เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28: เจ้าชายกับเจ้าหญิงแห่งอัลบราโทร

ตอนที่ 28: เจ้าชายกับเจ้าหญิงแห่งอัลบราโทร

ตอนที่ 28: เจ้าชายกับเจ้าหญิงแห่งอัลบราโทร


มีเรือรบสามลำของอัลบราโทรกำลังเข้ามาใกล้พวกเรา

พวกมันเป็นเรือใบที่ติดตั้งปืนใหญ่สำหรับยิงกระสุนเวทมนตร์ ณ ตอนนี้พวกมันคือเรือรบรุ่นล่าสุด การต่อสู้ระยะใกล้นั้นมันก็เรื่องนึงแต่พวกเราคงจะทำอะไรไม่ได้เลยถ้าปะทะกันในการต่อสู้ระยะไกล

“ตามที่คาดเอาไว้, พวกนั้นไม่ได้มาที่นี่เพื่อโจมตีพวกเราสินะ”

“ถ้าพวกนั้นทำ, มันก็คงจะเป็นการเริ่มสงครามแล้วหล่ะครับ”

“ขอบใจที่พาเจ้านั่นไปส่งนะ แล้วสองคนนั้นที่อยู่บนเรืออีกลำเป็นยังไงบ้างหล่ะ?”

“หมดสภาพครับองค์ชาย ถ้าพวกเขาอยู่ในการแข่งขันท่านคงต้องเรียกให้กรรมการยุติการแข่งเลยหล่ะครับ”

หลังจากที่เขาพาลีโอไปส่งที่เรือของฉัน, อัศวินวัยกลางคนก็กลับมาอยู่ข้างฉัน มีแค่เขาที่รู้ว่าพวกเราสลับตัวกันดังนั้นมันคงจะช่วยได้มากถ้ามีเขาอยู่ด้วย

“ถ้าเอาสถานการณ์แบบนั้นมาอ้างอิ้งข้าจะไม่ถูกพิจารณาตัดสิทธิรึไง?”

“ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่รู้ก็ไม่เป็นอะไรหรอกครับ”

เขาตอบกลับ

เขาเป็นคนที่ปรับตัวได้ดีมากจนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของเอลน่า พอเห็นแบบนี้, ฉันชักอยากได้ตัวเขามาเป็นลูกน้องแล้วสิ

“งั้นหรอ แบบนี้คงต้องแสดงให้เต็มที่สินะ”

“ขอให้ข้าติดตามไปด้วยนะครับ”

พอพูดจบ, พวกเราก็มุ่งหน้าไปรับเรือของอัลบราโทรที่กำลังแล่นเข้ามา

————–

“ขอบคุณที่ยอมรับคำขอเจรจาของพวกเรานะคะ ท่านทูต”

คนที่มาขึ้นเรือของเรานั้นเป็นเด็กสาวที่มีผมสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวประบ่าของเธอปลิวไสวไปตามแรงลม

อายุของเธอน่าจะอยู่ที่ราวๆ 14 หรือ 15 ปี ดวงตาสีเขียวของเธอมองมาที่ฉันด้วยความสนใจ

ฉันไม่นึกเลยว่าจะต้องมาจัดการกับคนที่เด็กกว่าที่นี่, ดังนั้นฉันจึงค่อนข้างประหลาดใจ

เธอเองก็น่าจะรู้สึกตัวแล้วแน่ๆดังนั้นเธอจึงรีบก้มศรีษะในทันที

“ขออภัยสำหรับความไร้มารยาทของข้าค่ะ ข้าชื่อเอวาเจริน่า เดอ อัลบราโทร ข้าเป็นองค์หญิงของราชรัฐอัลบราโทรค่ะ ชื่อมันค่อนข้างยาวจะเรียกสั้นๆว่าเอวาก็ได้ค่ะ”

“โถ่, ท่านพี่, รอข้าด้วยสิครับ......”

“คนที่ดูหน้าตางี่เง่าตรงนั้นเป็นน้องชายของข้า, เขาชื่อจูลิโอ เดอ อัลบราโทรค่ะ

หน้าตาของจูลิโอกับเอวานั้นเหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออก มันไม่ใช่ว่าเอวาดูเหมือนผู้ชายแต่เป็นจูลิโอต่างหากหล่ะที่ดูเหมือนผู้หญิง

ถ้าพวกเขามายืนอยู่ข้างกันและยังไม่ได้แนะนำตัว, ฉันคงจะเชื่อว่าพวกเขาเป็นคู่พี่สาวน้องสาว

เอวาเป็นเด็กสาวที่งดงามแต่ฉันก็รู้สึกได้ถึงจิตใจที่แข็งแกร่งจากดวงตาของเธอ ในอีกด้านนึง, จูลิโอนั้นดูเหมือนจะขี้อายและไม่เด็ดขาด ถ้ามาถามฉันว่าใครดูเหมือนผู้หญิงมากกว่าก็คงต้องขอโทษสำหรับความไร้มารยาทของฉันด้วยแต่คำตอบคงเป็นจูลิโอแน่ๆ

ไม่อยากจะเชื่อเลยนะเนี่ยว่าเจ้าชายกับเจ้าหญิงของอัลบราโทรเป็นฝาแฝด ว่าแต่, ที่พวกเขามาขึ้นเรือเรานี่ต้องการอะไรกันแน่นะ?

ฉันทำความเคารพกลับด้วยท่าทีที่งดงามเหมือนกับลีโอในขณะที่คิดว่ามันเป็นเรื่องดีแล้วที่ฉันสลับตัวกับลีโอที่อาการไม่ดีแทนที่จะปล่อยให้เขาฝืนตัวเองมาที่นี่

ก่อนที่พวกเราจะออกเดินทางนั้น, อัลบราโทรได้รับแจ้งว่าลีโอถูกส่งไปที่รอนดิเน่ในฐานะทูตที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ

แน่นอนว่า, สองคนนี้ต้องรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พวกเขาขอเจรจาไม่ใช่หยุดพวกเรา ถ้าพวกเขาอยากจะหยุดพวกเราพวกเขาก็แค่ขวางเส้นทางเดินเรือของพวกเราในตอนที่พวกเรามาถึงน่านน้ำของอัลบราโทรก็พอแล้ว และถ้าอัลบราโทรตั้งใจยอมให้พวกเราผ่านดินแดนของพวกเขาแล้วมาเปลี่ยนใจทีหลังพวกเขาก็จะสูญเสียความเชื่อใจจากประเทศอื่น

ด้วยประการฉะนี้เอง, เอวากับจูลิโอต้องมาที่นี่ด้วยเหตุผลอื่นแน่ๆ

“ข้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับท่านมาค่ะ, เจ้าชายลีโอนาร์ด ในตอนที่เกิดสึนามิมอนส์เตอร์ในจักรวรรดิ, ท่านได้รับความภัคดีจากเหล่าอัศวินและเป็นผู้นำในการโจมตีมอนส์เตอร์ ช่างสมกับเป็นเจ้าชายของจักรวรรดิจริงๆ ท่านมีทั้งความกล้าหาญและพรสวรรค์ทางการทหาร”

“ไม่จริงหรอกครับ ทั้งหมดมันเป็นเพราะความพยายามอย่างแข็งขันของเหล่าอัศวิน ยิ่งไปกว่านั้น, ถ้าพวกเรากำลังพูดเรื่องพรสวรรค์ทางการทหาร, ท่านทั้งสองเองก็มีอยู่ไม่ใช่หรอครับ? องค์หญิงไม่ได้ส่งเรือรบมาที่นี่แค่เพียงเพื่อมาเจอข้าถูกไหม?”

พอได้ยินแบบนี้, สายตาของเอวาก็คมขึ้นเล็กน้อยในขณะที่จูลิโอดูลนลานหนักขึ้น

เป็นไปตามที่คาดเอาไว้, พวกเขามีเหตุผลอื่นในการมาพบพวกเรา

แทนที่จะเคลื่อนไหวเพื่อขัดขวางพวกเรา, พวกเขากลับออกมาที่นี่ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต่างออกไปและพวกเราก็แค่จี้ตรงนั้นเลย

คำถามในที่นี่ก็คือเจ้าชายกับเจ้าหญิงคู่นี้มีเป้าหมายแบบไหนกัน ตัดสินจากนิสัยของพวกเขาทั้งคู่มันดูไม่เหมือนกับว่าสองคนนี้มีความเชี่ยวชาญในการต่อสู้เลย

เอวาอาจจะพอมีความรู้ในเรื่องนั้นอยู่บ้างแต่ฉันไม่สามารถรู้สึกจากจูลิโอได้เลยแม้แต่น้อย บางทีเขาอาจจะมีทักษะดาบแย่กว่าฉันด้วยซ้ำ ทำไมถึงพาคนแบบเขามาด้วยนะ?

ในตอนที่ฉันกำลังคิดที่จะแหย่พวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้, เอวาก็ส่งเสียงออกมา

“สีหน้าของเจ้าออกเกินไปแล้วนะ! ตาโง่เอ๊ย! ให้ตายเถอะ.....”

“ขะ, ขอโทษครับท่านพี่........”

“เห้อ..... องค์ชายลีโอนาร์ด ถ้าท่านเข้าใจถึงขนาดนั้นแล้วข้าก็ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันค่ะ พวกเราอยากให้ท่านเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ พวกเราไม่ได้คิดจะห้ามท่านจากการไปรอนดิเน่แต่, ช่วยอ้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เถอะนะคะ”

“ช่วยบอกเหตุผลมาได้รึเปล่า?”

“.....เป็นไปได้ก็ไม่อยากบอกค่ะ ถึงยังไงพวกเราก็เชื่อใจท่านหรือจักรวรรดิไม่ได้”

“เข้าใจหล่ะ”

การที่สามารถแสดงความไม่ไว้ใจกับคนจากจักรวรรดิได้ชัดเจนขนาดนี้นั้น, เด็กสาวคนนี้เป็นคนที่ใจเด็ดใช้ได้เลย

ราชรัฐอัลบราโทรก็ไม่ต่างอะไรจากประเทศอ่อนแอประเทศนึงเมื่อเทียบกับจักรวรรดิ การค้าขายทางทะเลของพวกเขามีความเจริญรุ่งเรื่องดังนั้นถ้าจักรวรรดิโจมตีพวกเขา, ประเทศอื่นก็จะกลายเป็นพันธมิตรของพวกเขา อย่างไรก็ตาม, ถ้าจักรวรรดิตัดสินใจจะลุยจริงๆ, พวกเราก็มีอำนาจมากพอที่จะขยี้พวกเขา

อัลบราโทเองก็คงจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

แม้กระนั้น, ถ้าเธอมาไม้นี้, มันก็หมายความพวกเขาจะมีปัญหาได้ถ้าพวกเรารู้เรื่องของพวกเขา

ฉันมองไปรอบๆอยู่พักนึง

จากนั้น

“เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ พวกเราจะใช้ทางอ้อมในการไปที่รอนดิเน่”

“อะ, องค์ชาย!? ถ้าพวกเราทำแบบนั้นมันจะทำให้พวกเราไปถึงช้ากว่าเวลาที่กำหนดเอาไว้หลายวันอยู่นะครับ!”

“ไม่เป็นไร พวกเรามีอาหารกับน้ำตุนเอาไว้เยอะอยู่, และทางฝั่งรอนดิเน่เองก็คงจะไม่ว่าอะไรเหมือนกันถ้าพวกเราไปถึงช้าสักหน่อย”

“แต่!”

“ข้าตัดสินใจแล้ว แบบนี้โอเคไหมครับ? องค์หญิงเอวา”

ฉันแอบขำอยู่ในใจในตอนที่เห็นสีหน้าตกตะลึงของเอวา

เข้าใจหล่ะ นี่คือปฏิกิริยาที่ฉันจะได้รับในตอนที่ทำตัวเหมือนลีโอสินะ หรือว่าที่ลีโอทำแบบนี้ก็เพราะเขามีความสุขกับการได้เห็นการตอบสนองแบบนี้?

ปฏิกิริยาของเอวานั้นน่าสนใจมากๆ

“.......สมแล้วค่ะที่เป็นคนที่เข้าร่วมในสงครามผู้สืบทอด ท่านช่างเป็นคนที่จิตใจกว้างขวางจริงๆ พวกเรารู้สึกยินดีกับการตัดสินใจที่ชาญฉลาดของท่านค่ะ, องค์ชายลีโอนาร์ด”

“ขะ, ขอบคุณมากครับ”

“ถ้างั้น, ตอนนี้พวกเราขอตัวลานะคะ”

“ขะ, ขอตัวลาครับ”

ในตอนที่ธุระของพวกเขาเสร็จสิ้น, เอวากับจูลิโอก็กลับไปที่เรือของพวกเขา

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง, พวกเราก็เริ่มเตรียมตัวออกเดินทางไปตามเส้นทางของตัวเอง ฉันอยากจะเลิกทำตัวเหมือนลีโอให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ฉันไม่สามารถทำอะไรที่น่าสงสัยได้เพราะพวกเขากำลังจับตามองพวกเราเพื่อดูว่าพวกเราเปลี่ยนเส้นทางจริงรึเปล่า

ในท้ายที่สุดนั้น, พวกเราก็ออกเดินทางไปในขณะที่ฉันยังปลอมตัวเป็นลีโออยู่

เอาเถอะ, มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรขนาดนั้น ถ้าอยู่แต่ในห้องก็ไม่เป็นที่สะดุดตาแล้ว แล้วมันก็ยังไม่มีงานให้ฉันหรือลีโอทำจนกว่าจะถึงฝั่งด้วย ปัญหาที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ก็คือวัตถุประสงค์ของอัลบราโทร

“พวกเขาต้องการอะไรกันแน่ครับ?”

“ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน”

สำหรับคำถามของอัศวินวัยกลางคนนั้น, ฉันเองก็กำลังสงสัยอยู่

พูดตามตรง, ฉันไม่มีเงื่อนงำอะไรเลย พวกเขาส่งเรือรบมาสามลำที่มีเจ้าชายกับเจ้าหญิงขึ้นมาด้วย ถ้าพวกเขาอยากจะสู้, เจ้าชายกับเจ้าหญิงก็คงไม่จำเป็นหรอก และถ้าพวกเขาไม่อยากสู้, การส่งเรือรบมาสามลำก็ดูจะเกินไปหน่อย

ถ้ามาคิดๆดูแล้วนี่อาจจะเป็นแค่กองเรือสืบข่าวของพวกเขา ถ้าสองคนนั้นมีความสามารถบางอย่างที่มุ่งเน้นไปที่การสืบข่าวมันก็พอจะน่าเชื่อถืออยู่

ว่าแต่, พวกเขากำลังสืบหาอะไรอยู่หล่ะ?

สถานที่แห่งนี้อยู่ในอาณาเขตของราชรัฐอัลบราโทรและฉันก็ไม่เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับกองเรือโจรสลัดขนาดใหญ่ในแถบนี้เลยด้วย

หลังจากที่ครุ่นคิดเกี่ยวกับการเจรจาก่อนหน้านี้อยู่พักนึง, เรือก็โคลงเคลงขึ้นมาอย่างกระทันหัน

“เกิดอะไรขึ้น!?”

“รายงานครับ! ตอนนี้มีพายุเข้าครับ!”

“อะไรนะ!?”

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

สภาพอากาศเป็นปกติดีจนถึงเมื่อสักครู่นี้, แล้วจู่ๆพายุมันมาจากไหนกัน

ด้วยความคิดนี้, ฉันก็รีบไปที่ดาดฟ้าเรือ

บนดาดฟ้าเรือ, มีลมกรรโชกแรงและคลื่นสูงกำลังโจมตีเรืออยู่

ยิ่งไปกว่านั้น, ในตอนที่หันไปด้านข้าง, ฉันก็เห็นอะไรบางอย่างที่ดูน่าจะมีปัญหากำลังจะเกิดขึ้น

“คุณกับตันเรือครับ! พวกเรากำลังจะแยกจากเรือของท่านพี่แล้วนะครับ!”

“ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย! แค่รักษาสภาพเรือให้ลอยอยู่ก็ตึงมือพวกเราแล้วครับ! พวกเราไล่ตามพวกเขาไม่ทัน!”

“ทำอะไรไม่ได้เลยหรอครับ!?”

“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ! นี่มันไม่ใช่พายุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ! จู่ๆมันก็ปรากฎขึ้นมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า! นี่ต้องเป็นฝีมือของมอนส์เตอร์ในทะเลแน่เลยครับองค์ชาย!”

พอได้ยินเสียงกรีดร้องของกัปตันเรือ, ฉันก็นึกถึงสิ่งที่ฉันพูดกับเอลน่าขึ้นมาได้

ฉันบอกเธอเรื่องมังกรทะเล

เรื่องราวที่มักจะวนเวียนอยู่บ่อยๆเกี่ยวกับมังกรทะเลก็คือว่าพวกมันสามารถจมเรือได้ด้วยการเรียกพายุออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งนี่ตรงกับสถานการณ์ในตอนนี้พอดีเลย

และนอกจากนี้มันยังมีเรื่องท่าทีของราชรัฐอัลบราโทรเมื่อสักครู่นี้มาสนับสนุนอีก

เจ้าชายกับเจ้าหญิงเอาเรือรบมาสามลำและบอกให้พวกเราเปลี่ยนเส้นทาง

มันเป็นไปได้รึเปล่าว่าราชรัฐอัลบราโทรรู้ว่ามังกรทะเลจะโผล่มาในตำแหน่งใกล้ๆนี้ก็เลยเข้ามาสำรวจ

ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ไม่มีทางหรอกที่พวกเขาจะบอกพวกเราได้ อัลบราโทรเป็นประเทศที่เน้นเรื่องการค้าขายทางทะเล อย่างไรก็ตามถ้ามีข่าวหลุดไปว่ามีมังกรทะเลโผล่มาในน่านน้ำของพวกเขา, ก็คงไม่มีประเทศไหนที่จะร่องเรือมาประเทศของพวกเขาหรอก เพราะถ้าพวกเขาทำแบบนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรจากฆ่าตัวตาย

ด้วยความคิดนี้, ฉันก็ใช้เวทย์ตรวจจับในทันที สิ่งที่ฉันกำลังตรวจสอบอยู่ก็คือขนาดของพายุ

ในตอนที่ฉันได้รู้ว่าพายุรุนแรงแค่ไหน, ฉันก็เดาะลิ้น

พายุนี้ใหญ่มากและพวกเราก็อยู่ที่ขอบของมัน พูดอีกนัยนึงก็คือ, จุดกำเนิดของพายุไม่ได้อยู่ที่นี่

บางที, ศูนย์กลางของมันน่าจะอยู่ในน่านน้ำของอัลบราโทร

และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ, เรือของเรากำลังถูกดูดเข้าไปที่ศูนย์กลาง

ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป, อย่างเลวร้ายที่สุด, พวกเราก็จะต้องต่อสู้กับมังกรทะเลกลางมหาสมุทร

ถ้าถึงขั้นนั้นหล่ะก็ขอโทษแล้วกันนะ

“กัปตันเรือครับ! ไม่ว่ายังไงก็ต้องพาพวกเราออกไปจากพายุนี้ให้ได้นะครับ!”

“ตอนนี้พยายามอยู่ครับ!”

ด้วยเหตุนี้เอง, ฉันจึงยังต้องปลอมตัวเป็นลีโอต่อไปท่ามกลางพายุคลั่ง

จบบทที่ ตอนที่ 28: เจ้าชายกับเจ้าหญิงแห่งอัลบราโทร

คัดลอกลิงก์แล้ว