เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 19: ร่างราชันย์ที่ตื่นขึ้นมา

Chapter 19: ร่างราชันย์ที่ตื่นขึ้นมา

Chapter 19: ร่างราชันย์ที่ตื่นขึ้นมา


“โอเอซิสงั้นรึ ?”

ฉินมู่ กลับมาที่หมู่บ้านก่อนที่จะตกเย็น  เขาเอาตะกร้าที่เต็มอาวุธนั้นกลับเข้ามาด้วยและชาวบ้านนั้นต่างก็อึ้งและเข้ามารุมล้อมดูสิ่งที่เกิดขึ้น

ฉินมู่ บอกพวกนั้นถึงสิ่งที่เขาไปเจอมาทำให้ชายตาบอกดนั้นสีหน้าเปลี่ยนไปและร้องออกมา – “วัดบนโอเอซิศนั้นคืออาณาเขตของปิศาจซึ่งทรงพลังอย่างมากที่ซึ่งสามารถเปลี่ยนร่างได้  ชื่อของเธอคือ สตรีวู  เจ้าวิ่งเข้าไปในวัดแล้วขโมยของของนางมางั้นรึ ?”

ย่าซี เองก็ร้องออกมาด้วย – “สตรีวู งั้นรึ ? ข้าเองก็เคยผ่านไปที่วัดนั่นแล้วอัดนางเข้าเพราะข้าเห็นว่านางกินมนุษย์ไปมากเกินไป สุดท้ายแล้วนางยังคงซ่อนตัวอยู่หลังพระพุทธรูป  พระพุทธรูปนั้นก็แปลกและเขาต้องการให้ข้าเบามือลง ดังนั้นข้าเลยไม่ได้อัดนางจนตาย  มีบางอย่างแปลกๆเกี่ยวกับพระพุทธรูปนั่น...”

“ ข้าเองก็เคยเจอนางมาก่อน  นางนั้นเป็นปิศาจที่แข็งแกร่งอย่างมากที่ซึ่งสามารถทัดเทียมได้กับผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในระดับเจ็ดดาวดึงส์ได้เลย

ปู่ด้วนได้ถามออกมา – “มู่เอ๋อ เจ้าหนีจาก สตรีวู มาได้หลังจากที่ขโมยของจากนางมางั้นรึ ?”

ฉินมู่ ตระหนักว่าเขาปกปิดความลับไม่ได้อีกต่อไปและได้บอกทุกคนเกี่ยวกับบทสวดปิศาจที่เขาได้เรียนรู้มาจากหุบเขา  จากนั้นเขาก็อธิบายถึงการใช้เสียงของพระเจ้า,ปิศาจและพระพุทธรูปในการจัดการ สตรีวู ลงไป

ทุกคนต่างก็อึ้งเมื่อได้ยินเรื่องของ ฉินมู่  หลังจากเงียบอยู่สักพัก ในที่สุด เฒ่าหม่า ก็ถอนหายใจออกมาพูดขึ้น – “เด็กน้อยที่มีแวว เด็กน้อยที่มีแวว ”

ปู่ด้วน, ปู่หูหนวกและคนที่เหลือต่างก็พยักหน้าและยกนิ้วโป้งให้ด้วยความชื่นชม

สตรีวู นั้นเป็นปิศาจที่มีความแข็งแกร่งระดับเดียวกับผู้ฝึกยุทธระดับเจ็ดดาวดึงส์แต่สุดท้ายกลับโดนปล้นโดย ฉินมู่   ช่างมีแววว่าจะเติบโตได้ดี ! ทำให้ทุกนรู้สึกภูมิใจกับทักษะที่ตัวเองพร่ำสอนไป !

ปู่ใบ้ได้หยิบอาวุธขึ้นมาดูแล้วลองเหวี่ยงมันก่อนจะส่ายหน้า  เขาส่งสัญญาณมือบ่งบอกว่าคุณภาพของอาวุธวิญญาณพวกนี้ไม่ดีและไร้ประโยชน์

“พรุ่งนี้ข้าจะไปที่เมืองเขตแดนมังกรและขายอาวุธวิญญาณพวกนี้  ข้าจะหาอาหาร, ผ้าพันแผล,และไวน์ดีๆกลับมาด้วย”

ย่าซี ยิ้ม – “ได้เวลาที่ข้าเองก็ต้องไปขายของด้วยเหมือนกัน”

ฉินมู่ ตื่นเต้นขึ้นมาทันที  ไปยังเมืองชายแดนมังกรงั้นรึ ?

เขาโตมาอยู่ในหมู่บ้านนี้ตั้งแต่ยังเด็กและเพิ่งได้รับอนุญาตให้เพิ่งออกไปข้างนอกเมื่อไม่นานมานี้ เขาเพียงแค่ได้ยินชื่อเมืองนี้แต่ไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน !

“เรายังเอาเจ้าไปด้วยไม่ได้ เจ้านั้นยังเด็กเกินไป !”  - ย่าซี ส่ายหน้า

ฉินมู่ สลดลงไปทันทีและลังเลสักพักก่อนจะรวบรวมความกล้าสารภาพออกมา – “ย่าซี ปู่หม่า มีอีกอย่างหนึ่ง”

“ร่างราชันย์ของข้าได้ตื่นขี้นมาแล้ว”

ทุกคนเงียบลงไปทันที

หลังจากนั้นสักพัก เฒ่าหม่า, ปู่ด้วน, ปู่บอดและย่าซี นั้นก็เริ่มฉลองส่วนปู่ใบ้เองก็ทำปากพะงึมพะงำ  มีแค่ปู่หูหนวกเท่านั้นที่ไม่รู้ว่า ฉินมู่ พูดอะไรและสับสนว่าทำไมเพื่อนของตัวเองถึงได้ดีใจขนาดนี้  จนกระทั่งเขาเห็น ฉินมู่ พูดซ้ำอีกครั้งและตระหนักว่า ฉินมู่ นั้นพูดอะไรและหัวเราะออกมาดังๆ !

ปู่ตาบอดได้อุทานออกมาดังๆ – “ผู้ใหญ่บ้าน ! ไอ้หมอ ! มานี่เร็วเข้า ! ร่างราชันย์ถูกปลุกขึ้นมาแล้ว !”

ปู่เชือดนั้นตื่นเต้นอย่างมากและคำรามออกมาดังก้อง – “ผู้ใหญ่บ้า , ไอ้หมอ ในที่สุดร่างราชันย์ก็ตื่นขึ้นมาแล้ว !”

ในตอนที่ ฉินมู่ ได้กลับมาที่หมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านนั้นนั่งอยู่หน้าบ้านตัวเองพร้อมกับปู่หมอที่ซึ่งนั่งกินน้ำชากันอยู่แต่ผู้ใหญ่บ้านไม่มีแขนและขาดังนั้นปู่หมอจึงต้องคอยป้อนน้ำชาให้กับเขา

ทั้งสองไปดื่มน้ำชาด้วยกันบ่อยๆเพื่อผ่อนคลายและดื่มด่ำความสงบสุข

ในตอนที่เขาดื่มไปได้ครึ่งเดียวนั้นเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนของปู่บอดและ เฒ่าหม่า ซึ่งทำให้เขากระอักน้ำชาออกมาทันทีจากจมูก,ตาและปาก

แค่กๆ

ถ้วยน้ำชาในมือปู่หมอเองก็แหลกเป็นชิ้นๆทำให้น้ำชานั้นรดลงใส่ใบหน้าของผู้ใหญ่บ้าน  ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยสายตาที่เบิกกว้างและท่าทีเหลือเชื่อ ปากของทั้งคู่อ้าขึ้นพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว

ปู่หมอกลับมารู้ตัวและพูดออกมาแบบตะกุกตะกัก – “ระ....ร่างราชันย์...ตื่นแล้วงั้นรึ ?”

ผู้ใหญ่บ้านนั้นยังไม่ได้สติและทำสีหน้าตะลึงอยู่ต่อ

ปู่ด้วนเดินเข้ามาหาและพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้ – “ถูกต้อง ร่างราชันย์ถูกปลุกขึ้นมาแล้ว ! ข้าตรวจดูแล้วและพบว่าพลังฉีของเขานั้นเข้มข้นกว่าเดิมถึงสามเท่าและบริสุทธิ์กว่ารุ่งอรุณซะอีก ! อีกอย่างตรงใจกลางหว่างคิ้วของเขายังมีความผันผวนแปลกๆ  อีกทั้งแก่นวิญญาณเองก็ถูกปลุกขึ้นมาซึ่งเป็นหลักฐานว่ามันได้หลอมรวมเข้ากับสติของเขาแล้ว ! นี่คือสัญญาณว่าแก่นวิญญาณของเขาได้ถูกปลุกขึ้นมาแล้ว !”

ฉินมู่ เดินเข้ามาและเห็นปากของปู่หมออ้ากว้างขึ้นเรื่อยๆราวกับอมไข่ไว้ข้างในสองฟอง  ในอีกด้านยังคงมีน้ำไหลลงมาจากเปลือกตาด้านล่างของผู้ใหญ่บ้าน เขาคิดกับตัวเอง – “ผู้ใหญ่บ้านและปู่หมอนั้นคงแปลกใจอย่างที่ข้าคิดไว้แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาแปลกใจเกินไปหน่อยหรือ ?”

ปู่หมอปิดปากลงและรีบถามออกมา – “มู่เอ๋อ ร่างราชันย์ของเจ้าถูกปลุกขึ้นมาจริงๆรึ ?”

ฉินมู่ พยักหน้าและพูดขึ้น – “มันถูกปลุกขึ้นมาในตอนที่ข้าไม่ได้ให้ความสนใจมันเท่าไหร่”

ปู่หมอสำลักออกมาอีกครั้งและพึมพำกับตัวเอง – “ปลุกตอนที่เขาไม่ได้สนใจมัน..”

ในที่สุดผู้ใหญ่บ้านก็รวบรวมสติได้และพูดขึ้นมา – “ไม่ต้องเดาเลยว่า มู่เอ๋อ นั้นมีร่างราชันย์จริงๆ  ข้าคิดไว้ไม่ผิดจริงๆ  มันเป็นธรรมดาที่ร่างราชันย์ของเขาจะตื่นขึ้นมา หึหึหึ !”

ปู่หมอได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาและรีบพูดตาม – “มันวิเศษที่ร่างราชันย์นั้นตื่นขึ้นมา ! แต่ มู่เอ๋อ เจ้าห้ามหลงระเลิงเพียงเพราะร่างราชันย์ของเจ้าตื่นขึ้นมา  เส้นทางการบ่มเพาะของเจ้านั้นแค่เพิ่งเริ่มต้น  เจ้าเข้าใจหรือไม่ ?”

ฉินมู่ พยักหน้าตอบรับ

ผู้ใหญ่บ้านยิ้ม – “สิ่งที่ปู่หมอของเจ้าพูดนั้นถูกต้องแล้ว เส้นทางของร่างราชันย์นั้นยากกว่าร่างอื่นๆ ดังนั้นห้ามเจ้าหลงระเลิง  ปู่หมอ ข้ารู้สึกเหนื่อยนิดๆ โปรดพาข้ากลับไปข้างในก่อน”

ปู่หมอเข้าใจและพาเขากลับเข้าไปในบ้าน

ข้างในบ้านนั้นคนแก่สองคนได้มองหน้ากันด้วยความเหลือเชื่อและปู่หมอพยายามพูดเสียงให้เบาที่สุด – “ผู้ใหญ่บ้าน มู่เอ๋อ นั้นมีร่างราชันย์จริงๆรึ ?”

“แน่นอนว่าไม่ !” - ผู้ใหญ่บ้านตอบกลับ

“งั้นที่เขาปลุกขึ้นมานั้นคือ..”

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ?”

ชายแก่สองคนมองหน้ากันอีกครั้งและไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง  หลังจากนั้นสักพักปู่หมอก็ลองถามออกมาอีก – “เป็นไปได้หรือไม่ว่าร่างธรรมดานั้นจะเปิดกำแพงแก่นวิญญาณได้ ?”

“ร่างธรรมดาทำลายกำแพงรึ ? ข้ายังไม่เคยได้ยินมาก่อน ฉินมู่ นั้นอาจเป็นคนแรกก็ได้”

อยู่ๆผู้ใหญ่บ้านก็ยิ้มขึ้นมา – “ไอ้หมอ บางที ฉินมู่ น่ะอาจจะมีร่างราชันย์และอยู่ในเส้นทางที่ไม่ปกติ  ไม่ใช่ว่านั่นคือเป้าหมายของเราหรอกรึ ?”

ปู่หมอเองก็ยิ้มออกมา – “ร่างกายมนุษย์สู่ร่างราชันย์  มู่เอ๋อ นั้นได้ปลุกร่างมนุษย์ขึ้นมาและเส้นทางของร่างราชันย์ของเขาก็เพิ่งเริ่มต้น  มันราวกับว่าข้าเห็นเขาจัดการมังกรได้ด้วยหมัดเดียว !”

ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้าและยิ้มให้ – “ถูกต้อง เรายังแน่ใจไม่ได้แต่ด้วยจิตใจของเขาตอนนี้แล้วเขาอาจจะไปได้ไกลกว่าเราก็ได้”

จิ้งจอกเฒ่าทั้งสองคนหัวเราะออกมาก่อนจะออกมาจากห้องอีกครั้ง

ผู้ใหญ่บ้านกระแอมออกมาและเรียก ฉินมู่ มาหาเขาเพื่อถามถึงวิธีการปลุกแก่นวิญญาณ  ฉินมู่ บอกเขาถึงเรื่องการใช้เสียงพระเจ้า,ปิศาจและพระพุทธรูปให้ต่อสู้กันเองและใช้พลังฉีภายในของเขานั้นทำลายกำแพงแก่นวิญญาณลง

ผู้ใหญ่บ้านทำสายตาเหม่อลอยและพึมพำออกมา – “มีวิธีเช่นนั้นอยู่หรือ ?”

เขาอดที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าไม่ได้  โอกาสที่ ฉินมู่ มีนั้นเป็นบางอย่างที่คนอื่นไม่สามารถทำตามได้  การใช้เสียงของพระเจ้า,ปิศาจและพระพุทธรูปให้มาสู้กันเองนั้นรวมกับความกล้าที่เขาเรียนรู้บทสวดปิศาจและใช้บทสวดนี้คอยต้านทานกับเสียงที่อยู่ในจิตใจของเขาแต่ผลลัพธ์กับออกมาเป็นเช่นนี้ !

การกระทำนี้ดูโง่เง่าโดยไม่รู้ว่าตัวเองจะตายหรือไม่ !

แม้ว่าคนอื่นจะมีโอกาสแบบนี้แต่พวกเขาน่าจะตายจากพลังของเสียงของทั้งสามเสียงนั้นก่อนที่จะมีโอกาสได้ทำลายกำแพงแก่นวิญญาณลง

คนอื่นนั้นไม่รู้ว่าอันตรายที่อยู่ข้างในนั้นคืออะไรแต่เขารู้ถึงมันได้อย่างชัดเจน  พลังของเทพและปิศาจนั้นเป็นของที่มนุษย์ธรรมดานั้นจะมีได้อย่างนั้นรึ ?  สำหรับมนุษย์แล้วมันคือเส้นทางที่นำไปสู่ความตายเมื่ออยากได้พลังเช่นนี้ !

แต่ ฉินมู่ นั้นทำมันสำเร็จซึ่งทำให้ผู้ใหญ่บ้านนั้นต้องตะลึงง

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้นั้นคือ ฉินมู่ นั้นเกือบจะโดนฆ่าโดยการต่อสู้ของเสียงของเทพและปิศาจ  เขานั้นโชคดีที่มีหยกตรงหน้าอกคอยปกป้องเอาไว้  นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ฉินมู่ ถึงยังไม่ตาย

ผู้ใหญ่ตรวจสอบความก้าวหน้าในการบ่มเพาะของ ฉินมู่   เขาเผยสีหน้าตะลึงออกมาก่อนจะรีบรวบรวมสติและกระตุ้นเด็กน้อย – “มู่เอ๋อ เจ้าต้องหมั่นทำการบ่มเพาะและอย่าทำให้เราผิดหวัง  ตอนนี้เจ้าได้ปลุกร่างราชันย์ขึ้นมาแล้ว  เจ้าคือผู้ฝึกยุทธมิใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว”

ฉินมู่ พยักหน้าตอบรับ

ตอนนี้ท้องฟ้าได้มืดสนิทและมีกองไฟกลางหมู่บ้านก็ถูกจุดขึ้นมาเพื่อให้แสงสว่าง  เฒ่าหม่า และคนที่เหลือต่างก็เอาเนื้อสัตว์อสูรที่พวกเขาจับได้มาย่างเพื่อฉลองให้กับ ฉินมู่    ย่าซี รีบลุกขึ้นยืนและจับไปที่หลังของ ฉินมู่ – “ผู้ใหญ่บ้าน, ปู่หมอ มานี่ด้วย มาฉลองกัน !”

“เจ้าสองคนไปก่อนเลย  ปู่หมอกับข้าจะตามเจ้าไปเอง”

หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านเห็น ย่าซี และ ฉินมู่ จากไป  เขาก็พูดขึ้นมาเบาๆ – “ไอ้หมอ  พลังฉีภายในของ มู่เอ๋อ นั้นเข้มข้นอย่างมาก   ในบรรดาผู้ฝึกยุทธที่ข้าเคยเห็นมาก่อนที่จะอยู่ในระดับแก่นวิญญาณแล้ว การบ่มเพาะของเขานั้นสุดยอดที่สุด”

ปู่หมอมองไปที่กลุ่มคนที่กำลังทำการฉลองรอบกองไฟและถามขึ้นมาเบาๆ – “เข้มข้นแค่ไหนกัน ?”

“การบ่มเพาะของข้าตอนอยู่ระดับแก่นวิญญาณนั้นพอๆรึอาจจะน้อยกว่าของเขา”

ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้าราวกับไม่ใส่ใจ – “  ที่ข้าจะบอกคือตอนนั้นข้าอยู่ในระดับสูงสุดของระดับแก่นวิญญาณที่ซึ่ง ฉินมู่ นั้นเพิ่งจะปลุกมันขึ้นมาและยังพัฒนาไปได้อีก”

ตัวของปู่หมอนั้นสั่นอย่างรุนแรงและมองไปที่ผู้ใหญ่บ้านด้วยท่าทีเหลือเชื่อพร้อมกับร้องออกมา – “เทียบเท่าท่านตอนท่านอยู่ในระดับสูงสุดของแก่นวิญญาณอย่างนั้นรึ ? ท่านเนี้ยนะ ? เขาจะ..”

“แต่เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ”

จบบทที่ Chapter 19: ร่างราชันย์ที่ตื่นขึ้นมา

คัดลอกลิงก์แล้ว