เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 18: เด็กปิศาจ

Chapter 18: เด็กปิศาจ

Chapter 18: เด็กปิศาจ


สายตาของ ฉินมู่ หม่นลงและในตอนที่เขากลับมาควบคุมสติตัวเองได้อีกครั้งเขาก็พบว่าเขานั้นอยู่ในรูปปั้น !

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?”- เขาคิดกับตัวเอง

ฉินมู่ ลืม ‘ ตา ‘ ขึ้นมาและพยายามที่จะมองไปรอบๆและวิเคราะห์สถานการณ์เท่าที่ทำได้  เขาพยายามหันกลับไปดูและพบกับสติของตัวเอง

เขามองลงไปและเห็นว่าสติของเขานั้นได้หลอมรวมเข้ากับรูปปั้นและแขนขาของรูปปั้นนี่ก็คือแขนขาของเขา !

สติของคนเรานั้นไม่มีรูปร่างแต่เขาตอนนี้กลับมองเห็นมันเป็นรูปร่างสามเหลี่ยม  สถานการณ์ตอนนี้มันแปลกเกินกว่าที่จะอธิบายได้ !

ฉินมู่ รู้สึกว่าถ้ารูปปปั้นนี่เป็นจิตวิญญาณ ดูเหมือนว่าพลังงานรึวิญญาณนั้นจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เขาพบว่ามันยากที่จะอธิบายความรู้สึกที่เขารู้สึกตอนนี้ออกมาได้

“จุดสมบัติวิญญาณสวรรค์.....จุดสมบัติวิญญาณสวรรค์..เป็นไปได้หรือไม่ว่ารูปปั้นคือแก่นวิญญาณของข้าและจะตื่นขึ้นมาตอนที่ข้าหลอมรวมสติเข้ากับมัน ? นี่คือความหมายของจุดแก่นวิญญาณสวรรค์หรอกหรือ ?”

ฉินมู่ กระพริบตาและจุดแก่นวิญญาณนี่ก็ทำให้เขาเข้าใจหลายอย่างขึ้นมาทันที

จากจุดสมบัติสวรรค์ทั้งเจ็ดในร่างกายแล้ว จุดสมบัติแก่นวิญญาณนั้นเป็นจุดแรกแต่สมบัติสวรรค์นี้กลับโดนผนึกอยู่  เนื่องจากคนธรรมดานั้นไม่สามารถปลดผนึกของมันออกได้ มันจึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาไม่สามารถที่จะปลุกแก่นวิญญาณขึ้นมาได้

สมบัติแก่นวิญญาณสวรรค์ของคนที่มีร่างวิญญาณนั้นกลับกันซึ่งจะเปิดอยู่แล้ว ผลก็คือพวกนั้นแค่ต้องหาเลือดที่เหมาะกับร่างของตัวเองเพื่อปลุกมันขึ้นมา

นั่นหมายความว่าแก่นวิญญาณของคนนั้นจะมีสติของคนนั้นๆ

บางทีพระเจ้าอาจะไม่ได้ให้แก่นวิญญาณให้กับมนุษย์ บางทีพวกเขาจงใจที่จะผนึกมันไว้แทน

เมื่อคิดได้แบบนั้นอยู่ๆ ฉินมู่ ก็รู้สึกได้ว่าพลังฉีของเขานั้นไหลเข้ามาภายในสมบัติแก่นวิญญาณ  แก่นวิญญาณเล็กๆของเขาเริ่มดูดซับพลังฉีและราวกับว่าพลังฉีนั้นไหลเข้าออกจมูกของเขา มันทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมา

ทุกครั้งที่แก่นวิญญาณถูกดูดซับเข้ามา พลังฉีภายในของเขาจะบริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ !

อีกอย่าง ฉินมู่ ตระหนักได้ว่าแก่นวิญญาณของเขานั้นกำลังดูดซับแสงสีทองในทะเลแห่งนี้  ในตอนที่แสงเดินทางเข้าออกร่างกายของเขาไปพร้อมกับพลังฉี มันจะผสมเข้ากับพลังฉีเดิมแต่ ฉินมู่ ไม่แน่ใจว่ามันจะทำอะไรได้

เขาพยายามทำให้แก่นวิญญาณตัวเองที่เป็นรูปปั้นนั้นยืนขึ้นแต่ก็พบว่ามันมันไม่ขยับเลย

“ข้าจะทำให้แก่นวิญญาณขยับได้ยังไง ? หืม....ข้าควรกลับไปที่หมู่บ้านและถามผู้ใหญ่บ้าน, ย่าซี และทุกคนดู ”

เมื่อคิดได้ดังนั้นสติของ ฉินมู่ ก็ได้กลับมาที่ร่างของเขาและเขาก็เปิดตาขึ้นมา

เสียงไออันรุนแรงดังขึ้นจากข้างในวัด  สัตว์ประหลาดที่เปลี่ยนร่างเป็นเด็กสาวนั้นยังไม่ตาย  มันคุกเข่าอยู่หน้าพระพุทธรูปและไอเอาเลือดกองโตออกมา

หลังจากชั่งใจอยู่สักพัก ฉินมู่ ก็เดินเข้าไปในวัด

เมื่อเห็น ฉินมู่ เดินเข้ามาก็แปลกใจและพยายามที่จะลุกขึ้น

เขาเดินเข้าไปหามันและท่องบทสวดปิศาจออกมา – “#$%^#$%^&$#%^ !”

“เจ้ากล้าดียังไงถึงได้มาทำเช่นนี้ เจ้าสิ่งมีชีวิตปิศาจ !”

ปิศาจสาวขนลุกในตอนที่ได้ยินเสียงของพระพุทธรูปด้านหลังเริ่มขยับขึ้นมาอีกครั้ง  แสงสีทองเปล่งออกมาจากตัวพระพุทธรูปและโซ่รอบๆตัวก็เริ่มถูกลากออกมาบังคับให้สัตว์ประหลาดนั้นต้องหมอบอยู่ที่พื้นอีกครั้ง !

“#$%^#$%^&$#%^ !”

เสียงของพระพุทธรูปดังออกมาทำให้สัตว์ประหลาดนั้นต้องหมอบและกระอักเลือดออกมา

ฉินมู่ หยุดท่องบทสวดปิศาจและพระพุทธรูปก็ได้หยุดนิ่งไปอีกรอบ   สัตว์ประหลาดที่นอนอยู่ตรงเท้าของพระพุทธรูปนั้นหายใจหอบและพยายามที่จะลุกขึ้นยืน  ฉินมู่ เริ่มท่องบทสวดปิศาจอีกรอบ สัตว์ประหลาดนั้นตัวสั่นด้วยความกลัวและรีบไปหลบหลังพระพุทธรูปทันทีแต่ผิดคลาด ฉินมู่  นั้นหยุดท่องหลังจากพูดไปได้เพียงแค่สองคำ

“เจ้ามันปิศาจ ...!” – สัตว์ประหลาดตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงเกลียดชังแล้วแอบส่องออกมามอง ฉินมู่ ที่ซึ่งยืนอยู่กลางห้อง – “เจ้ามันปิศาจ ! เจ้าคือปิศาจที่ชั่วร้ายที่สุด !”

ฉินมู่ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป กับคำด่าเหล่านี้และค่อยๆเดินเข้าไปจนกระทั่งไปยืนอยู่หน้าพระพุทธรูป  หลังจากลังเลสักพักเขาก็ตัดสินใจที่จะทำตามคำแนะนำของปู่บอดที่ซึ่งเป็นคนที่ประสบการณ์มากมาย

“เด็กน้อยคนนี้มีไตร่างกายที่อ่อนแอ พลังหยางของข้านั้นได้หายไปนานแล้ว..”

ในตอนที่สัตว์ประหลาดสาวได้ยินเขาพูดดังนี้ มันก็ได้ไอเอาเลือดออกมาและหัวเราะ ตาของมันเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ – “เด็กน้อย เจ้าบอกพระพุทธรูปว่าเจ้ามีไตและร่างกายที่อ่อนแองั้นหรือ ? มันไม่ช่วยเจ้าหรอก !”

ฉินมู่ มองไปที่สัตว์ประหลาด – “#$%^#$%^&$#%^ !”

พระพุทธรูปเริ่มสั่นและตะโกนออกมา – “ปิศาจ !”

“หยุดท่องได้แล้ว !” – สัตว์ประหลาดตะโกนออกมาเพื่อขอความเมตตา ชัดเจนแล้วว่ามันกลัวบทสวดนี้ – “ข้าขอร้องเจ้า หยุดสวดได้แล้ว !”

ฉินมู่ หยุดสวดแต่พระพุทธรูปนั้นได้ท่องบทสวดของตัวเองจบไปหนึ่งรอบทำให้สัตว์ประหลาดนั้นกระอักเลือดมาอีกครั้ง

ฉินมู่ เดินไปรอบๆวัด  แม้ว่าเขาจะหาอะไรดีๆไม่เจอแต่กองกระดุกด้านหลังพระพุทธรูปนี้ก็ยังคงทำให้เขาช็อค  คนนับไม่ถ้วนต้องมาตายด้วยน้ำมือสัตว์ประหลาดตัวนี้

“ซ่อนกระดูกของเหยื่อด้านหลังพระพุทธรูปนั้นทำให้พระพุทธรูปมีส่วนผิดร่วมกันกับเจ้า  มันช่วยเจ้าปกปิดความผิดและหลอกผู้คน” - ฉินมู่ พูดขึ้น  เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง – “ถ้าข้ายืมพลังของพระพุทธรูปมากำจัดเจ้า เจ้าก็จะสมหวังที่ถูกทำลาย  ดังนั้นข้าจะไม่ทำแบบนั้น  ดังนั้นปิศาจเอ๋ย เจ้าเอาสมบัติของเจ้าไปไว้ที่ไหน ?”

“ทำไมข้าต้องมีสมบัติด้วย ?” – สัตว์ประหลาดถามออกมาด้วยความกลัว – “พระหัวโล้นนี่เอาทุกอย่างของข้าไปในตอนที่เขาขังข้าไว้ที่นี่”

“%^&..” - ฉินมู่ เริ่มท่องขึ้นมาอีกครั้ง

“หยุดท่องได้แล้ว !”

สัตว์ประหลาดยิ้มออกมาพยายามที่จะออดอ้อน ฉินมู่ – “การได้อยู่ที่นี่มาหลายปี ข้าได้ของดีๆจากอาหารข้า ได้ งั้นข้าจะเอามันให้เจ้า”

มันค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นจากพื้นแล้วคลานไปที่เพดานของห้อง มันผลักเข้าไปที่แผ่นเพดานแผ่นหนึ่งแล้วเผยให้เห็นช่องลับแล้วผลักมันออก

กองสิ่งของด้านในนั้นตกลงมาที่พื้น ของส่วนมากนั้นเป็นอาวุธและเกราะ นอกจากนั้นแล้วยังมีเสื้อผ้าซึ่งส่วนมากแล้วเป็นชุดชั้นในของผู้หยิงแต่มันก็ถือว่าเป็นวัสดุของเสื้อผ้า  พวกมันดูเหมือนว่ามาจากของคนที่ร่ำรวยถึงจะซื้อหามันมาใส่ได้

“นี่คือทุกอย่างที่ข้ามี” – สัตว์ประหลาดยิ้มออกมา

ฉินมู่ คิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจ – “แค่นี้ ? เจ้าไม่มียาวิญญาณรึยาวิเศษหรอกหรือ ?”

“ถ้าข้าเจอยาวิญญาณรึยาวิเศษล่ะก็ข้ากินมันไปแล้ว ” – สัตว์ประหลาดเหยียดแขนออกมาด้วยท่าทีผ่อนคลาย กระดูกของมันเองก็ส่งเสียงเหมือนหักนิ้วออกมาด้วย – “ข้าโดนขังอยู่ที่นี่มานาน ข้าเลยต้องกินทุกสิ่ง ข้าจะไม่สนใจยาวิญญาณรึยาวิเศษที่รสชาติดีกว่ามนุษย์ได้ยังไงกัน ?  อย่าประมาทอาวุธพวกนั้นเชียว ถึงยังไงพวกมันก็ถือว่าเป็นสมบัติ  ของดีๆอย่างอาวุธวิญญาณที่สามารถพบได้ในจุดสมบัติทิศทั้งหกของสวรรค์  พวกมันคือาวุธวิญญาณเพราะพวกนั้นได้รับพลังฉีของคนตั้งแต่เกิดจนมีพลังอันยิ่งใหญ่”

เมื่อฟังคำอธิบายดังนั้น ฉินมู่ ได้หยิบเอามีดปีกห่านจากกองอาวุธออกมา  มีดนี้รู้สึกหนักอย่างมากถ้าเทียบกับมีดฆ่าหมูที่เหน็บอยู่ด้านหลังเขาแต่สิ่งที่แปลกเกี่ยวกับมันคือแม้ว่ามีดฆ่าหมูนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าแต่น้ำหนักของมันนั้นน้อยกว่ามีดธรรมดาเยอะ

มีดปีกห่านนี้ยาวและเล็กกว่ามากที่ซึ่งมีดฆ่าหมูนั้นทั้งกว้างและหนากว่า

เขาชัดมีดฆ่าหมูออกมาแล้วลองฟันไปที่มีดอีกล่มดู  มีดฆ่าหมูนั้นตัดมีปีกห่านขาดสะบั้นเป็นรอยคมกริบจนส่วนด้านบนของมันตกลงไปที่พื้น

สัตว์ประหลาดมองอย่างตะลึงไปที่มีดฆ่าหมูในมือของ ฉินมู่ พร้อมกับทำตาโตแล้วพูดอะไรไม่ออก

เมื่อเห็นผลลัพธ์อันน่าผิดหวัง ฉินมู่ ก็ได้โยนมีดปีกห่านทิ้ง

“คะ—ใครเป็นคนหลอม ปะ-ปังตอของเจ้ากัน ?” – สัตว์ประหลาดพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ – “สำหรับอาวุธวิญญาณที่ได้พลังฉีจากผู้ฝึกยุทธแล้วการจะทำลายมันด้วยการแตะเพียงเบาๆนี้...มีดของเจ้าแน่นอนว่าต้องไม่ได้มาจากคนธรรมดาแน่ !”

ฉินมู่ มองไปที่ใบมีดของมีดฆ่าหมูที่ซึ่งแผ่อากาศอันเย็นสุดขั้วเข้ามาที่หัวใจและแขนขาของเขา  ปู่ใบ้นั้นได้หลอมมันขึ้นมาให้เขา  ปู่ใบ้นั้นเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะช่างตีเหล็กของดินแดนหายนะ  ทุกอย่างที่เขาทำขึ้นมานั้นขายดีอย่างมาก  คนจากหมู่บ้านอื่นๆนั้นมักจะมาขอให้เขาทำอุปกรณ์ต่างๆให้

“มีดนั่นไม่ได้ทำมาจากเหล็กธรรมดา !” – สัตว์ประหลาดร้องขึ้นมา  มันต้องการจะเข้ามาดูใกล้ๆแต่ก็กลัว ฉินมู่ จะท่องบทสวดปิศาจออกมาอีก มันจึงทำได้แค่ตะโกน – “ลองจับมีเจ้าดูสิ ! เจ้ารู้สึกได้ถึงความเย็นหรือไม่ ? ถ้ามันมีความเย็นงั้นมันน่าจะทำขึ้นมาจากเหล็กคริสตัลเหมันตะฤดู !”

“อันที่จริงก็มีลมเย็นๆออกมาจากมัน” - ฉินมู่ ตอบด้วยท่าทีตะลึงพร้อมกับพยักหน้า

“ทำไมถึงมีคนใช้เหล็กคริสตัลเหมันตะฤดูหลอมมีดปังตอออกมาเช่นนี้ ?” – สัตว์ประหลาดร้องออกมา – “คนนั้นๆต้องมีทักษะการหลอมที่สุดยอดถึงได้สร้างปังตอ ออกมาแบบนี้ได้  เสียดายพรสวรรค์และวัตถุดิบจริงๆ !”

ฉินมู่ มองไปที่มีดฆ่าหมูในมือตัวเองจากนั้นก็เก็บเข้าฝักอีกครั้ง  เขาเริ่มเก็บอาวุธและสมบัติต่างๆขนออกไปนอกวัดและวางมันไว้ตรงทางเข้า

“ทำไมเจ้ายังอยากเอาของพวกนี้ไปทั้งๆที่เจ้ามีอาวุธที่ดีอยู่แล้ว ?” – สัตว์ประหลาดตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

“ย่าบอกข้าว่าข้าควรเอาทุกอย่างที่ข้าหามาได้ด้วยแรงของตัวเอง” -  ฉินมู่ หันกลับมาและยิ้มให้ – “ข้าเอาของของเจ้ามาด้วยแรงของข้าเอง  แน่นอนว่าข้าจะเอามันกลับไปด้วย”

สัตว์ประหลาดนั้นหงุดหงิดอย่างมากจนอยากจะตายแต่มันก็กลัวเกินไปที่จะทำแบบนั้น  มันทำได้แต่มองดูเด็กน้อยคนนี้ขนของมันออกมันไปเท่านั้น

อยู่ๆ ฉินมู่ ก็หันกลับมาและถาม – “เจ้ามีถุงผ้าเหลืออยู่บ้างหรือไม่ ?”

“ไม่ !”

“ได้” - ฉินมู่ หันกลับไปอีกครั้งแล้วเดินออกจากวัดไป

สัตว์ประหลาดเองก็เดินตามออกไปตรงที่ทางเข้าวัด  มันเห็นได้แค่ ฉินมู่ นั้นสับต้นไฝ่รอบๆทิ้ง  หลังจากนั้นสักพักเขาก็ใช้ไม่ไฝ่ที่ตัดมาทำเป็นแพแล้วเอาของทุกอย่างใส่ลงไป  เขาใช้ไม้ไผ่อีกก้านเป็นไม้ไผ่แล้วพายออกจากเกาะนี้ไป

“ใครกันที่เลี้ยงเด็กที่น่ากลัวแบบนั้นขึ้นมา ?” – สัตว์ประหลาดตะโกนออกมาด้วยความคลั่ง – “มันมาจากโลกไหนกัน ? เขายังกล้าที่จะขอถุงผ้ากับข้าเพื่อเอาของทุกอย่างของข้าไป ! เขาทำให้ข้าโกรธจนข้าอยากจะตาย !”

 

 

จบบทที่ Chapter 18: เด็กปิศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว