เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 วิญญาณอาฆาตตามทวงชีวิต

บทที่ 31 วิญญาณอาฆาตตามทวงชีวิต

บทที่ 31 วิญญาณอาฆาตตามทวงชีวิต


ภายในไลฟ์สด เหล่าคนดูพากันบ่นอุบอิบว่า มีที่ไหนกันที่วัยรุ่นจะนอนตอนนี้

แต่ซูหานพูดจบก็ปิดไลฟ์ไปหน้าตาเฉย

ปล่อยให้คนดูกว่าแสนคนมองจอด้วยสีหน้างงงวยไปตามๆกัน

“อาจารย์นี่เร็วจริงๆเหมือนโดนลอบกัดเลย ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อยู่ๆก็ปิดหนี”

“เข้าใจแหละ อาจารย์เขาเป็นคนฝึกตน ชีวิตต่างกับพวกเราคนติดจอแน่นอน คงเข้านอนเร็วตามแบบฉบับของเขา”

“ฉันก็อยากนอนเร็วเหมือนกันนะ แต่ติดที่งานยังไม่เสร็จ เจ้านายก็เร่งอยู่เนี่ย ทรมานสุดๆๆ”

“ฮ่าๆ เหมือนกันหมดเลยจริงๆ อยากลาออกกลับบ้านไปเลี้ยงไก่บ้างแล้วล่ะ ถึงเงินจะน้อยแต่มันสบายใจกว่าเยอะเลย”

ช่วงเวลานั้น ไลฟ์กลายเป็นพื้นที่ระบายของเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่กำลังเจอวิกฤตชีวิต

ขณะที่ซูหานกำลังจะปิดจอไปนอน คนอื่นๆ ยังต้องนั่งหน้าคอมในตึกออฟฟิศสว่างจ้า ทำงานงกๆอยู่เลย

ความต่างตรงหน้านั้นเล่นเอาหลายคนแทบจะร้องไห้ออกมา

หลังจากซูหานออกไป คนดูก็เริ่มทยอยออกตามกันไปทีละคน

“อาจารย์นี่มันเอาแต่ใจจริงๆ”

ภายใต้แสงไฟสีนวลในห้องนอน หลินชิงเล่อ เอนตัวนอนอย่างสบายใจบนเตียง หลังจากดูไลฟ์จบทั้งคืน

เธอมั่นใจแล้วว่า การเซ็นสัญญาระดับพิเศษ S-Class กับซูหานคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต

คืนนี้เธอก็แอบดูอยู่เงียบๆตลอดเวลา ไม่ได้โผล่หน้าออกไปในแชตเลยแม้แต่น้อย

ไลฟ์ของซูหานวันนี้ มียอดผู้ชมพร้อมกันสูงสุดทะลุสองแสนคน

ตัวเลขนี้เรียกได้ว่าอยู่ในระดับท็อปทรีของทั้งแพลตฟอร์มเลยทีเดียว

ทั้งที่เขาเพิ่งเริ่มไลฟ์ได้แค่สองสามวัน

กระแสความดังนี้…พูดได้คำเดียวว่า “น่ากลัว”

ที่น่าตกใจกว่านั้นคือคนดูไม่ได้เข้ามาดูฟรีๆ แต่ขนของขวัญมาแจกไม่ยั้ง

กระทั่งสูงกว่าสตรีมเมอร์สายแข่ง PK ที่เน้นของขวัญด้วยซ้ำ

“อาจารย์นี่…กลายเป็นไวรัลเต็มตัวแล้วสินะ”

หลินชิงเล่อพึมพำอย่างทึ่ง

แต่ถ้ามองให้ลึก ก็ไม่แปลกใจเท่าไร หน้าตาของเขาก็กินขาดผู้ชายทั่วไปไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว

แถมยังมีฉากหลังเป็นนักพรต มีศาสตร์พยากรณ์ที่แม่นราวจับวางอีกต่างหาก

ดังไวขนาดนี้ก็ไม่น่าแปลก

เสียดายอย่างเดียว…เขามันเอาแต่ใจไปหน่อย

ในขณะที่คนดูยังค้างคาใจกว่าแสนเจ็ด เขากลับกล้ากดปิดไลฟ์หน้าตาเฉย

กระแสร้อนแรงขนาดนี้ ถ้าเป็นสตรีมเมอร์คนอื่น คงฝืนไลฟ์ยันเช้าด้วยซ้ำ

หลินชิงเล่อส่ายหน้า ยิ้มอย่างเข้าใจโลก

“คนระดับที่ไม่เห็นเงินพันล้านอยู่ในสายตา จะใส่ใจแค่ยอดคนดูแบบนี้ไปทำไมกัน”

“เดี๋ยวอีกวันสองวัน จะลองเข้าไปตีสนิทดูหน่อย…ขอคำทำนายสักครั้ง”

เธอมองไปยังรายชื่อในแอปที่มีชื่อบัญชีพร้อมรูปโปรไฟล์เป็นภาพชายหนุ่มในชุดนักพรต มุมปากเธอเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

หลังจากไลฟ์จบ ซูหานก็ยืดเส้นยืดสายอย่างสบายใจ

เขาเปิดหลังบ้านของแอปขึ้นมาดูข้อมูลของไลฟ์คืนนี้

ยอดผู้เข้าชมทั้งหมดทะลุเจ็ดล้านและจำนวนคนดูพร้อมกันสูงสุดอยู่ที่สองแสนคน

เขากดดูรายได้จากของขวัญต่ออีกนิด

2,238,698หยวน

สองล้านกว่าหยวนนี่คือตัวเลขหลังจากหักค่าธรรมเนียมแล้วด้วยซ้ำ

แค่โจวเหวินโม่คนเดียวก็ปาไปเกือบล้าน

“ไม่น่าเชื่อเลยนะ…การหาเงินมันง่ายยิ่งกว่าการก้มเก็บแบงค์ซะอีก”

ซูหานหัวเราะเบาๆพลางพึมพำกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี

ยังไงเวลาจะเก็บเงินก็ต้องก้มตัวอยู่ดี ก้มหนึ่งครั้งได้แค่แบงก์พันแต่จะเก็บให้ได้สองล้าน ไม่แน่ว่าอาจถึงขั้นหมอนรองกระดูกทับเส้น

พอมาคิดดูแล้ว เงินก้อนนี้ได้มาง่ายกว่าการเก็บเงินเสียอีก

หลังจากวางมือถือ ซูหานก็ขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง ตั้งใจฝึกสมาธิทันที

ในขณะเดียวกัน จิตใจของเขาก็กำลังค่อยๆ ย่อยข้อมูลจาก ตำราหมอแห่งลัทธิเต๋า ที่เพิ่งได้มาเมื่อครู่

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกฝนอย่างเขาแค่การนั่งสมาธิก็สามารถทดแทนการนอนได้แล้ว

แค่นั่งสมาธิสักสองถึงสามชั่วโมง ก็เพียงพอให้ทั้งวันรู้สึกสดชื่นมีพลัง

...

ขณะเดียวกัน ณ คอนโดหรูใจกลางเขตธุรกิจเมืองจินหลิง

ชายหนุ่มนามว่า โจวเหวินโม่ นั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตาเต็มไปด้วยความกดดันและโทสะ เขากำลังไล่ดูเอกสารลับของบริษัทอย่างละเอียด

“หลินเสวี่ย… ฉันไม่เคยรังแกเธอเลยแม้แต่น้อย…”

“นี่นะเหรอ… คือสิ่งที่เธอตอบแทนกับฉัน”

หลังจากตรวจเอกสารไปหลายชุด โจวเหวินโม่ก็พบว่ามีสัญญาสองฉบับที่ถูกดัดแปลงโดยเจตนาอย่างแนบเนียน

และเพราะเขาไว้ใจหลินเสวี่ยมาก จึงไม่เคยตรวจสอบอย่างละเอียด

ถ้าไม่ได้ท่านนักพรตแนะนำไว้ก่อน แล้วเผลอแต่งงานกับหล่อนจริง ๆ… เรื่องคงเละไม่เป็นท่า

มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นทันที

“ท่านประธานโจวครับ”

เสียงปลายสายฟังดูลังเลและหวาดหวั่น

“ผมดูไลฟ์สดคืนนี้แล้ว…”

“ตอนนี้คุณหลินบอกให้ผมพาเธอไปสนามบินครับ…”

ใบหน้าโจวเหวินโม่เย็นชาทันที สองวันนี้ไม่มีแผนเดินทางใดๆทั้งสิ้น

หลินเสวี่ย… คิดจะหนีสินะ

“พาเธอไปส่งที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด”

เขากดตัดสาย ก่อนจะกดโทรหาผู้อำนวยการตำรวจทันที

ในฐานะเจ้าของทรัพย์สินกว่าหนึ่งหมื่นล้าน แน่นอนว่าเขาย่อมมีสายสัมพันธ์ไม่น้อย

แม้ไม่อาจใช้ความสัมพันธ์เพื่อทำผิดกฎหมายได้ แต่การให้ตำรวจจับผู้กระทำผิดที่มีหลักฐานชัดเจนนั้น… ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย

ท้ายที่สุด หลินเสวี่ยก็ต้องถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ของบริษัทและจบลงด้วยการติดคุกตามระเบียบ

พร้อมกันนั้นโจวเหวินโม่ก็ทำตามคำแนะนำของท่านนักพรตขายกิจการทั้งหมด ถอนตัวออกจากวงการการเงินอย่างสิ้นเชิง

ตั้งแต่นั้นมา เมืองจินหลิงก็เหลือเจ้าพ่อการเงินน้อยลงไปหนึ่งคน

แต่เขายังคงมีเงินในบัญชีมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านและใช้เงินก้อนนี้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการตามง้ออดีตภรรยา

แม้จะถูกเมินซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็ยังไม่ยอมแพ้

และในช่วงเวลานั้นเอง เขาได้รู้ซึ้งว่า… คำว่า ตามง้อเมียในนรกนั้นมีอยู่จริง

การไล่ตามครั้งนี้กินเวลาไปถึงห้าปีเต็ม!

เดิมทีอดีตภรรยาไม่มีทางให้อภัยการนอกใจ แต่ก็ทนความพยายามไม่หยุดหย่อนของเขาไม่ได้

บวกกับลูกชายตัวน้อยที่เปรียบเสมือนสายใยที่ตัดไม่ขาด

ในที่สุด พวกเขาก็กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง

หลังจากนั้น ทั้งครอบครัวเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก…

และยังเปิดบัญชีติ๊กต็อกเพื่อบันทึกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของครอบครัว

ไม่น่าเชื่อว่าจะโด่งดังกลายเป็นคู่รักเน็ตไอดอลสายเที่ยวที่มีคนติดตามถล่มทลาย

แน่นอน… ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของอนาคต

...

บนเทือกเขาเขียว เมืองแห่งหมอก วัดเมฆขาว

ภายในอารามที่ทรุดโทรม ซูหานนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงด้วยท่าทีสงบ

ทันใดนั้น เขาลืมตาขึ้น พร้อมกับขมวดคิ้วแน่น

“คืนนี้…พลังชั่วร้ายในอากาศมันหนาแน่นผิดปกติ…”

เขาลุกขึ้นจากเตียง เดินออกไปยังหน้าประตูวัด

สายลมเย็นยะเยือกพัดวูบมาจากภูเขาเงียบงัน สร้างบรรยากาศวังเวงอย่างน่าขนลุก

เสียงแมลงกบที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของยามค่ำคืน กลับหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวเท่านั้น

"วิญญาณอาฆาต”

ริมฝีปากของซูหานยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

“สนุกดีนิ… วิญญาณอาฆาตคิดจะเอาชีวิตนักพรตอย่างฉันงั้นเหรอ”

ขณะเดียวกัน เบื้องหลังเขาปรากฏร่างเลือนลางของบางสิ่ง บางสิ่งที่กำลังค่อยๆล้อมรอบตัวเขาเอาไว้

มือซีดเผือดโปร่งแสงค่อยๆเอื้อมมาที่ลำคอของเขา

“คิกคิกคิก~”

เสียงหัวเราะแหลมต่ำแว่วอยู่ข้างหู… หนาวสันหลัง

แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างกายของซูหานเปล่งแสงทองออกมา คลุมทั้งร่างด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างจ้า โดดเด่นอย่างยิ่งในความมืด

ทันใดนั้นเอง วิญญาณอาฆาตด้านหลังก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

“อ๊าาาาาาา”

จบบทที่ บทที่ 31 วิญญาณอาฆาตตามทวงชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว