- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: ฉันคือพ่อมดต้นแบบ
- บทที่ 116 การต่อสู้ที่เซนต์มังโก
บทที่ 116 การต่อสู้ที่เซนต์มังโก
บทที่ 116 การต่อสู้ที่เซนต์มังโก
ชั้นเรียนสุดท้ายของวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดในปี 1 เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเช่นมนุษย์หมาป่า ไคล์ก็เลยคุ้นเคยกับพวกมันโดยธรรมชาติ มันมีลักษณะคล้ายกับหมาป่าแต่สามารถเดินตัวตรงได้ ปากสั้นกว่าเล็กน้อย มีขนสีเทาทั่วตัว และกรงเล็บแหลมคมโค้งงอที่มือ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือมนุษย์หมาป่าอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ไม่ได้แปลงร่างเฉพาะเมื่อพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้นหรือ? แล้วนี่อะไรที่อยู่ตรงหน้าเขา…มนุษย์หมาป่าตอนกลางวันหรือไง? ไคล์ไม่มีเวลามาคิดแล้วเขารีบยกแขนขึ้นไม้กายสิทธิ์ก็ร่วงจากแขนเสื้อลงมาอยู่ในมือ
คำอธิบายเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าทุกเล่มต่างก็มีประโยคหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือสมองของพวกมันจะสับสนวุ่นวาย ม่มีเหตุผลใดๆ และจะโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณเท่านั้น มนุษย์หมาป่าตัวนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น มันจ้องมองไปที่ไคล์ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายกับความกระหายเลือด
ช่วยไม่ได้ ใครให้เขาอยู่ใกล้มนุษย์หมาป่าที่สุดล่ะ มนุษย์หมาป่าอ้าปากเผยให้เห็นฟันที่แหลมคมยาวอย่างน้อยสองนิ้ว น้ำลายข้นๆไหลซึมออกมาตามซอกฟันหยดลงบนพื้นสีน้ำตาลแดง
"โฮก!"
"อ่อนนุ่ม!" ขณะที่มนุษย์หมาป่ากระโจนเข้ามาไคล์ก็ร่ายคาถาก่อนแล้ว การเคลื่อนไหวของมนุษย์หมาป่าหยุดนิ่งร่างของมันล้มลงด้านข้างอย่างควบคุมไม่ได้ ต้องขอบคุณโอเรนที่เมื่อเขาสอนชั้นเรียนครั้งสุดท้าย เขาพูดถึงคุณลักษณะของมนุษย์หมาป่าอย่างละเอียด และพวกมันทั้งหมดเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่ไม่มีในหนังสือ
ตามที่เขาพูด เมื่อเผชิญหน้ากับเหยื่อมนุษย์หมาป่ามักจะเลือกโจมตีด้วยการกระโดด ซึ่งเรียกว่าการกระโจนมาข้างหน้า พื้นนุ่มๆสามารถทำให้พวกมันเสียหลักซึ่งเหมาะมากที่จะใช้คาถานี้ แม้ว่ามนุษย์หมาป่าจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับไคล์ เขาไม่กล้ากลับไปที่วอร์ดของแฮกริดเขามีเวลาไม่เพียงพอ และการหันหลังกลับเพื่อเปิดประตูจะทำให้เขามองไม่เห็นมนุษย์หมาป่า
ไคล์ไม่ลังเล เขาถอยหลังไปสองก้าวอย่างรวดเร็วเพื่อตีตัวออกห่างจากมนุษย์หมาป่า ในขณะเดียวกันก็ยกไม้กายสิทธิ์ในมือของเขาขึ้น พื้นด้านหน้าพวกเขาเริ่มสูงขึ้นในไม่ช้าก็มีหนามหินเรียงเป็นแถวสูงเพียงไม่กี่นิ้ว หนามหินเหล่านี้ไม่เพียงแต่แหลมคมเท่านั้นแต่ยังแข็งแรงมากอีกด้วย แม้แต่มนุษย์หมาป่าที่มีผิวหนังหนาเหยียบลงไปก็ยังจะรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก มันพยายามจะวิ่งขึ้นไปบนกำแพง...
"ปัง!" ทันใดนั้นประตูวอร์ดก็ถูกเปิดออก ร่างอันใหญ่โตของแฮกริดก็ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเดิน เขารีบออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงข้างนอก หลังจากเห็นมนุษย์หมาป่าแล้วแฮกริดก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่นานเขาก็เห็นไคล์ที่อยู่ไม่ไกล ใบหน้าของแฮกริดเริ่มแดงอย่างรวดเร็ว "เจ้าสัตว์ประหลาด เจ้ากล้าโจมตีพ่อมดตัวน้อยได้ยังไง!" เขาพังประตูแล้วโยนมันออกไปเหมือนจาน
"ปัง...โฮก!" ความแม่นยำของแฮกริดนั้นดีมาก ประตูกระแทกเข้ากับมนุษย์หมาป่าอย่างแรงจนมันอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงร้องออกมา แม้แต่ไคล์ก็หายใจเข้าลึกๆโดยไม่รู้ตัว เขายังได้ยินเสียง "แกร็ก" ของกระดูกแตกเมื่อสักครู่นี้
แม้ว่ามนุษย์หมาป่าเกือบจะหมดสติไปแล้วแต่สัญชาตญาณของสัตว์ร้ายยังคงอยู่ มันเหลือบมองแฮกริดด้วยความหวาดกลัวจากนั้นจึงหันหลังวิ่งหนีไป เมื่อมองดูทิศทางที่มันวิ่งไปม่านตาของไคล์ก็หดตัวลง เขาก็ตะโกนเสียงดัง "แฮกริด ตรงนั้นมีบันได อย่าปล่อยให้มันผ่านไป!"
"ฉันรู้" แฮกริดรีบไล่ตามไปแต่ความเร็วของเขาช้าเกินไป ชุดคนไข้ที่รัดแน่นเหมือนผ้าพันตัวทำให้เขาวิ่งไม่ไหว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตามมนุษย์หมาป่าให้ทัน แม้แต่ไคล์ก็ยังแซงหน้าเขาไปได้อย่างง่ายดาย
"ไคล์ กลับมา!" แฮกริดทำได้แค่วิ่งแล้วฉีกเสื้อผ้าบนตัวของเขา "ให้ตายเถอะ คนจากเซนต์มังโกยังไม่มาเหรอ?"
อีกด้านหนึ่ง ไคล์ที่กำลังไล่ตามก็กังวลพอๆกัน นั่นคือถ้าเขาถูกกัด...เขาบอกลาฮอกวอตส์ไปได้เลย ไม่เหมือนสถานการณ์ของลูปิน มีคนจำนวนมากที่รงพยาบาลเซนต์มังโกเป็นไปไม่ได้ที่จะซ่อนมันไว้หากเขาถูกกัด แต่เขาอดไม่ได้ที่จะมองดูมนุษย์หมาป่าพุ่งไปที่ชั้นล่างเพื่อโจมตีคนที่ไม่ได้เตรียมตัว
"โชคดีที่เรายังมีแฮกริดอยู่" ไคล์รู้สึกสบายใจขึ้นมากเมื่อเขาฟังเสียงฝีเท้าอันน่าหนักแน่นข้างหลังเขา เมื่อมนุษย์หมาป่ามาถึงบันไดของทางเดินแล้วเริ่มชะลอความเร็ว เขาก็เหยียดไม้กายสิทธิ์ออกไปทันที "*คอนฟรินโกร!" "**ดีพัลโซ!"
คาถาทั้งสองโจมตีมนุษย์หมาป่าแล้วกระแทกมันเข้ากับผนังด้านหลัง ไคล์มองย้อนกลับไปเห็นศาสตราจารย์เคตเทิลเบิร์นนอนตะแคงข้างทางเดินโดยถือไม้กายสิทธิ์ด้วยแขนที่เหลือ คาถาขับไล่เมื่อกี้นี้ถูกร่ายโดยเขา
"คุณ...พวกคุณกำลังทำอะไร..." ทันใดนั้นก็มีเสียงเด็กน้อยดังขึ้น
ไคล์หันขวับไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ตรงมุมบันไดมีเด็กชายหน้ากลมตัวอ้วนปรากฏตัวขึ้น เขาถือกล่องอาหารกลางวันมองดูพวกเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแต่ไคล์เท่านั้นมนุษย์หมาป่ายังสังเกตเห็นจำนวนผู้คนที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันอีกด้วย ดวงตาที่มัวหมองของมันกลับมามีประกายดุร้ายอีกครั้ง ดิ้นรนจะกระโจนเข้าใส่เด็กชายคนนั้น
"อ่อนนุ่ม!" มนุษย์หมาป่าที่เพิ่งลุกขึ้นยืนเอียงร่างของเขาล้มลงอีกครั้ง ไคล์โบกไม้กายสิทธิ์เปลี่ยนชั้นวางเหล็กตรงทางเดินให้เป็นหอกแหลมคม แล้วขว้างมันใส่มนุษย์หมาป่าด้วยสุดกำลังของเขา หอกแทงทะลุผิวหนังของมนุษย์หมาป่าเพียงเล็กน้อยแต่มันก็ไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้
ไคล์ไม่ได้คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในความพยายามครั้งแรก ดังนั้นเขาจึงใช้คาถาอื่นทันทีหลังจากขว้างหอก "ดีพัลโซ!" เช่นเดียวกับค้อนหนักที่ตอกตะปู หอกที่มีคาถาขับไล่ก็แทงทะลุหน้าอกของมนุษย์หมาป่าโดยตรงตอกมันลงกับพื้น
"ไคล์ หลบ...เอ่อ!" ในที่สุดแฮกริดก็มาถึง เขามองดูมนุษย์หมาป่าตรงหน้าแล้วลดแขนลงอย่างเงียบๆ ดูเหมือนว่า...เขาไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว
"คุณช่วยไปหาใครสักคนจากโรงพยาบาลหน่อยได้ไหม" ไคล์มองดูเด็กน้อยแล้วพูดว่า "บอกพวกเขาว่ามีมนุษย์หมาป่าที่ควบคุมไม่ได้อยู่บนชั้นสี่"
เด็กชายดูหวาดกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเขาไคล์ตะโกนสองครั้งก่อนที่เขาจะโต้ตอบ "ครับ…ครับ..." เขาเหลือบมองไคล์ด้วยความกลัว แล้วรีบวิ่งลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็ว
"ฉันคิดว่าเขาอาจจะกลัวนะ" แฮกริดพูดข้างๆเขา ไม่ต้องพูดถึงเด็กเลยแม้ว่าตอนนี้เขาก็หวาดกลัว
"เราทำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้" ไคล์ยักไหล่แล้วพูดว่า "ยังดีกว่าต้องกลายเป็นมนุษย์หมาป่า" ในเวลานี้ ศาสตราจารย์เคตเทิลเบิร์นได้ใส่ขาเทียมของเขาแล้วกำลังเดินกะโผลกกะเผลก
"ขอโทษนะเด็กน้อย ฉันประมาทไปฉันน่าจะเพิ่มคาถาอื่นอีก"
ไคล์ส่ายหัว "มันไม่ใช่ความผิดของคุณครับศาสตราจารย์" มนุษย์หมาป่าตอนนั้นไม่มีแรงต้านแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพราะเห็นเด็กชายคนนั้นถึงได้คลุ้มคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง และเด็กชายคนนั้นก็ยืนอยู่ตรงมุมบันได ศาสตราจารย์เคทเทิลเบิร์นในตอนนั้นไม่สามารถมองเห็นเขาได้เลย
.
.
.
*คำสาประเบิดทำลาย (Blasting curse) คำร่าย คอนฟรินโกร คาถานี้เพื่อใช้ระเบิดสิ่งของ ผู้ใช้คาถาจะต้องชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่สิ่งของแล้วจึงร่ายคาถา ความแรงของคาถาอาจจะกระแทกคนที่อยู่ใกล้ได้
**คาถาขับไล่ (Banishing Charm) คำร่าย ดีพัลโซ คาถานี้ใช้เพื่อขับไล่ฝ่ายตรงข้ามในลักษณะของการผลักออกไปให้ไกลจากตัวผู้ร่ายคาถา ผู้ใช้คาถาจะต้องชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่ฝ่ายตรงข้ามแล้วจึงร่ายคาถา ผลที่ได้ก็คือฝ่ายตรงข้ามจะถูกผลักกระเด็นถอยหลังในอากาศไปทางด้านหลังเหมือนกับว่าถูกผลักออกไปให้ไกล