- หน้าแรก
- ระบบประมูลบอสวายร้าย
- ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 040 โอสถศักดิ์สิทธิ์!
ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 040 โอสถศักดิ์สิทธิ์!
ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 040 โอสถศักดิ์สิทธิ์!
ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 040 โอสถศักดิ์สิทธิ์!
“ยินดีด้วย!” ฮั่วเยาเหราแย้มยิ้มดุจบุปผา
สิ่งของชิ้นแรกก็ลอยไปยังห้องส่วนตัวหมายเลขสอง
หินศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏขึ้นก็ถูกระบบเก็บไปโดยธรรมชาติ
ผู้คนในโถงใหญ่ยังคงไม่ฟื้นจากความตกตะลึงเมื่อครู่นี้ ในระหว่างนั้นพวกเขาราวกับได้ค้นพบบางสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ สิบตระกูลใหญ่โบราณ เหนือกว่านั้นกลับยังมีเผ่าเซียนซ่อนเร้นอยู่อีกหรือ
ดินแดนบรรพกาลคาดว่าจะมีอริยะอยู่หรือ
ในท่ามกลางการคาดเดา
น้ำเสียงอันเย้ายวนและอ่อนระทวยของฮั่วเยาเหราก็หยุดยั้งความคิดฟุ้งซ่านของพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่สตรีบางคนก็ยังต้องยอมรับว่าฮั่วเยาเหรานั้นช่างสมชื่อโดยแท้ ยามที่นางเย้ายวนขึ้นมาก็สามารถช่วงชิงดวงวิญญาณของผู้คนไปได้
ทุกถ้อยคำล้วนแฝงไว้ด้วยเสียงอันเปี่ยมเสน่ห์
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ก็ดึงจิตใจของทุกคนกลับมาที่ลานประมูลได้อีกครั้ง ทำให้พวกเขาละทิ้งความคิดฟุ้งซ่านเมื่อครู่นี้ไป
“สิ่งของประมูลชิ้นที่สอง!”
“โอสถศักดิ์สิทธิ์!”
ดวงตางดงามของฮั่วเยาเหราก็ฉายแววประหลาดใจ สายตาจับจ้องไปยังสิ่งของชิ้นที่สองอย่างเจิดจรัส แม้แต่นางเองก็เพิ่งจะทราบว่าสิ่งของชิ้นที่สองคืออะไร เมื่อได้ฟังเสียงที่ส่งมา ในดวงตางดงามของนางก็ฉายแววตกตะลึงออกมา
[โอสถศักดิ์สิทธิ์: โอสถที่ถูกสร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์มรรคศักดิ์สิทธิ์ แฝงไว้ด้วยมรรคผลของอริยะ หากได้รับไปรับประทาน แม้จะเป็นเพียงปุถุชนก็จะบรรลุเป็นอริยะได้ในเวลาอันสั้น สำหรับผู้ที่เข้าใกล้ระดับอริยะอยู่แล้วก็จะยิ่งเข้าใกล้ระดับอริยะอย่างไร้ขีดจำกัด เพียงใช้เวลาไม่กี่วันก็สามารถทะลวงสู่ระดับอริยะได้]
เมื่อได้ฟังคำแนะนำสั้น ๆ
จิตใจของฮั่วเยาเหราก็สั่นสะท้าน
นางรู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถูกกล่าวออกไปจะบ้าคลั่งเพียงใด
ดินแดนบรรพกาลเบื้องหน้าไม่เคยมีอริยะปรากฏ อย่างน้อยที่สุดก็คือหากเผ่าเซียนซ่อนเร้นไม่ปรากฏกายก็ไม่มีอริยะ แต่วันนี้ลานประมูลกลับเตรียมที่จะสร้างอริยะขึ้นมาหนึ่งตนอย่างนั้นหรือ จิตใจของนางสั่นสะท้าน รู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถูกกล่าวออกไปจะก่อให้เกิดความโกลาหลใหญ่หลวงเพียงใด
“โอสถศักดิ์สิทธิ์หรือ”
“โอสถรึ”
“ตั้งชื่อด้วยคำว่าศักดิ์สิทธิ์ ช่างปากดีนัก เพียงแต่ไม่รู้ว่ามีคุณสมบัติพอหรือไม่ ท้ายที่สุดแล้ว โอสถระดับศักดิ์สิทธิ์มิใช่ว่าจะหามาได้ง่าย ๆ!”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นเซ็งแซ่
ทว่าดวงตางดงามของฮั่วเยาเหรากลับกระพริบไหว นางกำฝ่ามือของตนเอง ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่มันชุ่มเหงื่อไปแล้ว ราวกับถูกโอสถเม็ดนี้ทำให้ตกตะลึง ทั้งยังรู้สึกถึงความบ้าคลั่งในการกระทำของลานประมูล ที่คิดจะสร้างอริยะขึ้นมา
“มิใช่โอสถที่ระดับอริยะใช้รับประทาน!” ฮั่วเยาเหราอธิบาย
นางรู้ดี แม้จะมิใช่โอสถที่ระดับอริยะใช้รับประทาน
แต่กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
“มิใช่โอสถที่ระดับอริยะใช้รับประทานหรือ”
เจ้าราชาราชวงศ์อวี่ฮว่าขมวดคิ้วเล็กน้อย มีแววผิดหวังอยู่บ้าง ในดินแดนบรรพกาลขอเพียงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคำว่า ‘ศักดิ์สิทธิ์(圣)’ แม้เพียงเล็กน้อยก็ล้วนไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งของ
เมื่อได้ยินคำว่าโอสถศักดิ์สิทธิ์ในตอนแรกก็คิดว่าเกี่ยวข้องกับระดับอริยะ บัดนี้ดูเหมือนว่าตนเองจะคิดมากไปแล้วหรือ
“แต่ว่า!”
“กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า!”
ฮั่วเยาเหรากล่าวอีกครั้ง
นางเอ่ยถึงสรรพคุณของโอสถศักดิ์สิทธิ์ออกมาทีละคำอย่างเชื่องช้า ด้วยท่าทีที่จริงจังและเคร่งขรึมอย่างที่สุด ในยามนี้นางไม่มีความเย้ายวนและอ่อนหวานอีกต่อไป เพราะต้องแสดงความเคารพและยำเกรงต่อโอสถเม็ดนี้
“มัน… สามารถสร้างอริยะได้”
เมื่อคำพูดสุดท้ายดังขึ้น
ลานประมูลก็เงียบสงัด
ไร้ซึ่งเสียงใด ๆ
ตามมาด้วย
กลิ่นอายที่ซ่อนเร้นอยู่ทีละสาย ๆ ราวกับสัตว์ร้ายบรรพกาลที่ฟื้นคืนชีพ ทั้งยังคล้ายกับเทพมารในห้วงอเวจีที่ลืมตาขึ้นมาจับจ้อง ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่พร้อมจะปะทะกันได้ทุกเมื่อ
ราวกับว่าจะมีคนลงมือช่วงชิงโอสถศักดิ์สิทธิ์เม็ดนี้ได้ทุกเมื่อ
ระดับอริยะ
ทั้งดินแดนบรรพกาลเบื้องหน้าไม่มีแม้แต่คนเดียว
และ ณ ที่แห่งนี้
กลับคิดจะสร้างอริยะขึ้นมา
ช่างเป็นเรื่องที่บ้าคลั่งเพียงใด
น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
เจ้าราชาราชวงศ์อวี่ฮว่า
เจ้าขุนเขาธิดาเซียน
เจ้าสำนักเก้ามรรค
เจ้าตระกูลโบราณต่าง ๆ ล้วนเผยสายตาอันน่าสะพรึงกลัวออกมาในยามนี้ อยากจะเลือกคนมากลืนกินเสียให้สิ้น พวกเขาสามารถยอมแพ้ในวรยุทธได้ สามารถยอมแพ้ในสิ่งของเทพได้ แต่โอสถที่จะทำให้บรรลุเป็นอริยะได้นั้นกลับเป็นสิ่งที่พวกเขาใฝ่ฝันหา
กระทั่งยอมแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มา
ในยามนี้
พวกเขาบ้าคลั่งไปแล้ว
ความมืดมิดปกคลุมลานประมูล ในความเงียบงันมีคนผู้หนึ่งที่มิอาจอดกลั้นได้คิดจะยื่นกรงเล็บในความมืดออกไปหาโอสถเม็ดนั้น ทว่า ภายในลานประมูลกลับมีเสียงแค่นเย็นชาดังขึ้น ในความว่างเปล่ามีสายฟ้าสายหนึ่งฟาดผ่านไป
เปร๊าะ!
ฝ่ามือที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตข้างหนึ่งถูกตัดขาดร่วงหล่นลงมา
“ไม่…!”
ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนอันน่าหวาดกลัว ผู้คนนับไม่ถ้วนหันไปมอง เพียงเห็นชายวัยกลางคนแปลกหน้าผู้หนึ่งยืนอยู่ที่มุมห้องตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ เขายื่นฝ่ามือออกไปราวกับจะคว้าโอสถแล้วหลบหนี ทว่ากลับมีประกายกระบี่ที่มองไม่เห็นสายหนึ่งแทรกซึมเข้าไปในระหว่างคิ้วของเขา แทงทะลุจากศีรษะลงมา ทำลายล้างร่างกายจนสิ้นซาก กลายเป็นความว่างเปล่า
เป๊าะ!
ยอดฝีมือระดับผู้ยิ่งใหญ่เก้าชั้นฟ้าผู้หนึ่งม้วยมรณา!
ในทันใดนั้น
บรรยากาศราวกับถูกแช่แข็ง ผู้คนที่เคยคิดจะลงมือต่างก็กลับคืนสู่ความสงบในทันที ตระหนักได้ว่าที่นี่คือที่ใด ลานประมูล ลานประมูลไร้เทียมทาน ที่มีอริยะอยู่
การคิดจะชิงอาหารจากปากเสือ
ไม่ต่างอะไรกับการฝันกลางวัน
เหตุผลกดข่มสัญชาตญาณดิบ ความเยือกเย็นกลับคืนมาอีกครั้ง ยอดฝีมือผู้ทรงพลังเหล่านั้นต่างก็นั่งตัวตรง สีหน้าเคร่งขรึม พึมพำเสียงต่ำว่า “ชิงมาไม่ได้ ต้องอาศัยการประมูลเท่านั้น!”
ชั้นสองของลานประมูล
ฉู่สวินมองอย่างเฉยเมย แฝงไว้ด้วยความดูแคลนต่อชายวัยกลางคนผู้คิดจะลงมือผู้นั้น ไม่ใช้สมองคิดดูบ้างว่าที่นี่คือที่ใด อย่าว่าแต่ระดับผู้ยิ่งใหญ่เลย ต่อให้เป็นอริยะมาก็ต้องตาย
สายตาของเขาจับจ้องไปยังโอสถศักดิ์สิทธิ์ สัมผัสได้ถึงกฎเกณฑ์และกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ทีละสาย ๆ บนนั้น พูดตามตรง ตอนแรกที่สุ่มได้มาเขาก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน กระทั่งมีความคิดที่จะกลืนกินมันด้วยตนเอง แต่สุดท้ายก็อดกลั้นไว้ได้ บัดนี้จึงอยากจะรู้ยิ่งนักว่าจะไปได้ถึงระดับใด
อย่างไรเสียภารกิจแรกของระบบเขาก็ยังคงจำได้
ประมูลให้ได้หินศักดิ์สิทธิ์ 100,000 ก้อน
ชิ้นแรกประมูลไปได้เพียง 30,000 ก้อน
ยังขาดอีก 70,000 ก้อน
ทั้งหมดต้องพึ่งพาโอสถศักดิ์สิทธิ์เม็ดนี้แล้ว
“โอสถศักดิ์สิทธิ์!”
“ราคาเริ่มต้น: หินศักดิ์สิทธิ์ 5,000 ก้อน!”
“เพิ่มราคาแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า 100 ก้อน!”
เจ้าเมืองตลาดมืดเมื่อได้ยินก็มีสีหน้าหม่นหมอง ความขมขื่นที่ยากจะเอ่ยออกมานั้นมิอาจปิดบังไว้ได้ เขาคิดว่าครั้งนี้ตนเองเตรียมตัวมาอย่างดี อย่างน้อยที่สุดก็คงจะคว้ามาได้สักชิ้น
ไหนเลยจะคาดคิด
ว่าราคาเริ่มต้นก็คือหินศักดิ์สิทธิ์ 5,000 ก้อนแล้ว
เทียบเท่ากับหินวิญญาณระดับสูงสุด 5,000 ล้านก้อน
ตัดความคิดของเขาจนหมดสิ้นโดยสิ้นเชิง
ผู้เฒ่าทะเลสาบดวงใจก็ถอนหายใจออกมาอย่างซับซ้อน ครั้งนี้เขาก็มาอย่างองอาจผ่าเผย เดิมทีคิดว่าอย่างน้อยที่สุดก็คงจะคว้ามาได้สักชิ้น ไม่คาดคิดว่าต่อให้ทุ่มจนหมดตัวก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมประมูลด้วยซ้ำ
แววตาซับซ้อนและลังเล
เขารู้แล้ว
ว่าลานประมูลไร้เทียมทานกับตนเองไม่มีวาสนาต่อกันอีกแล้ว เพียงครั้งที่สองก็น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ครั้งที่สาม ครั้งที่สี่… นั่นมิใช่สิ่งที่ตนเองมีคุณสมบัติพอที่จะแข่งขันได้เลยแม้แต่น้อย ความหวังเดียวที่มีคือครั้งแรก แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้คว้าไว้
ท่ามกลางเสียงถอนหายใจ
สายตาก็จับจ้องไปยังภายในลานประมูล
เขารู้ว่าต่อไปนี้คือช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของขุมอำนาจชั้นนำเหล่านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสิบตระกูลใหญ่โบราณ หรือราชวงศ์อวี่ฮว่า สำนักเก้ามรรค คนเหล่านี้ล้วนยอมแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มา
โอสถหนึ่งเม็ด
สร้างอริยะหนึ่งคน
กระทั่งสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของดินแดนบรรพกาลได้อย่างสิ้นเชิง
กลายเป็นอริยะเพียงหนึ่งเดียวของดินแดนบรรพกาล!
[หมายเหตุจากผู้แปล: คำว่า 圣 เชิ่ง มีหลายความหมาย เช่น ศักดิ์สิทธิ์(คุนเผิงใช้กับสิ่งของ) หรือ อริยะ(คุนเผิงใช้กับตบะ)
นิยายส่วนใหญ่ถ้าคนแต่งชอบความชัดเจน คนแต่งจะใส่คำว่า 圣人 เชิ่งเหริน ซึ่ง (เชิ่ง)ศักดิ์สิทธิ์ บวก (เหริน)มนุษย์ จะแปลได้เป็น อริยะ หรือ อริยะบุคคล
หรือหาก 圣 เชิ่ง มีคำเดียว จะแปลว่าศักดิ์สิทธิ์, ปราชญ์ หรืออื่น ๆ ที่ใกล้เคียง
ส่วนเรื่องนี้ คนแต่งใช้ผสม ไม่มีหลักการแน่นอน ทางผู้แปลได้พยายามตรวจคำว่า ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะ เพราะอาจจะมีหลงใช้สลับกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผลงานออกมาเละเทะ
หากนักอ่านพบคำว่า บรรลุระดับศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่ควรจะเป็น บรรลุระดับอริยะ หรือประโยคที่แปลกหูแปลกตา สามารถแจ้งผู้แปลในไลน์หรือคอมเม้นต์ไว้ได้เลยครับ ผู้แปลขอบคุณอย่างยิ่งล่วงหน้า]