เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.91 - ดึงดูดความสนใจจากพวกระดับสูง

Ep.91 - ดึงดูดความสนใจจากพวกระดับสูง

Ep.91 - ดึงดูดความสนใจจากพวกระดับสูง


1/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.91 - ดึงดูดความสนใจจากพวกระดับสูง

เนื่องจากตั้งแต่การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในกลางดึก ช่องว่างมิติถูกเปิดทิ้งไว้เป็นเวลานาน ส่งผลให้ปริมาณของกองทัพซากศพเพิ่มขึ้นมหาศาล เมืองเฉิงหยางจึงทำการร้องขอกำลังเสริมจากเขตต่างๆอีกครั้ง ทำการระดมคนเข้ามาเพิ่มเติม

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้บัญชาการกองทหารรักษาการณ์และกองทหารทุ่งล่า จึงมาสมทบในแนวหน้าด้วย

วันนี้ จำนวนผู้ใช้พลังเลเวล E ในแนวหน้า มีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 16 คน

“ฉันคงแก่เกินไปแล้ว!” เติ้งเหนียนถอนหายใจ

การต่อสู้เมื่อวานเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง แต่ราชันย์อัศวินกลับสามารถหลบหนีไปได้!

เหตุการณ์นี้ทำให้เติ้งเหนียนรู้สึกเสียใจจริงๆ

“เฮอะ! เป็นเพราะทุกคนไม่ทุ่มร่วมมือกันเต็มที่นั่นแหละ!” หลินเซิงกล่าวด้วยใบหน้าบึ้งตึง ประเด็นสำคัญก็คือคนจากแต่ละเขตไม่ได้สามัคคีกัน ต่างฝ่ายต่างหวาดกลัวว่าตนจะได้รับบาดเจ็บ เลยไม่ได้ให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่

เหตุผลนี้เอง ที่นำไปสู่ความล้มเหลวของการปิดล้อมราชันย์อัศวิน

ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังเป็นเหตุให้หลินเซิงได้รับบาดเจ็บอีกด้วย

ช่างเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดเสียจริงๆ!

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!

เสียงจากอุปกรณ์ภายในรถดังขึ้น แผนที่ได้รับการอัปเดตอีกครั้ง

“เอ๊ะ?”

หยางซานหูอุทาน เอนตัวก้มลงมาข้างหน้า ขมวดคิ้วมองแผนที่

“ช่วยดึงแผนที่เมื่อสามชั่วโมงก่อนออกมาให้ฉันดูหน่อยสิ” จู่ๆหยางซานหูก็สั่งการออกไป

ช่างเทคนิคดึงแผนที่ของเมื่อสามชั่วโมงที่แล้วขึ้นมาทันที และพบว่าเครื่องหมายสีแดงและส้มที่อยู่บนมัน หากเทียบกับแผนที่ในปัจจุบัน อดีตมีจำนวนมากกว่า

และบริเวณที่ลดลง ยังเป็นตำแหน่งแบบเฉพาะเจาะจงอีกด้วย

“ซากศพเลเวล F กว่า 200 ตัวที่หายไป? มีทีมไหนเพิ่งออกสำรวจพื้นที่รอบนอกแล้วทำการล่าสังหารพวกมันไปรึเปล่า?” หยางซานหูกล่าวด้วยความสงสัย จริงๆแล้วซากศพ 200 ตัว ไม่ใช่ปริมาณที่มากมายอะไร แต่ก็มันแปลกไง ที่จู่ๆก็มีศพหายไปทีเดียวกว่า 200 ตัว แถมยังเป็นซากศพเลเวล F อีก

ต้องไม่ลืมนะว่าซากศพเลเวล G น่ะมีจำนวนมหาศาล และมันกระจายกันอยู่รอบนอก ดังนั้น หากต้องการจะบุกทะลวงเข้าไปยังภูเขาแม่ อย่างไรก็เป็นเรื่องยาก

“ควบคุมโดรนให้ไปเก็บภาพตามทิศทางที่เกิดเรื่องขึ้นเดี๋ยวนี้!” หยางซานหูออกคำสั่งอีกครั้ง

จากนั้น โดรนที่อยู่ใกล้ๆก็เริ่มตีวงอ้อมออกไป แล้วพบกับฉินเฟิงที่กำลังต่อสู้อยู่อย่างรวดเร็ว

บนตีนเขาด้านหลังของภูเขาพ่อ มีดกษัตริย์ครามของฉินเฟิงราวกับเคียวแห่งความตาย มันเก็บเกี่ยวชีวิตของศัตรูอย่างต่อเนื่อง

“ตัวที่สาม!”

“จงตายซะ!”

มีดกษัตริย์ครามวูบไหว ตัดผ่านลำคอของโครงกระดูกชุดคลุมดำตัวที่สาม ส่งมันสู่ความตายภายใต้น้ำมือของฉินเฟิง

พลังสมาธิถูกสูบเข้าสู่ร่างกายของฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว พละกำลังของเขาเองก็เพิ่มสูงขึ้น

ขณะนี้ ฉินเฟิงรู้สึกว่าทุกสิ่งรอบตัวเขาชัดเจนมากขึ้น พลังสมาธิของเขากวาดระยะออกไปได้ไกลกว่าหลายร้อยเมตร และสามารถ ‘มองเห็น’ ทุกสิ่งรอบตัวได้อย่างชัดเจน

ไม่เพียงแค่นั้น แต่ในใจกลางของดาวเคราะห์เพชร ยังเกิดการหมุนวนอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับรูนธาตุภายในเกิดความปั่นป่วน แต่ไม่นาน มันก็เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปแบบหนึ่ง

รูปแบบที่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาคงไม่อาจเข้าใจได้ปรากฏขึ้นมา กลายเป็นพลังพิเศษท่าใหม่

‘ลำแสงแห่งความมืด!’

ฉินเฟิงเกิดการตระหนักรู้เกี่ยวกับพลังพิเศษใหม่นี้ได้ทันใด เพราะนี่คือพลังเดียวกันกับที่โครงกระดูกชุดคลุมดำเคยปลดปล่อยใส่เขา

อาจเป็นเพราะท่านี้ถูกยิงใส่เขาซ้ำๆ ส่งผลให้ร่างกายและจิตสำนึกของฉินเฟิงเรียนรู้ และจดจำมันได้

อย่างไรก็ตาม พลังพิเศษนี้ ต่อให้ได้มา ก็ไม่ค่อยมีผลอะไรต่อสถานการณ์ในปัจจุบันมากนัก

เพราะถ้าฉินเฟิงมีภูมิคุ้มกันต่อลำแสงแห่งความมืด ในทำนองเดียวกัน กองทัพซากศพซึ่งเป็นธาตุมืดก็ย่อมมีภูมิคุ้มกันเช่นเดียวกัน

“ยังไงก็ตาม รูปแบบการโจมตีนี้ ฉันสามารถดัดแปลงมันเป็นท่ายิงธาตุไฟได้!”

เมื่อคิดได้แบบนั้น ฉินเฟิงก็เริ่มระดมพลังสมาธิ จำลองท่าพลังพิเศษนี้จากแก่นธาตุไฟ

ด้วยวิธีนี้ จะเทียบเท่ากับว่าฉินเฟิงได้รับท่าพลังพิเศษธาตุไฟ ‘ลำแสงเปลวเพลิง’ เพิ่มขึ้นมาอีกท่า!

ระหว่างที่ฉินเฟิงกำลังตื่นเต้น พลังสมาธิของเขายังถูกปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ และค้นพบว่ามีโดรนกำลังลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา

ฉินเฟิงขมวดคิ้วมุ่น

เนื่องจากพลังสมาธิแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก เขาเลยแทบจะสามารถระบุได้ในทันทีว่า โดรนดังกล่าว กำลังชี้กล้องมาทางเขา ไม่เพียงแค่นั้น แต่มันยังลอยวนไปมารอบตัวเขา คล้ายต้องการเก็บภาพจากทุกมุม

‘เป็นไปได้ไหมว่าฉันฆ่ามากเกินไป เลยดึงดูดความสนใจจากคนอื่นๆ?’

อย่างไรก็ตาม ทางฉินเฟิงก็ไม่ต้องการที่จะซ่อนผลงานของเขาอยู่แล้ว ทางฝั่งเขาเองก็ทำการบันทึกวิดีโอจำนวนซากศพที่ตนฆ่าไว้เหมือนกัน เพราะผลงานเหล่านี้สามารถนำไปแลกรางวัลกับทางฐานได้

ยังไงก็ตาม พลังพิเศษของเขาน่ะพิเศษออกไป ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าบางสิ่งไม่ถูกเปิดเผย!

เมื่อคิดได้แบบนี้ ฉินเฟิงก็ทำเป็นไม่สนใจเสียงหึ่งๆของโดรน เขามุ่งต่อไปข้างหน้าอีกครั้ง เพื่อมองหาโครงกระดูกชุดคลุมดำท่ามกลางกองทัพซากศพ

ในรถศึกบัญชาการ ความสนใจของหยางซานหูและคนอื่นๆ ต่างประทับลงบนร่างของฉินเฟิง

“เป็นเขา!” ฮั่นเจียนอุทานออกมาอย่างไม่คาดฝัน

“นายรู้จักผู้ชายคนนั้นด้วยหรอ? เขาเป็นใครกัน? มาจากสถานที่ชุมชนเขตไหน?” หยางซานหูเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว

ความแข็งแกร่งที่ฉินเฟิงแสดงออกมา เป็นอะไรที่น่าตกใจจริงๆ

ต้องทราบนะว่า ทุกวันนี้หากจะล่าเลเวล F ทีมทหารรับจ้างต้องร่วมมือกัน และทุกขั้นตอนต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง ไม่อย่างนั้นจะเป็นพวกเขาซะเองที่ถูกกองทัพซากศพฆ่าเอา

แต่ฉินเฟิงดันตรงกันข้าม เขาเล่นใหญ่ ไปลำพัง ล่าคนเดียว ไม่สน ไม่ระวังใดๆทั้งสิ้น อันที่จริงเหมือนจะจงใจยั่วยุซากศพให้เข้ามาหาด้วยซ้ำ!

“เขามาจากสถานที่ชุมชนเขตเฉิงเป่ยของพวกเรา แต่เขาไม่น่าจะแข็งแกร่งถึงขนาดนั้น ด้วยความแข็งแกร่งที่เผยออกมา ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ในระดับ F แต่ว่า …” ฮั่นเจียนไม่มั่นใจว่าเขาควรจะพูดประโยคต่อไปดีหรือไม่

แต่สายตาของคนอื่นๆ ต่างก็ตกลงบนร่างของฮั่นเจียน

“แต่ว่าอะไร?” หยางซานหูถาม

ฮั่นเจียนส่ายหัว บังเกิดความไม่มั่นใจในตัวเองเล็กน้อย

“เด็กคนนี้มีชื่อว่าฉินเฟิง เขาอายุ 16 ปี และเพิ่งได้รับการฉีดยากระตุ้นในปีนี้  และอีกอย่าง เมื่อครึ่งเดือนก่อนในพื้นที่เพาะปลูก เขาคือคนที่ทำผลงานการต่อสู้ได้เป็นอันดับต้นๆอีกด้วย!” ฮั่นเจียนกล่าว

“อายุแค่ 16 ปี?” หยางซานหูตกใจอย่างช่วยไม่ได้

กระทั่งหัวใจของเติ้งเหนียนกับหลินเซิงเองก็ยังเต้นครึกโครม

ยังวัยเยาว์ แต่กลับสำแดงศักยภาพได้ถึงขนาดนี้!

หากดึงเอาตัวบุคคลดังกล่าวมาอยู่ภายใต้บารมีของตน มันคงเป็นอะไรที่ดีที่สุด

แน่นอน ว่าการที่บุคคลเช่นนี้ปรากฏขึ้นก็ย่อมมีข้อเสียเช่นกัน เพราะหากไม่ใช่พวกเดียวกัน ศักยภาพของฉินเฟิงอาจกล่าวได้ว่าเป็นภัยคุกคาม

“คุณบอกว่าคนๆนี้เรียกว่าฉินเฟิงอย่างงั้นหรอ?” หลินเซิงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เขาคล้ายกับว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนจากที่ไหนสักแห่ง

และทางฝั่งเติ้งเหนียนเองก็มีท่าทีไม่แตกต่างกัน

เพราะเติ้งเหนียนได้อ่านรายชื่อของนักเรียนใหม่ในชั้นปีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะให้ความสนใจกับคลาสผู้ใช้อบิลิตี้ที่มีเพียง 21 คน ไหนจะเรื่องที่ตัวเขาเป็นผู้ใช้พลังเลเวล E มันเลยช่วยให้ตนมีสติปัญญาและความจำที่น่าอัศจรรย์ใจ -เติ้งเหนียนเลยนึกออกได้ทันทีว่าในบรรดาคลาสผู้ใช้พลังพิเศษปีนี้ ดูเหมือนจะมีเด็กที่ชื่อว่าฉินเฟิงอยู่จริงๆ

มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะใช่ไหม?

ณ จุดนี้ ฮั่นเจียนหันไปเพ่งมองวิดีโออีกครั้ง แล้วถอนหายใจ

“นั่นน่าจะใช่เขาจริงๆ ฉันไม่คาดคิดเลย ว่าในช่วงเวลาสั้นๆเขาจะเติบโตขึ้นมากถึงขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ฉันกับหวังเฉิงเคยเชื้อเชิญเขาให้เข้าร่วมกองทหารรักษาการณ์และกองทหารเสือไฟ แต่เขาปฏิเสธ เพราะบอกว่าต้องการจะเข้าร่วมกับสถาบันระดับสูงทางตอนเหนือ -ตาแก่เติ้ง เรื่องนั้นจริงรึเปล่า ไม่อย่างนั้นฉันจะขอตัวเด็กคนนี้ไปแล้วนะ!”

เติ้งเหนียนหัวเราะทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย

“น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะตอนนี้เขาคือนักเรียนในคลาสผู้ใช้อบิลิตี้”

สำหรับช่วงเวลานี้ เติ้งเหนียนดูเหมือนจะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองสุดๆ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว นักเรียนที่มากไปด้วยศักยภาพกลับปรากฏตัวขึ้นภายใต้ขอบเขตการดูแลของเขา มันยากมากเลยนะที่จู่ๆก็มีเพชรชั้นเลิศหล่นใส่หัวแบบนี้ ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่อีกฝ่ายปฏิเสธสองนายพล เพื่อมาเข้าร่วมกับทางสถาบันโดยเฉพาะ แล้วนี่จะไม่ให้เขารู้สึกสุขใจได้อย่างไร?

“ต้นกล้าที่ดี!” เติ้งเหนียนถอนหายใจ ท่าทีเขายิ่งนานก็ยิ่งมีความสุข

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่ง สีหน้าของหลินเซิงกลับดูหม่นลงไปถนัดตา คู่แววตาของเขาเปล่งประกายโหดเหี้ยม

นั่นเพราะตนจดจำได้แล้ว ว่าฉินเฟิงคนนี้เป็นใคร!

ไม่กี่วันก่อน มีรายงานมาว่าเจียงเส้าหยางได้หายตัวไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ หลังจากการตามล่าผู้เข้าประลองเวทีใต้ดิน นอกจากนี้ ทางคลับอินทรีภายใต้การครอบครองของหลินเซิง จู่ๆก็ถูกเข้าตรวจสอบอย่างกระทันหัน เขาสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก ชนิดที่ว่าต้องเฉือนเนื้อตัวเองจ่ายมันออกไป

และผู้เข้าประลองคนที่กล่าวมาก็ไม่ใช่ใครอื่น มันเรียกว่าฉินเฟิง นอกจากนี้ข้อมูลที่ถูกส่งมากับภาพตรงหน้าก็เหมือนกันแทบทุกประการ

‘เดิมที ฉันคิดว่ามันไม่น่าจะใช่เด็กคนนี้ที่ฆ่าเจียงเส้าหยาง แถมยังมีข่าวลือต่างๆถูกปล่อยออกมาอีกมากมาย แต่พอมาลองดูตอนนี้ ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ซะทีเดียว เพราะอีกฝ่ายก็มีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล F เหมือนกัน!’

เมื่อคิดได้ดังนั้น ความเกลียดชังก็ฟุ้งออกมาจากในแววตา หลินเซิงบังเกิดความคิดที่ว่าจะต้องสังหารฉินเฟิงให้เร็วที่สุด!

จบบทที่ Ep.91 - ดึงดูดความสนใจจากพวกระดับสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว