เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 : โลกที่วางแผนไม่ได้

บทที่ 2 : โลกที่วางแผนไม่ได้

บทที่ 2 : โลกที่วางแผนไม่ได้


“ถึงแล้ว!” แม่ของฉันกรีดร้องตื่นเต้นเมื่อเราขับรถผ่านซุ้มประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย

ในชีวิตจริง มหาวิทยาลัยแห่งนี้ยิ่งใหญ่อลังการยิ่งกว่าในหนังสือโบรชัวร์หรือในเว็บไซต์ และฉันก็รู้สึกประทับใจมากเมื่อเห็นอาคารหินที่ดูหรูหรา ผู้คนนับร้อย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่กำลังกล่าวอำลาลูกๆ ด้วยการกอดและจูบ กลุ่มนักศึกษาใหม่ที่แต่งตัวด้วยเครื่องแบบ WCU ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไปจนถึงคนที่มาสายและดูสับสน ต่างพากันมาจนเต็มพื้นที่  ฉันก็หวังว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าฉันจะรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

แม่ยืนกรานที่จะเดินไปส่งฉันที่งานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่  เธอพยายามยิ้มตลอดสามชั่วโมงของงานปฐมนิเทศและคิบะก็ตั้งใจฟังเช่นเดียวกับฉัน

“แม่ขอไปดูห้องนอนของลูกก่อนกลับนะ” แม่พูดเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง “แม่อยากจะดูให้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี”

แม่มองดูอาคารเก่าๆ ด้วยสีหน้าไม่พอใจ เธอมีนิสัยชอบจับผิดทุกสิ่ง คิบะยิ้มเพื่อลดความตึงเครียด

“แม่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกจะได้มาเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว! ลูกสาวคนเดียวของแม่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยและใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแล้วนะเนี่ย” เธอบ่นพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาเพื่อไม่ให้เครื่องสำอางเลอะ

คิบะเดินตามหลังพวกเราไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางของฉันในขณะที่เราเดินไปตามทางเดิน

“ห้อง B22... เราอยู่ที่ทางเดิน C ค่ะ” ฉันบอกพวกเขา โชคดีที่ฉันเห็นตัวอักษร B ตัวใหญ่ที่ทาสีอยู่บนผนัง “ทางนี้ค่ะ” ฉันชี้ในขณะที่แม่กำลังจะหันไปทางอื่น

ฉันดีใจที่เอาเสื้อผ้ามาไม่กี่ตัว ผ้าห่มผืนหนึ่ง และหนังสือเล่มโปรดบางส่วนของฉัน ทำให้คิบะไม่ต้องแบกของหนักมากนักและฉันก็จะได้ไม่ต้องจัดของเยอะ

“B22...”  แม่ถอนหายใจ

รองเท้าส้นสูงของแม่สูงมากสำหรับการเดินทั้งหมดที่เราเดินกันอยู่ ที่ปลายสุดของทางเดินอันยาวเหยียด ฉันเสียบกุญแจเข้าไปในประตูไม้เก่าๆ และเมื่อประตูเปิดออก แม่ของฉันก็ส่งเสียงกรีดด้วยความตกใจ ห้องไม่กว้างมากนัก มีเตียงขนาดเล็กสองเตียง ตู้เสื้อผ้าหนึ่งตู้ ลิ้นชักขนาดเล็ก และโต๊ะเขียนหนังสือสองตัว ผนังด้านหนึ่งของห้องเต็มไปด้วยโปสเตอร์วงดนตรีที่ฉันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ใบหน้าและร่างกายที่แสดงอยู่ในโปสเตอร์เหล่านั้นเต็มไปด้วยการเจาะร่างกายและรอยสัก นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง เธอมีผมสีแดงสด ตาขีดอายไลเนอร์หนาเกือบหนึ่งนิ้ว และแขนเต็มไปด้วยรอยสักที่สะดุดตา

“เฮ้” เธอยิ้มให้ฉัน ฉันแปลกใจที่พบว่ารอยยิ้มของเธอมีสเน่ห์ไม่น้อย “ฉันชื่อคาริน”

เธอลุกขึ้นนั่งโดยใช้ศอกยันตัว ทำให้หน้าอกของเธอถูกรัดแน่นด้วยเสื้อตัวเล็กที่ผูกเชือกไว้ด้านหน้า ฉันสะกิดเท้าของคิบะเพราะเขาจ้องไปที่หน้าอกของเธอ

“เอ่อ... ฉันชื่อฮินาตะ” ฉันตอบกลับไป

“สวัสดี ฮินาตะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ยินดีต้อนรับสู่ WCU ที่ห้องพักอาจจะเล็กไปหน่อยแต่ที่นี่มีปาร์ตี้มันส์มาก”

รอยยิ้มของหญิงสาวผมแดงกว้างขึ้น เธอหัวเราะจนหัวเอนไปด้านหลัง จนกระทั่งเธอเห็นสีหน้างงงวยของเราทั้งสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า แม่ของฉันอ้าปากค้างจนขากรรไกรเกือบจะแตะพื้น และคิบะก็ดูเป็นกังวล จากนั้นคารินก็เดินเข้ามาใกล้ ลดช่องว่างระหว่างเราลง  ฉันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น ฉันได้ยินเสียงเคาะประตู

“เข้ามาเลย!” เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ของฉันตะโกน

ประตูเปิดออกและเด็กผู้ชายสองคนก็เดินเข้ามาทันที

มีผู้ชายเข้ามาในหอพักหญิงตั้งแต่วันแรกเลยเหรอเนี่ย? บางที การเลือก WCU อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือไม่...นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันได้เปลี่ยนเพื่อนร่วมห้องก็ได้ จากสีหน้าของแม่ที่ดูทุกข์ทรมาน ฉันเห็นว่าแม่ก็คิดไปในทิศทางเดียวกันกับฉัน

“เฮ้ เธอเป็นเพื่อนร่วมห้องของคารินเหรอ?” เด็กผู้ชายคนหนึ่งถาม

เขามีผมสีทองชี้ตั้ง แขนเต็มไปด้วยรอยสัก และต่างหูที่หูมีขนาดเท่าเหรียญห้าเซ็นต์

“เอ่อ... ใช่ค่ะ ฉันชื่อฮินาตะ”  แหม่ฉันก็...พูดออกมาได้...

“ฉันชื่อเดอิดาระ ทำตัวตามสบายนะ” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มขณะยื่นแขนมาแตะไหล่ของฉัน “เธอจะต้องชอบที่นี่” ใบหน้าของเขาดูอบอุ่นและเป็นมิตรแม้ภายนอกจะดูไม่น่าคบก็ตาม

“ฉันพร้อมแล้วพวก” คารินพูดขณะหยิบกระเป๋าถือสีดำใบใหญ่ขึ้นมาจากเตียง

ฉันหันไปมองเด็กหนุ่มร่างสูงผมสีทองที่ยืนพิงกำแพง ผมของเขาดูยุ่งเล็กน้อย แต่ก็ดูดีไร้ที่ติ เขามีต่างหูเจาะคิ้วและปากด้วย ฉันมองลงไปที่เสื้อยืดสีดำของเขาและแขนที่เต็มไปด้วยรอยสัก ไม่มีแม้แต่ผิวหนังส่วนเดียวที่ว่างเว้น ต่างจากรอยสักของคารินและเดอิดาระที่ดูเหมือนจะเป็นโทนสีดำ เทา และขาว เขาตัวสูงและผอม และฉันก็รู้ว่าฉันกำลังมองเขาอย่างเสียมารยาท แต่ฉันไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลย

ฉันหวังว่าเขาจะแนะนำตัวเหมือนกับเพื่อนๆ ของเขา แต่เขาก็ยังคงเงียบอยู่ เขาทำหน้าเซ็งด้วยความเบื่อหน่ายและหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงขายาวสีดำของเขา เขาดูไม่เป็นมิตรเท่าคารินหรือเดอิดาระอย่างแน่นอน แต่เขากลับดึงดูดความสนใจของฉันได้มากกว่า เขามีบางอย่างที่ทำให้ฉันไม่สามารถละสายตาจากใบหน้าของเขาได้ ฉันแทบไม่รู้ตัวเลยว่าคิบะกำลังมองดูฉันอยู่ จนกระทั่งฉันต้องละสายตาออกแล้วแสร้งทำเป็นว่าฉันมองเขาเพราะฉันตกใจกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขา แต่มันก็เป็นเพราะ...เป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?

“ไว้เจอกันนะ ฮินาตะ” เดอิดาระพูดและทั้งสามคนก็ออกจากห้องไป ฉันถอนหายใจยาวๆ ราวกับว่าพึ่งผ่านช่วงวลาที่น่าอึดอัดไป

“เราจะขอย้ายห้องให้ลูก!” แม่ของฉันพูดทันทีที่ประตูห้องปิดลง

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่” ฉันพยายามซ่อนความกังวลทั้งหมดเอาไว้  ฉันไม่รู้ว่ามันได้ผลไหม แต่สิ่งสุดท้ายที่ฉันต้องการคือให้แม่ที่ชอบควบคุมของฉัน มาสร้างซีนให้ฉันในวันแรกที่มหาวิทยาลัย

“พวกเขาก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่บ่อยนักหรอกค่ะ” ฉันพูดเพื่อปลอบใจทั้งตัวเองและแม่

“ไม่...ไม่มีทาง...เราจะไปขอย้ายตอนนี้เลย” แม่แสดงความโกรธ

“ลูกจะมาอยู่ร่วมห้องกับใครที่ให้ผู้ชายเข้ามาได้แบบนั้นไม่ได้นะ! ยิ่งด้วยรูปลักษณ์แบบนั้นอีก!”

ฉันจ้องไปที่ดวงตาของแม่ แล้วหันไปมองคิบะ

“แม่คะ เถอะน่า...รอดูก่อนได้ไหมคะ”  ฉันอ้อนวอน

ฉันไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าจะวุ่นวายขนาดไหนถ้าต้องพยายามเปลี่ยนห้องในนาทีสุดท้าย และมันน่าอับอายแค่ไหนที่ต้องทำแบบนั้น

แม่มองดูห้องอีกครั้ง เธอสังเกตการตกแต่งในส่วนของคารินและถอนหายใจออกมาอย่างเว่อร์วัง

“ก็ได้” แม่ยอมอย่างไม่เต็มใจ

“แต่เราต้องตงลงกันก่อน...”

จบบทที่ บทที่ 2 : โลกที่วางแผนไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว