เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 เริ่มต้นใหม่

ตอนที่ 1 เริ่มต้นใหม่

ตอนที่ 1 เริ่มต้นใหม่


ตอนที่ 1 เริ่มต้นใหม่

ข้าได้ร่วงมาจากที่แห่งหนึ่ง ผ่านความมืดที่ทอดยาวไม่สิ้นสุด มันมืดจนมองอะไรไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย ที่คอของข้านั้นราวกับถูกกรีดมาจากภายใน แม้ว่าจะพยายามส่งเสียงออกมาดังแค่ไหน ข้าก็ไม่ได้ยินเสียงของตัวเองแม้แต่น้อย

ที่แย่ไปกว่านั้น คือข้าจำอะไรไม่ได้เลย

ไม่สิ ไม่ใช่ ข้ายังจำชื่อตัวเองได้ ข้าชื่อไมเคิล ที่ข้าไม่รู้จริงๆคือ ข้ามากจากไหน ข้าอายุเท่าไหร่ แล้วตอนนี้ข้าตกลงมาที่แห่งนี้ได้อย่างไร?

ข้าชื่อไมเคิล เขาพูดชื่อตัวเองซ้ำๆ แม้นั่นจะไม่ใช่เรื่องที่สำคัญมาก แต่นั่นก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาจำได้ขณะที่เขากำลังร่วงลงมาท่ามกลางความมืด

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ไม่สิ อาจจะ หนึ่งวันหือหนึ่งสัปดาห์แล้ว

เขายังคงร่วงลลงมาท่ามกลางความมืด

เขาพยายามส่งเสียงออกมา

สุดท้าย เขาก็ทนไม่ไหว เขาอ่อนล้าเกินกว่าที่ฝืนได้ เขาหมดสติไปแล้วหวังแต่ว่าเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เขาจะไปโผล่ที่ไหนสักที่

...

มีมือมาตบหน้าข้าเบาๆ “ตื่นได้แล้วไอ้หนู อย่าให้อาจารย์รอ”

ไมเคิลส่งเสียงครวญครางออกมา ร่างกายของเขารู้สึกกเจ็บปวดแม้ว่าเขาจะไม่มีร่องรอยหรือแผลฟกช้ำใดๆก็ตาม ตอนนี้ ไมเคิลต้องการที่จะกลับไปนอนอีกครั้ง เขาจึงสะบัดมือของคนๆนั้นออก

ชายคนนั้นดึงไมเคิลอีกครั้งหนึ่ง ถึงอย่างนั้นไมเคิลก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เขาถูกเตะเข้าที่ท้องอย่างแรงจนลงไปนอนขด “ไอ้บ้าเอ้ย” ไมเคิลสบถออกมา

“อย่ารุนแรงนัก สเทน ข้ายังจำเป็นที่ต้องมีเจ้าหมอนี่อยู่” เสียงของใครบางคนพูดออกมา มันเป็นเสียงที่นุ่มนวล แม้คนๆนั้นจะพูดสั่งก็ตาม

“ขออภัยท่านอาจารย์” สเทนกล่าว “ข้าจะระวังให้มากกว่านี้ ข้าสัญญา”

ความเจ็บปวดที่ท้องของไมเคิลค่อยๆลดลงในขณะที่เขาค่อยๆลืมตาขึ้น ตอนนี้เขานอนอยู่บนพื้นดินที่มีเศษดินและหินกระจัดกระจายอยู่รอบๆ มีโดมที่ส่องแสงสว่างคลุมไว้รอบบริเวณ มันสูงประมาณ 3-4 เมตร แต่ภายนอกโดมก็ยามถูกปกคลุมด้วยความมืดเหมือนเดิม

อยู่ๆเขาก็ตัวสั่นเมื่อความทรงจำของเขาก่อนหน้านี้ค่อยๆเริ่มกลับมา

สายตาของเขามองไปที่พื้นดินอีกครั้ง เหมือนว่าเขาจะมาถึงปลายทางของความมืดนั้นแล้ว แม้ว่าเขาจะเจ็บตัวไปบ้าง แต่นั่นก็ถือว่าโชคดีที่เขายังมีชีวิตรอดอยู่

ข้าอยู่ที่ไหนกัน?

เขาไม่รู่ว่าอยู่ที่ไหน สิ่งเดียวที่จำได้คือเขาชื่อไมเคิล เขาพูดกับตัวเอง “เรื่องอื่นไว้ทีหลัง ตอนนี้เขาต้องรู้สถานการณ์ในปัจจุบันก่อน”

ไมเคิลเอนหลังอีกครั้งและพบว่าสองคนที่รบกวนการนอนของเขากำลังเฝ้าดูอย่างตั้งใจ เมื่อเห็นทั้งสองคนนั้น ความกลัวก็ได้ปกคลุมไปทั่วร่างกายของเขา ร่างกายของทั้งสองนั้นผิดธรรมชาติอย่างมาก

คนที่สองคนนั้นเรียกว่าอาจารได้ลอยขึ้น ไมเคิลหันไปมอง เขาเห็นรองเท้าที่ลอยอยู่บนพื้นประมาณ 1 ฟุต ดวงตาของไมเคิลเบิกกว้าง สิ่งที่ทำให้เขาตกใจนั่นก็คือขนาดตัวของคนๆนั้นใหญ่โตมาก

เขาสูงอย่างน้อย 3 เมตร

ไมเคิลกลืนน้ำลายอึกใหญ่และหันไปมองที่สเทน เขาเอากระดูกชิ้นหนึ่งมาให้ไมเคิลกิน ขณะที่ไมเคิลสังเกตุไปที่สเทน เขามีร่างกายที่เป็นโครงกระดูกทั้งตัว “นี่มันอะไรกันเนี่ย” เขาแอบพูดกับตัวเองเบาๆ

หรือว่าที่นี่คือนรก? เขาหัวเราะแล้วคิดว่า “บางทีที่นี่อาจเป็นที่ๆเหมาะกับข้าจริงๆนั่นแหละ”

“หัวเราะอะไร เจ้ามนุษย์”? สเทนถามด้วยความสงสัย นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง “เจ้าคิดว่านี่มันเป็นเรื่องตลกอย่างงั้นเหรอ”? เขาเดินเข้าไปถามสเทนเหมือนคนที่กำลังจะเข้าไปหาเรื่อง

เขาพยายามจะถอยหนีขณะที่คิดในใจไปว่า “ไม่น่าเลย อยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้ยังจะไปหาเรื่องกับคนที่ไม่รู้จักอีก บ้าเอ้ย”

“พอแค่นั้นแหละสเทน” อาจารย์ของเขาตะคอก “ลากตัวเขาขึ้นมา”

สเทนคอตกเมื่อได้ยินแบบนั้นเขาก็วางอาวุธของเขาลง มันเป็นขวานที่มีด้านคมสองด้าน ส่วนมันทำมาจากอะไรนั้น ไมเคิลเองก็ไม่รู้

สเทนเดินมาหยุดอยู่หน้าไมเคิล แล้วจับตัวไมเคิลให้ลุกยืนขึ้นมา

เขาสะดุ้งเพราะความปวดที่สเทนไปจับส่วนที่เขาบาดเจ็บอยู่ เมื่อไมเคิลได้ยืนอยู่ข้างสเทนเขาได้สังเกตุว่า ความสูงของพวกเขานั้นต่างกันอย่างชัดเจน สเทนสูงประมาณ 3 เมตร ส่วนไมเคิลสูงประมาณ 170 เซนติเมตร

“ข้าดูเตี้ยไปเลยแหะ แต่อย่างน้อยข้าก็มีกล้ามเนื้อแหละ”

“ดีขึ้นแล้วนี่” อาจารย์ของสเทนพูด ไมเคิลยังไม่เห็นหน้าของอาจารย์คนนั้น เสื้อคลุมสีดำขนาดใหญ่คลุมเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า มีเพียงรองเท้าบูทหุ้มเหล็กและถุงมือหนังเท่านั้นที่มองเห็นได้

“ยินดีต้อนรับไมเคิล” อาจารย์คนนั้นพูด

ไมเคิลรู้สึกสงสัยเลยถามไปว่า "ทำไมถึงรู้ว่าข้าชื่ออะไร?"

อาจารย์คนนั้นส่ายหัว “ข้าบอกเจ้าไม่ได้ไมเคิล ความทรงจำของเจ้าถูกลบล้างออกไปตอนที่ถูกพามาที่นี่ เหลือเพียงชื่อของเจ้า ในตอนนี้เจ้าเป็นแค่กระดาษเปล่าหนึ่งแผ่นที่จะได้เขียนเรื่องราวต่างๆลงไปด้วยตัวของเจ้าเอง”

“พามาที่นี่?” ไมเคิลถามออกไปด้วยความไม่พอใจกับคำตอบของอาจารย์คนนั้น “ใครพาข้ามาที่นี่? ท่านงั้นหรือ?”

“ระวังคำพูดหน่อยเจ้าหนู” สเทนคำราม

อาจารย์คนนั้นโบกมือให้ลูกศิษย์ของเขาเงียบ “ไม่ ไม่ใช่ข้า ข้าไม่มีอำนาจที่จะทำอะไรแบบนั้นได้” เขาหยุดก่อนจะพูดอีกครั้ง “ฟ้าประทานเจ้ามาต่างหากล่ะ”

ไมเคิลจ้องมองด้วยความงงก่อนที่อาจารย์คนนั้นจะพูดต่อ “จงตั้งสติและสนใจในเรื่องที่ข้าพูดทำจิตใจให้สงบนิ่งก่อนที่จะทำอะไร บางทีมันอาจทำให้เจ้าเห็นอะไรต่างๆชัดเจนขึ้น”

ไมเคิลสงสัยในสิ่งที่ชายคนนี้พูด เขากำลังพูดถึงอะไร? ก่อนที่จะหันไปหาทางสเทน ไมเคิลพบว่า ทั้งสเทนและอาจารย์ของเขากำลังมองตัวไมเคิลด้วยความหวัง

พวกเขาสองคนเป็นอะไรกันแน่? และไมเคิลก็ไตร่ตรองในคำพูดของคนที่เป็นอาจารย์ของสเทน ไม่ว่ายังไงเขาเองก็ไม่รู้อะไรอยู่แล้ว ในตอนนี้เขาก็คงต้องทำแบบนั้นไปก่อน มันไม่ได้เสียหายอะไรใช่ไหมล่ะ?

ไมเคิลหลับตาลงและพยายามทำให้จิตใจสงบ หลายนาที่ผ่านไปก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น “นี่มันไร้สาระสิ้นดี” ไมเคิลพูดอย่างหมดหวัง "ไม่มีอะไรที่เป็น-"

ไมเคิลยังพูดไม่ทันจบประโยค อยู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นมา

ยินดีต้องรับสู่จักรวรรดิค้ำฟ้า ไมเคิล

เจ้าคือผู้ที่นำพาแสงสว่างมายังจักรวรรดิแห่งนี้เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่ อันเป็นผลมาจากการกระทำของเจ้าในชาติที่แล้ว ทำให้เจ้าได้รับตำแหน่งเป็นผู้เล่นในเกมนี้

วางใจได้ เจ้าได้เลือกที่จะเข้าสู่จักรวรรดิค้ำฟ้าด้วยความเต็มใจของตัวเจ้าเอง เพื่อรักษาสติสัมปชัญญะของเจ้าและให้เจ้าได้สะสมประสบการ์ณขึ้นมาใหม่โดยปราศจากภาระจากอดีต ความทรงจำของเจ้าจึงภูกลบล้างออกไป

ขอให้เจ้าโชคดีและโชคดีกับการแข่งขันของเจ้า!

ไมเคิลอ้าปากค้าง “เมื่อกี้มันคือะไรกัน” เขาถามกับตัวเองหลังจากที่พูดได้ปกติ

อาจารย์คนนั้นหัวเราะและแม้แต่สเทนเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน

“นั่นคือเสียงของผู้ตัดสินน่ะไมเคิล” อาจารย์คนนั้นพูด “ในตอนนี้เจ้าคือผู้เข้าร่วมการแข่งขันคนล่าสุดยังไงล่ะ”

จบบทที่ ตอนที่ 1 เริ่มต้นใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว