เพื่อนๆหาเจอได้ง่ายๆ”
หลังจากสอนจบ ซูหานก็พักครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหลังครัว ต้มน้ำข้าวขาวเรียบง่าย กินคู่กับผักดองที่หมักไว้ก่อนหน้า อาหารเรียบง่ายแต่กลับดูเจริญอาหารเสียเหลือเกิน
แฟนๆในไลฟ์พากันรู้สึกสงสาร
“ท่านนักพรต ตอนนี้คุณมีผู้ติดตามตั้งกว่าสองล้าน ทำไมยังต้องกินเรียบง่ายขนาดนี้ล่ะ”
“ใช่แล้ว กินอะไรบำรุงหน่อยก็ดีนะ”
“แต่ว่าร่างกายท่านนักพรตนี่อย่างกับวัว จะต้องบำรุงอะไรอีกล่ะครับ”
“บอกตรงๆว่าท่านนักพรตน่าจะแข็งแรงมากแน่ๆ…อยากลองสัมผัสดูจังเลย~”
“เฮ้ย ข้างบนตั้งสติหน่อย พูดอีกคำเดียวฉันจะโทรแจ้งตำรวจแล้วนะ”
ซูหานหัวเราะออกมาหลังเห็นคอมเมนต์
“ฉันชินกับอาหารแบบนี้แล้วล่ะ ตอนเช้าจะกินแบบเบาๆหน่อย ถ้าให้กินของมันๆหรือหนักๆกลับรู้สึกไม่สบายท้องเอาเสียมากกว่า”
หลังจากกินเสร็จ เขาก็พักสายตาสักครู่ในเรือน จากนั้นหยิบคันเบ็ดเดินไปยังริมทะเลสาบตามเส้นทางบนเขาที่คดเคี้ยวและอันตราย
ทำเลของวัดไป๋หยุนอยู่ค่อนข้างลึกในหุบเขา ทางเดินลัดเลาะหินผา บางช่วงติดขอบหน้าผา เรียกว่าอันตรายสุดๆ
แต่ซูหานกลับเดินด้วยฝีเท้าที่เร็วอย่างเหลือเชื่อ ราวกับบินได้ ไม่สะดุดแม้แต่น้อย
ความเร็วในการเดินของเขาแทบจะเท่าคนวิ่ง วิ่งไปบนทางหินผาเสมือนพื้นราบ
ผู้ชมในไลฟ์พากันตาค้าง
“โห อาจารย์โคตรเทพ ทางแบบนี้ ถ้าให้ฉันเดิน ขาก็สั่นแล้ว นี่คุณเดินสบายๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”
“นี่แหละพลังของท่านนักพรต ฉันว่าเขาแกล้งบอกว่าเป็นนักพรต แต่จริงๆน่ะแอบฝึกบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนอยู่แน่นอนเลย”
“ไม่ต้องสงสัยเลย ท่านเต๋าน่ะเป็นเซียนที่ซ่อนตัวอยู่ชัดๆ”
“ขอร้องล่ะ สอนฉันฝึกเซียนที อยากเหาะขึ้นฟ้าได้ด้วยกระบี่จะแย่แล้ว”
แม้จะเดินอยู่บนเส้นทางสุดอันตราย ซูหานก็ยังสามารถตอบคอมเมนต์จากไลฟ์ไปด้วยได้
“เหาะด้วยกระบี่เหรอ”
เขาหัวเราะพลางส่ายหน้า “งั้นให้ฉันกราบคุณเป็นอาจารย์เลยดีมั้ย คุณสอนฉันเถอะ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน”
เหาะด้วยกระบี่นั้นไม่ได้เป็นเรื่องเพ้อฝันในสายเต๋า
แต่ต้องเป็นจอมยุทธกระบี่ที่ฝึกจนถึงระดับสูงสุดเท่านั้นจึงจะทำได้
ในชาติก่อน ซูหานเคยเห็นมากับตาเพียงครั้งเดียว
ส่วนในโลกคู่ขนานนี้...ยังไม่แน่ใจว่าจะมีใครทำได้หรือเปล่า
หลังจากเดินไม่นานนัก ซูหานก็มาถึงริมทะเลสาบ
มันเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่กว้างสุดสายตา ราวกับอัญมณีสีน้ำเงินล้ำค่าฝังอยู่ท่ามกลางผืนป่าหนาทึบ
“ฉันยังไม่เคยบอกพวกคุณสินะ ว่าทะเลสาบแห่งนี้ชื่อว่าทะเลสาบมังกรดำ
ซูหานยิ้มมุมปาก “ที่นี่มีตำนานเล่าว่าก้นทะเลสาบแห่งนี้ มีมังกรดำถูกผนึกเอาไว้”
ผู้ชมในไลฟ์หัวเราะกันยกใหญ่ เรื่องเล่าทำนองนี้มีอยู่แทบทุกจังหวัดในประเทศ
“แถวบ้านผมมีบ่อน้ำที่ชื่อว่าบ่อขังมังกรเล่ากันว่าสะกดมังกรไว้ข้างล่าง ตอนเด็กๆ ผมยังเคยแอบไปฉี่ใส่เลย ฮ่าๆๆ!”
“โว้ยย พี่แม่งโคตรกล้า”
“ของแถวบ้านฉันไม่มีตำนานมังกรนะ แต่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเต่า เพราะอยู่ใกล้ทะเล ผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่าเคยเห็นเต่าตัวใหญ่เท่าเกาะเลยล่ะ”
“เต่าตัวเท่าเกาะเหรอ บ้าไปแล้ว นั่นมันไซส์อะไรกันเนี่ย”
ซูหานอ่านคอมเมนต์ไปก็ยิ้มน้อยๆไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม
เพราะเขารู้ดีว่า...หลายตำนานที่คนทั่วไปมองว่าไร้สาระ
แท้จริงแล้วอาจเป็นความจริงที่ถูกลืมเลือนต่างหาก
ในโลกนี้มีความจริงมากมายที่คนธรรมดาไม่มีวันได้รู้
อย่างเช่นเรื่องภูติผี หลายคนที่เชื่อในโลกวิทยาศาสตร์อาจมองว่าไม่มีจริง
แต่เขากลับรู้แน่ชัดว่าพวกมันมีอยู่จริง
ซูหานหาทำเลเหมาะๆแล้วพลิกหินขึ้นมาบริเวณริมน้ำ
เขาหยิบเอาไส้เดือนสองตัวขึ้นมาใช้เป็นเหยื่อตกปลา เหมาะที่สุดแล้ว
“แหวะ ไส้เดือนโคตรน่าขยะแขยงเลย”
“ฉันเกลียดพวกนี้สุดๆไม่กล้าแตะเลยสักนิด”
“พวกเธอไม่รู้อะไร ใช้เหยื่อแบบนี้ตกปลาได้ผลสุดๆเลยนะ”
แฟนคลับสาวๆหลายคนถึงกับหันหน้าหนี เพราะดูแล้วสะอิดสะเอียน
ซูหานยิ้มพร้อมอธิบายเบาๆ
“จริงๆแล้วไส้เดือนถือเป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่งนะ เรียกกันว่าตี้หลงหรือมังกรดินใช้รักษาไข้สูง อัมพฤกษ์หรือแม้แต่ไอเรื้อรังก็ยังได้”
“สรรพคุณทางยาน่ะสูงมากทีเดียว”