เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: ฆ่าคนต้องขยี้ใจ

บทที่ 14: ฆ่าคนต้องขยี้ใจ

บทที่ 14: ฆ่าคนต้องขยี้ใจ


สัมผัสจากฝ่ามือของชายหนุ่มนั้นทั้งอบอุ่นและเปี่ยมด้วยพละกำลัง ขณะที่ฝ่ามือของเธอกลับเย็นและอ่อนนุ่มละมุน

เมื่อมือทั้งสองประสานกัน สายตาทั้งสี่คู่ก็สบกันอย่างจัง

ในใจของเจี่ยนซูเยว่พลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

นับจากการเจอกันครั้งล่าสุด ก็ผ่านมาสามปีแล้ว

ชายหนุ่มตรงหน้าแม้หน้าตาจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่บุคลิกกลับเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

คิ้วคมกริบดุจดาบ ดวงตาลุ่มลึกดั่งมหาสมุทร

ความเยาว์วัยแบบเด็กหนุ่มในวันวานได้จางหายไปจนหมดสิ้น สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือวุฒิภาวะและความมุ่งมั่นที่ผ่านการขัดเกลาจากชีวิตและกาลเวลา

แม้ว่าเด็กหนุ่มคนเดิมที่พอถูกหยอกหน่อยก็หน้าแดงก่ำ ทำอะไรไม่ถูกคนนั้นจะน่ารักดีอยู่หรอก แต่ขอโทษเถอะ... เธอกลับชื่นชมโจวอี้ในตอนนี้ที่ดูสุขุมเยือกเย็นและเก็บงำประกายความเก่งกาจไว้ภายในมากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโจวอี้ในชุดเครื่องแบบตำรวจเมื่อคืนนี้ ที่ใช้เพียงสามหมัดสองเท้ากับคำพูดไม่กี่ประโยคก็สยบเหล่าอันธพาลจนสิ้นฤทธิ์ได้

หลังจากจับมือกับเจี่ยนซูเยว่แล้ว โจวอี้ก็หันไปยื่นมือให้เถียนเถียนต่อ

แต่คาดไม่ถึงว่ายัยปีศาจเถียนจะยิ้มหวานหยด แล้วค่อยๆ กางแขนทั้งสองข้างออก

แววตาของโจวอี้ฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงก้าวเข้าไปสวมกอดเธออย่างเปิดเผย

“แค่กๆๆ...”

เสียงกระแอมไอดังขึ้นติดต่อกันจากหน้าประตู

แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลต่อความตั้งใจของเถียนเถียนที่จะมอบสวัสดิการสุดพิเศษนี้ให้แก่คนของเธอเลยแม้แต่น้อย

ร่างนุ่มนิ่มราวหยกงามโผเข้าสู่อ้อมกอด กลิ่นหอมกรุ่นลอยมาแตะจมูก

ภายนอกโจวอี้ยังคงนิ่งสงบ แต่ในใจก็อดหวั่นไหวเล็กน้อยไม่ได้

ยัยปีศาจคนนี้... หุ่นดีเป็นบ้าเลย!

ชายหญิงในชุด ‘คู่รัก’ สวมกอดกัน กลมกลืนราวกับภาพของความรักในอุดมคติ

ภาพนี้ทำเอาโหวเสี่ยวเหล่ยและเพื่อนๆ ถึงกับอิจฉาตาร้อน เพราะสวัสดิการแบบนี้ พวกเขาไม่เคยได้รับมาก่อนเลย

สวี่เหิงเดินท่าทางอย่างรวดเร็วเข้ามา สีหน้าดูไม่เป็นมิตรขณะจ้องมองโจวอี้

ในความทรงจำของเขา เขายังไม่เคยเห็นเถียนเถียนใกล้ชิดสนิทสนมกับเพศตรงข้ามคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน

ดูท่าแล้ว ฉาก ‘วีรบุรุษช่วยงาม’ เมื่อคืนคงจะส่งผลกระทบไม่น้อยเลยทีเดียว

เขาต้องรีบป้องกันไว้ก่อน!

“ไม่ทราบว่าคุณคือ...” โจวอี้แกล้งทำเป็นไม่รู้แล้วมองกลับไป

“ผมสวี่เหิง เป็น... เพื่อนของเถียนเถียน” สวี่เหิงตอบเสียงเย็น

เมื่อเทียบกันแล้ว ท่าทีของไป๋ฮ่าวเซวียนกลับดีกว่ามาก เขายิ้มแล้วเดินเข้ามาแนะนำตัวเองก่อน “ผมไป๋ฮ่าวเซวียนครับ เป็น... เพื่อนของซูเยว่”

“สวัสดีครับๆ ผมโจวอี้ เป็นเพื่อนสมัยมัธยมต้นและมัธยมปลายของซูเยว่กับเถียนเถียนครับ”

โจวอี้จับมือกับทั้งสองคนอย่างกระตือรือร้น แล้วยิ้มถามว่า “ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านทานข้าวเย็นกันมารึยังครับ?”

ไป๋ฮ่าวเซวียนยิ้มแล้วส่ายหน้า “ยังเลยครับ ได้ยินซูเยว่กับเถียนเถียนบอกว่าร้านซาจูไช่ร้านนี้รสเด็ดมาก เลยว่าจะมาลองชิมดูหน่อย”

“อ๋อครับ” โจวอี้พยักหน้า แล้วยื่นมือขวาออกไปทำท่าผายมือเชิญให้ออกไปอย่างสุภาพ “ถ้างั้นก็ไม่รบกวนเวลาทานอาหารของทั้งสองท่านแล้วนะครับ ไว้มีโอกาสค่อยเจอกันใหม่นะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋ฮ่าวเซวียนแข็งค้างในทันที

เดี๋ยวนะ คนแถบนี้ไม่ใช่ว่ามีมารยาทจะตายเหรอ? สถานการณ์แบบนี้ ไม่ควรจะรีบเชิญพวกเราเข้าไปกินด้วยกันหรอกเหรอ? เมื่อคืนไอ้หมอที่ชื่อไอ้ลิงนั่นก็ทำแบบนี้! ทำไมพอมาเป็นแก ถึงได้เล่นนอกบทแบบนี้วะ?

โหวเสี่ยวเหล่ยกับเหยียนหลิงหลิงและคนอื่นๆ ตอนแรกก็ชะงักไป ก่อนจะเกือบหลุดหัวเราะออกมา

ในใจของทุกคนต่างยกนิ้วโป้งให้

ต้องเป็นแกจริงๆ สินะ โจวอี้!

ส่วนเจี่ยนซูเยว่กับเถียนเถียนนั้น ทำตัวเป็นไทยมุงที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้างๆ อย่างไม่รู้ไม่ชี้

ไม่ให้มาก็ดันทุรังจะมา ทีนี้หน้าแตกเลยมั้ยล่ะ สมน้ำหน้า!

“น่าเสียดาย พวกเรามาช้าไปหน่อย ที่ร้านไม่มีโต๊ะว่างแล้วครับ” ไป๋ฮ่าวเซวียนพยายามรักษารอยยิ้มบนใบหน้าไว้ แล้วส่งซิกเป็นครั้งที่สอง

ด้วยนิสัยหยิ่งในศักดิ์ศรีของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะเจี่ยนซูเยว่ ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งตายของพ่อแม่ มีหรือที่เขาจะยอมทำตัวหน้าด้านหน้าทนมาขอร่วมวงงานเลี้ยงรุ่นของคนอื่นแบบนี้?

เขากับสวี่เหิงจะไม่รู้ได้ยังไงว่าการกระทำแบบนี้มันน่ารำคาญและทำให้คนอื่นไม่พอใจ?

รู้สิ! แต่ทำไงได้!

สวี่เหิงยังคงจ้องโจวอี้เขม็ง ถ้าครั้งนี้ยังถูกปฏิเสธอีก เขาจะหันหลังเดินจากไปทันทีโดยไม่ลังเล

จริงอยู่ที่การกระทำของพวกเขาอาจจะเสียมารยาทไปบ้าง แต่ความใจแคบและไร้น้ำใจที่โจวอี้แสดงออกมา ก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่

เขาไม่เชื่อหรอกว่าเถียนเถียนจะชอบผู้ชายแบบนี้

“ถ้าสองท่านไม่รังเกียจ เข้ามาดื่มด้วยกันสักสองสามจอกดีไหมครับ?”

เหนือความคาดหมายของทุกคน โจวอี้ยื่นมือขวาที่ผายออกไปตอนแรก ชี้เข้าไปในห้องจัดเลี้ยงแทน

ท่าทางเดียวกันแท้ๆ แต่เพราะทิศทางและคำพูดที่ต่างกัน ความหมายที่สื่อออกมาก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว

ไป๋ฮ่าวเซวียนกับสวี่เหิงจ้องมองโจวอี้นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยๆ พยักหน้ายอมรับคำเชิญของเขา

อะไรคือ ‘รู้จักจังหวะรุกรับ รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา’ อะไรคือ ‘วาจามีขอบเขต การกระทำมีช่องว่าง’

ในตัวของโจวอี้ ไป๋ฮ่าวเซวียนกับสวี่เหิงกลับมองเห็นเงาของผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลของตัวเองซ้อนทับอยู่จางๆ

ไอ้หมอนี่... มีของจริงๆ!

ซาจูไช่, หมูทอดราดซอส, ผัดไส้หมู, ผัดเห็ดสน, มันเทศเคลือบน้ำตาล, ยำรวมมิตรวุ้นเส้น... ไม่นาน อาหารจานเด็ดก็ถูกนำมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ

ไป๋ฮ่าวเซวียนกับสวี่เหิงทำตัวเป็นทวารบาล นั่งขนาบซ้ายขวาประกบโจวอี้ไว้ตรงกลาง ปิดตายทุกความเป็นไปได้ที่โจวอี้จะไปนั่งใกล้เจี่ยนซูเยว่หรือเถียนเถียน

เพื่อนเก่ามาเจอกัน บรรยากาศย่อมเป็นกันเองและสนุกสนานเป็นธรรมดา

โดยเฉพาะคนแถบตงเป่ย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน) ที่รินเหล้ากันพรวดๆ แล้วยกซดรวดเดียวหมดแก้ว ความสัมพันธ์ทั้งหมดอยู่ในเหล้า

แม้จะมีแขกไม่ได้รับเชิญเพิ่มมาสองคน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความครื้นเครงในการชนแก้วของทุกคนมากนัก ในห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองอย่างยิ่ง

ไป๋ฮ่าวเซวียนกับสวี่เหิงสบตากัน ก่อนจะเริ่มเปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลักตามแผนที่วางกันมานาน

อย่างแรกคือ... การสนทนา

ใช่แล้ว การจัดการกับไอ้บ้านนอกแบบนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้ความรู้ที่กว้างขวางและประสบการณ์ที่โชกโชนของพวกเขา มาสะท้อนให้เห็นถึงความตื้นเขินและไร้การศึกษาของอีกฝ่าย เพื่อทำลายเขาให้ย่อยยับจนสิ้นศักดิ์ศรี

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า... ฆ่าคนต้องขยี้ใจ!

หลังจากนั้น เจี่ยนซูเยว่ เถียนเถียน และคนอื่นๆ ก็ได้แต่นั่งมองอย่างตะลึงงัน ขณะที่ชายสามคนนั่งถกกันสารพัดเรื่องราวอย่างออกรส

ตั้งแต่เรื่องดาราศาสตร์บนฟากฟ้า ไปจนถึงภูมิศาสตร์บนผืนดิน ครอบคลุมไปถึงประวัติศาสตร์และการเมือง จากบิ๊กแบง สู่ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต และวิวัฒนาการ จากตำนานผานกู่เบิกฟ้า สู่ไซอิ๋ว และจินกังหูหลูหวา (การ์ตูนเด็กจีน) จากแกรนด์แคนยอน สู่น้ำตกวิกตอเรีย และยอดเขาเอเวอเรสต์ จากจักรพรรดินีอู่เจ๋อเทียน สู่ราชินีอลิซาเบธ และจักรพรรดินีเยกาเจรีนา จากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สู่ครั้งที่สอง และสงครามเย็น จาก WTO สู่ CEO และ UFO ตั้งแต่หลักอากาศพลศาสตร์ของเครื่องบินรบ ไปจนถึงการแก้ปัญหาคาร์บูเรเตอร์ของมอเตอร์ไซค์ ไปจนถึงการดูแลแม่หมูหลังคลอด และการเตรียมความพร้อมของกองทัพมด...

หัวข้อที่พวกเขาสนทนากันนั้นช่างหลากหลาย ครอบคลุมกว้างขวาง และมีช่วงเวลาที่แตกต่างกันมากเสียจนคนฟังได้แต่อ้าปากค้างและยอมแพ้ในใจ

ไป๋ฮ่าวเซวียนกับสวี่เหิงคุยจนน้ำลายแห้งเหือด แต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย

เมื่อมองดูโจวอี้ที่ยังคงสุขุมเยือกเย็นและไม่สะทกสะท้าน ในใจของทั้งสองก็เกิดความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างสุดซึ้ง

คุยได้ทุกเรื่องแบบนี้... แกเป็นนักธุรกิจขายตรงมารึไงวะ!

“เสี่ยวโจว ไม่มีอะไรหรอกนะ ผมก็แค่อยากรู้น่ะ ว่าเป็นหัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามแบบคุณเนี่ย เดือนๆ นึงได้เงินเดือนเท่าไหร่กัน”

เมื่อแผนแรกไม่ได้ผล ก็ต้องใช้แผนสอง สวี่เหิงเปิดฉากโจมตีระลอกที่สอง

“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ” โจวอี้ดูเหมือนจะอ้ำๆ อึ้งๆ ที่จะตอบ

“ไม่เท่าไหร่คือเท่าไหร่ มันก็ต้องมีตัวเลขสิ” ไป๋ฮ่าวเซวียนซักต่อ

“ก็... ไม่ถึงหนึ่งหมื่นหยวนหรอกครับ” โจวี้ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

เท่าไหร่นะ?

ไป๋ฮ่าวเซวียนกับสวี่เหิงถึงกับนิ่งอึ้งไปในทันที

จบบทที่ บทที่ 14: ฆ่าคนต้องขยี้ใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว