เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 สังเวียนสัตว์ร้าย

บทที่ 25 สังเวียนสัตว์ร้าย

บทที่ 25 สังเวียนสัตว์ร้าย


กลับไปแก้ไขแล้ว แปลระดับต่ำผิดจริงๆ แล้วคือระดับธรรมดา แล้วก็เรียงระดับพรสวรรค์ใหม่

พรสวรรค์ไม่มีระดับ พรสวรรค์ระดับธรรมดา พรสวรรค์ระดับต้น พรสวรรค์ระดับกลาง พรสวรรค์ระดับสูง(ที่ปรากฏตอนนี้)

___________________________________________

ท่ามกลางแสงและเงาที่สลับกัน

หลังจากถูกขนย้ายมานานกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดหลินเทียนเวยก็มาถึงอีกที่หนึ่ง

หลังจากวางหลินเทียนเวยลงอย่างแรง พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็จากไป

แม้ไม่ต้องใช้ตามอง หลินเทียนเวยก็รู้ว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่แตกต่างจากห้องทดลองก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

กระทั่งในอากาศก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่น่าพิศวง

ราวกับกลิ่นของความบ้าคลั่งและความกระหายเลือดที่ผสมปนเปกัน มาจากสัตว์ร้ายนับไม่ถ้วนที่แผ่กลิ่นอายแห่งความบ้าคลั่ง

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลินเทียนเวยเลือกที่จะซุ่มซ่อนต่อไป

รอจนกระทั่งฤทธิ์ยาในร่างกายสลายไปหมด เขาถึงได้ค่อย ๆ “ตื่น” ขึ้นมา

เมื่อสำรวจไปรอบ ๆ หลินเทียนเวยก็พบว่าที่นี่มืดสนิท

แทบไม่มีแสงสว่าง ทำให้ตัวเองที่เป็นสัตว์หากินกลางคืนมองไม่เห็นอะไรชัดเจน แทบจะไม่มีการมองเห็นเลย

ทำได้เพียงมองเห็นเงาร่างมหึมาจำนวนมากที่ดูเหมือนจะถูกขังอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอย่างเลือนราง

ส่วนตัวเองก็ถูกขังอยู่ในกรงขังอีกกรงหนึ่ง

เป็นกรงที่สร้างจากแท่งเหล็กหนาเช่นกัน

สูดหายใจเข้าลึก ๆ หลินเทียนเวยก็หลับตาลง

ในเมื่อมองไม่เห็นชัดเจน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสิ้นเปลืองพละกำลังของตัวเองเพื่อพยายามมอง

เวลาจะให้คำตอบที่เขาต้องการเอง

บางทีการนอนหลับ อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้

แต่ในขณะที่หลินเทียนเวยกำลังจะหลับ เขากลับได้ยินเสียงที่แสบแก้วหู

ราวกับเสียงฟันที่เสียดสีกันอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นเสียงที่น่ารำคาญ ทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจอย่างยิ่ง

มีสัตว์กำลังยั่วยุเขา!

ขับไล่สิ่งมีชีวิตเช่นเขาที่กล้าบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของสัตว์อื่น

จากทิศทางที่เสียงดังมา หลินเทียนเวยก็ได้คำตอบในทันที

ไม่คาดคิดว่าตัวเองเพิ่งจะมาถึงที่นี่ ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นถึงเพียงนี้

โฮก~

เสียงคำรามที่ทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังออกมาจากปากของหลินเทียนเวย

กล้ายั่วยุเขางั้นเหรอ?

หลินเทียนเวยไม่ยอมง่าย ๆ หรอก

เพียงแต่เสียงคำรามของเขาครั้งนี้ กลับราวกับไปแหย่รังแตนเข้า ทำให้เกิดเสียงสะท้อนกลับมาเป็นทอด ๆ

อากาศเริ่มปั่นป่วน

สัตว์ร้ายนับไม่ถ้วน เริ่มตอบรับเสียงคำรามของหลินเทียนเวย

ในชั่วพริบตา กลับกลายเป็นคลื่นเสียงโจมตีอันทรงพลัง พุ่งเข้าใส่หูของหลินเทียนเวย

บ้าเอ๊ย ไม่รู้จักกติกาหรือไง พวกมากรังแกพวกน้อยชัด ๆ

มีปัญญาก็มาเดี่ยวดี้!

หลินเทียนเวยก็ไม่ได้มีอวัยวะที่ใช้ส่งเสียงพิเศษอะไร

สัตว์ตัวเดียวจะไปคำรามสู้สัตว์มากมายขนาดนั้นได้ยังไง

ก็เลยหลับตาลง แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน

ทำเป็นหูทวนลม ใจไม่ทุกข์ร้อน

เสียงคำรามของสัตว์ร้ายเหล่านั้น ไม่ได้รับการตอบกลับจากหลินเทียนเวย แต่กลับคำรามกันเอง

พวกมันไม่ใช่พันธมิตรกันอยู่แล้ว!

ในชั่วพริบตา สถานที่ที่ไม่รู้ว่าใหญ่โตแค่ไหนแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงคำรามของสัตว์ร้ายนานาชนิด

สะท้อนก้องไปมา ช่างอึกทึกครึกโครมยิ่งนัก

ซี่

เสียงประหลาดเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาในเสียงคำรามของสัตว์ร้ายเหล่านี้

ตามมาด้วยก๊าซยาชาที่รุนแรงและไม่รู้จักชื่อชนิดหนึ่ง

ภายใต้การกดดันของกลิ่นอายยาชาที่รุนแรง สถานที่ทั้งหมดก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

มีเสียงคำรามดังขึ้นเป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายก็เงียบหายไป

“ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ผ่านการปรับตัวอย่างหนัก สกัดพรสวรรค์ใหม่สำเร็จ: ความต้านทานยาชา (ไม่มีระดับ)”

“ติ๊ง กรุณายืนยันว่าจะใช้พรสวรรค์นี้หรือไม่”

“ความต้านทานยาชา (ไม่มีระดับ): พรสวรรค์ไม่มีระดับ เพิ่มความต้านทานต่อยาชาเล็กน้อย”

แม้จะกลั้นหายใจไว้แล้ว หลินเทียนเวยก็ยังคงสูดดมก๊าซยาชาเข้าไปเป็นจำนวนมากอย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่ในขณะที่เขากำลังมึนงงและใกล้จะหมดสติ เขากลับได้รับการแจ้งเตือนจากระบบว่าสกัดพรสวรรค์สำเร็จ

ใช้!

หลินเทียนเวยเลือกใช้โดยไม่ลังเล

แม้เขาจะแน่ใจได้ว่าตัวเองปลอดภัยชั่วคราว

แต่ความรู้สึกที่ร่างกายไม่อยู่ในอำนาจของตัวเอง ปล่อยให้ชะตากรรมอยู่ในมือของผู้อื่นแบบนี้ เขาไม่ชอบใจอย่างยิ่ง

เมื่อใช้พรสวรรค์สำเร็จ เพียงชั่วพริบตา สติที่เริ่มเลือนรางของหลินเทียนเวยก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง

ก๊าซยาชาที่รุนแรงเหล่านี้ ตอนนี้แทบจะไม่มีผลต่อหลินเทียนเวยเลย

ด้วยความดีใจ หลินเทียนเวยก็ยังคงเลือกที่จะแกล้งสลบต่อไป

กระดิกหูที่ว่องไวของตัวเอง พยายามจะจับข้อมูลบางอย่างจากเสียง

“หนวกหูจริง ๆ หนวกหูอะไรกัน? พวกแกมันพวกขยะน่ารังเกียจ”

“การได้เป็นปุ๋ยให้วัตถุวิจัยระดับ S นั่นแหละคือชะตากรรมของพวกแก”

“เอาล่ะ ในที่สุดโลกก็สงบลงแล้ว”

“เจ้าพวกโง่เง่า ถ้ายังส่งเสียงดังอีก คราวหน้าอาหารลดครึ่งหนึ่ง!”

เมื่อเสียงด่าทอที่สบถไม่หยุดนี้ค่อย ๆ หายไป พื้นที่ทั้งหมดก็กลับมาเงียบสงบลงโดยสิ้นเชิง

หลินเทียนเวยดูเหมือนจะได้รับข้อมูลบางอย่าง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับอะไรเลย

ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะนอนหลับ

เขาต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้แน่ใจว่าพลังต่อสู้ของเขาจะอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเสมอ

“โครม”

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงกระแทกที่คมชัดก็ดังขึ้นข้างหูของหลินเทียนเวย

ลืมตาขึ้น เขาก็พบว่ามีประตูบานหนึ่งปรากฏขึ้นข้างหลังเขา

หลังประตู คือแสงสว่างที่ไร้ขีดจำกัด

มองตามแสงที่ส่องเข้ามาทางประตู หลินเทียนเวยก็พบว่าตัวเองอยู่ในกรงขนาดมหึมากรงหนึ่ง

ส่วนรอบ ๆ ก็คือกรงแบบเดียวกับเขาอีกนับไม่ถ้วน

ข้างในขังไว้ด้วยสัตว์ร้ายหน้าตาดุร้ายนับไม่ถ้วน

สิงโต หมาป่า เสือ เสือดาว หมี...

สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งนานาชนิดล้วนอยู่ที่นี่

ไม่เพียงเท่านั้น บนร่างกายของพวกมันยังมีความผิดปกติอยู่ไม่มากก็น้อย เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ทั้งหมด

ในดวงตาสีแดงฉาน ยิ่งส่องประกายแห่งความบ้าคลั่ง

ราวกับกลไกบางอย่างถูกเปิดใช้งาน กรงที่ขังหลินเทียนเวยอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว

เคลื่อนไปยังทิศทางของประตูอย่างต่อเนื่อง

ในที่สุดก็ประกบกันสนิท และเปิดประตูบานหนึ่งที่หันหน้าไปทางประตูบานใหญ่นั้นต่อหน้าหลินเทียนเวย

ไม่เพียงเท่านั้น ในกรงยังเกิดกระแสไฟฟ้าที่น่ากลัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน

รุนแรง แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ร่างกายของหลินเทียนเวยเป็นอัมพาต ดูเหมือนจะกำลังเร่งให้หลินเทียนเวยรีบออกไป

แม้ว่าหลินเทียนเวยจะไม่กลัวกระแสไฟฟ้าเด็ก ๆ แบบนี้ แต่เขากลับอยากรู้มากกว่าว่าข้างนอกประตูนั้นคืออะไร

ไม่ลังเล

ก้าวเดินอย่างองอาจ หลินเทียนเวยเดินตรงไปยังประตู

ในขณะที่หลินเทียนเวยก้าวออกจากประตู ก็มีเสียงโลหะกระแทกกันดังมาจากด้านหลัง

หันกลับไปมอง กลับพบว่าที่ที่เขาจากมานั้นถูกปิดไปโดยสิ้นเชิง

แทนที่ด้วยประตูเหล็กหนาที่ไม่รู้ว่าหนาแค่ไหน

นั่นหมายความว่า ก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของสังเวียนสัตว์ร้าย เขาไม่มีทางกลับไปได้อีก

มองไปข้างหน้าอีกครั้ง หลินเทียนเวยก็พบว่า ที่นี่คือสถานที่ที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างยิ่ง

มีโครงสร้างคล้ายกับโคลอสเซียมของกรุงโรม เพียงแต่ไม่มีอัฒจันทร์สำหรับผู้ชมที่ใหญ่โต

แทนที่ด้วยอุปกรณ์ถ่ายทอดสดที่ทันสมัยและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงนับไม่ถ้วน

ผู้ชมที่ไม่รู้จักชื่อ จะได้สัมผัสกับความตื่นเต้นของการชมสัตว์ร้ายฆ่าฟันกันอย่างสมจริงผ่านการถ่ายทอดสด

เบื่อหน่ายกับมวยเถื่อนที่ยังพอมีขอบเขตอยู่บ้างแล้ว

คนพวกนี้ที่ชอบความตื่นเต้น ก็เลยหันมาสนใจสัตว์ร้ายที่ดิบเถื่อนที่สุดเหล่านี้

หลงใหลในการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเลือดและเนื้อของพวกมัน จนไม่อาจถอนตัวได้

อันที่จริง สังเวียนสัตว์ร้ายแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของสถาบันวิจัยอิสมาเอลเช่นกัน

ในขณะที่เพาะเลี้ยงสัตว์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง ก็สามารถทำเงินพิเศษก้อนโตได้อีกด้วย

ตรงกลางของสังเวียน มีป้ายบอกข้อมูลขนาดใหญ่แขวนอยู่

ด้านซ้ายเขียนว่าเสือโคร่งไซบีเรีย ข้างล่างเป็นตัวเลข “0” ตัวใหญ่

ด้านขวาเขียนว่าหมีกริซลีซานดรู ข้างล่างเป็นตัวเลข “23” ตัวใหญ่

หมีกริซลีซานดรู?

ในดวงตาของหลินเทียนเวยฉายแววประหลาดใจ

ป้ายบอกข้อมูลหมายถึงหมีกริซลีตัวมหึมาที่อยู่ตรงข้ามนี้งั้นเหรอ?

[จบบท]

จบบทที่ บทที่ 25 สังเวียนสัตว์ร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว