- หน้าแรก
- ท่านเต๋า อย่าแกล้งซื่อ เรารู้ว่าท่านมีเวทย์เซียน
- บทที่ 31 วิญญาณอาฆาตตามทวงชีวิต
บทที่ 31 วิญญาณอาฆาตตามทวงชีวิต
บทที่ 31 วิญญาณอาฆาตตามทวงชีวิต
ภายในไลฟ์สด เหล่าคนดูพากันบ่นอุบอิบว่า มีที่ไหนกันที่วัยรุ่นจะนอนตอนนี้
แต่ซูหานพูดจบก็ปิดไลฟ์ไปหน้าตาเฉย
ปล่อยให้คนดูกว่าแสนคนมองจอด้วยสีหน้างงงวยไปตามๆกัน
“อาจารย์นี่เร็วจริงๆเหมือนโดนลอบกัดเลย ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย อยู่ๆก็ปิดหนี”
“เข้าใจแหละ อาจารย์เขาเป็นคนฝึกตน ชีวิตต่างกับพวกเราคนติดจอแน่นอน คงเข้านอนเร็วตามแบบฉบับของเขา”
“ฉันก็อยากนอนเร็วเหมือนกันนะ แต่ติดที่งานยังไม่เสร็จ เจ้านายก็เร่งอยู่เนี่ย ทรมานสุดๆๆ”
“ฮ่าๆ เหมือนกันหมดเลยจริงๆ อยากลาออกกลับบ้านไปเลี้ยงไก่บ้างแล้วล่ะ ถึงเงินจะน้อยแต่มันสบายใจกว่าเยอะเลย”
…
ช่วงเวลานั้น ไลฟ์กลายเป็นพื้นที่ระบายของเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่กำลังเจอวิกฤตชีวิต
ขณะที่ซูหานกำลังจะปิดจอไปนอน คนอื่นๆ ยังต้องนั่งหน้าคอมในตึกออฟฟิศสว่างจ้า ทำงานงกๆอยู่เลย
ความต่างตรงหน้านั้นเล่นเอาหลายคนแทบจะร้องไห้ออกมา
หลังจากซูหานออกไป คนดูก็เริ่มทยอยออกตามกันไปทีละคน
“อาจารย์นี่มันเอาแต่ใจจริงๆ”
ภายใต้แสงไฟสีนวลในห้องนอน หลินชิงเล่อ เอนตัวนอนอย่างสบายใจบนเตียง หลังจากดูไลฟ์จบทั้งคืน
เธอมั่นใจแล้วว่า การเซ็นสัญญาระดับพิเศษ S-Class กับซูหานคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต
คืนนี้เธอก็แอบดูอยู่เงียบๆตลอดเวลา ไม่ได้โผล่หน้าออกไปในแชตเลยแม้แต่น้อย
ไลฟ์ของซูหานวันนี้ มียอดผู้ชมพร้อมกันสูงสุดทะลุสองแสนคน
ตัวเลขนี้เรียกได้ว่าอยู่ในระดับท็อปทรีของทั้งแพลตฟอร์มเลยทีเดียว
ทั้งที่เขาเพิ่งเริ่มไลฟ์ได้แค่สองสามวัน
กระแสความดังนี้…พูดได้คำเดียวว่า “น่ากลัว”
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือคนดูไม่ได้เข้ามาดูฟรีๆ แต่ขนของขวัญมาแจกไม่ยั้ง
กระทั่งสูงกว่าสตรีมเมอร์สายแข่ง PK ที่เน้นของขวัญด้วยซ้ำ
“อาจารย์นี่…กลายเป็นไวรัลเต็มตัวแล้วสินะ”
หลินชิงเล่อพึมพำอย่างทึ่ง
แต่ถ้ามองให้ลึก ก็ไม่แปลกใจเท่าไร หน้าตาของเขาก็กินขาดผู้ชายทั่วไปไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว
แถมยังมีฉากหลังเป็นนักพรต มีศาสตร์พยากรณ์ที่แม่นราวจับวางอีกต่างหาก
ดังไวขนาดนี้ก็ไม่น่าแปลก
เสียดายอย่างเดียว…เขามันเอาแต่ใจไปหน่อย
ในขณะที่คนดูยังค้างคาใจกว่าแสนเจ็ด เขากลับกล้ากดปิดไลฟ์หน้าตาเฉย
กระแสร้อนแรงขนาดนี้ ถ้าเป็นสตรีมเมอร์คนอื่น คงฝืนไลฟ์ยันเช้าด้วยซ้ำ
หลินชิงเล่อส่ายหน้า ยิ้มอย่างเข้าใจโลก
“คนระดับที่ไม่เห็นเงินพันล้านอยู่ในสายตา จะใส่ใจแค่ยอดคนดูแบบนี้ไปทำไมกัน”
“เดี๋ยวอีกวันสองวัน จะลองเข้าไปตีสนิทดูหน่อย…ขอคำทำนายสักครั้ง”
เธอมองไปยังรายชื่อในแอปที่มีชื่อบัญชีพร้อมรูปโปรไฟล์เป็นภาพชายหนุ่มในชุดนักพรต มุมปากเธอเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
…
หลังจากไลฟ์จบ ซูหานก็ยืดเส้นยืดสายอย่างสบายใจ
เขาเปิดหลังบ้านของแอปขึ้นมาดูข้อมูลของไลฟ์คืนนี้
ยอดผู้เข้าชมทั้งหมดทะลุเจ็ดล้านและจำนวนคนดูพร้อมกันสูงสุดอยู่ที่สองแสนคน
เขากดดูรายได้จากของขวัญต่ออีกนิด
2,238,698หยวน
สองล้านกว่าหยวนนี่คือตัวเลขหลังจากหักค่าธรรมเนียมแล้วด้วยซ้ำ
แค่โจวเหวินโม่คนเดียวก็ปาไปเกือบล้าน
“ไม่น่าเชื่อเลยนะ…การหาเงินมันง่ายยิ่งกว่าการก้มเก็บแบงค์ซะอีก”
ซูหานหัวเราะเบาๆพลางพึมพำกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี
ยังไงเวลาจะเก็บเงินก็ต้องก้มตัวอยู่ดี ก้มหนึ่งครั้งได้แค่แบงก์พันแต่จะเก็บให้ได้สองล้าน ไม่แน่ว่าอาจถึงขั้นหมอนรองกระดูกทับเส้น
พอมาคิดดูแล้ว เงินก้อนนี้ได้มาง่ายกว่าการเก็บเงินเสียอีก
หลังจากวางมือถือ ซูหานก็ขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง ตั้งใจฝึกสมาธิทันที
ในขณะเดียวกัน จิตใจของเขาก็กำลังค่อยๆ ย่อยข้อมูลจาก ตำราหมอแห่งลัทธิเต๋า ที่เพิ่งได้มาเมื่อครู่
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกฝนอย่างเขาแค่การนั่งสมาธิก็สามารถทดแทนการนอนได้แล้ว
แค่นั่งสมาธิสักสองถึงสามชั่วโมง ก็เพียงพอให้ทั้งวันรู้สึกสดชื่นมีพลัง
...
ขณะเดียวกัน ณ คอนโดหรูใจกลางเขตธุรกิจเมืองจินหลิง
ชายหนุ่มนามว่า โจวเหวินโม่ นั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ดวงตาเต็มไปด้วยความกดดันและโทสะ เขากำลังไล่ดูเอกสารลับของบริษัทอย่างละเอียด
“หลินเสวี่ย… ฉันไม่เคยรังแกเธอเลยแม้แต่น้อย…”
“นี่นะเหรอ… คือสิ่งที่เธอตอบแทนกับฉัน”
หลังจากตรวจเอกสารไปหลายชุด โจวเหวินโม่ก็พบว่ามีสัญญาสองฉบับที่ถูกดัดแปลงโดยเจตนาอย่างแนบเนียน
และเพราะเขาไว้ใจหลินเสวี่ยมาก จึงไม่เคยตรวจสอบอย่างละเอียด
ถ้าไม่ได้ท่านนักพรตแนะนำไว้ก่อน แล้วเผลอแต่งงานกับหล่อนจริง ๆ… เรื่องคงเละไม่เป็นท่า
มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นทันที
“ท่านประธานโจวครับ”
เสียงปลายสายฟังดูลังเลและหวาดหวั่น
“ผมดูไลฟ์สดคืนนี้แล้ว…”
“ตอนนี้คุณหลินบอกให้ผมพาเธอไปสนามบินครับ…”
ใบหน้าโจวเหวินโม่เย็นชาทันที สองวันนี้ไม่มีแผนเดินทางใดๆทั้งสิ้น
หลินเสวี่ย… คิดจะหนีสินะ
“พาเธอไปส่งที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด”
เขากดตัดสาย ก่อนจะกดโทรหาผู้อำนวยการตำรวจทันที
ในฐานะเจ้าของทรัพย์สินกว่าหนึ่งหมื่นล้าน แน่นอนว่าเขาย่อมมีสายสัมพันธ์ไม่น้อย
แม้ไม่อาจใช้ความสัมพันธ์เพื่อทำผิดกฎหมายได้ แต่การให้ตำรวจจับผู้กระทำผิดที่มีหลักฐานชัดเจนนั้น… ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย
ท้ายที่สุด หลินเสวี่ยก็ต้องถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ของบริษัทและจบลงด้วยการติดคุกตามระเบียบ
พร้อมกันนั้นโจวเหวินโม่ก็ทำตามคำแนะนำของท่านนักพรตขายกิจการทั้งหมด ถอนตัวออกจากวงการการเงินอย่างสิ้นเชิง
ตั้งแต่นั้นมา เมืองจินหลิงก็เหลือเจ้าพ่อการเงินน้อยลงไปหนึ่งคน
แต่เขายังคงมีเงินในบัญชีมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านและใช้เงินก้อนนี้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการตามง้ออดีตภรรยา
แม้จะถูกเมินซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็ยังไม่ยอมแพ้
และในช่วงเวลานั้นเอง เขาได้รู้ซึ้งว่า… คำว่า ตามง้อเมียในนรกนั้นมีอยู่จริง
การไล่ตามครั้งนี้กินเวลาไปถึงห้าปีเต็ม!
เดิมทีอดีตภรรยาไม่มีทางให้อภัยการนอกใจ แต่ก็ทนความพยายามไม่หยุดหย่อนของเขาไม่ได้
บวกกับลูกชายตัวน้อยที่เปรียบเสมือนสายใยที่ตัดไม่ขาด
ในที่สุด พวกเขาก็กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง
หลังจากนั้น ทั้งครอบครัวเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก…
และยังเปิดบัญชีติ๊กต็อกเพื่อบันทึกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของครอบครัว
ไม่น่าเชื่อว่าจะโด่งดังกลายเป็นคู่รักเน็ตไอดอลสายเที่ยวที่มีคนติดตามถล่มทลาย
แน่นอน… ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของอนาคต
...
บนเทือกเขาเขียว เมืองแห่งหมอก วัดเมฆขาว
ภายในอารามที่ทรุดโทรม ซูหานนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงด้วยท่าทีสงบ
ทันใดนั้น เขาลืมตาขึ้น พร้อมกับขมวดคิ้วแน่น
“คืนนี้…พลังชั่วร้ายในอากาศมันหนาแน่นผิดปกติ…”
เขาลุกขึ้นจากเตียง เดินออกไปยังหน้าประตูวัด
สายลมเย็นยะเยือกพัดวูบมาจากภูเขาเงียบงัน สร้างบรรยากาศวังเวงอย่างน่าขนลุก
เสียงแมลงกบที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของยามค่ำคืน กลับหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวเท่านั้น
"วิญญาณอาฆาต”
ริมฝีปากของซูหานยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“สนุกดีนิ… วิญญาณอาฆาตคิดจะเอาชีวิตนักพรตอย่างฉันงั้นเหรอ”
ขณะเดียวกัน เบื้องหลังเขาปรากฏร่างเลือนลางของบางสิ่ง บางสิ่งที่กำลังค่อยๆล้อมรอบตัวเขาเอาไว้
มือซีดเผือดโปร่งแสงค่อยๆเอื้อมมาที่ลำคอของเขา
“คิกคิกคิก~”
เสียงหัวเราะแหลมต่ำแว่วอยู่ข้างหู… หนาวสันหลัง
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างกายของซูหานเปล่งแสงทองออกมา คลุมทั้งร่างด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างจ้า โดดเด่นอย่างยิ่งในความมืด
ทันใดนั้นเอง วิญญาณอาฆาตด้านหลังก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“อ๊าาาาาาา”