เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.92 - แต้มสงครามสูงสุด

Ep.92 - แต้มสงครามสูงสุด

Ep.92 - แต้มสงครามสูงสุด


2/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.92 - แต้มสงครามสูงสุด

แต่ปัจจุบันมีคนอยู่เยอะเกินไป ไหนจะเรื่องที่ฉินเฟิงกำลังถูกให้ความสนใจอีก เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะลอบสังหารฉินเฟิงในตอนนี้ ยิ่งตาแก่เติ้งตัดสินใจแล้วว่าจะสนับสนุนฉินเฟิง มันก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

หลินเซิงเลยจำต้องระงับความคิดของตนไว้ชั่วคราว

ฉินเฟิงไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนบังเกิดเจตนาร้ายต่อเขา ขณะเดียวกัน ตัวเขาเองก็ไม่เต็มใจที่จะรามือจากซากศพพวกนี้

ด้วยความพยายามของเขา เพียงวันเดียวก็สามารถสังหารซากศพเดินได้ไปมากกว่า 500 ตัว ซึ่งเป็นจำนวนพอดีกับที่หลั่งไหลเข้ามาในระลอกก่อน สถานการณ์คงจะดีขึ้น ถ้าหากชุดคลุมดำกระหายเลือดไม่เปิดรอยแยกมิติอีกคราว

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเพียงความหวังเพ้อฝันของผู้คน

ในช่วงเย็น ชุดคลุมดำปรากฏตัวขึ้นบนยอดเขา และเริ่มเปิดช่องว่างมิติอีกครั้ง

เมื่อช่องว่างเปิดออก สถานการณ์จากนี้ไปคงยากจะคาดเดา ไหนจะเรื่องลูกหลงอีก ดังนั้นฉินเฟิงจึงตัดสินใจปลีกตัวจากสนามรบ

เนื่องจากเมืองเฉิงหยางได้เรียกกำลังเสริมมาแล้วในครั้งนี้ ภายใต้การปิดล้อมของเลเวล E จำนวนมาก ชุดคลุมดำกระหายเลือดเลยเปิดช่องว่างมิติได้แค่ไม่กี่นาที ก่อนจะถูกบังคับให้ปิดลง ดังนั้นจำนวนซากศพที่ถูกเรียกออกมาเลยไม่มากเท่าไหร่นัก

พอตกเย็น ฉินเฟิงก็ไม่มีอะไรให้ทำอีก เขาจึงกลับไปยังค่าย

ใจกลางค่าย มีจอแสดงผลเกียรติยศของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้ติดตั้งเอาไว้อยู่

อันดับ 1 : จ้าวหูซิน (ทีม) , แต้มสงคราม : 1238 , แต้มสะสม 5189

อันดับ 2 : ฮั่วรุ่ย (ทีม) , แต้มสงคราม : 1134 , แต้มสะสม 4811

อันดับ 3 : เกาหลิงฮาน (ทีม) , แต้มสงคราม : 1089 , แต้มสะสม 4790

อันดับ 4 ……..

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เหล่าบุคคลที่มีชื่ออยู่ในจอแสดงผลเกียรติยศนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ถูกเรียกว่า ‘ลูกรักของพระเจ้า’ จากสถาบันต่างๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมอัจฉริยะรุ่นเยาว์

“วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเราสามารถทำผลงานได้มากกว่า 1000 แต้ม! พวกเราจะแบ่งกันเป็น หยางเซ่าเอาไป 200 ส่วนคนอื่นๆเอาไป 100 แต้มเป็นไง?” เกาหลิงฮานกล่าว

หยางเซ่าเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณในทีม กำลังรบของเขาเป็นรองเพียงเกาหลิงฮานเท่านั้น เลยเป็นธรรมดาที่คนอื่นๆจะไม่โต้แย้งกับข้อเสนอนี้

“ไม่มีปัญหา”

“ตกลงตามนั้น”

“รุ่นพี่ ฉันไม่ต้องการมันหรอก เพราะฉันรู้สึกว่า ฉันแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย!” หลี่เหยาเหยากล่าวด้วยความเขินอาย

“ทำไมจะไม่ช่วยล่ะ? พลังรักษาของรุ่นน้องหลี่มีประโยชน์จะตาย ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ฉันมีหรือจะสามารถต่อสู้ได้ยาวนานถึงขนาดนี้!” หยางเซ่ากล่าวขึ้นทันที

แม้ปัจจุบันหลี่เหยาเหยาจะอยู่แค่ปี 2 และไม่ได้แข็งแกร่งเท่าใดนัก แต่เธอก็เป็นคนที่เชี่ยวชาญในด้านพลังรักษาอย่างน่าประหลาดใจ ดังนั้นเกาหลิงฮานจึงตัดสินใจดึงหลี่เหยาเหยามาเข้าร่วมทีม

“ใช่ๆ เธอจะปล่อยให้รุ่นพี่ต้องผิดคำพูด เอาแต้มไปอมไว้เองจนกลายเป็นหมูอย่างงั้นหรือ?”

“รุ่นพี่ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น!” หลี่เหยาเหยาหน้าแดงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป เพราะกลัวเกาหลิงฮานจะอึดอัดใจ

หลังจากนั้น หลายคนก็ทำการแลกเปลี่ยนแต้มสงครามเป็นวัตถุดิบสำคัญบางอย่าง ทางหลี่เหยาเหยาเธอใช้แต้มแลกเปลี่ยนเป็นแก่นอบิลิตี้ธาตุน้ำ แก่นอบิลิตี้ชิ้นนี้ไม่เพียงสามารถใช้ในการดูดซับรูนผ่านทางเครื่องมือมิเตอร์ แต่มันยังสามารถใช้ฟื้นฟูพลังพิเศษในช่วงเวลาวิกฤตได้อีกด้วย

100 แต้มสงครามน่ะมีมูลค่าเทียบเท่ากับ 100,000 เหรียญ และเมื่อรวมกับราคาของแก่นพลังงานที่ได้มาและขายมันไป นำมาแบ่งกันอีกครั้ง ส่งผลให้ในวันนี้ รวมๆแล้วเธอสามารถได้รับเงินมามากถึง 300,000 เหรียญ --หลี่เหยาเหยารู้สึกคล้ายกับว่าตนกำลังโผบินขึ้นสู่ฟากฟ้า

และในเวลานั้นเอง เธอก็ได้เห็นฉินเฟิงเดินเข้ามาท่ามกลางฝูงชนจากระยะไกล

หรือจะให้พูดอีกอย่างนึงก็คือ มันเป็นเพราะไป๋หลีสะดุดตาเกินไปต่างหาก เลยสามารถเห็นฉินเฟิงได้อย่างง่ายดาย -ต่อให้ไป๋หลีจะสวมแว่นกันแดดสีน้ำตาลแล้วก็ตาม แต่ก็ยังตกเป็นเป้าสายตาอยู่ดี มีหลายคนพยายามที่จะสำรวจความงดงามของเธออยู่ดี

ฉินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พาตัวเสี่ยวไป๋เดินฝ่าฝูงชนอย่างรวดเร็ว

“หิวจัง!” ไป๋หลีดึงแขนเสื้อฉินเฟิง เอียงตัวอิงแนบแขนเขาราวกับคนไม่มีกระดูก

“โอเค โอเค เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะเอาแก่นพลังงานจากซากศพให้แกกิน!” ฉินเฟิงปลอบประโลม

แต่ไป๋หลีกลับแสดงสีหน้ารังเกียจสวนกลับมา “หนูไม่กินพวกมัน เพราะมันไม่น่าอร่อยเลย!”

ปัจจุบันไป๋หลีเริ่มแสดงออกเหมือนกับมนุษย์มากขึ้นทุกที แต่ในส่วนของเรื่องกิน เธอก็ยังเป็นจิ้งจอกน้อยที่เรื่องมากอยู่ดี

“งั้นเอาไว้หลังจากนี้ ฉันจะซื้อแก่นพลังงานราชันย์สัตว์ร้ายให้แก!”

ดวงตาของไป๋หลีเปล่งประกายขึ้นทันใด

ฉินเฟิงเห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมา

ท่าทางสนิทสนมกันของทั้งสองคน ทำให้สีหน้าของหลี่เหยาเหยาหม่นลง

“ฉินเฟิง!”

หลี่เหยาเหยาร้องตะโกนขึ้น

ฉินเฟิงมองตามเสียง ก็พบกับหลี่เหยาเหยา ก่อนจะกวาดสายตามองคนอื่นๆรอบตัวเธอ และหยุดลงตรงเกาหลิงฮานอย่างไม่คาดคิด

เจ้าหมอนี่ อายุยังน้อย แต่กลับครอบครองความแข็งแกร่งในเลเวล F ดูเหมือนว่าจะเป็นพวกที่ถูกเรียกกันว่าลูกรักของพระเจ้า

“สวัสดีรุ่นพี่สาว”

ฉินเฟิงพยักหน้า กล่าวอย่างสุภาพ ทว่าขณะเดียวกันก็ห่างเหิน!

สีหน้าของหลี่เหยาเหยากลายเป็นไม่อาจคาดเดาได้ เธอไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่จู่ๆเธอก็อยากจะทำร้ายจิตใจของฉินเฟิง เพื่อให้เขาลดความเย่อหยิ่งลง

“ฉินเฟิง ฉันขอแนะนำให้รู้จัก คนๆนี้คือรุ่นพี่ปีสาม เป็นอันดับหนึ่งของสถาบันทางตอนเหนือของเรา รุ่นพี่เกาหลิงฮาน!” หลี่เหยาเหยากล่าว

เกาหลิงฮานหัวเราะเล็กน้อยและกล่าว “อย่าพูดแบบนั้นสิรุ่นน้องหลี่ อันดับหนึ่งอะไรกัน นั่นมันเป็นคนอื่นเอาไปพูดกันเองต่างหาก!”

“ไม่หรอกค่ะ รุ่นพี่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วในโรงเรียน ทุกครั้งที่มีการประเมินหรือแข่งขันอะไร รุ่นพี่ก็มักจะเป็นอันดับแรกเสมอ ดังนั้นถ้าจะพูดว่าไม่มีอะไรยากสำหรับรุ่นพี่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องเกินเลย!” หลี่เหยาเหยากล่าวด้วยความชื่นชม

เกาหลิงฮานยิ้มจางๆ เขามองไปทางฉินเฟิง

“ถ้านายต้องการความช่วยเหลืออะไรในอนาคต นายสามารถมาหาฉันได้เลยนะ!” เกาหลิงฮานกล่าว

ฉินเฟิงมองเกาหลิงฮาน พยักหน้าตอบ “เข้าใจแล้วครับรุ่นพี่!”

ถึงจะเป็นการดูโอ้อวดไปบ้าง แต่เกาหลิงฮานก็กล่าวกับเขาอย่างสุภาพ ดังนั้นฉินเฟิงก็ย่อมสุภาพตอบอย่างเหมาะสม แม้เขาจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายก็ตามที

ในเวลานี้ เกาหลิงฮานเบนสายตาไปมองไป๋หลี แล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย “สาวน้อยคนนี้ก็เป็นนักเรียนปี 1 ของพวกเราด้วยงั้นหรอ?”

ไป๋หลีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงตัวเอง มันก็นึกถึงคำแนะนำของฉินเฟิงก่อนหน้านี้ และกล่าวออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ “ฉันเป็นแฟนของฉินเฟิง และเขาเป็นแฟนของฉัน!”

ใบหน้าอ่อนโยนของเกาหลิงฮานพลันแข็งทื่อไป

หลี่เหยาเหยาเองก็รู้สึกหดหู่ในหัวใจ

“รุ่นน้องชายถึงขั้นพาแฟนออกมาสู้กับพวกสัตว์ร้ายในทุ่งล่า ดูเหมือนว่าจะสนิทสนมกันมากเลยสินะ!” เกาหลิงฮานประชดประชันเล็กน้อย

“ก็ประมาณนั้น ผมขอตัวก่อนนะ” ฉินเฟิงไม่ตั้งใจที่จะเสียเวลากับทั้งสองคนอีกต่อไป เนื่องจากท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว นั่นหมายความว่ายิ่งช้า คิวการตรวจสอบก็จะยิ่งนาน

“รุ่นพี่สาว รุ่นพี่ชาย ผมคงต้องไปตรวจสอบแต้มสงครามก่อน พวกรุ่นพี่คุยกันตามสบายเลยนะครับ”

ฉินเฟิงไม่รอให้ทั้งสองเอ่ยตอบ เขาพุ่งตรงไปยังสำนักงานตรวจสอบทันที

แม้ฉินเฟิงจะปลีกตัวออกไปแล้ว แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะยังไม่แยกจากกันในทันที คล้ายกำลังเฝ้ารออะไรบางอย่าง

ฉินเฟิงส่งวิดีโอ และภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที มันก็ถูกตรวจสอบจนเสร็จสิ้น

“ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด! เสร็จสิ้นการตรวจสอบแล้ว แต้มสงครามในปัจจุบันของคุณคือ 5,671 แต้ม!”

แต้มสงครามที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซากศพเลเวล G มีค่าเท่ากับ 1 แต้มสงคราม และเลเวล F คือ 10 แต้มสงคราม ยิ่งเป็นพวกระดับทหารหรือระดับนายพลก็จะมีแต้มเสริมเพิ่มเข้าไปอีก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ฉินเฟิงจะได้รับมากกว่า 5,600 แต้มภายในวันเดียว

ช่วงเวลาต่อมา รายชื่อของฉินเฟิงก็ปรากฏขึ้นสู่ด้านบนสุดของจอแสดงผล

อันดับ 1 : ฉินเฟิง (รายบุคคล) , แต้มสงคราม : 5671 , แต้มสะสม 5671

พริบตานั้นเอง ผู้คนก็หันมาให้ความสนใจจอแสดงผลเกียรติยศ ก่อนจะพากันร้องอุทานออกมา

“ฉินเฟิง? ใครกันคือฉินเฟิง?”

“ต่อสู้แบบรายบุคคล? มันเป็นไปได้ยังไงที่เขาจะสามารถทำแต้มได้มากกว่า 5,000 แต้ม?”

“แถมตรงแต้มสะสมของเขาเองก็ขึ้นเป็นเลขเดียวกัน นั่นหมายความว่าเขาสามารถล่าแต้มสงครามมากมายขนาดนี้ได้ในวันเดียว?”

“เป็นตัวตนทรงพลังจากที่อื่นรึเปล่า? อย่างน้อยก็น่าจะมีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล E !”

ฝูงชนรอบข้างต่างถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางฝั่งเกาหลิงฮานกับหลี่เหยาเหยา แน่นอนย่อมได้ยินถึงบทสนทนา สีหน้าของทั้งสองแปรเปลี่ยนไป

เขาและเธอแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง

ฉินเฟิงออกจากสำนักงานตรวจสอบ และกำลังจะมุ่งตรงไปยังสำนักงานแลกเปลี่ยน

หลี่เหยาเหยามองไปทางฉินเฟิงด้วยดวงตาอันซับซ้อน และตะโกนเรียกอีกครั้ง

“ฉินเฟิง! นายตรวจสอบแต้มสงครามแล้วใช่ไหม? ได้มาเท่าไหร่หรอในการต่อสู้ครั้งนี้?”

หลี่เหยาเหยาภาวนาในจิตใจ ว่าไม่ควรจะเป็นเขา! มันก็แค่คนที่ชื่อเหมือนกัน! -มันต้องเป็นแค่เรื่องบังเอิญ!!

จบบทที่ Ep.92 - แต้มสงครามสูงสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว