- หน้าแรก
- นารูโตะ : แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นที่นี่
- บทที่ 2 : โลกที่วางแผนไม่ได้
บทที่ 2 : โลกที่วางแผนไม่ได้
บทที่ 2 : โลกที่วางแผนไม่ได้
“ถึงแล้ว!” แม่ของฉันกรีดร้องตื่นเต้นเมื่อเราขับรถผ่านซุ้มประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย
ในชีวิตจริง มหาวิทยาลัยแห่งนี้ยิ่งใหญ่อลังการยิ่งกว่าในหนังสือโบรชัวร์หรือในเว็บไซต์ และฉันก็รู้สึกประทับใจมากเมื่อเห็นอาคารหินที่ดูหรูหรา ผู้คนนับร้อย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่กำลังกล่าวอำลาลูกๆ ด้วยการกอดและจูบ กลุ่มนักศึกษาใหม่ที่แต่งตัวด้วยเครื่องแบบ WCU ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไปจนถึงคนที่มาสายและดูสับสน ต่างพากันมาจนเต็มพื้นที่ ฉันก็หวังว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าฉันจะรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
แม่ยืนกรานที่จะเดินไปส่งฉันที่งานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ เธอพยายามยิ้มตลอดสามชั่วโมงของงานปฐมนิเทศและคิบะก็ตั้งใจฟังเช่นเดียวกับฉัน
“แม่ขอไปดูห้องนอนของลูกก่อนกลับนะ” แม่พูดเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง “แม่อยากจะดูให้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี”
แม่มองดูอาคารเก่าๆ ด้วยสีหน้าไม่พอใจ เธอมีนิสัยชอบจับผิดทุกสิ่ง คิบะยิ้มเพื่อลดความตึงเครียด
“แม่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกจะได้มาเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว! ลูกสาวคนเดียวของแม่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยและใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแล้วนะเนี่ย” เธอบ่นพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาเพื่อไม่ให้เครื่องสำอางเลอะ
คิบะเดินตามหลังพวกเราไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางของฉันในขณะที่เราเดินไปตามทางเดิน
“ห้อง B22... เราอยู่ที่ทางเดิน C ค่ะ” ฉันบอกพวกเขา โชคดีที่ฉันเห็นตัวอักษร B ตัวใหญ่ที่ทาสีอยู่บนผนัง “ทางนี้ค่ะ” ฉันชี้ในขณะที่แม่กำลังจะหันไปทางอื่น
ฉันดีใจที่เอาเสื้อผ้ามาไม่กี่ตัว ผ้าห่มผืนหนึ่ง และหนังสือเล่มโปรดบางส่วนของฉัน ทำให้คิบะไม่ต้องแบกของหนักมากนักและฉันก็จะได้ไม่ต้องจัดของเยอะ
“B22...” แม่ถอนหายใจ
รองเท้าส้นสูงของแม่สูงมากสำหรับการเดินทั้งหมดที่เราเดินกันอยู่ ที่ปลายสุดของทางเดินอันยาวเหยียด ฉันเสียบกุญแจเข้าไปในประตูไม้เก่าๆ และเมื่อประตูเปิดออก แม่ของฉันก็ส่งเสียงกรีดด้วยความตกใจ ห้องไม่กว้างมากนัก มีเตียงขนาดเล็กสองเตียง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งตู้ ลิ้นชักขนาดเล็ก และโต๊ะเขียนหนังสือสองตัว ผนังด้านหนึ่งของห้องเต็มไปด้วยโปสเตอร์วงดนตรีที่ฉันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ใบหน้าและร่างกายที่แสดงอยู่ในโปสเตอร์เหล่านั้นเต็มไปด้วยการเจาะร่างกายและรอยสัก นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง เธอมีผมสีแดงสด ตาขีดอายไลเนอร์หนาเกือบหนึ่งนิ้ว และแขนเต็มไปด้วยรอยสักที่สะดุดตา
“เฮ้” เธอยิ้มให้ฉัน ฉันแปลกใจที่พบว่ารอยยิ้มของเธอมีสเน่ห์ไม่น้อย “ฉันชื่อคาริน”
เธอลุกขึ้นนั่งโดยใช้ศอกยันตัว ทำให้หน้าอกของเธอถูกรัดแน่นด้วยเสื้อตัวเล็กที่ผูกเชือกไว้ด้านหน้า ฉันสะกิดเท้าของคิบะเพราะเขาจ้องไปที่หน้าอกของเธอ
“เอ่อ... ฉันชื่อฮินาตะ” ฉันตอบกลับไป
“สวัสดี ฮินาตะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ยินดีต้อนรับสู่ WCU ที่ห้องพักอาจจะเล็กไปหน่อยแต่ที่นี่มีปาร์ตี้มันส์มาก”
รอยยิ้มของหญิงสาวผมแดงกว้างขึ้น เธอหัวเราะจนหัวเอนไปด้านหลัง จนกระทั่งเธอเห็นสีหน้างงงวยของเราทั้งสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า แม่ของฉันอ้าปากค้างจนขากรรไกรเกือบจะแตะพื้น และคิบะก็ดูเป็นกังวล จากนั้นคารินก็เดินเข้ามาใกล้ ลดช่องว่างระหว่างเราลง ฉันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น ฉันได้ยินเสียงเคาะประตู
“เข้ามาเลย!” เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ของฉันตะโกน
ประตูเปิดออกและเด็กผู้ชายสองคนก็เดินเข้ามาทันที
มีผู้ชายเข้ามาในหอพักหญิงตั้งแต่วันแรกเลยเหรอเนี่ย? บางที การเลือก WCU อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือไม่...นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันได้เปลี่ยนเพื่อนร่วมห้องก็ได้ จากสีหน้าของแม่ที่ดูทุกข์ทรมาน ฉันเห็นว่าแม่ก็คิดไปในทิศทางเดียวกันกับฉัน
“เฮ้ เธอเป็นเพื่อนร่วมห้องของคารินเหรอ?” เด็กผู้ชายคนหนึ่งถาม
เขามีผมสีทองชี้ตั้ง แขนเต็มไปด้วยรอยสัก และต่างหูที่หูมีขนาดเท่าเหรียญห้าเซ็นต์
“เอ่อ... ใช่ค่ะ ฉันชื่อฮินาตะ” แหม่ฉันก็...พูดออกมาได้...
“ฉันชื่อเดอิดาระ ทำตัวตามสบายนะ” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มขณะยื่นแขนมาแตะไหล่ของฉัน “เธอจะต้องชอบที่นี่” ใบหน้าของเขาดูอบอุ่นและเป็นมิตรแม้ภายนอกจะดูไม่น่าคบก็ตาม
“ฉันพร้อมแล้วพวก” คารินพูดขณะหยิบกระเป๋าถือสีดำใบใหญ่ขึ้นมาจากเตียง
ฉันหันไปมองเด็กหนุ่มร่างสูงผมสีทองที่ยืนพิงกำแพง ผมของเขาดูยุ่งเล็กน้อย แต่ก็ดูดีไร้ที่ติ เขามีต่างหูเจาะคิ้วและปากด้วย ฉันมองลงไปที่เสื้อยืดสีดำของเขาและแขนที่เต็มไปด้วยรอยสัก ไม่มีแม้แต่ผิวหนังส่วนเดียวที่ว่างเว้น ต่างจากรอยสักของคารินและเดอิดาระที่ดูเหมือนจะเป็นโทนสีดำ เทา และขาว เขาตัวสูงและผอม และฉันก็รู้ว่าฉันกำลังมองเขาอย่างเสียมารยาท แต่ฉันไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลย
ฉันหวังว่าเขาจะแนะนำตัวเหมือนกับเพื่อนๆ ของเขา แต่เขาก็ยังคงเงียบอยู่ เขาทำหน้าเซ็งด้วยความเบื่อหน่ายและหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงขายาวสีดำของเขา เขาดูไม่เป็นมิตรเท่าคารินหรือเดอิดาระอย่างแน่นอน แต่เขากลับดึงดูดความสนใจของฉันได้มากกว่า เขามีบางอย่างที่ทำให้ฉันไม่สามารถละสายตาจากใบหน้าของเขาได้ ฉันแทบไม่รู้ตัวเลยว่าคิบะกำลังมองดูฉันอยู่ จนกระทั่งฉันต้องละสายตาออกแล้วแสร้งทำเป็นว่าฉันมองเขาเพราะฉันตกใจกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขา แต่มันก็เป็นเพราะ...เป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?
“ไว้เจอกันนะ ฮินาตะ” เดอิดาระพูดและทั้งสามคนก็ออกจากห้องไป ฉันถอนหายใจยาวๆ ราวกับว่าพึ่งผ่านช่วงวลาที่น่าอึดอัดไป
“เราจะขอย้ายห้องให้ลูก!” แม่ของฉันพูดทันทีที่ประตูห้องปิดลง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่” ฉันพยายามซ่อนความกังวลทั้งหมดเอาไว้ ฉันไม่รู้ว่ามันได้ผลไหม แต่สิ่งสุดท้ายที่ฉันต้องการคือให้แม่ที่ชอบควบคุมของฉัน มาสร้างซีนให้ฉันในวันแรกที่มหาวิทยาลัย
“พวกเขาก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่บ่อยนักหรอกค่ะ” ฉันพูดเพื่อปลอบใจทั้งตัวเองและแม่
“ไม่...ไม่มีทาง...เราจะไปขอย้ายตอนนี้เลย” แม่แสดงความโกรธ
“ลูกจะมาอยู่ร่วมห้องกับใครที่ให้ผู้ชายเข้ามาได้แบบนั้นไม่ได้นะ! ยิ่งด้วยรูปลักษณ์แบบนั้นอีก!”
ฉันจ้องไปที่ดวงตาของแม่ แล้วหันไปมองคิบะ
“แม่คะ เถอะน่า...รอดูก่อนได้ไหมคะ” ฉันอ้อนวอน
ฉันไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าจะวุ่นวายขนาดไหนถ้าต้องพยายามเปลี่ยนห้องในนาทีสุดท้าย และมันน่าอับอายแค่ไหนที่ต้องทำแบบนั้น
แม่มองดูห้องอีกครั้ง เธอสังเกตการตกแต่งในส่วนของคารินและถอนหายใจออกมาอย่างเว่อร์วัง
“ก็ได้” แม่ยอมอย่างไม่เต็มใจ
“แต่เราต้องตงลงกันก่อน...”