- หน้าแรก
- กำเนิดเทพเจ้าโบราณ
- บทที่ 210 เมื่อสามขั้วมาบรรจบ
บทที่ 210 เมื่อสามขั้วมาบรรจบ
บทที่ 210 เมื่อสามขั้วมาบรรจบ
คนกลุ่มนั้นที่อยู่ไกล ๆ ก็มองเห็นคาร์ลอยและมาทิลด้าเช่นกัน พวกเขาจึงเดินตรงมาทางนี้
คาร์ลอยรีบบอกมาทิลด้าทันที "รีบเอาเสื้อคลุมกับกางเกงขายาวมาใส่เร็วเข้า! ปิดบังลักษณะของอันเดดเอาไว้ก่อน!"
มาทิลด้าเตรียมพร้อมเรื่องนี้อยู่แล้ว นางจึงรีบไปหลบหลังคาร์ลอยแล้วสวมใส่เสื้อผ้าที่พกติดตัวมาอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปครู่ใหญ่...คนกลุ่มนั้นก็เดินทางมาถึงบริเวณใกล้ ๆ กับคาร์ลอย
เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ พวกเขาจึงไม่ได้เข้ามาใกล้จนเกินไป แต่ตะโกนพูดมาจากระยะไกล "ทำไมพวกท่านสองคนถึงมาอยู่ตามลำพังที่นี่ล่ะ? ถึงแม้จะมีกันสองคน แต่ถ้าเจอพวกอันเดดเข้าก็อันตรายมากนะ"
"เจ้าพวกอันเดดนั่นใช้แต่กลยุทธ์หมาหมู่รุมกินโต๊ะซะด้วยสิ"
คาร์ลอยและมาทิลด้าได้เก็บม้าศึกของพวกเขากลับเป็นจี้ห้อยคอไปนานแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเรียกออกมาจู่โจมคนพวกนี้แบบไม่ให้ทันตั้งตัว
แต่หารู้ไม่ว่า...ตอนนี้ตัวกินวิญญาณได้ไปเข้ากับฝ่ายอันเดดเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นฝ่ายอันเดดจึงรู้เรื่องที่พวกเขามีสัตว์ขี่อยู่แล้ว
คาร์ลอยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วยิ้มกล่าว "พวกเราไม่คิดจะไปไหนต่อแล้วล่ะครับ คิดว่าที่นี่ไม่น่าจะมีอะไร แถมคนก็น่าจะมาน้อย เลยจะพักอยู่ที่นี่รอจนกว่าซากโบราณสถานจะปิด"
ชายที่เป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนั้นกล่าว "ข้าชื่อซาคิมะ มาจากหน่วยอัศวินแห่งอาณาจักรลันติส ส่วนนี่ก็เป็นสหายจากอาณาจักรเบรเซด แล้วไม่ทราบว่าพวกท่านมาจากที่ไหนกัน?"
คาร์ลอยเห็นว่าไม่มีคนจากอาณาจักรเวสก์ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
ในสถานการณ์ปัจจุบัน อาณาจักรเวสก์กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต การจะส่งกำลังคนเข้ามาในซากโบราณสถานนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
แต่...นี่ก็เป็นจุดที่คาร์ลอยสามารถใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน
เขายิ้มแล้วตอบ "ข้าเป็นพาลาดินจากอาณาจักรเวสก์ครับ แต่ตอนนี้สังกัดอยู่วิหารผู้พิทักษ์ เลยสามารถมาที่นี่ได้"
ซาคิมะแสดงสีหน้าประหลาดใจในทันที สายตา...ที่มองมายังคาร์ลอยนั้นมีความหมายบางอย่างแฝงอยู่อย่างเป็นพิเศษ
สายตานั่นทำเอาคาร์ลอยถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก
'เฮ้ย! ข้าก็ดูแมน ๆ นะเว้ย ถึงจะหล่อไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้ตุ้งติ้ง... ไอ้หมอนี่มันมองข้าแบบนี้คิดจะทำอะไรวะ?' คาร์ลอยคิดในใจ หารู้ไม่ว่า...บางครั้งยิ่งดูแมนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบของใครบางคนมากเท่านั้น...
แต่ซาคิมะไม่ใช่คนประเภทนั้นอย่างแน่นอน ที่เขามองเช่นนั้น...เป็นเพราะเขากำลัง "น้ำลายสอ" กับสถานะ "พาลาดินแห่งเวสก์" ของคาร์ลอยต่างหาก!
เมื่อรู้ตัวว่าเสียมารยาท ซาคิมะก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วกล่าว "ข้ารู้สึกเห็นใจกับชะตากรรมของอาณาจักรท่านอย่างสุดซึ้ง"
"เจ้าพวกอันเดดนั่นมันช่างน่ารังเกียจและชั่วร้ายเกินไปจริง ๆ!"
"ก่อนหน้านี้ พวกเราเพิ่งจะปะทะกับพวกมันมา และสั่งสอนพวกมันไปซะกระเจิง ก็ถือว่าเป็นการล้างแค้นให้กับพันธมิตรมนุษย์ของเรา"
"ท่านวางใจได้เลย พวกเราเองก็ไม่คิดจะไปไหนต่อแล้ว จะขออยู่ที่นี่เป็นเพื่อนพวกท่านก็แล้วกัน!"
"ถ้ามีอันเดดหน้าไหนกล้าโผล่มาอีก พวกเราก็จะร่วมมือกันสังหารพวกมันซะ!"
คาร์ลอยรีบแสดงความขอบคุณทันที "โอ้! ช่างดีอะไรเช่นนี้! ขอบคุณพวกท่านมากจริง ๆ ครับ!"
และแล้ว...คนกลุ่มนั้นที่มีอยู่ราว ๆ ยี่สิบกว่าคน ก็ได้ปักหลักอยู่ร่วมกับคาร์ลอยและมาทิลด้า
แต่คาร์ลอยก็ยังคงพามมาทิลด้าปลีกตัวออกไปอยู่อีกมุมหนึ่ง รักษาระยะห่างจากคนพวกนั้นเอาไว้
ซาคิมะนำคนอื่น ๆ ตั้งค่ายเป็นรูปครึ่งวงกลมล้อมคาร์ลอยกับมาทิลด้าเอาไว้ เป็นการจัดทัพที่จงใจปิดล้อมกันชัด ๆ
คาร์ลอยแค่นเสียงหัวเราะในใจ เขารู้ดีว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้มีเจตนาดีกับเขาอย่างแน่นอน
เวลาผ่านไปทีละน้อย...ซาคิมะที่อยู่ห่างออกไป กำลังปรึกษาหารือบางอย่างกับพรรคพวกของเขา
"เจ้าคนนี้บอกว่าเป็นพาลาดินจากอาณาจักรเวสก์...ถ้าอย่างนั้นก็มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น" ซาคิมะกล่าว "มันคือคาร์ลอย...เพราะในบรรดาพาลาดินที่หนีตายออกมาจากอาณาจักรเวสก์ มีเพียงมันคนเดียวที่ไม่ได้เข้าร่วมกับพวกเรา"
คนที่ปรึกษาอยู่ด้วยถาม "แล้วเราจะทำยังไงดี? ถ้าเกิดวงเวทของผู้ถูกเลือกเปิดออก แล้วพวกเราทุกคนกลับไปข้างนอกกันหมด ก็จะทำอะไรมันไม่ได้แล้วนะ"
ซาคิมะกล่าว "เราต้องจัดการสองคนนี้ที่นี่ให้ได้ แล้วค้นเอาตำราออกมาจากตัวมัน"
"เอ้อ! จริงสิ...พวกเจ้าใครมีอุปกรณ์จดบันทึกบ้าง?"
ทุกคนต่างก็รีบค้นหาของในตัว...แต่ใครจะไปคิดล่ะว่ามาลงดันเจี้ยนล่าสมบัติแล้วจะต้องพกของแบบนี้มาด้วย?
โชคดีที่ยังมีบางคนที่ชอบจดบันทึกติดสมุดกับปากกาขนนกมาด้วย ในตอนนี้จึงได้เกิดประโยชน์
ซาคิมะกล่าว "อีกเดี๋ยวเราจะลงมือกัน หลังจากฆ่าสองคนนั่นแล้วได้ตำรามา ทุกคนก็แยกย้ายกันคัดลอกเนื้อหาข้างใน"
"แบบนี้พอออกไปข้างนอก พวกเราจะได้ไม่กลับไปมือเปล่า"
เพราะหลังจากที่ออกไปแล้ว ตำราต้นฉบับจะต้องถูกยึดขึ้นเบื้องบนอย่างแน่นอน พวกเขาจึงต้องเตรียมการเช่นนี้
หลังจากวางแผนทุกอย่างเสร็จสิ้น ซาคิมะก็เริ่มดำเนินการ
เขาจัดแจงให้คนบางส่วนเริ่มออกลาดตระเวนรอบ ๆ โดยอ้างว่าเพื่อตรวจหาพวกอันเดดล่วงหน้า
แต่คาร์ลอยที่มองจากระยะไกลก็เห็นว่า...คนที่ถูกส่งออกไปนั้น...กำลังค่อย ๆ ตั้งวงล้อมเข้ามาทางนี้อย่างช้า ๆ
มาทิลด้าเองก็มองเห็นความผิดปกตินี้เช่นกัน นางจึงเหลือบมองไปทางคาร์ลอย
"ก่อนที่พวกมันจะปิดวงล้อมเข้ามาได้...เราต้องรีบฝ่าออกไป!" คาร์ลอยกระซิบ
มาทิลด้าพยักหน้ารับ
แต่ใครจะไปรู้...บทละครที่เขียนไว้อย่างดีใช่ว่าจะดำเนินไปตามบทเสมอไป
ที่เขาว่ากันว่า...เรื่องในชีวิตคนเรา สิบเรื่องมักจะมีแปดเก้าเรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่หวัง...ก็คงจะเป็นเช่นนี้เอง
ในขณะที่หน่วยลาดตระเวนจอมปลอมยังไม่ทันจะปิดวงล้อมเข้ามา...ก็มีอันเดดจำนวนมากโผล่ออกมาจากประตูม่านแสงหลายบาน!
เหล่าอันเดดเมื่อเห็นหน่วยลาดตระเวน ก็พุ่งเข้าปะทะทันที!
เนื่องจากกำลังคนกระจัดกระจายและมีน้อยกว่า...หน่วยลาดตระเวนจึงถูกสังหารไปกว่าครึ่ง!
คาร์ลอยเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
พวกเขาสองคนที่อยู่ใจกลางพายุยังไม่ทันจะเป็นอะไรเลย...แต่คนที่อยู่รอบนอกกลับโดนลูกหลงไปซะแล้ว
แบบนี้จะไปเรียกร้องความยุติธรรมจากที่ไหนได้? แต่ถ้าไม่ใช่เพราะความโลภของตัวเอง...คนพวกนี้ก็คงไม่ต้องมาตายอย่างเปล่าประโยชน์เช่นนี้หรอก
"เราก็ต้องเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเหมือนกัน" คาร์ลอยพูดกับมาทิลด้า
ทั้งสองคนเตรียมพร้อมในความมืด...จี้ห้อยคอม้าศึกมรณะถูกกำไว้ในมือแน่น
แต่ในตอนนี้...คาร์ลอยและพวกเขายังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ในทันที
เพราะสถานการณ์ตอนนี้...มีทั้งกลุ่มของซาคิมะที่อยู่ใกล้ ๆ และพวกอันเดดที่กระจายตัวอยู่รอบนอก
ซึ่งทั้งหมดล้วนมุ่งเป้ามาที่เขา...การกระจายตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ แบบนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการหนีของเขาในภายหลัง
สู้รอให้เจ้าพวกนี้ค่อย ๆ มารวมตัวกันก่อน...พอรอบ ๆ ไม่มีตัวเกะกะแล้ว...ตอนนั้นแหละค่อยเผ่นแน่บ จะได้หนีแบบสบาย ๆ
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว...ทั้งสองคนก็เกร็งสมาธิอย่างเต็มที่เพื่อหาจังหวะเวลาที่เหมาะสม...เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถหนีออกไปได้ก่อนที่จะถูกล้อมโดยสมบูรณ์
ทางด้านซาคิมะตอนนี้เริ่มจะลนลานแล้ว
มีคนเสนอให้รีบฆ่าคาร์ลอยสองคนแล้วรีบหนีไปซะ
แต่ซาคิมะคิดว่าไม่เหมาะสม...ทางออกทุกทางตอนนี้ถูกพวกอันเดดปิดไว้หมดแล้ว...ถ้าพวกเขาชิงสมบัติมาจากตัวคาร์ลอยได้ ก็ยากที่จะหนีรอดไปได้
เพราะถ้าทำแบบนั้น...เป้าหมายก็จะเปลี่ยนมาเป็นพวกเขาแทน...แล้วพวกเขาก็จะกลายเป็นฝ่ายที่ถูกไล่ล่าเสียเอง
สู้รอดูสถานการณ์อยู่เฉย ๆ จะดีกว่า...ถ้าพวกอันเดดมาเพื่อหนังสือบนตัวคาร์ลอยจริง ๆ...หนึ่งคือพวกเขาสามารถหนีเอาตัวรอดได้...สองคืออาจจะมีโอกาสได้ 'ชุบมือเปิบ' ก็เป็นได้
แบบนี้มันดีกว่าการแบกรับหายนะทั้งหมดไว้กับตัวเองเยอะ!
และแล้ว...ต่างฝ่ายต่างก็มีแผนการของตัวเอง...จึงยังไม่มีการปะทะครั้งใหญ่เกิดขึ้น
แต่สถานการณ์สำหรับคาร์ลอยและมาทิลด้า...ยิ่งมายิ่งเสียเปรียบเข้าไปทุกที