เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 อัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดกับนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุด

ตอนที่ 8 อัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดกับนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุด

ตอนที่ 8 อัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดกับนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุด  


ไม่กี่วันหลังจากที่เขากลับมาถึงเมืองหลวงของจักรวรรดิ

วันแห่งโชคชะตาก็มาถึงในขณะที่หลายๆคนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมเทศกาล

“คิดว่าใครจะมา?”

“ต้องเป็นหน่วยระดับสูงแน่นอนครับ”

เขากำลังรอตัวแทนในห้องของเขาที่ปราสาท

วันนี้คือวันที่ลูกของจักรพรรดิจะได้รู้ว่าอัศวินหน่วยไหนที่จะเข้าร่วมเทศกาลกับพวกเขา ซึ่งพิธีการก็ง่ายๆ หัวหน้าอัศวินของแต่ละหน่วยจะไปเยี่ยมที่ห้องของเจ้าชายกับเจ้าหญิง

ภาคีอัศวินหลวงแต่ละหน่วยนั้นจะมีตัวเลขของตัวเอง ยิ่งตัวเล็กน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งแสดงความเก่งกาจของหน่วยนั้น โดยเฉพาะหัวหน้าของสามหน่วยแรก, พวกเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในแง่ของความสามารถที่แท้จริง ดังนั้นเพื่อให้ศักยภาพของกองทัพมีความสมดุลย์, พวกเขาจึงถูกจัดสรรให้มีทหารปลายแถวอยู่ในหน่วยของพวกเขาด้วย

“เอาจริงๆข้าขอใครก็ได้ที่ไม่ใช่เอลน่า......”

“พูดแบบนี้อีกแล้วนะครับ.....เธอเป็นถึงเด็กอัจฉริยะจากบ้านผู้กล้าหาญแอมส์เบิร์กที่ได้เข้าร่วมภาคีอัศวินตั้งแต่อายุ 11 และกลายเป็นหัวหน้าตอนอายุเพียง 14 ปี ท่านเองก็รู้นี่ครับ? ถ้าพวกเราได้เธอมาอยู่ฝ่ายเดียวกันมันน่าจะยอดเยี่ยมไปเลยไม่ใช่หรอครับ?”

“เธอก็มีดีแค่ความสามารถนั่นแหล่ะ ข้ารับมือกับคนอย่างเธอไม่ไหวหรอกนะ”

“เธอขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่มีคุณธรรมสูงส่งแถมยังลือกันว่าเธอคือว่าที่หัวหน้าภาคีอัศวินหลวงคนต่อไปเลยนะครับ”

“นั่นก็แค่ภายนอกเท่านั้นแหล่ะ ทั้งประชาชนทั้งอัศวินไม่ได้รู้ถึงธาตุแท้ของเธอเลย ข้าจะไม่มีวันลืมช่วงเวลาที่ข้าได้พบกับเธอโดยเด็ดขาด มันคือตอนที่ข้าอายุ 7 ขวบ เจ้ารู้ไหมเธอพูดกับข้าว่าอะไรหลังจากที่เธอช่วยข้าจากการโดนรังแก?”

“นั่นสินะครับ เธอพูดว่าอะไรกันนะ”

“เธอเรียกข้าว่า ‘ไอ้อ่อน’ ใช่ไหมหล่ะ? มันคือคำที่เด็กขี้รังแกชอบใช้ไม่ใช่รึไง? แล้วหลังจากนั้นนะ, เธอยังส่งดาบไม้มาให้ข้าแล้วเริ่ม ‘ทำการฝึก’ กับข้าอีก ตอนนั้นข้าถูกอัดอยู่ฝ่ายเดียวและหลังจากวันนั้นข้าก็เริ่มเล่นโดยไม่ให้เอลน่าเห็น เหตุการณ์ครั้งนั้นมันปลูกฝังความอ่อนแอในใจข้า ไม่ว่าใครได้ยินก็คงจะรู้สึกว่าโหดร้ายใช่ไหม? ยัยผู้หญิงนั่นคือปีศาจชัดๆ”

เขากำลังอธิบายเรื่องเกี่ยวกับเธอให้เซบาสฟังอย่างเอาเป็นเอาตายแต่เซบาสก็แค่ยักไหล่เหมือนกับเอือมระอา

หนอย! ทำไมถึงไม่เข้าใจกันเลยนะ!

ในตอนที่เขาเริ่มหงุดหงิดนั้นเอง, ประตูก็เปิดออกอย่างกระทันหัน

จากนั้น

“ยัยปีศาจที่ว่านั่นใครกันหรอ?”

เอลน่าถามด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายของเธอ

ในตอนที่เขาเห็นเธอ, ใบหน้าของเขาก็บูดเบี้ยวในทันที จากนั้น

“เซบาส! เรียกอัศวินมาเร็วเข้า! มีปีศาจอยู่ที่นี่!!”

“โชคร้ายหน่อยนะครับองค์ชาย, ข้าคิดว่าคงไม่มีใครมาหรอก เพราะถึงยังไงอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดก็อยู่ที่นี่แล้ว”

“เซบาสนี่รู้ดีจังเลยนะ แล้วก็เจ้าชายอาร์โนลด์ เลคส์ แอดเลอร์ ข้า, เอลน่า ฟ็อน แอมส์เบิร์ก, หัวหน้าหน่วยสามของภาคีอัศวินหลวง, มาขอเข้าพบค่ะ พวกเราไม่ได้เจอกันมาสองสามปีแล้วแต่ดูเหมือนองค์ชายยังเหมือนเดิมเลยนะคะ”

“ชิ....! ประชดหรอ?”

“อืม ใช่แล้ว ดูเหมือนว่าเจ้าค่อนข้างจะโด่งดังในเมืองหลวงใช้ได้เลย ข้าได้ยินมาดูเหมือนพวกเขาจะเรียกเจ้าว่าเจ้าชายไร้ค่าสินะ ก็ฟังดูเหมาะใช้ได้เลยนี่หน่า”

“เออ, ขอบใจที่ชม รู้สึกดีชะมัดเลย”

จากนั้นพวกเขาก็ยิ้มให้กันแล้วหัวเราะออกมา

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ๆแล้ว, แต่เพื่อนสมัยเด็กก็ยังคงเป็นเพื่อนสมัยเด็ก ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าชายและเธอเป็นลูกสาวของตระกูลผู้กล้าหาญ, พวกเขาก็ยังคงรู้จักกันดี

พวกเขากำลังจ้องหน้ากันด้วยรอยยิ้มแต่มันก็เป็นเขาเองที่เบือนหน้าหนีก่อน

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่? ข้าจำไม่เห็นได้เลยนะว่าเรียกเจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ที่ข้ามาก็เพราะเรื่องนั้นไง เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ?”

“ข้าไม่เชื่อหรอก.....”

“หยาบคายจังเลยนะ รู้ไหมว่าข้าต้องผ่านความยากลำบากมาขนาดไหน? นี่ข้าลงทุนขอให้องค์จักรพรรดิจัดสรรให้ข้าได้มาอยู่กับเจ้าเลยนะ”

“อย่าทำเรื่องไม่จำเป็นจะได้ไหม!? นี่เจ้ากำลังทำให้ข้าถูกพวกพี่ๆเพ่งเล็งอยู่นะรู้ตัวบ้างรึเปล่า!?”

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นนะ แต่เจ้าไม่ได้เล็งบัลลังก์มาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรอ, อัล?”

“ปัญหามันไม่ใช่ตรงนั้นซะหน่อย! โถ่, ให้ตายเถอะ! ตั้งแต่เด็กแล้วทำไมเจ้าถึงชอบเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยเลย!?”

เขารู้ว่าที่เธอทำแบบนี้ก็เพราะนึกถึงเขาแต่มันไม่ได้ช่วยให้เป้าหมายของเขาสำเร็จเลย

ในช่วงเวลาแบบนี้, เขาอยากให้เธอขอให้พ่อจัดสรรเธอไปอยู่กับลีโอมากกว่า แต่ก็เอาเถอะ, เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะยอมทำตามหรือเปล่าถ้าเขาบอกให้เธอไปอยู่ฝั่งลีโอ

และท้ายที่สุดเพราะตอนนี้เอลน่ามาอยู่ฝั่งเขา, สถานะของเขาจึงเปลี่ยนจากตัวละครจืดจางไปเป็นตัวเต็งในการแข่งขัน ซึ่งนี่มันทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ยากขึ้นไปอีก เอลน่าเป็นคนที่ดึงดูดความสนใจคนอื่นได้เองตามธรรมชาติ มันคงพูดได้เลยว่าตอนนี้การจะให้เขาออกปฏิบัติการอย่างลับๆคงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

ถ้าเธอไปอยู่ฝั่งผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆเขาก็คงจะมีปัญหาเหมือนกันแต่การที่เธอมาเข้าร่วมกับเขานั้นจะทำให้มีปัญหามากกว่า เธอคือเอลน่าคนนั้นเลยนะ มันไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ของพวกเขา, แต่เขาไม่อยากมีเธออยู่ใต้บังคับบัญชาด้วย

“ข้าจะทำให้เจ้าชนะในการแข่งครั้งนี้เอง มาทำให้ทุกคนที่เรียกเจ้าว่าเจ้าชายไร้ค่าต้องตกใจจนพูดไม่ออกกันเถอะ!”

“ข้าไม่อยากชนะซักหน่อย.....”

“อย่าคิดแบบนั้นสิ ข้าได้พูดแบบนั้นกับองค์จักพรรดิไปแล้วนะเพราะฉะนั้นพวกเราต้องทำการฝึกพิเศษ! สำหรับตอนนี้, ไปที่สนามฝึกกันเถอะ, ก่อนอื่นข้าขอดูหน่อยว่าทักษะการขี่ม้าของเจ้าพัฒนาไปถึงไหนแล้ว”

“....เซบาส ข้าปวดหัว ข้าคิดว่าอาการเข้าขั้นรุนแรงเลบหล่ะ........”

“ฟังดูแย่เลยนะครับ มันต้องเป็นอาการป่วยทางสภาพจิตใจแน่ๆ ถ้าท่านฝึกจิตกับร่างกายควบคู่กันมันน่าจะรักษาให้หายได้นะครับ, องค์ชาย”

เขาถลึงตามองเซบาสแต่เซบาสก็เมินเขา

อีกไม่นานก็จะถึงวันจัดเทศกาลล่าของอัศวินแล้ว ต่อให้เริ่มฝึกฝนในช่วงไม่กี่วันนี้มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปหรอกหน่า

ด้วยความคิดนี้ในหัว, เขาก็ถูกลากไปที่สนามฝึก

———

วันต่อมา

“โอ้ย!!?? เจ็บนะ.....”

“ขะ, ขอโทษด้วยค่ะ! ข้าจะทำให้เบากว่านี้นะคะ”

เขาไม่สามารถขยับตัวออกจากเตียงได้เพราะปวดกล้ามเนื้อดังนั้นฟีเน่จึงมาทายาให้เขา แต่ไม่ว่ายังไง, หลังของเขาก็หมดสภาพอย่างสมบูรณ์แล้ว มันเจ็บมากจนเขาไม่อยากขยับเลย

ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเอลน่าคอยฟาดเขาเพื่อจัดท่าให้ถูกต้องตลอดคาบเรียนขี่ม้าของเธอ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาถูกฟาดดาบหรือหอกใส่ตอนอยู่บนหลังม้า มันเป็นการฝึกที่สาหัสมาก เขาตกม้าจนหลังกระแทกอยู่หลายครั้ง

ถ้าการฝึกเช่นนี้มีทุกวันหล่ะก็เขาจะต้องตายแน่ๆ

“ท่านอาร์โนลด์คะ ท่านเอลน่าบอกข้าว่าเธอเตรียมการฝึกอื่นให้ท่านตอนบ่ายนี้ด้วย”

“พจนานุกรมของยัยนี่ไม่มีคำว่าพักผ่อนบ้างเลยรึไงนะ......?”

“สมแล้วหล่ะค่ะที่ผู้คนบอกกันว่าเธอคือผู้กล้าคนที่สอง แต่, ท่านอาร์โนลด์, ในฐานะท่านซิลเวอร์, ท่านเองก็น่าจะมีความสามารถพอๆกับเธอไม่ใช่หรอคะ? ท่านตั้งใจทำเป็นขี่ม้าไม่เป็นใช่ไหมคะ?”

“ท่านอาร์โนลด์เป็นผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์โบราณครับ ความแข็งแกร่งทางด้านกายภาพของเขาน้อยกว่าคนธรรมดาซะอีก ไม่ว่าจะเป็นขี่ม้า, ทักษะดาบ, เวทมนตร์สมัยใหม่ เขาแอบโดดวิชาพวกนี้ทั้งหมดดังนั้นความสามารถในเรื่องพวกนี้ของเขาจึงไม่มีความพิเศษเลยครับ ท่านฟีเน่”

“งั้นหรอคะ? ข้านึกว่านักผจญภัยจะมีร่างกายแข็งแรงกันทุกคนนะเนี่ย”

“ส่วนใหญ่ก็ใช่แหล่ะ..... แต่ข้าใช้เวทมนตร์โบราณเพื่อชดเชยความสามารถทางกายภาพที่อ่อนแอและข้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะฝึกความสามารถทางกายภาพของตัวเองมาตั้งแต่แรกแล้วด้วย”

“เจ้าชายมักใจใช้เวทย์เคลื่อนย้ายเพื่อย่นระยะการเดินทางในตอนที่เดินทางไกลๆครับ ช่วงเวลาที่องค์ชายออกไปข้างนอกโดยไม่ใช่เวทย์เคลื่อนย้ายเหมือนกับตอนที่ไปเยี่ยมบ้านดยุคไคลเนลต์นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากจริงๆ และถึงแม้เขาจะออกไปแบบนั้น, เขาก็ยังใช้เวทย์โบราณเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายของตัวเองนะครับ ดังนั้นถ้าไม่มีเวทมนตร์โบราณ, เขาก็คือ ‘ไอ้อ่อน’ เหมือนที่ท่านเอลน่าพูดนั่นแหล่ะครับ”

เขาไม่เหลือแรงไปเถียงกับปากสุนัขไม่รับประทานของเซบาสแล้ว

เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ในขณะที่นอนอยู่บนเตียง

อย่างไรก็ตาม, จู่ๆเซบาสก็พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงสดใส

“แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านจะมองยังไงนะครับ, ต่อให้มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับองค์ชาย, แต่มันก็ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับท่านลีโอนะครับ”

“นั่นสินะ....”

“เอ๋? หมายความว่ายังไงหรอคะ?”

เขาตัดสินใจที่จะอธิบายให้ฟีเน่ฟังเพราะดูเหมือนว่าเธอจะไม่เข้าใจสถานการณ์เลย

แต่ถึงอย่างนั้น, เขาก็ไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด

“เอลน่านั้นพูดได้เลยว่าเป็นอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้น, ต่อให้ข้าชนะก็คงไม่มีใครคิดหรอกว่าเป็นความสำเร็จของข้า”

“ใช่แล้วครับ เหมือนกับที่ท่านฟีเน่เคยพูดเอาไว้, ถ้าพวกเราทำให้ท่านลีโอเป็นผู้ชนะไม่ได้, วิธีที่แน่นอนที่สุดก็คือการทำให้ท่านอาร์โนลด์คือผู้ชนะครับ แต่ว่า, มันคงจะไม่เป็นธรรมชาติถ้าจู่ๆท่านอาร์โนลด์ชนะขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย....แต่สำหรับในตอนนี้พวกเรามีไพ่ใบที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในมือแล้วครับ”

“เข้าใจแล้วหล่ะค่ะ! ท่านอาร์โนลด์จะเอาจริงแล้วสินะคะ!”

“เอาเถอะ, ต่อให้ข้าไม่ทำอะไร, เอลน่าก็คงจะทำด้วยตัวเองอยู่ดี ไม่ว่ายังไง, ข้าคิดว่าพวกเราก็คงจะชนะหล่ะนะ เอลน่ามีทักษะสูงมาก ถ้าข้าไม่ขวางทางเธอชัยชนะก็เป็นของเราค่อนข้างจะแน่นอนแล้วหล่ะ”

“นี่ต้องเป็นสาเหตุที่องค์จักรพรรดิจับคู่ท่านอาร์โนลด์กับท่านเอลน่าแน่ๆเลยค่ะ ฝ่าบาทคงจะมองว่าท่านอาร์โนลด์จะถ่วงแข้งถ่วงขาของท่านเอลน่าในการแข่งขันครั้งนี้”

“แต่องค์จักพรรดิไม่รู้ซะแล้วว่าเขาพึ่งสร้างคู่หูระหว่างอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดกับนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวรรดิ!”

ในขณะที่ทึ่งกับหน้าตาที่ดูมีความสุขของฟีเน่, เขาก็เอาเสื้อแจ็คเก็ตมาสวม

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงวันจัดเทศกาลล่าของอัศวินแล้ว เขาต้องทำสิ่งที่ตัวเองทำได้ก่อนที่จะถึงตอนนั้น

“กรณีที่เลวร้ายที่สุดก็คงจะต้องให้ข้าชนะแล้วชิงตำแหน่งทูตที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จจากคนอื่นๆนั่นแหล่นะ แต่ถ้าให้ดีที่สุดก็คงต้องให้ลีโอเป็นผู้ชนะ”

“ทำไมหล่ะคะ? ต่อให้ท่านอัลกลายเป็นทูตที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและสร้างเส้นสายกับประเทศอื่น, สุดท้ายแล้วมันก็จะกลายเป็นของท่านลีโออยู่ดีไม่ใช่หรอคะ?”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ, ถ้าให้ลีโอชนะมันก็ดีกว่าอยู่ดี ถึงยังไงก็คงจะมีผู้มีอิทธิพลมากมายเข้ามาดูเทศกาลนี้อยู่แล้ว”

“ถึงท่านจะพูดเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่, แต่ที่จริงท่านก็แค่คิดว่าการเป็นทูตที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จมันเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับท่านไม่ใช่หรอครับ?”

ไหล่ของเขากระตุก

พอเห็นการตอบสนองตามที่คาดเอาไว้เซบาสก็ถอนหายใจออกมา, ฟีเน่เองก็ทำตามแล้วพูดออกมา

“ท่านอัล....ไม่เห็นต้องยกให้ท่านลีโอมากขนาดนี้ก็ได้นี่คะ?”

“หืม? ยกให้หรอ?”

“ข้ารู้ค่ะ ท่านอัลคงจะบอกว่าเพื่อทานลีโอก็เลยจะยกให้สินะคะ”

“เห้ออ...ท่านฟีเน่ครับ ดูเหมือนว่าท่านจะเข้าใจเจ้าชายผิดแล้วหล่ะครับ, เจ้าชายที่อยู่เบื้องหน้าท่านคนนี้คือจอมขี้เกียจโดยแท้จริง, ท่านรู้รึเปล่าครับ?”

“ข้าไม่สามารถปิดบังฟีเน่ได้สินะเห้อ....เจ้าก็น่าจะเห็นมันเป็นนิสัยของข้ามาตั้งนานแล้ว ข้าอยากจะยกทุกอย่างให้ลีโอจริงๆ เอาเรื่องบัลลังก์เป็นตัวอย่างก็ได้”

“ว่าแล้วเชียวค่ะ! ในฐานะพี่ชาย, มันก็ถือเป็นเรื่องดีนะคะแต่มันจะไม่ดีถ้าให้มากเกินไป ข้าคิดว่าท่านลีโอเองก็คงจะเสียใจเหมือนกัน”

เขาสามารถใช้ความเข้าใจผิดของฟีเน่เพื่อหลักเลี่ยงการเทศน์ของเซบาสได้

พอเห็นเขาหลอกฟีเน่ได้อย่างแยบยล, เซบาสก็ขมวดคิ้ว

“การหลอกผู้หญิงเป็นสิ่งที่ข้ายอมรับไม่ได้จริงๆนะครับ”

“ข้าไม่ได้หลอกเธอซะหน่อย ก็แค่ทำให้เธอเข้าใจผิดนิดหน่อยเอง”

“ถ้าพูดแบบนั้นอีก ท่านเอลน่าจะโกรธเอานะครับ, รู้รึเปล่า?”

“เห็นเธอเป็นแม่ข้ารึไง.....”

“ข้าหล่ะอิจฉาท่านจริงๆที่มีเพื่อนสมัยเด็กที่ห่วงใยท่านถึงขนาดนี้ ตอนข้าเด็กๆข้าไม่มีเพื่อนแบบนั้นเลยซักคนนะครับ”

“ก็แค่ตัวน่ารำคาญเท่านั้นแหล่ะ, โดยเฉพาะตอนที่ยัยนั่นยัดเยียดเรื่องไร้สาระให้ข้าทำเต็มไปหมด”

“อะไรกัน? นี่เจ้าบอกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระหรอ?”

มีเสียงลอยเข้ามาในห้อง

ในตอนที่เขาหันไปดูเขาก็เห็นเอลน่ายืนอยู่ที่ประตู

เธอกำลังยิ้มให้แต่เขารู้สึกเหมือนกับว่าสามารถมองเห็นความโกรธที่แผ่ออกมาจากตัวเธอได้เลย

เป็นเวลาพักนึง, ที่ความกลัวที่เธอปลูกฝังเอาไว้ในตัวเขาทำให้เขาพยายามจะมองหาทางหนีแต่เนื่องจากมันไม่น่าจะหนีไปไหนได้, เขาจึงเปิดปากพูดอย่างไม่เต็มใจ

“เจ้ามาทั้งๆที่ข้ายังไม่ได้เรียกเลยเนี่ยนะ, เจ้าเป็นคนที่มีงานยุ่งอยู่ตลอดไม่ใช่รึไง....?”

“หยาบคายจริงๆ รู้ไหมเพราะมั่นใจว่ามีคนเจ็บกล้ามเนื้อจนขยับตัวไม่ได้แน่ๆข้าก็เลยแวะไปหายาทามาให้เลยนะ?”

“ข้าไม่เป็นไร ข้ามีคนที่ใจดีกว่าเจ้าเป็นร้อยเท่าทายาให้แล้ว”

“อุ้ย? นี่เจ้ากำลังพูดถึงเจ้าหญิงนกนางนวลสีน้ำเงินที่นั่งอยู่ตรงนั้นสินะ?”

“อ้ะ, ใช่ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ข้าฟีเน่ ฟ็อน ไคลเนลต์ค่ะ”

“ข้าเอลน่า ฟ็อน แอมส์เบิร์ก ห้องของลีโอก็ว่าไปอย่างแต่ข้าไม่นึกเลยนะว่าจะได้มาเจอท่านที่ห้องของเจ้าชายไม่ได้ความนี่”

พอพูดจบ, เอลน่าก็ยิ้มให้ฟีเน่อย่างอ่อนโยน

แน่นอนว่ารอยยิ้มนี้แตกต่างจากรอยยิ้มที่เธอให้เขาโดยสิ้นเชิง มันคือรอยยิ้มที่สร้างความประทับใจให้อีกฝ่าย

“อัล, ข้ารู้สึกว่าเมื่อสักครู่นี้เจ้ากำลังนินทาข้าอยู่ใช่รึเปล่า?”

“คิดไปเองมั้ง”

“ก็ดี ถ้างั้นก็ไปต่อกันเลย”

พอพูดจบ, เอลน่าก็ลากคาเขาออกจากเตียง

ในตอนที่เห็นเขาตื่นตระหนก, เอลน่าก็อธิบายให้เขาฟังด้วยรอยยิ้มตามปกติของเธอ

“เมื่อกี้เจ้าบอกว่าไม่เป็นไรใช่ไหม? ถ้างั้นตอนนี้ก็ไปที่สนามฝึกกันเถอะ”

“หา!? ข้าไม่ได้จะสื่อแบบนั้นซะหน่อย! โอ้ย! มันเจ็บไม่ใช่รึไง!? หยุด!! นี่ข้าเป็นคนเจ็บนะไม่เห็นหรอ!?”

“เจ็บกล้ามเนื้อไม่นับว่าเป็นคนเจ็บหรอกนะ พอได้ขยับร่างกายเดี๋ยวมันก็หายเองหล่ะ”

พอพูดจบ, เอลน่าก็ลากเขาไปสนามฝึกและเริ่มฝึกเหมือนกับเมื่อวาน

จบบทที่ ตอนที่ 8 อัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดกับนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว