เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 5: ผู้อาวุโสทั้งห้าของแม่น้ำหลี่

Chapter 5: ผู้อาวุโสทั้งห้าของแม่น้ำหลี่

Chapter 5: ผู้อาวุโสทั้งห้าของแม่น้ำหลี่


เสียงที่เต็มไปด้วยพลังฉีดังก้องไปทั้งพื้นที่นั้น แม้ว่าเสียงนั้นจะดังมาจากที่ไกลๆแต่ก็รู้สึกว่าคนที่ร้องออกมานั้นอยู่ใกล้กับพวกเขาทำให้หูของ ฉินมู่ นั้นสั่น

เขามองไปยังที่ที่เสียงดังขึ้นมาและพบกับคนหลายคนยืนอยู่บนผาที่ห่างออกไปประมาณ 2 ไมล์  ฉินมู่ นั้นไม่เห็นหน้าตาพวกนั้นชัดเจนเท่าไหร่แต่รู้ว่าคนพวกนั้นคงไม่ใช่คนธรรมดาเพราะหนึ่งในนั้นสามารถส่งเสียงมาได้ไกลถึงขนาดนี้

“ปิศาจ ? ใครกันที่เป็นปิศาจ ? ข้าก็แค่คนธรรมดาที่อยู่ข้างแม่น้ำและเด็กนี่ก็เป็นแค่เด็กที่ข้าเลี้ยงดูมาก็เท่านั้น...” - ท่านย่าซีเอามือคว้าตะกล้าและยิ้มให้  จากนั้นเธอก็กระซิบขึ้นมา – “มู่เอ๋อ วิ่ง !”

เสียงเร่งของ ท่านย่าซี ทำให้ ฉินมู่ นั้นตกใจ  เขาพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ทำไม่ได้  เขาไม่อยากออกไปจากที่นี่เพราะเขากังวลว่า ท่านย่าซี จะตกอยู่ในอันตราย

“เจ้าเป็นแค่คนธรรมดาที่อยู่ข้างแม่น้ำ ? การส่งเสียงมาถึงเราได้อย่างชัดเจนด้วยพลังฉีที่แข็งแกร่งขนาดนี้นั้นไม่ใช่สิ่งที่หญิงแก่ธรรมดาจะทำได้ ” – เสียงของผู้เฒ่าคนเดิมดังขึ้นมาจากผา จากนั้นก็หัวเราะอย่างเย็นชา – “ไม่มีทางที่เราผู้อาวุโสทั้งห้าของแม่น้ำหลี่นั้นจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเทคนิคปีศาจสรรค ได้  ทักษะนี้ได้เปลี่ยนผิวหนังให้กลายมาเป็นเสื้อผ้า...เจ้ายังอยากอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งๆที่เราเข้าใจทักษะชั่วร้ายนั้นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วหรือ ?”

“เจ้าคงเคยใช้ทักษะนี้เปลี่ยนผู้คนมามากมายและลากพวกนั้นมาเพื่อฆ่าสินะ หือ ?” – ผู้อาวุโสอีกคนบนผาตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น – “คนของเรานั้นถูกเปลี่ยนเป็นสัตว์พวกนี้และต้องโดนบังคับให้กินหญ้าไปตลอดกาล ! เมื่อได้เห็นวิธีของเจ้าแล้ว ไม่มีทางที่เจ้าจะหลอกเราได้ !”

“กวางเองก็เป็นสิ่งมีชีวิต  สำหรับเจ้าที่ใช้หนังและวิญญาณของมันเพื่อสร้างสิ่งชั่วร้ายนั้น..” – ผู้อาวุธโสอีกคนพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย –“มีแต่พระเจ้าที่รู้ว่าชีวิตบริสุทธิ์กี่ชีวิตที่จะต้องเสียไปถ้าเราไม่ฆ่าเจ้าตอนนี้และตรงนี้  ใครกันที่เราควรจะฆ่าถ้าไม่ใช่เจ้า ?”

ท่านย่าซี หันกลับมาหา ฉินมู่ และดึงเข็มออกมาจากหน้าผากของเขาและพูดขึ้นเบาๆ – “พวกแก่นี่ไม่ได้เป็นภัยแต่ถ้าเจ้ายังอยู่ข้างย่า  ย่านั้นจะต้องไขว้เขวกับการปกป้องเจ้า ดังนั้นรีบวิ่งหนีไปซะ ! วิ่งกลับไปที่หมู่บ้าน !”

ฉินมู่ ไม่ลังเลอีกต่อไปและหันหลังกลับเพื่อที่จะหนีตามเส้นทางแม่น้ำข้างๆ  ตอนแรกเขาคิดว่ามันคงน่ากระอักกระอ่วนที่ต้องหนีด้วยท่าทีแบบกวางแต่หลังจากที่เขาเริ่มวิ่งแล้วเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาเข้าใจผิด  แทนที่จะรู้สึกกระอักกระอ่วนแต่เขารู้สึกว่าเขากลายเป็นกวางและวิ่งได้เร็วยิ่งกว่าแต่ก่อน

“ปิศาจน้อยคิดจะหนีงั้นรี ? ไม่ใช่ว่ามันหยามเราไปหน่อยหรือถ้าเราปล่อยให้เจ้าหนี ? ศิษย์ทั้งห้าของแม่น้ำหลี่  ได้เวลาฝึกฝนแล้ว เป้าหมายของเจ้านั้นอยู่ที่กวางด้านล่างเรา กำจัดเขาและเอาหัวเขามาให้ข้า !”

ในเวลาเดียวกันเสียงที่เป็นของเด็กผู้ชายและผู้หญิงก็ดังขึ้นมา – “เข้าใจแล้ว !”

ในเสี้ยวพริบตาก็ได้มีเงา 5 เงากระโดดลงมาจากผากและวิ่งลงมาด้านข้าง  มันรวดเร็วอย่างกับม้า พวกเขามาถึงด้านล่างผาภายในพริบตาเดียว  ที่ล่างผานั้นมีบ่อลึกที่ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่เกิดจากการที่น้ำตกอันบ้าคลั่งไหลลงมาจากภูเขา  แทนที่จะเข้ากระทบกับน้ำแต่ทั้งห้าคนกลับวิ่งอยู่บนผิวน้ำและเริ่มไล่ตาม ฉินมู่

หัวใจของ ท่านย่าซี หล่นวูบ – “ร่างวิญญาณ ! และระดับของแก่นวิญญาณสวรรค์นั้นก็ไม่ได้อ่อนแอเลย  ความเร็วของ มู่เอ๋อ นั้นคงเทียบพวกนั้นไม่ได้  พวกนั้นต้องตามเขาทันแน่ !”

ในตอนที่ ท่านย่าซี กำลังจะเข้าไปขวางพวกนั้น ร่างอีกสี่ร่างก็ได้บินขึ้นบนฟ้าและมาอยู่ข้างๆเธอ  มีแค่คนเดียวที่ยังอยู่บนผา  เขายืนด้วยท่าทีองอาจชัดแล้วว่าคงไม่ได้ลงมาเร็วๆนี้แน่

“ผู้อาวุโสทั้งห้าของแม่น้ำหลี่มาทำอะไรกันในดินแดนหายนะแบบนี้ ?”- ท่านย่าซี กรอกตาและหัวเราะให้ผู้อาวุโสสี่คนที่อยู่รายล้อมเธอ – “คิดจากอันตรายของที่นี่แล้ว เจ้าไม่กลัวคนของเจ้าจะมาตายที่นี่หรอกหรือ ?”

ในบรรดาผู้อาวุโสที่ล้อมเธอยู่นั้นมีคนหนึ่งที่มีเคราสีดำได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา – “เราได้ยินเรื่องสิ่งชั่วร้ายที่หลบซ่อนในที่แห่งนี้ ...ปีศาจนั้นไม่สามารถออกไปอยู่ภายนอกได้และต้องมาหลบอยู่ที่นี่   ดังนั้นเราผู้อาวุโสทั้งห้าจึงพาศิษย์ของเรามาที่นี่เพื่อกำจัดพวกมัน”

“ยังยืนยันไม่ได้เลยว่าใครกันแน่ที่เป็นปิศาจ...รึใครกันแน่ที่จะโดนกำจัด” - ท่านย่าซี ถือตะกร้าด้วยแขนข้างเดียวและทิ้งกรรไกรในมือให้ตกจากนิ้ว  แม้ดูว่าเธอจะมีสายตาที่ดีนักแต่เธอก็หัวเราะออกมา – “ข้าไม่ได้ออกกำลังกายมาสักพักแล้ว โชคดีสำหรับข้าจริงๆที่ความสามารถข้านั้นยังไม่ได้ถูกลืมเลือนไป เป็นไปได้หรือไม่ว่าที่พวกเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อให้ข้าเปลี่ยนพวกเจ้าเป็นเสื้อผ้ากัน ?”

“เจ้ากล้าดียังไงถึงทำตัวหยิ่งทะนงขนาดนั้น เจ้าปิศาจ ?  เจ้ามีสิทธิทำตัวแบบนั้นต่อหน้าเราหรือ ?” – ผู้อาวุโสสี่คนตะโกนขึ้นมา

พวกนั้นได้ร่อนลงจากฟ้าและเข้าโจมตี ท่านย่าซี

ในเวลาเดียวกัน ฉินมู่ ที่ซึ่งกำลังวิ่งกลับไปที่หมู่บ้านนั้นก็เห็นแสงของสายฟ้าปะทุขึ้นมา  สายฟ้าสีขาวอันบริสุทธิ์นั้นถูกจุดขึ้นในบริเวณนั้น จนทำให้ที่แห่งนั้นสว่างยิ่งกว่าแสงของดวงอาทิตย์ ! มีเสียงดังสนั่นของสายฟ้าตามมาด้านหลังเขาด้วย

ฉินมู่ หันหลังกลับไปดูแต่ก็เห็นแค่คลื่นลมที่ระเบิดออกมาจากตำแหน่งที่ ท่านย่าซี อยู่   อยู่ๆก็ได้มีพายุพัดผาผืนดินและก้อนหินที่หนักเป็นพันๆปอนด์ขึ้นมาแล้วโยนออกไปด้วยความเร็วสูง !

“ท่านย่าซี คงไม่เป็นไร ...” – ฉินมู่ พูดกับใจที่สลดของตัวเองและวิ่งต่อไป

ทันใดนั้นเก็ได้มีเสียงเท้าที่วิ่งบนน้ำข้างๆดังขึ้น  เขามองออกไปและพบกับเด็กห้าคนวิ่งข้ามน้ำมา !

พวกนั้นวิ่งอยู่บนผิวน้ำแต่ตัวนั้นไม่จมไปเลยสักนิด  ความเร็วนั้นก็รวดเร็วอย่างมาก เร็วยิ่งกว่าที่ ฉินมู่ จะวิ่งได้  ก่อนที่น้ำนั้นจะแตกตัวออก เด็กเหล่านั้นก็ได้ออกจากตำแหน่งนั้นไปแล้ว !

“สองคนพวกนั้นอยู่ในระดับที่วิ่งบนน้ำได้อย่างที่ปู่ด้วนเคยบอกเอาไว้ว่าตอนนี้ข้ายังไม่สามารถไปถึงได้ พวกนั้นต้องแข็งแกร่งกว่าข้าแน่ !”

ไม่นานสองคนนั้นวิ่งแซงเขาไปแล้วอ้อมเข้ามาเพื่อที่จะดักดักรอ

ฉินมู่ มองไปด้านหลังและพบคนอื่นที่ไล่ตามเขามาอีก  ด้านซ้ายของเขามีคนสองคมที่วิ่งผ่านช่องแคบภูเขามา  ร่างของพวกนั้นกระโดดไปมาในป่าแต่ไม่นานพวกนั้นก็กระโดดลงมาที่พื้นเพื่อพักหายใจ

ในเสี้ยวพริบตาพวกนั้นได้วิ่งเข้ามาหา ฉินมู่

“ข้าให้พวกนั้นกำจัดข้าไม่ได้ ! ข้าต้องวิ่งหนีพวกนั้นและกลับไปที่หมู่บ้าน  ข้าต้องไปบอก ปู่หม่า และคนที่เหลือให้มาช่วย ท่านย่าซี !”

แน่นอนเขาจะโดนจับได้ถ้าเขายังวิ่งตามแม่น้ำแบบนี้  สองคนที่อยู่ตรงกลางแม่น้ำนั้นเร็วเกินไป  อีกสองคนที่วิ่งในป่านั้นช้ากว่าเล็กน้อยซึ่งการเข้าไปในป่านั้นคงเป็นทางเลือกเดียวของเขา

“ปิศาจน้อย ! เจ้าและกวางนั่นลืมเรื่องหนีไปได้เลย !”

ในตอนที่ ฉินมู่ วิ่งเข้าไปในป่า  หนึ่งในเด็กสองคนตรงนั้นก็เร่งความเร็วขึ้นและวิ่งผ่านอีกคนมาแต่เขาก็ยังช้าเกินไปและปล่อยให้ ฉินมู่ ในร่างกวางนั้นวิ่งผ่านเขาไปได้

“ไม่ต้องกังวล เขาหนีไม่ได้หรอก !”

เด็กสองคนที่วิ่งอยู่บนน้ำนั้นแสดงสีหน้าไม่แตกต่างจากเดิม เด็กสาวพลิกเท้าและหัวเราะเบาๆ อยู่ๆควาเร็วของเธอก็เพิ่มขึ้นและได้กระโดดขึ้นไปบนยอดไม้อย่างกับเธอนั้นกำลังบินอยู่  เด็กชายเองก็ยังคงสั่งการคนอื่นอย่างใจเย็นให้ไล่ตาม ฉินมู่ ไป

ไม่ว่า ฉินมู่ จะวิ่งได้เร็วแค่ไหนแต่ก็สลัดทั้งห้าคนนี้ไม่หลุด  อีกอย่างเขาถูกบังคับให้ต้องวิ่งไกลจากหมู่บ้านขึ้นๆเรื่อยๆลึกเข้าไปในดินแดนหายนะ

การได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านคนพิการมากว่า 14-15 ปีนั้น ระยะทางที่เขาไปไกลที่สุดก็แค่ 3-4 ไมล์ ตอนนี้เขาได้วิ่งผ่านระยะทางนั้นมาแล้ว  ตอนนี้สิ่งรอบข้างเริ่มดูไม่คุ้นเคย ในเวลาเดียวกันเขาก็แทบไม่รู้จักสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลย

ในตอนที่ ฉินมู่ วิ่งต่อเรื่อยๆก็ได้พบกับหุบเขาที่อยู่ตรงหน้า   มีกลุ่มต้นพีชอยู่ในหุบเขา  เขาเห็นกลุ่มกวางอยู่ที่นั่น  เขารีบวิ่งเข้าไปและรีบไปหลบทันที

ฟึซ -- !

กลิ่นหวานๆลอยออกมาคลุ้งทั่วพื้นที่พร้อมกับที่เด็กสาวได้ลงมายืนที่พื้น  เท้าของเธอกระดิกไปมาและมองมาที่ฝูงกวางตรงหน้าพร้อมกับคิ้วขมวด

เธอกัดปากและพูดขึ้น – “เขาแอบอยู่ในฝูงกวาง”

“งั้นก็ฆ่ากวางทั้งหมดซะ !”

เด็กๆเริ่มวิ่งเข้าไปในฝูงกวางและชักดาบกับมีดออกมาเพื่อฆ่ากวางพวกนั้น  แม้ว่ากวางพวกนี้จะรวดเร็วแต่มันก็ยังช้ากว่าพวกเด็กๆ

ทั้งห้าคนนั้นมีร่างวิญญาณและยังแข็งแกร่งอีกด้วย อีกทั้งยังได้ฝึกฝนทักษะต่อสู้   กวางกระจายตัวหนีไปทุกทิศทางแต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหนีจากชะตากรรมมันพ้น กวงนั้นโดนฆ่าไปทีละตัวๆ

อยู่ๆก็ได้มีเสียงของคนดังขึ้นมาในฝูงกวางพวกนั้น

“ไม่ใช่ช้าบอกว่ากวางเองก็คือสิ่งมีชีวิตหรอกหรือ ?” – เขาถามขึ้นมา – “ย่าได้ฆ่ากวางไปแค่ตัวเดียวแต่เจ้ากลับฆ่าเป็นฝูง ทำไมเจ้ายังบอกว่าเรานั้นคือคนที่เดินตามเส้นทางปิศาจอีก ?”

“ตรงนั้น !”

ตาของเด็กสาวเป็นประกายพร้อมกับรวบรวมพลังฉีและชักดาบยาวออกมา  พลังฉีของพยัคฆ์ขาวนั้นแผ่ออกมาจากดาบและเปล่งแสงสีทอง  ดาบลอยออกจากมือของเธอและพุ่งเข้าใส่ ฉินมู่ ที่ซึ่งวิ่งอยู่พร้อมกับฝูงกวางตรงนั้น

ฉินมู่ บิดตัวเปลี่ยนทิศทางเพื่อที่จะหลบดาบแต่ดาบเองก็เปลี่ยนทิศทางและพุ่งเข้ามาหาเขาเช่นกัน

“นี่มันทักษะอะไรกัน ?”

ฉินมู่ นั้นสับบสน – “รึนี่คือทักษะสวรรค์ ? มัน...ดูไม่เหมือนเลย  ปู่ฆ่าสัตว์เองได้บอกว่าทักษะสวรรค์นั้นจะสามารถบรรลุได้ก็ต่อเมื่อบ่มเบาะอย่างสุดตัว  เส้นทางทักษะของเด็กสาวนี้ดูด้อยกว่าของปู่ฆ่าสัตว์อย่างมาก...”

ในตอนที่ดาบพุ่งเข้ามาเพื่อฆ่าเขา  ฉินมู่ ได้เปลี่ยนทิศทางในตอนที่มันเกือบถึงตัวให้ได้มากที่สุดจนแทบเกือบหลบไม่ได้  ในตอนที่เขาหลบการโจมตี เขาก็เห็นด้ายที่เชื่อมกับด้ามจับของดาบ  ปลายอีกด้านนั้นเชื่อมที่ด้ามจับและอีกด้านนั้นอยู่ในมือของเด็กสาว

ด้ายนี้คือไหมอย่างดีซึ่งทำให้ยากที่จะมองเห็นได้

 

 

จบบทที่ Chapter 5: ผู้อาวุโสทั้งห้าของแม่น้ำหลี่

คัดลอกลิงก์แล้ว