เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 12: ทักษะต่อสู้ที่หาที่เปรียบมิได้

Chapter 12: ทักษะต่อสู้ที่หาที่เปรียบมิได้

Chapter 12: ทักษะต่อสู้ที่หาที่เปรียบมิได้


ขาอันขาวนวลโผล่มาจากชุดสีขมพูดเข้าปะทะขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของ ฉินมู่

แม้ว่าขาของ ศิษย์พี่ฉิง นั้นจะยาวและดูนุ่มนวลแต่มันมีแรงอันน่าทึ่งที่ซึ่งเปรียบได้กับมีดที่คมกริบและยังมีแรงยังกับขวาน  ขาของ ฉินมู่ นั้นหนากว่ามากแต่ก็ยังดูสง่าสงามและเบา ราวกับว่ามันไม่ได้มีแรงอะไรมากมายนัก

ปังๆๆ !

ขาของทั้งคู่เข้าปะทะกันพร้อมกับเสียงดังสนั่น  ขาทั้งคู่ของ ศิษย์พี่ฉิง นั้นเหมือนกับได้รับลูกเตะมหาศาล  ทักษะขาของ ฉินมู่ นั้นเร็วเกินไปที่จะตอบโต้ได้ !

ในตอนที่ ฉินมู่ เตะโหมกระหน่ำเข้าไป แรงมหาศาลในขาของเธอก็หมดความหมาย  แรงนั้นได้หายไปจากขาของเธอราวกับว่าขาของ ฉินมู่ กลืนกินมันไป

“บ้าเอ้ย.... !”

ในตอนที่ ฉินมู่ คอยเตะกระหน่ำใส่ ศิษย์พี่ฉิง นั้น ความเจ็บที่ขาของเธอนั้นเริ่มที่จะชาลงไป  ลูกเตะของเขาอัดเข้าที่เอว,อกและลำคอของเธออย่างกับพายุที่พัดโหมกระหน่ำใส่ต้นกล้วย

หลังจากโจมตีเสร็จ ตัวของ ฉินมู่ ได้หมุนไปกับอากาศพร้อมกับหมุนตัวขึ้นก่อนจะใช้ส้นเท้าสับลงมา  ลูกเตะนี้แตกต่างจากทักษะขาที่เข้าใช้ปกติ  ลูกเตะก่อนหน้านี้ได้เสียความแรงไป เพื่อเพิ่มความเร็วที่ซึ่งลูกเตะตอนนี้ของเขานั้นปลดปล่อยแรงออกมาจำนวนมาก

ปัง !

ฉินมู่ สับส้นเท้าลงมาเข้าใส่ ศิษย์พี่ฉิง ที่ตรงหน้า  จมูกของเธอฝังเข้าไปในหน้าและกระดูกก็แตกละเอียดบินออกมาจากปาก กระดูกตางคางเองก็ยังแตกเป็นชิ้นๆ

ศิษย์พี่ฉิง กระเด็นออกไปที่ซากปรักหักพังอย่างกับลูกธนูที่ถูกยิงออกไป !

ผลลัพธ์นี้พิสูจน์สิ่งที่ ฉินมู่ คิดไว้

ทักษะขาสวรรค์นั้นดีที่สุด !

ฉินมู่ ไม่กล้าที่จะประกาศบอกว่ามันดีที่สุดในโลกแต่แน่นอนว่ามันต้องดีที่สุดในหมู่บ้าน

แม้ว่าทักษะขาของ ศิษย์พี่ฉิง นั้นจะดูโหดร้ายและยากที่จะเอาชนะได้แต่ ฉินมู่ นั้นได้ทำให้เธอบาดเจ็บได้อย่างรุนแรงก่อนที่จะสามารถแตะต้องเขาได้ !

อีกอย่าง ฉินมู่ นั้นไม่ได้ใช้พลังฉีภายในเลย  เขาพึ่งแต่แรงที่ร่างกายตัวเองมี  ศิษย์พี่ฉิง กลับส่งพลังฉีของเธอลงที่ขาเพื่อเพิ่มแรงและเร่งความเร็วให้กับทักษะที่เธอใช้  แต่แม้ว่าจะทำแบบนั้นแต่เธอกลับโดนเอาชนะได้ในแลกเปลี่ยนกันเพียงครั้งเดียว !

ในตอนที่เขาเตะ ศิษย์พี่ฉิง ออกไป  ฉินมู่ รู้สึกได้ว่าผมของเขาลุกชูขึ้นมา    ความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงอันตรายนั้นปะทุขึ้นมาในหัวใจของเขา  เมื่อไม่มีเวลาที่จะหันกลับไปมอง  เขาได้รีบวิ่งไปข้างหน้าต่อทันที

ศิษย์พี่กู่ นั้นโผล่มาด้านหลัง ฉินมู่ และปลดปล่อยการโจมตีที่ถึงตายออกมา ! การโจมตีของเขาควรจะโดน ฉินมู่ ได้ง่ายๆแต่เขาไม่คิดว่า ฉินมู่ จะสัมผัสได้ถึงสิ่งรอบข้าง !

ทั้งคู่คอยกระโดดจากหลังสัตว์อสูรไปทีละตัวๆ  การเคลื่อนที่ของ ศิษย์พี่กู่ นั้นรวดเร็วอย่างที่คาดเอาไว้อีกทั้งเขายังปล่อยการโจมตีอันโหดร้ายโดยเล็งไปที่หัวใจของ ฉินมู่    ฉินมู่ นั้นไม่เหลือเวลาที่จะพุ่งไปข้างหน้าต่อจึงต้องใช้แขนทั้งสองข้างของเขากันการโจมตีเอาไว้

8 ฝ่ามือสายฟ้าพุทธองค์พันกร !

ศิษย์พี่กู่ นั้นช็อค  ในเสี้ยวพริบตาที่ ฉินมู่ ได้หันหลังกลับมาเผชิญหน้าเขา   ฉินมู่ นั้นยังคงกันการโจมตีทั้งหมดได้โดยราวกับว่า ฉินมู่ นั้นมีแหลายแขน   ศิษย์พี่กู่ นั้นไม่เคยได้ยินทักษะแบบนี้มาก่อน !

แม้ว่าพุทธองค์พันกรของ ฉินมู่ นั้นจะไม่เหมือนกับของ เฒ่าหม่า ที่ซึ่งมีเสียงคำรามของสายฟ้าและการโจมตีแต่ละครั้งเองก็รวดเร็วไม่ต่างจากแสง แต่มันก็ยังคงมีกระแสลมที่พัดผ่านไปมาซึ่งรวดเร็วพอๆกับแสงอยู่   แม้ว่าตอนี้เขาจะวิ่งอยู่บนหลังสัตว์อสูรพร้อมกับมี ศิษย์พี่กู่ คอยไล่ตามแต่การป้องกันของ ฉินมู่ นั้นแข็งแกร่งอย่างมากและป้องกันไม่ให้ ศิษย์พี่กู่ มีโอกาสได้เปรียยได้เลย

“แกร๊ง -- !”

น่องของ ฉินมู่ ชาขึ้นมากับเสียงปะทะของเหล็ก  ทันใดนั้นเขาก็มองไปที่แขนของเขาและพบว่ามีเลือดไหลออกมาจากจุดที่เขาโดนดาบคมๆเฉือนเข้ามา

ฉินมู่ กลิ้งออกมาบนหลังของอสูรและวิ่งไปใต้ท้องของมัน  ศิษย์พี่กู่ เองก็ตามไปติดๆเช่นกัน  มือของเขานั้นว่างเปล่าแต่ดาบเงินนั้นได้บินกลับไปแล้วลอยอยู่รอบตัวเขา

นัยน์ตาของ ฉินมู่ จับจ้อง  การควบคุมดาบของ ศิษย์พี่กู่ นั้นดีกว่า ศิษย์พี่ฉิง มาก  เธอควบคุมและทำให้มันบินได้ห่างจากตัวไปหลายหลาเข้าโจมตีศัตรูจากที่ไกลๆ   ศิษย์พี่กู่ นั้นคอยรักษาระยะของดาบนั้นให้อยู่ห่างตัวแค่เพียงหลาเดียวเท่านั้น

นี่คือความอันตรายอย่างยิ่งยวด

การควบคุมดาบในการต่อสู้ระยะไกล้นั้นสามารถรู้ผลลัพธ์ได้ง่ายดายถ้าทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บได้  การทำแบบนั้นต้องมีทักษะที่โดดเด่นและหมายถึงการควบคุมที่ชำนานญพอที่จะมั่นใจขนาดนี้ได้

ถ้าไม่จัดการพลังงานฉีให้แม่นยำ คนๆนั้นจะไม่กล้าควบคุมดาบให้อยู่ใกล้ตัวแบบนี้ !

“ปู่ฆ่าสัตว์และคนอื่นไม่เคยบอกข้าถึงวิธีนำพลังฉีภายในมาใช้และผู้ใหญ่บ้านเองก็ไม่เคยบอกข้าถึงวิธีใช้พลังฉีของร่างราชันย์”- ฉินมู่ คิด  - “ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ ข้าคงมีแต่เสียเปรียบเท่านั้น !”

เท้าของ  ฉินมู่ อัดเข้ากับกิ่งไม้ที่กลุ่มสัตว์อสูรวิ่งฝ่าต้นไม้มา  ฉินมู่ ใช้ปลายเท้าของตัวเองสะกิดกิ่งไม้มาไว้ในมือ  กิ่งไม้นี่มาจากต้นวิลโลว์ซึ่งยาวประมาณ 2 หลาและหนาพอๆกับต้นขาคน

เขาคว้าไปที่กิ่งไม้ ฉินมู่ ขยับอย่างรวดเร็ว เขาจับจ้องไปที่ดาบในมือของ ศิษย์พี่กู่

ฉินมู่ นั้นส่งพลังฉีของตัวเองลงไปที่กิ่งไม้ทำให้วิ่งไปตามท่อนไม้ทั้งแท่งแต่เมื่อพลังฉีภายในแผ่ไปได้ 16 นิ้วของไม้ เขาก็สัมผัสพลังฉีที่เกินความยาวนั้นไม่ได้อีก

16 นิ้วนั้นถือว่าสั้นเกินไป  การสู้กับดาบบินด้วยความยาวแค่นี้มันอันตรายเกินไป

ศิษย์พี่กู่ พุ่งเข้ามาพร้อมกับดาบบินที่บินวนอยู่รอบตัว  มันราวกับว่ามีนักดาบร่องหน คอยกวัดแกว่งดาบนั่นเข้าโจมตี ฉินมู่  ด้วยรูปแบบที่สลับซับซ้อน

ชิๆๆๆๆ !

ด้วยการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้งก็ทำให้กิ่งวิลโลว์นั้นสั้นลงมาเหลือ 16 นิ้ว ในตอนที่ดาบฟันเข้ามาอีกครั้ง มันก็เกิดเสียงปะทะดังขึ้นมาราวกับปะทะกับเหล็ก

ฉินมู่ โล่งใจในตอนที่เขาเห็นว่าพลังฉีภายในของเขาที่เคลือบในกิ่งไม้นั้นสามารถกันการโจมตีของดาบได้  เขายังคงจับตาดูใบมีดของดาบบินและคอยใช้กิ่งไม้นั้นเป็นเหมือนมีดฆ่าหมูของเขา  เขาใช้ท่อนไม้ในการปลดปล่อยทักษะที่ปู่นักเชือดสอนเขามา !

พายุทมิฬทลายเมือง !

เขาสลัดความคิดทุกอย่างพร้อมกับเพ่งสมาธิไปกับการปลดปล่อยสกิลมีดนี้ออกมา !

เร็วขึ้นอีก เร็วอีก เร็วอีก !

ปู่นักเชือดนั้นบอกว่าทักษะมีดของเขานั้นคือทักษะฆ่าหมู แก่นแท้ของทักษะนี้อธิบายได้เพียงคำเดียวคือเร็วขึ้นไปอีก !

ความเร็วที่ยิ่งกว่าแสงที่ซึ่งคอยกัดกินเงา  เร็วซะจนในตอนที่ผู้ใช้ยกมือขึ้นเพื่อใช้ทักษะนี้ หัวของหมูนั้นจะร่วงหล่นจากร่างกายของมันทันที !

เขาโฟกัสไปที่หัวใจและใช้ความคิดเพ่งไปที่มีดตัวเอง  ฉินมู่ เหวี่ยงกิ่งวิลโลว์ไปตามความคิด ทั้งเขาและ ศิษย์พี่กู่ นั้นได้พุ่งเข้าหากันโดยอยู่ใต้ตัวของสัตว์อสูร, เสียงเหล็กปะทะกันดังขึ้นทุกครั้งที่พวกเขาเข้าปะทะกัน  ขาขนาดใหญ่ของสัตว์อสูรนั้นเป็นเหมือนกับเสาที่ตำลงมาจากท้องฟ้าบดขยี้สิ่งที่อยู่ตรงพื้นดิน แค่ประมาทเพียงนิดเดียวนั้นจะทำให้พวกเขาถูกบดขยี้เป็นชิ้นๆ !

ทุกขั้นตอนในการต่อสู้นั้นดูยุ่งเหยิง แต่พวกเขานั้นก็ต่อสู้กันตามจังหวะอันลึกลับ  เมื่อไหร่ก็ตามที่สัตว์อสูรจะกระทืบพวกเขา  พวกเขาจะสามารถหลบการกระทืบของสัตว์พวกนั้นได้

ในตอนที่พวกเขาต่อสู้กัน ศิษย์พี่กู่ ได้เริ่มหงุดหงิดและช็อคมากขึ้นเรื่อยๆกับสถานการณ์ตอนนี้

เขาเริ่มโดนปิศาจน้อยโจมตีกลับบ้างแล้ว !

ท่อนไม้ในมือ ฉินมู่ นั้นยาวแค่ะ 16 นิ้ว

นี่มันไม่ใช่ว่ามันเป็นแค่ท่อนไม้สั้นๆหรอกหรือ ?

ดาบของเขานั้นมีความยาวตั้ง 2 หลา  ทักษะการควบคุมดาบที่เขาปรับพลังฉีของเขาให้เป็นเส้นและใช้มันในการควบคุมดาบนั้นเขาได้เรียนรู้มาจากผู้อาวุโสทั้งห้าของแม่น้ำหลี่   ผู้อาวุโสทั้งห้าของแม่น้ำหลี่นั้นเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่ซึ่งสามารถทำลายกำแพงนภาสวรรค์ลงได้และสามารถปลุกจุดนภาวสรรค์ขึ้นมาได้อีก  แค่นี้ก็บ่งบอกว่าทักษะนี้มันวิเศษแค่ไหนแล้ว

นอกจากทักษะควบคุมดาบแล้ว ศิษย์พี่กู่ ยังใช้ทักษะหมัดที่ผู้อาวุโสทั้งห้าของแม่น้ำหลี่สร้างขึ้นมาที่เรียกว่าทักษะแม่น้ำหลี่   นี่เป็นทักษะแรกที่เปลี่ยนพลังฉีออกมาใส่แขนทั้งสองข้างทำให้มันปะทุออกเหมือนกับแม่น้ำที่เชี่ยวกราด

เขายังไม่ได้ฝึกมันจนถึงระดับทักษะสวรรคต์แต่พลังของมันก็ไม่ใช่น้อยๆเช่นกัน  มันสามารถทำลายก้อนหินให้กลายเป็นผุยผงได้

แต่เมื่อต้องเจอกับท่อนไม้ของปิศาจน้อยนี่ ทักษะสุดยอดสองอย่างนั้นเต็มไปด้วยข้อผิดพลาด  ท่อนไม้นั้นสามารถทำลายการป้องกันของเขาได้และเข้าโจมตีตามลำตัวของเขา

แล้วจะไม่ให้เขาหงุดหงิดได้ยังไง ?

แต่เขากลัวมากกว่าที่รู้สึกหงุดหงิด

ถ้าเปลี่ยนท่อนไม้นั้นเป็นมีดแทนล่ะก็....

ศิษย์พี่กู่ ไม่กล้าที่จะคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น !

สิ่งพวกนี้มันน่ากลัวเกินไป  ความสูงของเด็กนี่ยังไม่ถึงระดับอกเขาเลย  เด็กนี่อายุเพียง 11 รึ 12 ปีเท่านั้น ! แม้ว่าจะเริ่มบ่มเพาะมาตั้งแต่อยู่ท้องแม่แต่เขาก็ไม่ควรที่จะมาอยู่ในระดับที่มีทักษะอันน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้

“การบ่มเพะของพลังฉีเด็กนี่มัน....” – ศิษย์พี่กู่ คิดกับตัวเองพร้อมกับเห็นจุดอ่อนของ ฉินมู่ และทำใจเย็นลง -  “ทักษะของเขาทรงพลังก็จริงแต่การบ่มเพาะของเขายังคงอ่อนแอ  จริงๆแล้วมันควรจะพูดให้เจาะจงว่าเขาไม่ได้มีร่างวิญญาณ  เขาอาจจะเป็นแค่คนธรรมดาก็ได้ ...”

เขาได้ข้อสรุปสุดท้ายมา

ฉินมู่ นั้นเป็นคนธรรมดา เขาไม่ได้มีร่างวิญญาณและยังไม่ปลุกจุดแก่นวิญญาณสวรรค์  เขาทำการบ่มเพาะเพียงแค่ใช้ทักษะทั่วไปอย่างทักษะเตาหยินที่ทำให้เขาสามารถพัฒนาพลังฉีภายในได้

แต่พลังฉีภายใน  ที่คนทำมาบ่มเพาะมานั้นไม่ได้มีคุณสมบัติใดๆซึ่งทำให้พวกเขาไม่สามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้มากนัก  นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมทักษะโจมตีของ ฉินมู่ ที่แม้ว่าจะดีกว่าของ ศิษย์พี่กู่ แต่ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรมาก   พวกมันไม่ได้มีพลังในตอนที่โจมตีออกมามากมายเลย

“ทักษะมีดของปิศาจน้อยนี้น่าจะเป็นทักษะสวรรค์  เขาฝึกมันมายังไม่มากพอที่จะปลดปล่อยพลังสูงสุดของมันมาได้” – ศิษย์พี่กู่ คิด – “ถ้าข้าได้ทักษะนี้มาล่ะก็...”

หัวใจของ ศิษย์พี่กู่ เริ่มรู้สึกดีขึ้น  แม้ว่า ฉินมู่ นั้นจะไม่สามารถใช้ทักษะนี้ออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่เขานั้นกลับกัน เขาสามารถแสดงพลังบางส่วนของมันมาได้  ถ้าทักษะมีดนี่ตกอยู่ในมือของเขาแทน  แน่นอนว่ามันจะต้องน่ากลัวอย่างมาก !

เขาบอกได้เลยว่าทักษะมีดของ ฉินมู่ นั้นเป็นทักษะหนึ่งในการต่อสู้

ทักษะสวรรค์ของการต่อสู้และทักษะการควบคุมดาบนั้นแตกต่างกัน  ทักษะการควบคุมดาบนั้นทำให้มือของคนที่ใช้ว่างทำให้ดาบนั้นบินไปมาและฆ่าศัตรูด้วยตัวมันเองและช่วยทำให้ทักษะดาบของคนๆนั้นว่องไวขึ้น  มือที่ว่างนั้นก็สามารถเข้าโจมตีศัตรูได้ ผลก็คือมันมีรูปแบบการต่อสู้มากกว่า

ทักษะต่อสู้นั้นแตกต่างกันออกไป

ทักษะต่อสู้นั้นต้องให้ผู้ใช้นั้นใช้มือของตัวเองในการควบคุมอาวุธ  พร้อมกับปล่อยพลังฉีเข้าในอาวุธของตนเพิ่มพลังโจมตีของอาวุธนั้นๆและทำให้ทักษะสวรรค์นี่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม !

ไม่กี่ร้อยปีก่อนในตอนที่ทักษะทั้งสองอย่างนี้มีตัวตนอยู่  ผู้ฝึกฝนที่ซึ่งบ่มเพาะทักษะต่อสู้และผู้ฝึกฝนที่บ่มเพาะทักษะควบคุมดาบนั้นมักจะเกิดการถกเถียงกันว่าทักษะใดเหนือกว่า

แต่อยู่ๆอัจฉริยะผู้ใช้ทักษะการควบคุมดาบนั้นได้ปรากฏตัวออกมาและเริ่มฆ่าฟันผู้ที่บ่มเพาะทักษะต่อสู้   คนเหล่านั้นไม่แต่ถูกฆ่าไม่  ก็พิการรึหนีไปได้

อัจฉริยะคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นคนที่เป็นรองจากเทพ ! คนที่จักรพรรดิแห่งดินแดนนิรันดร์ได้แต่งตั้ขึ้นมาเป็นผู้คุ้มกฎ !

เหลือคนที่บ่มเพาะทักษะต่อสู้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น  เพราะตระกูลใหญ่นั้นไม่มีคนสืบทอดต่อทำให้ทักษะต่อสู้ระดับสูงจึงได้สูญหายไป  มีเพียงทักษะต่อสู้ระดับต่ำเท่านั้นที่ถูกส่งต่อมารุ่นสู่รุ่น

แต่ทักษะต่อสู้ระดับสูงนั้นแข็งแกร่งจริงๆและ ศิษย์พี่กู่ นั้นเชื่อว่าทักษะมีดที่ ฉินมู่ ได้ใช้ออกมานั้นเป็นของทักษะต่อสู้ระดับสูงจริงๆ !

“ข้าต้องเอาทักษะนั้นมาให้ได้ !” – ศิษย์พี่กู่ พูดขึ้นมาในใจ – “เมื่อข้าเอาชนะเขาได้ ข้าจะบังคับให้เขาเผยถึงวิธีการบ่มเพาะของทักษะต่อสู้นี้ให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม !”

ท่อนไม้ของ ฉินมู่ นั้นยังคงโหมกระหน่ำเข้าโจมตี ศิษย์พี่กู่ ที่ซึ่งทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อที่จะกันการโจมตีพวกนั้น  เขาไม่สามารถกันการโจมตีทั้งหมดได้และจึงได้รับการโจมตีกว่าร้อยครั้งในระยะเวลาสั้นๆ

ศิษย์พี่กู่ เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีก ใบหน้าของเขาบวมเปล่งขึ้นมาและบาดแผลตามตัวก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ  ยิ่งเขาหงุดหงิดมากเท่าไหร่ยิ่งมีข้อผิดพลาดมากเท่านั้นทำให้จำนวนครั้งที่โดนโจมตีมีแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ

มันเป็นแค่ท่อนไม้ธรรมดาไม่ได้มีพลังอะไรแต่ในตอนที่มันรวมกับแรงของ ฉินมู่ เข้าไปแล้วใช้โจมตี  พลังโจมตีของมันจึงเริ่มเพิ่มขึ้นไปอีก  ร่างกายของ ศิษย์พี่กู่ นั้นรับการโจมตีจากท่อนไม้นี้ไปจำนวนมากและความเสียหายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“เขาจะอัดข้าจนตาย !” – เมื่อตระหนักได้ดังนั้น ศิษย์พี่กู่ ก็ใจหล่นวูบทันที

ส่วนบนของฟอร์ม

ส่วนล่างของฟอร์ม

 

 

จบบทที่ Chapter 12: ทักษะต่อสู้ที่หาที่เปรียบมิได้

คัดลอกลิงก์แล้ว