เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: หมูตายไม่กลัวน้ำร้อน

บทที่ 22: หมูตายไม่กลัวน้ำร้อน

บทที่ 22: หมูตายไม่กลัวน้ำร้อน


บทที่ 22: หมูตายไม่กลัวน้ำร้อน

วันต่อมา

แปดโมงเช้าเป๊ง

ในห้องเรียน

"...แดนลับสามครั้งแรก ถึงแม้จะอันตรายอยู่บ้าง แต่มันคือโอกาสทองในการเติบโตของพวกเธอเลยนะ!"

อาจารย์หลิวยืนอยู่หน้าชั้นเรียน พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ตั้งแต่แดนลับหมายเลข 4 เป็นต้นไป จะมีข้อจำกัดสารพัด พรสวรรค์ความสามารถหลายอย่างจะโดนกดไว้เยอะมาก ระดับความอันตรายก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ"

"มีเพียงแดนลับสามครั้งแรกเท่านั้น ที่ไม่มีข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น พวกเธอต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี ขยันให้มากๆ ล่ามอนสเตอร์เข้าไว้ มีพื้นฐานที่ดีเท่านั้น พวกเธอถึงจะได้รับค่าศักยภาพในแดนลับได้มากขึ้น ในอนาคตก็จะไปได้ไกลกว่าคนอื่น"

"ถ้าพลาดโอกาสทองในแดนลับสามครั้งแรกนี้ไป พวกเธอจะต้องเสียใจแน่นอน!"

"อย่างเช่นครูของพวกเธอนี่ไง เพราะพื้นฐานไม่แน่นพอ ทำให้ตอนนี้ไม่มั่นใจเลยว่าจะรอดชีวิตในแดนลับครั้งต่อไปได้รึเปล่า ไม่กล้าเข้าร่วมแดนลับครั้งต่อไปมาตั้งนานแล้ว ได้แต่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเปล่าๆ"

พอพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของอาจารย์หลิวก็ดูหม่นหมองลงเล็กน้อย

มีนักเรียนคนหนึ่งถามขึ้น "อาจารย์ครับ แล้วอาจารย์ไปถึงแดนลับหมายเลขไหนแล้วเหรอครับ?"

คำถามนี้มันช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย เหมือนเอามีดไปกรีดใจอาจารย์หลิวชัดๆ

แต่ก็นะ อาจารย์หลิวเป็นคนใจเย็น พอได้ยินก็ยังตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมา "เพิ่งจะผ่านแดนลับหมายเลข 14 มาเท่านั้นเอง แดนลับหมายเลข 15 มันถูกขนานนามว่าเป็นแดนลับหายนะ ระดับความอันตรายมันสูงกว่าแดนลับหมายเลข 14 มากโข ครูไม่มั่นใจเลยจริงๆ ติดแหง็กอยู่ตรงนี้มาหลายปีแล้ว"

มีนักเรียนอีกคนอดไม่ได้ที่จะถาม "อาจารย์ครับ แล้วอาจารย์พอจะทราบความคืบหน้าของท่านเทพธิดาฉินบ้างไหมครับ?"

"ท่านเทพธิดาฉินน่ะ คืออัจฉริยะในรอบร้อยปีของประเทศเราเลยนะ เธอผ่านแดนลับหมายเลขยี่สิบเก้าไปแล้ว เป็นสถิติสูงสุดของประเทศเรา! ผลงานขนาดนี้ ต่อให้ไปเทียบกับทั่วโลก ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า มีเพียงผู้แข็งแกร่งไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงได้"

พอพูดถึงตรงนี้ อาจารย์หลิวก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ "แต่ว่า ช่วงนี้ท่านเทพธิดาฉินดูเหมือนจะถึงทางตันแล้วเหมือนกัน ไม่ได้ยินข่าวว่าเธอไปเข้าร่วมแดนลับมานานแล้ว"

พวกนักเรียนเพิ่งจะเคยได้ยินเรื่องลับๆ แบบนี้เป็นครั้งแรก

ต่างก็พากันตาโตด้วยความประหลาดใจ

"เอาล่ะ เรื่องพวกนี้มันยังไกลตัวพวกเธอมาก มาพูดถึงแดนลับหมายเลข 1 กันก่อน"

อาจารย์หลิวกล่าว "แดนลับหมายเลข 1 พวกเธอจะต้องเอาชีวิตรอดอยู่ในนั้นให้ได้ 20 วัน ถึงจะออกมาได้ ถึงแม้ในแดนลับจะมีของกินอยู่บ้าง แต่มันก็น้อยมาก"

"เพราะฉะนั้น อุปสรรคที่พวกเธอต้องเจอ ไม่ใช่แค่ภัยคุกคามจากเจ้าผีดิบกระโดดเท่านั้น แต่ยังต้องรวบรวม หรือกระทั่งแย่งชิงอาหารกันอีกด้วย"

"คาบเรียนในวันนี้ จะเน้นไปที่เรื่องอาหารในแดนลับหมายเลข 1"

"ฉากของแดนลับหมายเลข 1 จะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ของที่พอกินได้ นอกจากพวกไก่ป่ากระต่ายป่าแล้ว ก็มีพวกผลไม้ป่านี่แหละ"

"พวกสัตว์เล็กๆ อย่างไก่ป่ากระต่ายป่า ถ้าพวกเธอเจอเข้าล่ะก็ ต้องจับให้ได้เด็ดขาด อย่าได้ใจอ่อนเป็นอันขาด พวกมันคือเสบียงของพวกเธอในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็นปัจจัยสำคัญในการเอาชีวิตรอดเลยนะ!"

"ส่วนผลไม้ป่า ต้องระวังในการแยกแยะให้ดี ไม่ใช่ว่าผลไม้ป่าทุกชนิดจะกินได้ บางชนิดมีพิษ ถึงกินเข้าไปแล้วไม่ถึงตาย แต่มันก็ทำให้ร่างกายของพวกเธอทรมาน เพิ่มความเสี่ยงอื่นๆ ได้อีก"

"เดี๋ยวครูจะให้ดูรูปผลไม้ป่าที่กินได้บางชนิด พวกเธอต้องจำให้ดีล่ะ..."

...

หลายวันต่อมา

เฉินเย่ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ตอนเช้าเข้าเรียน ตอนบ่ายฝึกเคล็ดวิชากายาหดส่วน ตกเย็นก็ฝึกตามตารางของไซตามะ...

ชีวิต...มันช่างมีสาระจริงๆ (ประชด)

ถึงอย่างนั้น

เขาก็ยังเป็นคนที่ว่างที่สุดในชั้นเรียนอยู่ดี

นักเรียนคนอื่นๆ ไม่ฝึกวิทยายุทธ์ประจำชาติ ก็ซ้อมใช้อาวุธ ไม่ก็ฝึกหนักหัวแทบหลุด พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานของตัวเอง

สำหรับนักเรียนเหล่านี้ การเพิ่มค่าสถานะได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็ถือว่าล้ำค่าสุดๆ

นั่นหมายถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอีกขั้น ในแดนลับก็จะมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นอีกนิด

ดังนั้น ถึงแม้การเพิ่มค่าสถานะของพวกเขาจะยากเย็นแสนเข็ญ พวกเขาก็ยังคงกัดฟันฝึกทุกวัน จนกระทั่งร่างแทบแหลก

จะมีใครเหมือนเฉินเย่ล่ะ

แค่บริหารร่างกายวันละชั่วโมงสองชั่วโมง ก็ได้ค่าสถานะมานอนกอดสบายๆ 15 แต้ม ชิลๆ นิ่งๆ ดุจหมาเฒ่าจำศีล

คนที่ขยันที่สุดในกลุ่ม คงหนีไม่พ้นถังจื่อเฉิน!

ว่ากันว่า ช่วงนี้ถังจื่อเฉินสลบเหมือดในห้องฝึกไปแล้วเจ็ดแปดรอบ...

มีครั้งหนึ่งอาการหนักมาก พลังจิตถูกใช้จนเกินขีดจำกัด เลือดออกทวารทั้งเจ็ด สุดท้ายต้องหามส่งโรงพยาบาลช่วยชีวิตกันจ้าละหวั่น ทำเอาเหล่าอาจารย์ใจหายใจคว่ำไปตามๆ กัน

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ยอมพัก

แค่ไปนอนซมในโรงพยาบาลแค่วันเดียว ก็กลับมาโหมฝึกหนักเหมือนเดิมแล้ว

เธอนิสัยเด็ดเดี่ยวมาก เรื่องที่ตัดสินใจแล้ว ต่อให้เก้าวัวก็ฉุดไม่อยู่

เหล่าอาจารย์ห้ามปรามยังไงก็เอาไม่อยู่

ส่วนเฉินเย่...

เพราะ "ชิลเกิ๊น" เดือนหนึ่งโดนอาจารย์หลิวเรียกไปปรับทัศนคติหลายรอบ...

อาจารย์หลิวก็ไม่ได้ด่าอะไรเขานะ

แค่พยายามพูดจาหว่านล้อมด้วยความหวังดีให้เขาขยันหน่อย เห็นคุณค่าชีวิตตัวเองบ้าง

สำหรับความหวังดีของอาจารย์หลิว เฉินเย่ก็ซาบซึ้งใจอยู่หรอก

แต่ว่า...

เขาก็ยังคงทำตามใจตัวเองเหมือนเดิม!

ก็เพราะว่า ไอ้ตารางฝึกของไซตามะบ้าบอนั่นน่ะ วันหนึ่งมันได้ผลแค่รอบแรกเท่านั้นเอง!

ต่อให้เขาทำสิบรอบ มันก็ได้ค่าสถานะแค่รอบแรกเท่านั้นแหละ อีกเก้ารอบที่เหลือ นอกจากจะทำให้ร่างกายเขาพังแล้ว ขนสักเส้นก็ไม่ขึ้น

ด้วยเหตุนี้

เขาย่อมไม่อยากจะเสียแรงเปล่าอยู่แล้ว

จะทำให้ตัวเองเหนื่อยแทบตายไปทำไม?

คนเรามีชีวิตอยู่

สิ่งที่สำคัญที่สุดมันก็คือความสุขไม่ใช่รึ?

อาจารย์หลิวเห็นเฉินเย่ "ดื้อด้านไม่เลิก" หลังๆ ก็เลยถอดใจ เลิกพยายามเกลี้ยกล่อมเฉินเย่ไปในที่สุด

...

พริบตาเดียว

เวลาก็ผ่านไปหนึ่งเดือน

วันนี้ คือวันสุดท้ายของเดือนมิถุนายน

พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่แดนลับเปิดฉากแล้ว!

ยามเช้า

นักเรียนทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องเรียน

เมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งเข้าเรียนใหม่ๆ หลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาหนึ่งเดือน ทุกคนก็เปลี่ยนแปลงไปมาก

ดำขึ้น!

ผอมลง!

แต่ในแววตากลับฉายแววความมั่นใจ

กระทั่งคนที่ว่างที่สุดในชั้นอย่างเฉินเย่ ก็ยังเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย

ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากตารางฝึกของไซตามะรึเปล่า เดือนนี้เขาสูงขึ้นเยอะเลย ตอนนี้ส่วนสูงเกือบจะ 185 เซนติเมตรแล้ว รูปร่างก็ดีเลิศประเสริฐศรี เทียบชั้นนายแบบได้สบายๆ

บวกกับหน้าตาที่ไม่เลว ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูดีเอามากๆ

เขาถึงขนาดได้รับจดหมายรักจากนักเรียนหญิงคนหนึ่งด้วยนะ...

ฝ่ายนั้นสามารถมองข้ามพรสวรรค์ฮีโร่ระดับ C ของเขาได้ แสดงว่าเป็นรักแท้แน่นอน แต่น่าเสียดายที่ไม่เข้าตาเฉินเย่

สำหรับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง เฉินเย่พอใจมาก

สิ่งเดียวที่น่าเสียดาย ก็คือเส้นผมของเขานี่แหละ

เมื่อค่าสถานะเพิ่มขึ้น ปริมาณเส้นผมของเขากลับน้อยลงทุกที

ทุกเช้าที่ตื่นนอน ผมร่วงเป็นกระจุกๆ

อีกไม่นานแนวผมของเขา คงจะเถิกจนปิดไม่มิดแล้ว

เฉินเย่กำลังคิดอยู่ว่า พอผ่านแดนลับครั้งนี้ไปแล้ว จะไปโกนหัวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดีไหม จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องหัวล้านไม่ล้านทุกวัน

แปดโมงตรงเป๊ง

อาจารย์หลิวเดินเข้ามาในห้องเรียนตรงเวลา

"นักเรียนทุกคน วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเดือนมิถุนายน พรุ่งนี้แดนลับก็จะเปิดฉากแล้ว ครูขออวยพรให้พวกเธอทุกคนประสบความสำเร็จ ได้รับชัยชนะกลับมา!"

"ก่อนที่จะเริ่มบทเรียนในวันนี้ ครูอยากจะขอชมเชยพวกเธอทุกคนจริงๆ"

"ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ความพยายามของพวกเธอทุกคน ครูเห็นมันกับตาตัวเอง ครูรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นครูของพวกเธอ"

"เมื่อพูดถึงตรงนี้ ครูต้องขอชมเชยคนหนึ่งเป็นพิเศษ เธอคนนี้มีพรสวรรค์ความสามารถที่ดีที่สุด แต่กลับยังคงเป็นคนที่ขยันที่สุดในหมู่พวกเธอ!"

พอได้ยินถึงตรงนี้ ทุกคนก็รู้ว่าอาจารย์หลิวกำลังพูดถึงใคร ต่างก็พากันมองไปยังถังจื่อเฉินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนับถือ

ผลงานของถังจื่อเฉิน พวกเขาทุกคนรู้ดี

ลองถามใจตัวเองดู พวกเขาไม่สามารถทุ่มเทได้เท่าถังจื่อเฉินจริงๆ

สำหรับหัวหน้าห้องคนนี้ นักเรียนทั้งชั้นทุกคน ล้วนยอมรับจากใจจริง

"ถังจื่อเฉิน!"

อาจารย์หลิวยิ้มพลางถาม "ครูอยากจะถามเธอหน่อยว่า หลังจากที่ผนึก S2 สำเร็จแล้ว ค่าพลังจิตเริ่มต้นของเธออยู่ที่เท่าไหร่?"

ถังจื่อเฉินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย "11 ค่ะ"

เธอรู้ว่าอาจารย์ต้องการจะใช้เธอเป็นแบบอย่าง เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเรียนคนอื่น

ถ้ามันสามารถช่วยเพื่อนร่วมชั้นได้จริงๆ เธอก็ยินดี

"ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ค่าพลังจิตของเธออยู่ที่เท่าไหร่?" อาจารย์หลิวถามต่อ

"19 ค่ะ!"

ตัวเลขนี้พอหลุดออกมา

ในห้องเรียนก็พลันมีเสียงฮือฮาดังขึ้นทันที!

จบบทที่ บทที่ 22: หมูตายไม่กลัวน้ำร้อน

คัดลอกลิงก์แล้ว