- หน้าแรก
- ราชันย์พยัคฆ์กลืนพรสวรรค์
- บทที่ 25 สังเวียนสัตว์ร้าย
บทที่ 25 สังเวียนสัตว์ร้าย
บทที่ 25 สังเวียนสัตว์ร้าย
กลับไปแก้ไขแล้ว แปลระดับต่ำผิดจริงๆ แล้วคือระดับธรรมดา แล้วก็เรียงระดับพรสวรรค์ใหม่
พรสวรรค์ไม่มีระดับ พรสวรรค์ระดับธรรมดา พรสวรรค์ระดับต้น พรสวรรค์ระดับกลาง พรสวรรค์ระดับสูง(ที่ปรากฏตอนนี้)
___________________________________________
ท่ามกลางแสงและเงาที่สลับกัน
หลังจากถูกขนย้ายมานานกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดหลินเทียนเวยก็มาถึงอีกที่หนึ่ง
หลังจากวางหลินเทียนเวยลงอย่างแรง พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็จากไป
แม้ไม่ต้องใช้ตามอง หลินเทียนเวยก็รู้ว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่แตกต่างจากห้องทดลองก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
กระทั่งในอากาศก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่น่าพิศวง
ราวกับกลิ่นของความบ้าคลั่งและความกระหายเลือดที่ผสมปนเปกัน มาจากสัตว์ร้ายนับไม่ถ้วนที่แผ่กลิ่นอายแห่งความบ้าคลั่ง
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลินเทียนเวยเลือกที่จะซุ่มซ่อนต่อไป
รอจนกระทั่งฤทธิ์ยาในร่างกายสลายไปหมด เขาถึงได้ค่อย ๆ “ตื่น” ขึ้นมา
เมื่อสำรวจไปรอบ ๆ หลินเทียนเวยก็พบว่าที่นี่มืดสนิท
แทบไม่มีแสงสว่าง ทำให้ตัวเองที่เป็นสัตว์หากินกลางคืนมองไม่เห็นอะไรชัดเจน แทบจะไม่มีการมองเห็นเลย
ทำได้เพียงมองเห็นเงาร่างมหึมาจำนวนมากที่ดูเหมือนจะถูกขังอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอย่างเลือนราง
ส่วนตัวเองก็ถูกขังอยู่ในกรงขังอีกกรงหนึ่ง
เป็นกรงที่สร้างจากแท่งเหล็กหนาเช่นกัน
สูดหายใจเข้าลึก ๆ หลินเทียนเวยก็หลับตาลง
ในเมื่อมองไม่เห็นชัดเจน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสิ้นเปลืองพละกำลังของตัวเองเพื่อพยายามมอง
เวลาจะให้คำตอบที่เขาต้องการเอง
บางทีการนอนหลับ อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้
แต่ในขณะที่หลินเทียนเวยกำลังจะหลับ เขากลับได้ยินเสียงที่แสบแก้วหู
ราวกับเสียงฟันที่เสียดสีกันอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นเสียงที่น่ารำคาญ ทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจอย่างยิ่ง
มีสัตว์กำลังยั่วยุเขา!
ขับไล่สิ่งมีชีวิตเช่นเขาที่กล้าบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของสัตว์อื่น
จากทิศทางที่เสียงดังมา หลินเทียนเวยก็ได้คำตอบในทันที
ไม่คาดคิดว่าตัวเองเพิ่งจะมาถึงที่นี่ ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นถึงเพียงนี้
โฮก~
เสียงคำรามที่ทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังออกมาจากปากของหลินเทียนเวย
กล้ายั่วยุเขางั้นเหรอ?
หลินเทียนเวยไม่ยอมง่าย ๆ หรอก
เพียงแต่เสียงคำรามของเขาครั้งนี้ กลับราวกับไปแหย่รังแตนเข้า ทำให้เกิดเสียงสะท้อนกลับมาเป็นทอด ๆ
อากาศเริ่มปั่นป่วน
สัตว์ร้ายนับไม่ถ้วน เริ่มตอบรับเสียงคำรามของหลินเทียนเวย
ในชั่วพริบตา กลับกลายเป็นคลื่นเสียงโจมตีอันทรงพลัง พุ่งเข้าใส่หูของหลินเทียนเวย
บ้าเอ๊ย ไม่รู้จักกติกาหรือไง พวกมากรังแกพวกน้อยชัด ๆ
มีปัญญาก็มาเดี่ยวดี้!
หลินเทียนเวยก็ไม่ได้มีอวัยวะที่ใช้ส่งเสียงพิเศษอะไร
สัตว์ตัวเดียวจะไปคำรามสู้สัตว์มากมายขนาดนั้นได้ยังไง
ก็เลยหลับตาลง แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
ทำเป็นหูทวนลม ใจไม่ทุกข์ร้อน
เสียงคำรามของสัตว์ร้ายเหล่านั้น ไม่ได้รับการตอบกลับจากหลินเทียนเวย แต่กลับคำรามกันเอง
พวกมันไม่ใช่พันธมิตรกันอยู่แล้ว!
ในชั่วพริบตา สถานที่ที่ไม่รู้ว่าใหญ่โตแค่ไหนแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงคำรามของสัตว์ร้ายนานาชนิด
สะท้อนก้องไปมา ช่างอึกทึกครึกโครมยิ่งนัก
ซี่
เสียงประหลาดเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาในเสียงคำรามของสัตว์ร้ายเหล่านี้
ตามมาด้วยก๊าซยาชาที่รุนแรงและไม่รู้จักชื่อชนิดหนึ่ง
ภายใต้การกดดันของกลิ่นอายยาชาที่รุนแรง สถานที่ทั้งหมดก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
มีเสียงคำรามดังขึ้นเป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายก็เงียบหายไป
“ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ผ่านการปรับตัวอย่างหนัก สกัดพรสวรรค์ใหม่สำเร็จ: ความต้านทานยาชา (ไม่มีระดับ)”
“ติ๊ง กรุณายืนยันว่าจะใช้พรสวรรค์นี้หรือไม่”
“ความต้านทานยาชา (ไม่มีระดับ): พรสวรรค์ไม่มีระดับ เพิ่มความต้านทานต่อยาชาเล็กน้อย”
แม้จะกลั้นหายใจไว้แล้ว หลินเทียนเวยก็ยังคงสูดดมก๊าซยาชาเข้าไปเป็นจำนวนมากอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่ในขณะที่เขากำลังมึนงงและใกล้จะหมดสติ เขากลับได้รับการแจ้งเตือนจากระบบว่าสกัดพรสวรรค์สำเร็จ
ใช้!
หลินเทียนเวยเลือกใช้โดยไม่ลังเล
แม้เขาจะแน่ใจได้ว่าตัวเองปลอดภัยชั่วคราว
แต่ความรู้สึกที่ร่างกายไม่อยู่ในอำนาจของตัวเอง ปล่อยให้ชะตากรรมอยู่ในมือของผู้อื่นแบบนี้ เขาไม่ชอบใจอย่างยิ่ง
เมื่อใช้พรสวรรค์สำเร็จ เพียงชั่วพริบตา สติที่เริ่มเลือนรางของหลินเทียนเวยก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง
ก๊าซยาชาที่รุนแรงเหล่านี้ ตอนนี้แทบจะไม่มีผลต่อหลินเทียนเวยเลย
ด้วยความดีใจ หลินเทียนเวยก็ยังคงเลือกที่จะแกล้งสลบต่อไป
กระดิกหูที่ว่องไวของตัวเอง พยายามจะจับข้อมูลบางอย่างจากเสียง
“หนวกหูจริง ๆ หนวกหูอะไรกัน? พวกแกมันพวกขยะน่ารังเกียจ”
“การได้เป็นปุ๋ยให้วัตถุวิจัยระดับ S นั่นแหละคือชะตากรรมของพวกแก”
“เอาล่ะ ในที่สุดโลกก็สงบลงแล้ว”
“เจ้าพวกโง่เง่า ถ้ายังส่งเสียงดังอีก คราวหน้าอาหารลดครึ่งหนึ่ง!”
เมื่อเสียงด่าทอที่สบถไม่หยุดนี้ค่อย ๆ หายไป พื้นที่ทั้งหมดก็กลับมาเงียบสงบลงโดยสิ้นเชิง
หลินเทียนเวยดูเหมือนจะได้รับข้อมูลบางอย่าง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับอะไรเลย
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะนอนหลับ
เขาต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้แน่ใจว่าพลังต่อสู้ของเขาจะอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเสมอ
…
“โครม”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงกระแทกที่คมชัดก็ดังขึ้นข้างหูของหลินเทียนเวย
ลืมตาขึ้น เขาก็พบว่ามีประตูบานหนึ่งปรากฏขึ้นข้างหลังเขา
หลังประตู คือแสงสว่างที่ไร้ขีดจำกัด
มองตามแสงที่ส่องเข้ามาทางประตู หลินเทียนเวยก็พบว่าตัวเองอยู่ในกรงขนาดมหึมากรงหนึ่ง
ส่วนรอบ ๆ ก็คือกรงแบบเดียวกับเขาอีกนับไม่ถ้วน
ข้างในขังไว้ด้วยสัตว์ร้ายหน้าตาดุร้ายนับไม่ถ้วน
สิงโต หมาป่า เสือ เสือดาว หมี...
สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งนานาชนิดล้วนอยู่ที่นี่
ไม่เพียงเท่านั้น บนร่างกายของพวกมันยังมีความผิดปกติอยู่ไม่มากก็น้อย เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ทั้งหมด
ในดวงตาสีแดงฉาน ยิ่งส่องประกายแห่งความบ้าคลั่ง
ราวกับกลไกบางอย่างถูกเปิดใช้งาน กรงที่ขังหลินเทียนเวยอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว
เคลื่อนไปยังทิศทางของประตูอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุดก็ประกบกันสนิท และเปิดประตูบานหนึ่งที่หันหน้าไปทางประตูบานใหญ่นั้นต่อหน้าหลินเทียนเวย
ไม่เพียงเท่านั้น ในกรงยังเกิดกระแสไฟฟ้าที่น่ากลัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
รุนแรง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายของหลินเทียนเวยเป็นอัมพาต ดูเหมือนจะกำลังเร่งให้หลินเทียนเวยรีบออกไป
แม้ว่าหลินเทียนเวยจะไม่กลัวกระแสไฟฟ้าเด็ก ๆ แบบนี้ แต่เขากลับอยากรู้มากกว่าว่าข้างนอกประตูนั้นคืออะไร
ไม่ลังเล
ก้าวเดินอย่างองอาจ หลินเทียนเวยเดินตรงไปยังประตู
ในขณะที่หลินเทียนเวยก้าวออกจากประตู ก็มีเสียงโลหะกระแทกกันดังมาจากด้านหลัง
หันกลับไปมอง กลับพบว่าที่ที่เขาจากมานั้นถูกปิดไปโดยสิ้นเชิง
แทนที่ด้วยประตูเหล็กหนาที่ไม่รู้ว่าหนาแค่ไหน
นั่นหมายความว่า ก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของสังเวียนสัตว์ร้าย เขาไม่มีทางกลับไปได้อีก
มองไปข้างหน้าอีกครั้ง หลินเทียนเวยก็พบว่า ที่นี่คือสถานที่ที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างยิ่ง
มีโครงสร้างคล้ายกับโคลอสเซียมของกรุงโรม เพียงแต่ไม่มีอัฒจันทร์สำหรับผู้ชมที่ใหญ่โต
แทนที่ด้วยอุปกรณ์ถ่ายทอดสดที่ทันสมัยและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงนับไม่ถ้วน
ผู้ชมที่ไม่รู้จักชื่อ จะได้สัมผัสกับความตื่นเต้นของการชมสัตว์ร้ายฆ่าฟันกันอย่างสมจริงผ่านการถ่ายทอดสด
เบื่อหน่ายกับมวยเถื่อนที่ยังพอมีขอบเขตอยู่บ้างแล้ว
คนพวกนี้ที่ชอบความตื่นเต้น ก็เลยหันมาสนใจสัตว์ร้ายที่ดิบเถื่อนที่สุดเหล่านี้
หลงใหลในการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเลือดและเนื้อของพวกมัน จนไม่อาจถอนตัวได้
อันที่จริง สังเวียนสัตว์ร้ายแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของสถาบันวิจัยอิสมาเอลเช่นกัน
ในขณะที่เพาะเลี้ยงสัตว์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง ก็สามารถทำเงินพิเศษก้อนโตได้อีกด้วย
ตรงกลางของสังเวียน มีป้ายบอกข้อมูลขนาดใหญ่แขวนอยู่
ด้านซ้ายเขียนว่าเสือโคร่งไซบีเรีย ข้างล่างเป็นตัวเลข “0” ตัวใหญ่
ด้านขวาเขียนว่าหมีกริซลีซานดรู ข้างล่างเป็นตัวเลข “23” ตัวใหญ่
หมีกริซลีซานดรู?
ในดวงตาของหลินเทียนเวยฉายแววประหลาดใจ
ป้ายบอกข้อมูลหมายถึงหมีกริซลีตัวมหึมาที่อยู่ตรงข้ามนี้งั้นเหรอ?
[จบบท]