เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ก็แค่แต่งนิทาน

บทที่ 17 ก็แค่แต่งนิทาน

บทที่ 17 ก็แค่แต่งนิทาน


17 - ก็แค่แต่งนิทาน

รอบ ๆ ตัวของเต่าและกระต่ายเต็มไปด้วยผู้คน

ทำให้เต่าและกระต่ายหนีไปไหนไม่ได้

สิ่งนี้ทำให้ผู้คนรอบ ๆ หัวเราะและยังไม่จับกระต่าย แต่กลับมองดูด้วยความสนใจแทน

หลักจากนั้นซักพักคนที่ต้องการซื้อกระต่ายก็เอื้อมไปจับกระต่าย

ส่วนชายอีกคนก็เอื้อมมือไปจับเต่ามาไว้ในมือ

ชายทั้งสองยังคงขอบคุณผู้คนรอบ ๆ

หลังจากนั้นซักพักผู้คนก็ค่อย ๆ แยกย้ายกันไป

หลังจากนั้นเรื่องราวที่น่าสนใจนี้ก็ค่อย ๆ ถูกพูดออกไปปากต่อปากกระจายไปทั่วตลาดอย่างช้า ๆ

โดยการที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจผู้คนเลยรู้สึกสนุกสนานที่ได้เล่าสู่กันฟัง

หลังจากที่ผู้คนเริ่มแยกย้ายกันไปแล้วหลี่หานก็เห็นคนรู้เดินเข้ามาหาเขาที่แผงผัก

ลูกค้าที่เปิดธุรกิจของตัวเองวันนี้ เติ้งชุย

เติ้งชุยมาที่นี่อีกแล้ว

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนที่อยู่ข้างเติ้งชุย

น่าจะเป็น...

เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้หลี่หานรู้สึกประหลาดใจและดีใจเล็กน้อย เมื่อเติ้งชุยเดินเข้ามาหลี่หานก็พูดว่า "วันนี้ครูเติ้งมาซื้ออาหารเหรอ?"

เติ้งชุยพยักหน้าแล้วชี้มาที่หลี่หานที่นั่งอยู่ตรงแผงขายผักแล้วพูดขึ้นกับคนที่อยู่กับเขา “นี่คือเด็กหนุ่มคนนั้น”

หลังจากนั้นเขาก็พูดกับหลี่หาน "นักเรียนหลี่หานฉันได้ชิมมะเขือเทศที่ซื้อกลับมาเไปเช้านี้แล้วรสชาติมันดีและอร่อยมากฉันเล่าให้ฟังพวกเขาแล้วพวกเขาเองก็อยากจะซื้อไปลองกินบ้างฉันเลยพามาที่นี่และฉันก็จะซื้อเพิ่มด้วยเองโอ้แล้วก็พวกเขาทั้งหมดเป็นเพื่อนร่วมงานของฉัน "

อย่างที่คิดไว้

หลี่หานทักทาย “ยินดีต้องรับคุณครูทุกท่านครับเชิญเลือกของที่ต้องการได้เลยนะครับ”

พวกคุณครูยังไม่เลือกของในทันทีแต่กับเอาแต่จ้องหลี่หานอย่างสงสัย

“คุณเติ้ง เขายังเป็นหนุ่มอยู่เลย นาน ๆ ทีฉันจะมาซื้อของฉันไม่รู้เลยว่ามีเด็กหนุ่มหล่อ ๆ แบบนี้มาขายผักด้วย”

“นั้นสิมันหายากจริง ๆ ที่จะเห็นเด็กหนุ่มมาตัั้งแผงขายผักแบบนี้”

"……"

“ในอนาคตผมจะใช้เวลากับการขายผักที่นี่มากกว่านี้อีกนะครับคุณครู”

“เด็กหนุ่มอย่างเธอทำธุรกิจได้อยู่แล้วไม่ต้องกังวลตราบใดที่รสชาติอาหารเหล่านี้ของเธอดีอย่างที่ครูเติ้งบอกเราจะมาบ่อย ๆ”

“ครูจะได้รู้คำตอบหลังจากที่ได้ชิมอาหารของผมแล้วมันอร่อยจริง ๆ นะ”

"……"

หลังจากนั้นคุณครูทั้งหลายก็เลือกผักของตัวเอง

หลี่หานชั่งน้ำหนักและใส่ถุงให้พวกเขา

การค้าขายในครั้งนี้สำเร็จอีกครั้ง

“หืม? ครูเติ้ง ครูหวัง พวกคุณมาซื้อของที่นี่นี่เอง!” ใครบางคนที่ผ่านมาและจำพวกคุณครูได้

ครูเติ้งพูดพร้อมกับรอยยิ้ม “ใช่แล้วผักของเด็กคนนี้ไม่ใช่แค่ดูดีแถมรสชาติยังดีอีกด้วย”

ครูเติ้งเป็นคนที่ดีมากนอกจากจะพาเพื่อนร่วมงานมาแล้วยังแนะนำคนที่ผ่านมาอีก

หลี่หานยกนิ้วโป้งให้ครูเติ้งอยู่ภายในใจ

“จริงเหรอครูเติ้ง? ผมเคยดูผักของหนุ่มนี่นะแต่ผมไม่กล้าซื้อมัน”

“ฉันรู้ว่าคุณกังวลเรื่องอะไรและก่อนหน้านี้ฉันก็กังวลเล็กน้อยเช่นกัน แต่หลังจากที่ฉันซื้อมาและชิมแล้วฉันก็พบว่าไม่ต้องกังวลเลยแถมรสชาติยังดีมากตอนนี้ฉัน เลยพาครูวังและคนอื่น ๆ มาซื้อ”

“ถ้าครูเติ้งพูดอย่างงั้นผมจะลองซื้อซักหน่อยก็ได้”

“ซื้อด้วยความมั่นใจหน่อยสิ”

ในเวลานี้นอกจากผู้สัญจรไปมาแล้วก็ยังมีผู้สัญจรไปมาอีกสองสามคนรอบ ๆ ทางเดิน

และทุกคนก็กำลังมองดูที่แผงของหลี่หาน

ซึ่งดูเหมือนพวกเขาจะถูกใจมาก

เพราะหลังจากได้ยินเรื่องที่เติ้งชุยพูดแล้วพวกเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้น

โดยเฉพาะผักที่ดูสวยงามและไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงถึงเรื่องของความปลอดภัยแถมรสชาติยังดี

แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ?

ก็ต้องซื้อสิ!

ฉันมาเพื่อซื้อของนะ

การค้าขายของหลี่หานดีขึ้นมาอย่างทันตาเห็นและยังมีลูกค้าเริ่มเข้าคิวเพื่อผักของเขาแล้ว

ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นแผงลอยของหลี่หานขายดีก็หยุดเดินแล้วสงสัย

และหลังจากที่ดูอยู่ซักพักเขาก็ตัดสินใจที่จะซื้อด้วยเหมือนกัน

พวกเขาทุกคนมีความคิดบางอย่าง

หลี่หานใช้เวลาไม่นานซักพักเขาก็ขายไปได้ครึ่งตะกร้าจากสองตะกร้าของเขา

เติ้งชุยและคุณครูอีกหลายคนก็ยังไม่ได้จากไปไหน

หลังจากที่เห็นผักของหลี่หานถูกขายออกไปจนหมด เติ้งชุยก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ผักของหลี่หานขายหมดแล้วพวกเราไปกันเถอะ”

ผักทั้งหมดถูกขายออกไปอย่างรวดเร็ว ฉันต้องขอบคุณครูเติ้งชุยจริง ๆ เลย

หลี่หานหัวเราะแล้วพูด “ผมขายได้หมดไวขนาดนี้ต้องขอบคุณคุณครูเติ้งจริง ๆ เลยครั้งหน้าถ้าพวกคุณครูมาซื้อผมจะขายให้ในราคาถูก ๆ”

เติ้งชุยยิ้มและพูด “เราสิต้องขอบคุณเธอหลี่หาน”

ครูอีกคนกล่าวว่า "ครั้งนี้สนุกดีที่ได้ออกมาเห็นเรื่องราวน่าสนใจอย่างกระต่ายกับเต่าเป็นครั้งแรก แต่ตอนนี้หลี่หานกับบอกว่าจะขายผักให้ในราคามราถูกลงในอนาคตช่างดีจริง ๆ เลย!"

เติ้งชุยพูด “ไม่จริงซักหน่อย”

“โอ้?” หลี่หานพูด “พวกคุณครูก็เห็นสิ่งที่น่าสนใจนั้นด้วยเหรอครับ?”

เติ้งชุยกล่าวว่า "ใช่แล้ว เต่าอยากจะวิ่งหนีและกระต่ายก็อยากจะวิ่งหนีเหมือนกันและในที่สุดทั้งสองก็วิ่งหนีไปด้วยกัน"

หลี่หานยิ้มและพูด “น่าเสียดายที่ไม่มีใครหนีไปได้ สมมุติว่าถ้ากระต่ายกับเต่ามาวิ่งแข่งกันครูคิดว่าใครจะชนะเหรอครับ?”

“กระต่ายวิ่งแข่งกับเต่างั้นเหรอ?” พวกคุณครูมองไปที่หลี่หาน ช่างเป็นสมมุติฐานที่น่าสนใจ

แต่คำตอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?

กระต่ายต้องชนะอยู่แล้ว!

คำถามนี่ไม่ต้องบอกกูรู้!

เติ้งชุยพูด “หลี่หานสมมุติฐานของเธอมันน่าสนใจมากนะแต่คำถามนี่ไม่ต้องถามก็ต้องรู้ไม่ใช่เหรอ? เต่าจะไปชนะกระต่ายได้ยังไง”

หลี่หานหัวเราะและพูดขึ้น “ก็ไม่แน่เสมอไปนะครับ แล้วถ้าเต่าชนะล่ะครับ? อย่างไรก็ตามคุณครูเติ้ง ผมจำได้ว่าคุณเคยบอกว่าคุณเป็นครูสอนภาษาจีนตอนนี้คุณสอนนักเรียนระดับไหนเหรอครับ?”

หลี่หานเปลี่ยนเรื่อง เติ้งชุยชะงักเล็กน้อยและตอบกลับ “ฉันสอนเด็ก ป.1 น่ะเธอมีอะไรงั้นเหรอ?”

ป.1? เยี่ยมจริง ๆ

หลี่หานพูดขึ้น “ผมสงสัยว่าครูเติ้งได้เล่านิทานให้นักเรียนฟังบ้างไหมครับ?”

เติ้งชุยพยักหน้าและตอบ “แน่นอน ฉันอ่านนิทานให้นักเรียนฟังบางครั้ง อย่างไรก็ตามมันยากมากที่จะหาเรื่องใหม่ ๆ ในตอนนี้หลาย ๆ เรื่องฉันได้เล่าไปหมดแล้วแถมนักเรียนก็ไม่อยากฟังมันแล้วด้วย”

แบบนี้น่าจะได้อยู่นะ

หลี่หานพูด “ครูเติ้งผมคิดนิทานที่น่าสนใจได้เรื่องหนึ่งผมคิดว่าเด็กนักเรียนของคุณจะต้องสนใจแน่”

“โอ้?” เติ้งชุยตกใจเล็กน้อยและพูด “เรื่องไหนเหรอที่เธอจะให้อ่านบางทีฉันอาจจะเล่าให้เด็ก ๆ ฟังไปแล้ว”

หลี่หานยิ้มและพูด “มันอาจจะยังไม่ถูกเล่าก็ได้นะครับเพราะเรื่องนี้ไม่เคยมีมาก่อนมันพึ่งจะมีเมื่อกี้เองครับ”

เติ้งชุยตกใจมากกว่าเดิมและพูดขึ้น “เธอหมายความว่ามันเป็นนิทานที่เธอคิดได้งั้นเหรอ?”

หลี่หานพยักหน้าและพูด “คุณจะพูดอย่างงั้นก็ได้ครับ”

“โอ้?” เติ้งชุยรู้สึกสนใจและยิ้ม “ถ้างั้นฉันขออ่านมันก่อนได้ไหมว่ามันน่าสนใจขนาดไหน?”

หลี่หานพูด “ถ้างั้นคุณครูทิ้งเบอร์กับอีเมลล์ไว้ให้หน่อยได้ไหมครับ?ผมจะส่งมันให้ครูตอนผมกลับ”

“ได้เลย!” เติ้งชุยตอบ

……

จบบทที่ บทที่ 17 ก็แค่แต่งนิทาน

คัดลอกลิงก์แล้ว