เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 44 เจ้าชายลำดับสี่เทราก็อตต์

ตอนที่ 44 เจ้าชายลำดับสี่เทราก็อตต์

ตอนที่ 44 เจ้าชายลำดับสี่เทราก็อตต์ 


หลังจากที่ฉันคุยกับฟีเน่เสร็จ, ฉันก็ให้ลินเฟียเข้ามาฟังด้วย

ลินเฟียสังเกตเห็นดวงตาที่ค่อนข้างแดงของฟีเน่แล้วหันมาจ้องฉันตาเขม็ง

“เกิดอะไรขึ้น?”

“มีมังกรทะเลปรากฎตัวขึ้นทางใต้ ถ้าข้าบอกไปแบบนี้, เจ้าคงพอจะนึกออกใช่ไหมว่าสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน?”

“ม, มังกรทะเลหรอ!?”

“ท่านซิลเวอร์คงสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องมีคำขอจากกิลด์สินะคะ.....”

“สถานการณ์มันแตกต่างจากตอนที่ข้าเอาชนะแวมไพร์ทางตะวันออก ประเทศทางใต้ทั้งสองประเทศเริ่มก่อตั้งพันธมิตรกันแล้ว ด้วยสถานการ์เช่นนี้, ถ้าข้าเข้าไปแทรกแซงในฐานะบุคคล, มันก็จะทำให้พวกเขาสับสนยิ่งกว่าเดิม และตั้งแต่แรกแล้ว, แม้ว่ามันจะอยู่คลาส S เหมือนกับพวกแวมไพร์สองคนนั่น, แต่มังกรทะเลจัดการยากกว่าพวกนั้นมาก ถ้าข้าต้องเอาชนะมันจริงๆ, ข้าก็อยากได้กำลังเสริมเหมือนกัน”

“เรื่องปกติเมื่อมีคู่ต่อสู้เป็นมังกรสินะคะ”

ลินเฟียเข้าใจถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในทันที

สมกับเป็นเพื่อนนักผจญภัยหล่ะนะ เอาเถอะ, มังกรมันก็เป็นตัวอันตรายในระดับที่ผู้คนสามารถเข้าใจได้อยู่แล้วแม้ว่าจะไม่ใช่นักผจญภัยก็ตาม

“แล้วเป้าหมายในการมาที่นี่ของท่านคืออะไรคะ?”

“ผู้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์อยู่ทางใต้ ถ้าเธอสามารถใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ได้แค่มีเธอกับข้าก็น่าจะพอแล้ว เพราะงั้นข้าถึงอยากให้จักรพรรดิส่งตัวแทนออกไป”

“ข้อจำกัดเรื่องที่ตระกูลแอมส์เบอร์กไม่สามารถใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์นอกอาณาจักรได้ นี่ท่านไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหนกัน? แม้แต่ข้าเองก็พึ่งมารู้ตอนที่องค์ชายบอกข้าเนี่ยแหล่ะ”

“พอกลายเป็นนักผจญภัยแรงค์ SS แล้ว, เจ้าจะได้รู้ในเรื่องที่นักผจญภัยทั่วไปไม่สามารถรู้ได้อีกมากมาย พอใจกับคำอธิบายไหม?”

“รวมทั้งความลับของจักรวรรดิด้วยหรอ?”

“ข้อจำกัดของดาบศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่ความลับของจักรวรรดิซักหน่อย จักรวรรดิไม่ได้ปกปิดเรื่องนี้เลย, มันก็แค่ข้อมูลไม่ได้แพร่หลายเท่านั้นเอง ถึงยังไงมันก็มีอยู่ไม่กี่วิธีที่จะใช้ประโยชน์จากมันได้”

“.....นั่นสินะคะ เข้าใจแล้วค่ะ”

ลินเฟียยังคงมองฉันอย่างสงสัยแต่เธอก็เลิกกดดันฉันในเรื่องนี้

บางทีเธอน่าจะคิดว่าถึงจะพยายามสอบปากคำฉันในตอนนี้มันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร

แทนที่จะมาสอบสวนว่าฉันเอาข้อมูลมาจากไหน, สู้รีบหาทางคลี่คลายสถานการณ์ทางใต้ให้จบเร็วๆยังจะดีกว่า

“ในเมื่อท่านอุตส่าห์ดั้งด้นมาถึงที่นี่, ก็แสดงว่าต้องมีเรื่องบางอย่างอยากจะขอกับท่านฟีเน่สินะคะ? แต่มันจะไม่เป็นไรจริงๆหรอคะถ้าพวกระดับสูงของจักรวรรดิเข้าแทรกแซงปัญหาทางใต้แบบนี้?”

“เดาเก่งดีนี่ ใช่, ตามนั้นแหล่ะ แต่ว่าดูเหมือนความลับภายในของกิลด์จะรั่วไหลไปถึงจักรวรรดิด้วยวิธีการบางอย่างดังนั้นตอนนี้กิลด์เองก็กำลังระวังการแทรกแซงของจักรวรรดิอยู่ กิลด์ไม่ได้มีความตั้งใจจะปล่อยให้จักรวรรดิเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แต่อย่างน้อยข้าก็อยากให้พวกเขาอนุญาตให้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็นะ, ถ้าขืนสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปบางทีจักรวรรดิน่าจะส่งหนึ่งในราชวงศ์ตามไปกับกองทัพเพื่อเข้าแทรกแซงก็ได้ แต่ว่ากองทัพนั้นไม่จำเป็นเลย ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากให้พวกเขาถอนกำลังกลับไปซะ”

“ที่มาที่นี่ก็เพื่อขอให้ท่านฟีเน่ทำเรื่องแบบนั้นหรอคะ? นี่ท่านตั้งใจจะใช้งานพวกเราแบบไหนกัน?”

“ตอนนี้ผู้เข้าแข่งศึกชิงบัลลังก์ทั้งสามคนน่าจะกำลังเสนอชื่อของตัวเองอยู่ ซึ่งคนที่น่าจะถูกส่งออกไปมากที่สุดในตอนนี้ก็คือกอร์ดอนที่เป็นนายพลอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น, อีกสองคนเองก็เคลื่อนไหวกองทัพได้เหมือนกัน ซึ่งข้าอยากจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นั้น สิ่งที่ข้าอยากให้เกิดขึ้นที่นี่ก็คือจักรวรรดิยอมอนุญาตให้ปลดปล่อยดาบศักดิ์สิทธิ์และส่งสมาชิกของราชวงศ์ไปเป็นตัวแทนพร้อมกับผู้คุ้มกันระดับสูงจำนวนนึงเพื่อส่งคำอนุญาตนี้ ถ้าสถานการณ์เป็นไปตามนั้นข้าก็จะสามารถพาพวกเขาไปได้ด้วยเวทย์เคลื่อนย้าย มีแค่ตัวหลักที่สำคัญระดับนั้นเท่านั้นที่จะคลี่คลายปัญหาในครั้งนี้ได้”

“หรือถ้าให้พูดก็คือ, ท่านอยากให้ท่านฟีเน่ไปโน้มน้าวราชวงศ์คนอื่นนอกเหนือจากผู้เข้าแข่งสามคนนั้นสินะคะ?”

สมกับเป็นลินเฟีย

การที่เธอทำความเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขนาดนี้ถือว่าช่าวยได้มากจริงๆ

พอฉันพยักหน้า, ลินเฟียก็ดูเหมือนจะยินยอมทำตาม

คำถามก็คือว่าพวกเราควรเข้าหาใครดี

“สามคนนั้นที่เข้าร่วมในสงครามผู้สืบทอดอย่างจริงจังคงไม่มีวันฟังข้อเสนอของข้าแน่ ถึงยังไงพวกเขาทุกคนก็คงอยากได้เครดิตในตอนที่ผู้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์คลี่คลายสถานการณ์ได้ และเอาจริงๆพวกเขาน่าจะอยากยกกองทัพไปด้วยตัวเองมากกว่า เพราะต่อให้ผู้ใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์จะทำสำเร็จ, ถึงยังไงสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่สามารถอ้างได้อยู่ดีว่าเป็นความสำเร็จของตัวเองจริงๆ และด้วยเหตุนี้หล่ะ, ข้าก็เลยอยากให้เป็นเจ้าชายที่ไม่ได้เข้าร่วมในสงครามผู้สืบทอดถึงขนาดนั้น”

อย่างไรก็ตาม, มีเจ้าชายแบบนั้นอยู่ไม่กี่คน

เพราะหลายๆคนมีความสัมพันธ์กับเอริค, กอร์ดอน, หรือซานดร้าผ่านแม่ของพวกเขา

แต่ว่าในบรรดาเจ้าชายทั้งหลายนั้น, มีอยู่คนนึงที่เหมาะกับข้อต้องการนี้

“ถ้างั้น, เจ้าชายลำดับสี่ก็คงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดใช่ไหมคะ?”

“ใช่แล้วหล่ะ”

เธอหาคำตอบได้ในทันที

บางทีเธอน่าจะศึกษาสถานการณ์ของสงครามผู้สืบทอดมาแล้วสินะ

เธอขยันจริงๆ

แม่ของเจ้าชายลำดับสี่คือองค์ราชินี หรือพูดอีกนัยนึงก็คือ, เขามีแม่คนเดียวกับมงกุฎราชกุมาร และด้วยเหตุนี้เอง, เขาจึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทะเลาะกันของตำหนักใน

และตัวเขานั้นก็สนใจแค่การเขียนหนังสือของตัวเอง, เขาไม่ได้สนใจบัลลังก์เลย

พูดแบบนี้อาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่แต่แค่ขอให้ทำงานง่ายๆอย่างการส่งดาบศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่แสดงท่าทีคัดค้านหรอกมั้ง

คำถามก็คือว่าเขาจะยอมออกนอกจักรวรรดิรึเปล่า, ไม่ต้องพูดถึงสถานที่ที่มีมังกรทะเลก่อความวุ่นวายอยู่เลย

ตรงส่วนนี้คงต้องพึ่งการโน้มน้าวของฟีเน่หล่ะนะ

“ถ้างั้นก็ไปกันเถอะค่ะ”

ฟีเน่พูด

สายตาของเธอจริงจัง

ตอนนี้, ถึงเวลาต่อรองแล้ว

...

“ไม่เอาด้วยหรอก”

การปฏิเสธที่รวดเร็วมาจากชายที่มีรูปร่างใหญ่โต

ถ้าให้พูด, ร่างกายของเขานั้นไม่ได้ดูกำยำแข็งแรงเหมือนกับกอร์ดอน ก็นะ, ขนาดร่างกายของเขาใกล้เคียงกับกอร์ดอนก็จริงแต่ตรงส่วนท้องของเขาใหญ่กว่ามาก

เขาคือชายที่ตัวใหญ่ที่สุดและอ้วนที่สุดในราชวงศ์

ร่างกายของเขานั้นทั้งใหญ่และอ้วนกลม

นี่คือเจ้าชายลำดับสี่, เทราก็อตต์ เลคส์ แอดเลอร์

ดวงตาสีน้ำเงิน, ผมสีน้ำตาลและสวมแว่นที่ดูน่าเกลียด

คนที่โดนดูถูกมากที่สุดในราชวงศ์อาจจะเป็นฉันก็จริงแต่คนที่เป็นตัวตลกของราชวงศ์น่าจะเหมาะกับเขามากกว่า และด้วยความที่ว่าพี่ชายคนโตของเรามีหน้าตาหล่อเหลาขนาดนั้น, ทุกคนก็เลยพากันสงสัยว่าเขาเกิดมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง

“แต่ว่า, องค์ชายคะ”

“ต่อให้เป็นคำขอร้องจากคุณฟีเน่, สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็ยังเป็นไปไม่ได้อยู่ดี, และตอนนี้ข้าก็กำลังสร้างผลงานชิ้นโบว์แดงใกล้เสร็จแล้วด้วย”

พอพูดจบท่านพี่เทราก็แสดงสิ่งที่เขาเขียนอยู่ให้เราด้วย

ด้วยการรับสิ่งนั้นมาอย่างสุภาพ, ฟีเน่ก็อ่านดูคร่าวๆแล้วปิดหนังสือในทันที ใช่แล้ว มันน่าอายก็จริงแต่ท่านพี่เทราไม่มีพรสวรรค์เลย เมื่อเปรียบเทียบกับเรื่องนี้, พรสวรรค์ในด้านขี่ม้ากับการใช้ดาบของเขายังมีมากกว่า อย่างน้อยที่สุดประสาทสั่งการของเขาก็ยังดีกว่าฉัน ฉันสงสัยจังเลยนะว่าทำไม.....

พี่เทราหันมามองฉันที่เงียบอยู่

“บางทีคงเป็นคุณซิลเวอร์ที่เคยได้ยินจากข่าวลือใช่ไหม?”

“ใช่ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

“คำขอในครั้งนี้ก็คงมาจากคุณซิลเวอร์หล่ะสิ, ข้าเดาถูกไหม?”

“ส่วนใหญ่ก็ใช่ครับ ในสถานการณ์ที่มีมังกรทะเลปรากฎตัวขึ้นทางใต้นั้น, มันจะเป็นปัญหาเอาได้ถ้าจักรวรรดิส่งกองทัพไปด้วย ถ้าเป็นท่าน, ท่านสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนของจักรพรรดิในการส่งดาบศักดิ์สิทธิ์และมุ่งหน้าลงใต้ด้วยผู้คุ้มกันระดับสูงจำนวนนึง”

“ข้าเข้าใจความต้องการแล้วแหล่ะ แต่ตอนนี้, ข้ากำลังสร้างผลงานชิ้นโบว์แดงอยู่เพราะฉะนั้นข้าขออนุญาตปฏิเสธนะ”

ภายนอกท่านพี่เทราอาจจะดูเหมือนคนหัวไม่ดีแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้างในของเขาจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาเป็นถึงน้องชายแท้ๆของพี่ชายคนโตของพวกเรา ดังนั้นเขาไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอก

หลังจากมองความต้องการของฉันออกอย่างทะลุปรุโปร่ง, เขาก็ใช้เหตุผลโง่ๆนั่นในการบอกปัดฉัน

ทำไมถึงเป็นแบบนั้นกันนะ......

“องค์ชาย! ข้าขอร้องหล่ะค่ะช่วยทำหน้าที่นี้เพื่อผู้คนทางใต้และเหล่าทหารเรือของพวกเราเถอะนะคะ!”

“ข้าก็อยากจะทำตามคำขอของคุณฟีเน่นะแต่ข้าเป็นสมาชิกของราชวงศ์และผู้คนทางใต้ก็ไม่ใช่ประชาชนของข้า ข้าไม่มีภาระผูกพันที่ต้องไปทำอะไรให้พวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น, พวกทหารเองก็เต็มใจที่จะทำหน้าที่ของพวกเขาถูกไหม? มันคงไม่จบง่ายๆหรอกนะถ้าคุณไปห้ามไม่ให้พวกเขาทำแบบนั้นแค่เพียงเพราะมันอันตราย”

เป็นคำตอบที่ทั้งเรียบง่ายและตรงประเด็น

ฉันสงสัยจังว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถเขียนเรื่องแบบนี้ได้ในหนังสือของเขา

“แบบนั้นมัน.....”

“ช่วยยอมรับมันเถอะนะ ถึงยังไงข้าก็ไม่มีความคิดที่จะเคลื่อนไหวอยู่แล้ว”

“....แล้วท่านจะทำยังไงกับน้องชายของท่านที่อยู่ทางใต้หล่ะคะ?”

ฟีเน่ยังไม่ยอมอ่อนข้อง่ายๆ

พอรู้ว่าเขาจะไม่เคลื่อนไหวเพื่อประชาชนหรือทหาร, เธอก็หยิบยกฉันกับลีโอขึ้นมาพูด

ครั้งนี้มีการตอบสนองที่มากขึ้นจากท่านพี่เทรา

“เล่นจี้กันตรงจุดเลยนะเนี่ย แต่ว่าอาร์โนลด์กับลีโอนาร์ดก็โตๆกันแล้ว พวกเขาคงหาทางจัดการได้ด้วยตัวเองแหล่ะ”

“แล้วถ้าเป็นคนที่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่หล่ะคะ? ถ้าท่านปฏิเสธ, ข้าก็คงไม่มีทางเรื่องนอกจากนำคำขอแบบเดียวกันนี้ไปขอกับคนที่ท่านต้องปกป้อง”

ฟีเน่น่าจะกำลังพูดถึงคริสต้ากับน้องชายคนเล็กสุดของฉัน

เธอกำลังจะบอกว่าถ้าเขาปฏิเสธตรงนี้เธอก็จะต้องดึงให้หนึ่งในพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

พอได้ฟังแบบนี้ท่านพี่เทราก็จ้องฟีเน่ตาเขม็ง

“นี่เจ้ากำลังเอาน้องชายกับน้องสาวของข้ามาขู่หรอ?”

“ถ้าท่านมองแบบนั้นข้าก็ไม่ถือค่ะ”

“....น้องชายคนเล็กสุดของข้าหน่ะช่างเถอะ, แต่คริสต้าเป็นสมบัติของราชวงศ์ ข้าจะไม่ยอมให้ใครส่งเด็กสาวผมบลอนด์สุดน่ารักคนนั้นไปเจออันตรายหรอก ถ้ามีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น, มนุษย์ชาติทุกคนก็คงจะถูกสาปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

“ห, หรอคะ....”

นี่มันก็เวอร์ไปหน่อยนะ, เขาพูดเรื่องบ้าๆออกมาอีกแล้ว

ยิงไปกว่านั้น, เขาไม่ได้สนใจน้องชายคนเล็กสุดเลยหรอ? รู้รึเปล่าว่าเขายังมีอายุแค่ 13 เองนะ?”

ฉันเกือบจะถอนหายใจออกมาแต่ฉันสามารถอดกลั้นเอาไว้ได้

“แต่เรื่องที่ข้ากำลังสร้างผลงานชิ้นโบว์แดงอยู่มันก็เป็นความจริงเหมือนกัน.....นี่มันชักเป็นปัญหาแล้วสิ”

“ถ้าท่านกังวลเรื่องผลงานชิ้นโบว์แดงของท่านมันก็ยิ่งเป็นเหตุผลที่ท่านต้องเคลื่อนไหวค่ะ! ตั้งแต่อดีตแล้ว, นักเขียนเก่งๆทุกคนล้วนแบ่งปันประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา! การที่ท่านสามารถช่วยน้องสาวของตัวเองได้และได้รับประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกันมันก็ถือเป็นโอกาสที่ดีไม่ใช่หรอคะ!? ยิ่งไปกว่านั้น ,ถ้าองค์ชายช่วยทางใต้ได้สำเร็จชื่อเสียงของท่านก็จะดึงดูดผู้คนมาติดตามอ่านผลงานของท่านอย่างแน่นอน แบบนี้มันน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าการทำผลงานชิ้นโบว์แดงของท่านให้เสร็จไม่ใช่หรอคะ!?”

เพื่อกดดันด้วยคำตอบในแง่บวก, ฟีเน่ก็สาธยายสิ่งต่างๆที่จะเป็นประโยชน์กับเขา

พอได้ฟังแบบนี้, ท่านพี่เทราก็ไขว้เขวเล็กน้อย

และแล้ว

“ขอข้าถามคำถามนึงได้ไหม? คุณฟีเน่”

“ค่ะ”

“ทำไมคุณฟีเน่ถึงยอมลงทุนทำถึงขนาดนี้? เพื่อสงครามผู้สืบทอดหรอ? หรือว่ามีเหตุผลอื่น?”

“ข้าจะมีเหตุผลอะไรอีกหล่ะคะนอกจากช่วยเหลือผู้คนที่สำคัญกับข้า?”

นี่คือคำตอบที่ซื่อตรง

หลังจากได้ยินแบบนี้, ท่านพี่เทราก็ประหลาดใจเล็กน้อยแล้วพยักหน้าให้เธอหนึ่งครั้ง

“วิเศษ, วิเศษมาก ก็ได้ สำหรับคำตอบที่ซื่อตรงและสวยงามนี้ ถ้าข้าไม่เคลื่อนไหว, ข้า, เทราก็อตต์, ก็คงจะเป็นที่น่าอับอายในฐานะชายรสนิยมดีแล้ว ข้ายอมรับคำขอนี้ เจ้าจะมองว่าเป็นรางวัลจากข้าก็ได้นะ”

พอพูดจบ, ท่านพี่เทราก็ลุกขึ้นแล้วสวมแว่น

ฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ดูเหมือนว่าบางสิ่งที่อยู่ในใจของท่านพี่เทราจะหวั่นไหว

และแล้ว, ด้วยการโน้มน้าวของฟีเน่, พวกเราก็ได้ชายที่เป็นกุญแจสำคัญมาแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 44 เจ้าชายลำดับสี่เทราก็อตต์

คัดลอกลิงก์แล้ว